สุดจะทน “เอ็มมี่ แม็กซิม” แจ้งความแก๊งนร. ปกป้อง “จื้อหลิง” ถูกบูลลี่หนัก แอบถ่ายรูปโพสต์เพลงด่าหยาบ แถมล้อแม่เป็นนางเอกหนังโป๊ เครียดจัดตบหน้าทำร้ายตัวเอง หวั่นไม่ปลอดภัย อยากให้เป็นเคสตัวอย่าง
หลังจากตัดสินใจแจ้งความลงบันทึกประจำวันเพื่อปกป้องลูกสาว เหตุ “น้องจื้อหลิง” ถูกแก๊งเพื่อนนักเรียนที่โรงเรียนรังแก ทั้งด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย หมิ่นประมาท รวมถึงนำรูปภาพของน้องไปโพสต์ในโซเชียล ล่าสุด “เอ็มมี่ แม็กซิม” อมลวรรณ ศิริกิตติรัตน์ ได้ออกมาเปิดใจแบบหมดเปลือก รับต้องตัดไฟแต่ต้นลมหวั่นลูกสาวไม่ปลอดภัย อีกทั้งไม่อยากให้ลูกเก็บกด เพราะที่ผ่านมาสอนให้ลูกอดทน จนเจ้าตัวเครียดจัด ทำร้ายตัวเอง
“วันนี้แค่มาลงบันทึกประจำวัน ใจจริงตอนแรกเลย ก็อยากจะเอาเรื่องแหละ เอาเป็นเรื่องราวใหญ่โตไปเลย แต่ว่ากับเด็กค่ะ ต่อให้เราจะไปฟ้องร้องอะไร มันก็ไม่ได้เกิดผลประโยชน์อะไรกับตัวเรามากมาย โอ้ย ถ้าเป็นเอ็มมี่เมื่อก่อน เอะอะฟ้องเอาเงินอย่างเดียวเลยค่ะ แต่ตอนนี้หนูมาเพื่อความปลอดภัยของน้องจื้อหลิง ของลูกสาว
คือเรื่องมันเริ่มต้นเลยจากการที่แฟนของน้องจื้อหลิง ที่เป็นทนายความ ส่งข้อความทั้งหมดมาให้เอ็มมี่อ่าน เอ็มมี่ก็เลยถามลูก บีบเลย คั้นเลย ว่ามันเกิดอะไรขึ้น มันคืออะไร หนูได้เริ่มก่อนไหม แต่เท่าที่เรารู้จักลูกเรา เดี๋ยวเขาจะหาว่าลูกฉันดีที่สุดในโลก แต่เราเป็นคนที่ถามลูกก่อนเลย ว่าหนูเริ่มก่อนไหม ต้องเอาความจริงนะ เพราะสุดท้ายแล้วคนที่เสียคือแม่นะ เราก็จะย้ำลูกก่อนตลอด เขาก็เลยเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ว่าไม่ได้มีอะไรเลย แต่ความจริงแล้วมันแค่เด็กคนนั้นที่โพสต์ต่อว่าลูก แฟนเก่าเขามาคบกับเพื่อนน้องจื้อหลิง แค่นั้นเอง มันเลยทำให้เด็กเหมือนไม่ชอบกันภายในกลุ่ม ทั้ง 2 กลุ่ม
