“ป๋ากิ๊ก” ถอยตัวจากงานบันเทิงเตรียมตัวเข้าวัยเกษียณ รายการไม่มีแล้ว วางตัวเองคงทำงานพิธีกรหลักไม่เกินอายุ 65 ปี ไม่กลัวความตาย บอกตัวเองทุกเช้าที่ตื่นดีที่ได้อยู่ตื่นมาอีกวัน อยากอยู่ถึงหลานสาวรับปริญญา ตอนนั้นก็ 85 ปีเข้าไปแล้ว
ยอมรับตัวเองเข้าสู่วัยเกษียณสำหรับ “ป๋ากิ๊ก เกียรติ กิจเจริญ” โดยป๋ากิ๊กเผยว่าตอนนี้เริ่มถอยตัวเองออกจากงานพิธีกรเพราะรายการปิด ต้องรอลุ้นว่ารายการจะมีซีซั่นใหม่หรือไม่แล้วยังจ้างตนอยู่หรือเปล่า
“ก็ตามวัยครับ มันก็ถดถอย กล้ามเนื้อก็น้อยลงเป็นธรรมดา ง่วงเยอะ เริ่มนอนกลางวัน ก็เล่นกับหลานมีความสุขไป ก็โอเคปกติดี กินยาตามหมอสั่ง ตัวผมจริงๆ เกษียณแล้ว รายการไม่มีแล้ว เขาหยุดไปแล้ว รับจ๊อบนิดๆ หน่อยๆ มันก็มีนิดหน่อย แต่ก็พอดีๆ งานที่เราทำส่วนใหญ่ใช้แรงเยอะ หลังๆ มันก็เริ่มนั่งหอบเหมือนกันนะ สั่งคัตทีก็ต้องนั่ง ก็รู้แล้วว่าเราเริ่มแก่ ก็รับแบบพอดีๆ
หลายคนก็จะถามไม่มีแล้วเหรอ ก็หยุดซีซั่นแล้ว ก็ไม่แน่ถ้าเขาทำใหม่เขาอาจจะเอาคนอื่นทำก็ได้ จริงๆ ใครก็ทำได้ ขอแค่เข้าใจเนื้อหาของเกม ตัวผมเองสนุกกับการได้เล่นเกม เหมือนกับคุณปัญญา (ปัญญา นิรันดร์กุล) แหละ เรามีอารมณ์ มีความสนุกกับงาน ไม่ใช่จะทำแค่ให้มันจบไป ทุกครั้งเราเหมือนเริ่มต้นใหม่ทุกครั้ง เหมือนหม่ำ (เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา) ผมเคยถามเขาว่าเป็นพิธีกรแล้วทำไมยังต้องไปทำงานคาเฟ่อยู่อีก หม่ำบอกว่าไม่เล่นมันเหมือนมีดไม่ได้ลับคม มันก็เหมือนไปลับสมอง แต่วันนึงมันก็ถึงเวลาที่ต้องถดถอย พอดีมีหลาน อยู่บ้านก็เล่นกับหลานก็สนุกไปอีกแบบ ฟีลจะเอายังไงกับเธอดี เราก็ 63 เขาก็กำลังจะ 2 ขวบ”
วางตัวเองไว้คงทำงานพิธีกรไม่เกินอายุ 65 ปี
“มีนะ ผมคงทำไม่เกิน 65 หรอก ผมคิดว่าผมคงไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวคือในลักษณะรายการแบบเดิม แต่ถ้าให้เป็นคอมเมนเตเตอร์ก็คงจะโอเค มีบ้างที่ติดต่อมา มันไม่เหนื่อยเท่า ไม่เหนื่อยแรงแต่ก็ไปเหนื่อยคิด (ยังอยู่ในวงการต่อ?) ผมอยู่วงการไหนก็ได้ ถ้ายังจ้างผม ผมก็ไป สุดท้ายขึ้นอยู่ที่วงการบันเทิงจะให้ผมอยู่หรือไม่ จะไม่จ้างก็แล้วแต่ เขาคือผู้จ้างไง”
อยากอยู่ถึงหลานสาวรับปริญญา ตอนนั้นตนก็ 85 ปีเข้าไปแล้ว ไม่กลัวความตาย บอกตัวเองทุกเช้าที่ตื่นดีที่ได้อยู่ตื่นมาอีกวัน
“ผมอยากจะอยู่ถึงตรงนั้นนะ อีก 22 ปี ผมก็ 85 แล้วนะ ถ้าผมยังอยู่ถึง แล้วได้เห็น แล้วผมยังพูดจารู้เรื่องนะ ผมคงจะดีใจและคงจะมีความสุขมากๆ มันก็สนุก มันสดชื่น เรามีลูกคนเดียว เราไม่เคยได้เลี้ยงเด็ก ก็ได้มาเลี้ยงตอนอายุ 60
(เรามีความกังวลไหม?) ไม่หรอก ผมแค่รู้สึกว่าตื่นมาตอนเช้าแล้วคุยกับตัวเองว่ารู้สึกดีที่ได้อยู่ตื่นมาอีกวัน ผมก็อยากให้ทุกคนคิดแบบนั้น แต่อุบัติเหตุมันก็คืออุบัติเหตุ มันซวย แต่ถ้าเรื่องสุขภาพเป็นคนอย่าปล่อยวาง แล้วก็อย่าตามใจตัวเองมากเกินไปนัก ผมเองกินยาสม่ำเสมอ พบหมอสม่ำเสมอ ผมใส่ใจกับตัวเอง เพราะมึงมันเป็นรถเก่าแล้ว มึงต้องเข้าศูนย์ มึงอย่าตรวจเอง มึงต้องไปหาช่าง อย่ารักษาเอง คาดการณ์เองไม่ได้ ต้องไปศูนย์ ตัวผมใช้ชีวิตแบบนั้น แต่ถ้าเป็นโรคร้าย เช่น มะเร็ง ก็ไม่ต้องมาให้คีโมผมหรอก ผมขี้เกียจทรมานก็ให้ปล่อยไปตามสภาพแล้วกัน สุขภาพอยู่ในมือเรา แต่ต้องถามหมอ”


