ศัลยกรรมครั้งใหม่ ย้ำสวยขึ้นแต่ยังเป็นตัวเอง
เรียกเสียงฮือฮาไม่น้อย เมื่อสองนักแสดงมากประสบการณ์อย่าง "อูม วิยะดา อุมารินทร์" และ "ก้อย วาสนา สิทธิเวช" ควงคู่เปิดใจถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญในการกลับมาทำศัลยกรรมใบหน้าอีกครั้ง พร้อมเผยเบื้องหลังการวางแผนผ่าตัดครั้งใหญ่กับ "หมอบิล นพ. พัชรพล อิงพงษ์พันธ์" ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง
แม้ทั้งสองคนจะเคยผ่านการศัลยกรรมมาก่อน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ปัญหาความหย่อนคล้อย ริ้วรอย ร่องแก้ม รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างใบหน้าตามวัย ทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจกลับมาปรึกษาอย่างจริงจังอีกครั้ง
ก้อย วาสนา เปิดใจว่า สิ่งที่ต้องการไม่ใช่การกลับไปมีใบหน้าเหมือนวัยสาว แต่เป็นการดูแลตัวเองให้ดูสดใสและมั่นใจขึ้นในวัยปัจจุบัน ขณะที่ อูม วิยะดา เผยว่า นอกจากปัญหาความหย่อนคล้อยตามวัยแล้ว ยังมีรายละเอียดจากการผ่าตัดเดิมหลายจุดที่ต้องได้รับการแก้ไข จึงต้องการแพทย์ที่สามารถมองภาพรวมและวางแผนแก้ไขใบหน้าอย่างสมดุล
ด้าน หมอบิล เผยว่า ทั้งสองเคสถือว่ามีความซับซ้อน เนื่องจากเคยผ่านการผ่าตัดมาก่อน จึงต้องประเมินทั้งโครงสร้างเดิม แนวแผล พังผืด และเนื้อเยื่อ รวมถึงผลกระทบจากการผ่าตัดครั้งก่อน เพื่อออกแบบแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
แม้ทั้งสองท่านจะได้รับการดูแลหลายจุด ทั้งการดึงหน้าชั้นลึก V-Facelift การกระชับลำคอ การยกคิ้วส่องกล้อง การจัดการบริเวณใต้ตา รวมถึงการแก้ไขโครงสร้างจมูกแบบ Open แต่หมอบิลย้ำว่า เป้าหมายสำคัญไม่ใช่การสร้าง “หน้าใหม่” ให้เหมือนกัน
“ผมไม่ได้มีแบบหน้าสำเร็จรูป คนไข้แต่ละคนมีโครงสร้าง อายุ คุณภาพผิว และเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน เป้าหมายคือทำให้เขายังเป็นคนเดิม แต่ดูสดใสขึ้น สมดุลขึ้น และมั่นใจขึ้น”
สำหรับการผ่าตัดครั้งนี้ ทั้งสองเคสสามารถวางแผนการผ่าตัดในรอบเดียว โดยใช้เวลาประมาณ 6–8 ชั่วโมง ภายใต้การดูแลของหมอบิลและวิสัญญีแพทย์ตลอดการผ่าตัด
โดย หมอบิล ให้ความสำคัญกับการประเมินความเหมาะสมและความปลอดภัยของคนไข้เป็นอันดับแรก ก้อย วาสนา ยอมรับว่าก่อนผ่าตัดมีความกังวล แต่หลังจากได้พูดคุยและศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด ทำให้เกิดความมั่นใจ และเมื่อเห็นผลลัพธ์ก็รู้สึกว่าตัดสินใจไม่ผิด เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ยังเป็นหน้าของก้อย ไม่ได้กลายเป็นคนอื่น
เช่นเดียวกับ อูม วิยะดา ที่ยอมรับว่าด้วยประสบการณ์การผ่าตัดในอดีต ทำให้คิดเรื่องความปลอดภัยอย่างรอบคอบ แต่สิ่งที่สร้างความมั่นใจคือการได้รับคำอธิบายอย่างตรงไปตรงมาถึงข้อจำกัดและความเหมาะสมของแต่ละจุด
อีกหนึ่งคำถามที่หลายคนสนใจคือ อายุ 50–70 ปีขึ้นไป ยังสามารถทำศัลยกรรมใหญ่ได้หรือไม่?
หมอบิล ย้ำว่า อายุไม่ใช่ปัจจัยเดียวในการตัดสิน แต่ต้องพิจารณาจากสุขภาพ ความพร้อมของร่างกาย โรคประจำตัว ประวัติการผ่าตัด และความเสี่ยงของแต่ละบุคคล
ปิดท้ายด้วยมุมมองที่ตรงกันของทั้ง อูม วิยะดาและ ก้อย วาสนา ว่า…
“ความสวยไม่มีอายุ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการศึกษาข้อมูล เลือกแพทย์ให้ตรงกับปัญหา และตัดสินใจบนพื้นฐานของความเหมาะสมและความปลอดภัย”
เพราะสำหรับทั้งสองคนในวันนี้ ผลลัพธ์ที่ต้องการไม่ใช่การย้อนวัยให้กลายเป็นคนใหม่ แต่คือการกลับมามองกระจกแล้วเห็น “ตัวเองในเวอร์ชันที่สดใสและมั่นใจกว่าเดิม”