แล้วเขาก็ได้เริ่มมีการโพสต์สตอรี่ โดยการที่แอบถ่ายรูปน้องจื้อหลิงกับกลุ่มเพื่อนน้อง ไปลงแพลตฟอร์มติ๊กต็อก แล้วก็ใช้บทเพลงที่ว่า ไอ้เหี้x ไอ้สัx ไอ้หน้าส้นตีx เสร็จจากโพสต์สตอรี่นั้น ถัดมาเป็นสตอรี่ที่น้องจื้อหลิงเป็นนางเอกเรื่องภาพยนตร์ S.O.S ก้าว ผิดชีวิตเปลี่ยน และก็เขียนข้างล่างแคปชั่นว่า แสดงได้สมจริงจังค่ะ แล้วน้องจื้อหลิงเขาก็รู้อยู่แล้ว ว่าคนนี้ไม่ได้ชอบเขา ก็เลยได้มีการทักเข้าไปถาม
ตัวคุณแม่ไม่ได้ถามเอง คุณแม่ก็ให้ทนายถาม เพราะเรารู้สึกว่าคุณแม่ไม่ควรลงไปยุ่งหรอก เพราะถ้าเอ็มมี่ลงไปยุ่งเอง มันก็จะเป็นอย่างนี้แหละ มันจะได้มายืนให้สัมภาษณ์อย่างนี้แหละ ก็เลยให้ทนายทักไปถาม พอทนายทักไปถาม เขาก็เถียงกลับมาเลยว่า อ๋อ มันเป็นการชื่นชม แชร์กันตั้งพันกว่าคน จะต้องฟ้องพันกว่าคนเลยหรือเปล่าคะ ก็เลยบอก อ๋อ ไม่ กูฟ้องแค่มึงค่ะ อันนี้คิดในใจ เสียงในหัว
เขาบอกว่ามันเป็นการชื่นชมผลงานค่ะ มันเป็นการชื่นชมหนัง แต่จากสตอรี่ไอ้เหี้x ไอ้สัx ไอ้หน้าส้นตีx 1 ล้านเปอร์เซ็นต์ มันไม่มีการชื่นชมลูกเอ็มมี่แน่นอน เสร็จปุ๊บ พอทนายเอ็มมี่ทักไปหาน้องผู้หญิง ผู้หญิงก็ไปบอกแฟน แฟนเป็นนักศึกษาคนละโรงเรียน ความปลอดภัยลูกเราต้องเริ่มเกิดขึ้นแล้วค่ะ เพราะรู้สึกว่าเหมือนจะได้ยินมาว่า เป็นเด็กช่างหรือเปล่าไม่แน่ใจ ซึ่งหนูก็กลัว เขาก็ทักมาหาทนายเอ็มมี่ว่า เฮ้ย นายขู่แฟนเราเหรอ ตามที่เอ็มมี่โพสต์เลย ทนายเราก็ตอบกลับไปว่าเราเป็นเพื่อนเล่นคุณเหรอคะ มาเรียกเราว่านาย
มันก็ได้มีการตอบกลับกันเกิดขึ้น เราก็บอกว่าเราไม่เคยใช้กฎหมายข่มขู่ใครนะ ถ้าจะคุย วันนี้มาเจอกันเลยที่โรงเรียน วันนี้หลังจากเสร็จจาก สน. เอ็มมี่ก็จะไปที่โรงเรียนค่ะ เพื่อที่จะไปพบผู้ปกครอง แต่ถ้าแฟนน้องอยากจะเคลียร์กับคุณแม่ด้วย ก็มาเคลียร์ได้เลย เราเคลียร์กันแบบผู้ใหญ่กับผู้ใหญ่คุยกัน เราจะไม่มีอาวุธ อาวุธของเราคือสมอง ถ้าคุณคิดว่าคุณแน่ เราใช้สมองกับความจริงคุยกัน ไม่ต้องพกปืนมา แค่นั้นเลยค่ะ ตอนนี้น้องจื้อหลิงอายุ 17 ทุกคนเป็นเยาวชนหมด พอเป็นเยาวชน ถ้าเอ็มมี่จะฟ้อง ไปฟ้องเอาอะไรคะ มันก็ไม่ได้อะไรมากมาย หนูแค่ห่วงความปลอดภัย
