“ไช่อี้เจิน” หรือ “อู๋สยง” นักแสดงและพิธีกรสาวไต้หวัน ออกโรงขอโทษชาวญี่ปุ่น หลังถูกดำเนินคดีจากเหตุเทของเหลวลงบนศิลารอยพระพุทธบาทอายุกว่า 1,000 ปี ภายในวัดมรดกโลกที่นารา เจ้าตัวยอมรับเกิดจาก “ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์” พร้อมสัญญาจะไม่ทำผิดซ้ำ หลังถูกศาลสั่งปรับ 500,000 เยน และได้รับการปล่อยตัว
มีความคืบหน้ากรณี ไช่อี้เจิน หรือที่รู้จักในชื่อ อู๋สยง นักแสดงและพิธีกรชาวไต้หวันวัย 39 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกตำรวจญี่ปุ่นจับกุม จากกรณีทำให้โบราณวัตถุซึ่งเป็นสมบัติแห่งชาติของญี่ปุ่นได้รับความเสียหาย
ล่าสุด ไช่อี้เจินโพสต์ข้อความขอโทษทั้งภาษาจีนและภาษาญี่ปุ่นผ่านเฟซบุ๊ก โดยกล่าวว่าการกระทำของเธอที่ วัดยาคุชิจิ จังหวัดนารา เกิดจาก “ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์” พร้อมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อปัญหาและความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชุมชน รวมถึงกล่าวขอโทษชาวญี่ปุ่นอย่างจริงใจ
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนเมษายน ตำรวจระบุว่า ไช่อี้เจินได้เทของเหลวซึ่งข่าวระบุว่ามีลักษณะคล้ายน้ำมันลงบน ศิลารอยพระพุทธบาท ภายในวัดยาคุชิจิ ซึ่งเป็นโบราณวัตถุสมัยศตวรรษที่ 8 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติของญี่ปุ่น ขณะที่ตัววัดเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งมรดกโลกยูเนสโกในเมืองนารา
หลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดและหลักฐาน ตำรวจติดตามตัวเธอ ก่อนจับกุมที่สนามบินนานาชาติคันไซเมื่อเดือนสิงหาคม ขณะเดินทางกลับเข้าประเทศญี่ปุ่น
ก่อนหน้านี้ สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า ระหว่างการสอบสวนไช่อี้เจินให้การว่า เธอมีพฤติกรรม เทน้ำมันหรือของเหลวลงบนสิ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกประทับใจ เพื่อเป็นรูปแบบหนึ่งของการสวดภาวนา และยังยอมรับว่าเคยทำลักษณะเดียวกันในสถานที่อื่นมาก่อน ทำให้ตำรวจตรวจสอบเพิ่มเติมว่ามีเหตุในสถานที่อื่นอีกหรือไม่
อย่างไรก็ตาม คดีล่าสุดมีข้อยุติในชั้นดำเนินคดีแล้ว โดยเมื่อวันที่ 2 กันยายน ไช่อี้เจินถูกดำเนินคดีแบบรวบรัด และถูกสั่งปรับ 500,000 เยน หรือประมาณ 1 แสนบาท ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวหลังชำระค่าปรับ ตามรายงานของสื่อญี่ปุ่น
หลังได้รับการปล่อยตัว เธอระบุว่าได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่และทบทวนการกระทำของตัวเอง พร้อมยอมรับว่า เมื่อเดินทางไปต่างประเทศ เธอควรระมัดระวังมากกว่านี้ และควรศึกษาวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ตลอดจนกฎหมายของประเทศที่เดินทางไปให้มากขึ้น
“ฉันจะจดจำบทเรียนจากเหตุการณ์ครั้งนี้ และขอสัญญากับประเทศญี่ปุ่นว่าจะไม่ทำผิดแบบเดิมอีก” ไช่อี้เจินระบุ พร้อมย้ำคำขอโทษต่อชาวญี่ปุ่นจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