มันมีคำพูดหนึ่ง ที่น้องผู้ชายเขาพิมพ์ให้ทนายมา ว่าเจอกันครับ คุณกับผมได้เจอกันแน่นอน เขาทิ้งท้ายด้วยคำนี้ค่ะ ซึ่งเอาตรงๆ เอ็มมี่กลัวนะ แต่วันนี้เอ็มมี่ก็ขอพูดเลยว่า ถ้าน้องรู้สึกโกรธ หรือรู้สึกไม่ชอบที่ลูกสาวแม่ไปทำให้หนู แฟนหนู ไม่สบายใจ ถ้าวันนี้หนูจะทำอะไรให้มันลงที่แม่ แม่ยอมแลกด้วยชีวิตของแม่เลย ขอเลยแต่วันนี้ที่เราออกมา เราแค่อยากจะพูดว่า ไม่ใช่ว่าให้ทุกคนฟังความข้างเดียว เราไม่เคยอวยลูก ไม่เคยชมลูกคนที่สนิทกับเราทุกคนจะรู้ ว่าเอ็มมี่มันด่าลูก ด่าแบบลูกอยากฆ่าตัวตาย บอกเลย
คือเราเป็นคนที่ไม่อวยค่ะ ผิดว่าไปตามผิด แต่ถ้าลูกเราทำดีมากๆ จริงๆ ถึงจะบอก วันนี้ลูกเก่งมากค่ะ แค่นี้เลยคำชมจากตัวแม่ จนบางทีลูกน้อยใจว่าแม่รักเขาหรือเปล่าด้วยซ้ำ เราไม่ได้อวยลูก แต่วันนี้เราแค่รู้สึกว่าลูกเราเริ่มไม่ปลอดภัย กับคำพูดที่คุณทิ้งท้าย เราก็ต้องออกมาลงบันทึกประจำวัน เพื่อความปลอดภัยของลูกสาว ว่าจะไม่เกิดอันตราย หรือเกิดสิ่งไม่ดีกับลูกเรา”
เหตุการณ์เกิดขึ้นนานแล้ว แต่เรื่องการโพสต์สตอรี่เพิ่งเกิดขึ้น
“เหตุการณ์นี้ จริงๆ ลูกบอกว่ามันเกิดขึ้นนานแล้ว แต่ไอ้สตอรี่ที่มันโพสต์ เพิ่งจะเกิดขึ้น เหมือนในโรงเรียนมีการแซะกันไปแซะกันมาแบบนี้หลายครั้ง ด้วยคำพูดที่ว่า แกวันนี้ฉันหน้าลอยหรือเปล่า แต่เราก็ไม่เข้าใจ ว่าคำว่าหน้าลอย ทำไมเขาต้องคิดว่าลูกเอ็มมี่ไปว่าเขา หรือเขาหน้าลอยเหรอ อันนี้ก็ไม่เข้าใจ แต่พอเรามาประมวลทั้งหมดแล้ว มันก็แค่เขามีอคติกับลูกเรา ตรงที่แฟนเก่าเขามาคบกับเพื่อนน้องจื้อหลิง แค่นั้นเลยค่ะ (เหมือนโดนลูกหลงไปด้วย?) ใช่ คุณครูยังชมน้องเลย ว่าไอ้เด็กแก๊งนี้มันไม่มีอะไร คือลูกหนูโก๊ะ แม่มันโก๊ะยังไง ทุกคนจะรู้ว่าลูกก็โก๊ะแบบนั้น”
ยันไม่ใช่เรื่องรักสามเศร้า หรือมือที่สาม เพราะลูกสาวไม่เคยมีแฟนเป็นผู้ชาย
“จื้อหลิงเขาไม่ได้มีแฟนเป็นผู้ชายเลย แฟนน้องเป็นผู้หญิง แล้วก็เป็นดาราด้วย เป็นนักกฎหมายด้วย เป็นทนายความด้วย มีตั๋ว มีอะไรทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายทั้งหมด”
เพิ่งรู้ลูกสาวเครียดจนทำร้ายตัวเอง เพราะคำที่บอกให้ลูกอดทน
“เราพูดกับลูกเสมอ ในเมื่อเขารักโรงเรียนนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อดทนนะคะ แต่เราไม่รู้ว่าคำว่าอดทนของเรา มันทำให้น้องจื้อหลิงทำร้ายตัวเอง แฟนเขามาพูดให้หนูฟัง ว่าจื้อหลิงชอบจิกตัวเอง แล้วก็ตบหน้าตัวเอง เพราะว่าเขาเครียด เวลาเครียดที่โรงเรียนกลับมา เพราะแม่พูดว่าให้อดทนไง ความอดทนคำนี้แหละค่ะ มันเลยทำให้ลูกทำร้ายตัวเอง”
เล่าเสียงสั่นสงสารลูก โดนเพื่อนว่าแม่เป็นนางเอกหนังโป๊
“สงสารลูกค่ะ เรารับไม่ได้แล้ว เราก็เลยไม่หยุด (เสียงสั่น) วันนี้เราก็เลยเต็มที่เลย เพราะมันเริ่มหนักขึ้น มันเริ่มต้นจากมีเด็กกลุ่มนึงที่ไม่ใช่น้องผู้หญิงคนนี้นะคะ เดินมาบอกว่า วันนั้นหนูน่าจะอยู่ที่โรงเรียนด้วย แล้วเขาก็พูดว่า โอ้ย รีบไปซื้อของเถอะ เพราะว่าต้องรีบไปเป็นนางเอกหนังโป๊ อันนี้คือลูกมาบอกหนูแล้วนะคะ แล้วลูกก็รู้สึกว่าทนไม่ไหว ลูกก็เลยเข้าห้องปกครอง แล้วเด็กคนนี้เขาก็เลยมาโพสต์ คนที่มีเรื่องล่าสุดเนี่ยแหละค่ะ ก็เลยมาโพสต์ว่า คุณคิดว่าลูกคุณทำตัวเหมือนถูกกระทำ แต่จริงๆ แล้ว ลูกคุณมาแซะเรา 2-3 เดือนแล้ว คุณรู้ไหมคะว่าลูกคุณเข้าห้องปกครอง 2-3 ครั้งแล้ว
ซึ่งจริงๆ แล้ว น้องจื้อหลิงเข้าห้องปกครองแค่ครั้งเดียว ด้วยเรื่องที่ว่าไปคุยกับฝ่ายปกครอง ว่ามีเพื่อนมาว่าแม่เขาเป็นนางเอกหนังโป๊ น้องโดนแซะก่อน แต่ซึ่งคนละกลุ่มนะคะ ก็เลยจะบอกกับน้องคนนี้ว่าหนูขา จื้อหลิงเข้าห้องปกครองแค่ 1 ครั้ง ด้วยเรื่องที่ว่ามีเพื่อนคนอื่นมาว่าแม่เขาเป็นนางเอกหนังโป๊ มันคนละเรื่องกัน แต่น้องเขาเอามาโพสต์รวม ซึ่งจริงๆ แล้วสิ่งที่น้องโพสต์มาไม่ถูกต้อง นี่ก็ทำให้ลูกเอ็มมี่ได้รับความเสียหายแล้ว”
แจง “น้องจื้อหลิง” เป็นเด็กไม่ค่อยเข้าสังคม หลังคนมองว่าลูกสาว ก็อาจจะแรงเหมือนแม่
“ขออนุญาตชี้แจงเลยนะคะ ถ้าบอกว่าน้องจื้อหลิงจะแรง จื้อหลิงเขาเป็นเด็กที่ไม่มีอะไรเลย ฟังจากคุณครูพูดนะคะ น้องเป็นคนที่ไม่ค่อยเข้าสังคมเยอะ เขาจะอินโทรเวิร์ตคุณครูเขาก็บอกว่าน้องเขาเป็นคนที่ไม่ค่อยสุงสิงกับใครอยู่แล้ว กลุ่มเขาจะมีแค่นี้เลย แล้วเด็กกลุ่มนี้จะเป็นเด็กแบบกะโหลกกะลา ฮาๆ บ้าๆ บอๆ เขาจะเหมือนเรา คือเป็นคนตลก เขาไม่ได้มีอะไรเลย ไม่มีการเข้าข้างลูก
ถ้าวันนี้บ่ายโมงไปโรงเรียน ถ้าลูกผิด เราก็ให้ลูกไหว้ตรงนั้น แล้วหนูโพสต์ออกสื่อด้วย ว่าโอเค มันได้มีการเข้าใจผิด วันนี้จื้อหลิงผิดตรงไหน เอ็มมี่จะทำให้เป็นข้อเป็นข้อ เหมือนที่วันนี้ เอ็มมี่ชี้แจงเป็นข้อเป็นข้อเลย เพราะด้วยความที่คุณแม่ไม่ได้เป็นคนที่สวยหรูมาเนาะ โปรไฟล์ไม่ได้ดี แม่ก็กัดฟันสู้กับทุกสิ่งทุกอย่างมา เพื่อที่จะให้ลูกๆ ได้ดี ดังนั้น บางทีภาพลักษณ์ที่ผ่านมาของแม่ บางทีไอ้ความสู้ตายของเรามันก็ไม่ได้เป็นภาพพจน์ที่ดี ที่จะมาทำให้ลูกเป็นเอาเป็นแบบอย่างได้ แต่เขาก็เลือกในความอดทน ที่จะเอามาเป็นแบบอย่าง แต่เพราะคำว่าความอดทนนี่แหละค่ะ มันทำให้ลูกเอ็มมี่เก็บกด กดดัน แล้วบางทีลูกเอ็มมี่เหมือนคนเสียสติ ทำร้ายตัวเอง โอ้ย หลายอย่าง เคยกลัวลูกจะฆ่าตัวตายด้วยซ้ำ”
ลูกสาวไม่อยากย้าย เพราะรักโรงเรียนนี้มาก
“เคยคุย แต่จื้อหลิงเขาเป็นเด็กที่รักโรงเรียนมาก เขาบอกว่าจะไม่เปลี่ยนโรงเรียน แล้วใกล้จะจบ ม.6 แล้วด้วย ก็เลยอยากจะเรียนที่นี่ให้มันจบเป็นรุ่นๆ ไปเลย คือลูกรักโรงเรียนนี้จริงๆ เขาไม่ไป เคยบอกแล้วว่าจะให้ย้ายโรงเรียน เขาก็ไม่ย้าย วันนี้จริงๆ แล้วเอ็มมี่อยากเจอ ผอ. อยากเจอคุณครู แล้วก็อยากเจอผู้ปกครองของอีกฝ่ายด้วย เราจะจบแบบสวยไหม หรืออยากจบแบบไหน เอ็มมี่จบได้หมด คือตัวเอ็มมี่มันยังไงก็ได้ มันไม่มีอะไรจะเสียแล้ว นึกภาพออกไหมคะ
แล้วจริงๆ ตอนนี้ คือฝั่งเราเสียหายก่อนอยู่แล้ว ก็ถ้าอยากจบสวย เอ็มมี่ก็จบสวยค่ะ แต่ถ้าอยากจบไม่สวย เอ็มมี่ก็ให้จบไม่สวย แต่ทั้งหมดทั้งมวลแล้ว ถ้าวันนี้ลูกเอ็มมี่รักโรงเรียน เอ็มมี่ต้องถามผอ. ก่อนเลยว่า ผอ. สามารถมีมาตรการ หรืออะไรที่สามารถปกป้องและคุ้มครองลูกเอ็มมี่ได้จนถึงจบ ม.6 ไหม เพราะเหลืออีกแค่ 1 เทอม อีก 2 เดือน เด็กๆ ก็จะปิดเทอมแล้ว แล้ว มี.ค. - เมษายน นี้เด็กๆ เขาก็จบแล้วค่ะ”
ถ้าผอ. รับปากตามนี้ได้ ก็สบายใจที่จะให้ลูกอยู่ต่อ แต่สิ่งมาที่กังวลคือแฟนของคู่กรณีจะมาไม้ไหน
“สบายใจ สบายใจมาก เพราะว่าเขารักโรงเรียนนี้ แล้วเขาก็รักเพื่อนในกลุ่มเล็กๆ 4-5 คนของเขา ก็ไม่รู้เลยว่า อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า จะต้องเจอกับอะไร แต่เราพร้อมมาก ถามว่าเราหวั่นไหม เราไม่หวั่นที่จะเจอผู้ปกครองเขา แต่เราหวั่นที่แฟนเขาจะมาไหม แล้วแฟนเขาจะมาไม้ไหน แล้วแฟนเขาจะมามือเปล่าไหม แค่นั้นเลย ก็นัดกันที่โรงเรียนเลยค่ะ มีเรา ลูกเรา ทนายความฝั่งเรา แล้วก็มีผู้ปกครองฝั่งเขา ตัวเด็ก แล้วก็มีคุณครูค่ะ”
ยอมรับอยากเจอแฟนของเด็กคู่กรณี แต่ไม่รู้ว่าจะมาด้วยหรือเปล่า
“ใช่ แต่ทางเราก็ได้มีการบอกแล้ว ว่าถ้าจะมาเคลียร์ เรามาเคลียร์กันที่โรงเรียนไหม คือถ้าคุณคิดว่าคุณเป็นลูกผู้ชายพอ ถ้าจะให้เอ็มมี่ไปตบตีเอ็มมี่สู้เขาไม่ไหว คุณเป็นผู้ชาย แต่ถ้าคุณตีกับผัวเอ็มมี่ ได้อยู่ ประมาณนี้”
คู่กรณีเป็นเด็ก ม.6 เหมือนกัน แต่เรียนคนละห้อง เคารพการตัดสินใจลูก ถ้าอยากเรียนที่นี่ต่อ
“อายุ 17 เท่ากันค่ะ ม.6 เหมือนกัน แต่แค่เรียนคนละห้อง วันนี้เราก็จะถามลูกอีกครั้งเลยว่า ลูกยินดีที่จะเรียนต่อที่นี่ไหม หรือว่าลูกอยากย้าย ก็แล้วแต่น้องจื้อหลิงเลย คือจื้อหลิงเขาก็ค่อนข้างค่อนข้างบ้าเหมือนเราค่ะ เขาพูดเลยว่าเขาไม่กลัว วันนี้เคารพการตัดสินใจของลูก ถ้าตัดสินใจแล้วว่า อยากอยู่ต่อ เอ็มมี่ก็ให้อยู่ต่อ ก็อาจจะมีไหว้วานพี่ๆ ตำรวจ ไปดูความปลอดภัยบ้าง”
มาแจ้งความเพื่อความปลอดภัย หากวันหนึ่งเกิดอะไรขึ้นกับลูกสาว
“ใช่ หนูชัวร์เลย ครั้งนี้ที่มาก็คือเพื่อความปลอดภัยของลูกอย่างเดียวเลย ถ้าวันนี้เกิดอะไรขึ้นกับลูก มันก็ไม่มีใครแล้วค่ะ เพราะว่าอันนี้มันคือสดๆ ร้อนๆ มาก แล้วจื้อหลิงเขาเรียนตั้งแต่ ม.3 ก็อยู่มานี่จะจบ ม.6 ที่ผ่านมาก็ไม่เคยต้องมีแจ้งความอะไรเลย มีครั้งนี้แค่ครั้งเดียวค่ะ เอาจริงๆ ก็ไม่ได้อยากให้ลูกมีปัญหา ก็อยากให้ครูทุกคนเอ็นดู แล้วก็รัก ไม่ใช่อะไร อ้าว เป็นข่าวอีกแล้ว แต่คือเราก็ไม่ได้แจ้งนักข่าวหรืออะไรนะคะ เราก็โพสต์ลงโซเชียลเพื่อเป็นไทม์ไลน์ ว่า อ๋อ ลูกเราโดนแบบนี้ๆ เวลามีอะไร สังคมก็ช่วยเราได้ แค่นั้นเองค่ะ”
เอ็มมี่ฝากถึงคู่กรณีของลูกก่อนก็แล้วกัน หนูขา วันนี้ที่คุณแม่มา คุณแม่ไม่ได้จะมาแจ้งความเอาเรื่อง หรือฟ้องร้องหนูนะคะลูก แต่แม่แค่มาเพื่อแจ้งความให้น้องจื้อหลิงได้รับความปลอดภัยในปัจจุบัน และอนาคต กว่าที่น้องจะเรียนจบ เพราะหนูกับน้องจื้อหลิง ยังต้องเจอกันอยู่ ซึ่งโอเคตัวหนูอาจจะไม่อะไร แต่ตัวแฟนหนู เรายังไม่ได้คุยกัน แล้ววันนี้แม่จะบอกว่า ฟ้องร้องกันไป แม่ก็ไม่ได้อะไรจากหนูเยอะแยะมากมาย แต่แม่แค่ออกมาปกป้องในสิทธิ์ที่แม่จะต้องทำ คือ ปกป้องลูกของแม่ถ้าวันนี้หนูคุยกับแม่แล้ว ทุกอย่างมันโอเค จบ ลูกจับมือกันได้ ก็จับมือกัน แต่ถ้าลูกไม่จบ ทุกอย่างก็ต้องให้เป็นหน้าที่ของกฎหมายนะคะลูก วันนี้ แม่อยากให้เรื่องจบสวย ถ้าหนูยอมรับและพูดความจริง ทุกอย่างก็จบเลยค่ะ”
ไม่ได้มีเจตนาจะทำลายอนาคตเด็ก
“ไม่ ชีวิตไม่เคยคิดจะทำร้ายใครอยู่แล้ว เราต่างคนต่างอยู่ได้ไหมลูก ถ้าวันนี้เราสองคนผิดทั้งคู่ จับมือขอโทษกัน จบ เราอยากเห็นภาพนี้ ที่เรามาแจ้งความครั้งนี้”
ส่วนหนึ่งที่มาวันนี้ เพราะอยากให้เป็นเคสตัวอย่าง
“ถูกต้อง ตอนนี้ในโรงเรียนนี้ มันไม่ได้มีแค่เคสน้องจื้อหลิงค่ะ มันมีคนอินบ็อกซ์มาหาเอ็มมี่เยอะมาก แล้วมีคนเข้าไปคอมเมนต์เอ็มมี่เยอะมาก เป็นพันๆ คอมเมนต์ และมันมีหลายๆ โรงเรียนที่เป็นแบบนี้ ผู้ปกครองขา อย่าปล่อยให้เรื่องเล็กๆ ของลูก ทำให้มันเป็นปม จนทำให้เขารู้สึกว่าเขาต้องบ้าเขาต้องระเบิด อะไรที่เราปกป้องลูกได้จงรีบทำ จากจุดเล็กๆ เพื่อไม่ให้มันเป็นจุดใหญ่ๆ
ถ้าเรารักลูกจริง เราต้องออกมาปกป้อง ปกป้องเขาจากประเด็นที่เล็ก ไม่ต้องให้มันใหญ่จน เห็นไหม สุดท้ายแล้วเพราะอะไร เวลาเด็กไปบอกอะไร พ่อแม่ก็เฉย จนสุดท้ายเด็กทนไม่ได้ ต้องจบด้วยชีวิตตลอด เอ็มมี่เห็นมาหลายเคสแล้ว เดี๋ยวก็มีกราดยิง กราดยิง นี่หนูยังได้แชตลับมาอีกนะคะ จากโรงเรียนบางโรงเรียน มีคนส่งมาขอความช่วยเหลือ ซึ่งเราก็รู้สึกว่าถ้าเดี๋ยวมันไม่จริง เราจะงานเข้า เราก็เลือกที่จะไม่ยุ่งแต่วันนี้มันเป็นโรงเรียนที่ลูกเราเรียน มันเกี่ยวกับชีวิตและความปลอดภัยของลูกเรา แค่นั้นเลย อย่าปล่อยให้คำว่าสาย มาทำร้ายคุณค่ะ”


