ภายหลังจาก “นางภนิดา ศิระยุทธโยธิน”แม่ “แตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์”เข้าแจ้งความ “กระติก อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์”ในข้อหานำพยานหลักฐานเท็จเข้าสู่สำนวนการสอบสวนคดี ชี้ใช้ภาพผู้อื่นอ้างว่าเป็นภาพของตนในชั้นศาล ด้าน “ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์”และนายกองตรี “ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์” อดีตเลขารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ พร้อมกับ “อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์” ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน
ดร.ธนกฤต ระบุว่า เดินทางมาเป็นพยานยืนยันว่าเรือในภาพดังกล่าวเป็นเรือที่ขวัญ อุษามณี นั่งไปไหว้พระ ปล่อยปลา และสังสรรค์กันในวันเกิดเหตุจริง ไม่เกี่ยวกับเรือของแตงโม โดยได้นำลูกน้อง 3 คนที่อยู่ในเรือลำนั้นมาเป็นพยาน ยืนยันว่าภาพถ่ายบริเวณหัวเรือเป็นภาพที่ถ่ายจากมุมมองคนข้างนอก (คือน้องชายของคุณดาด้า) ไม่ใช่ภาพที่ถ่ายโดยคนบนเรือของแตงโม และเพิ่งทราบว่าถูกแอบอ้างนำไปใช้ในสำนวนฟ้องเพื่อสอดไส้เป็นหลักฐานเท็จ ทั้งนี้ เตรียมนำข้อมูลการพิสูจน์ศพและภาพหลักฐานมาเปรียบเทียบกับ อ.ปานเทพ เพื่อตรวจสอบความสอดคล้องกันต่อไป
อ.ปานเทพ อธิบายเพิ่มเติมว่า ภาพเรือของขวัญถูกกระติกนำไปใช้อ้างในชั้นศาล ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อไทม์ไลน์การเสียชีวิตและการตัดต่อภาพเพื่อให้เชื่อว่าแตงโมยังมีชีวิตอยู่ หากคุณแม่ไม่คัดสำนวนออกมาก็ไม่มีทางทราบเรื่องนี้ จึงต้องเชิญ ดร.ธนกฤต และ ขวัญ มาช่วยยืนยันความถูกต้อง
ขณะที่ ขวัญ อุษามณี เผยว่าตนเพิ่งทราบเรื่องหลังผ่านไป 4 ปี จากการตรวจสอบ GPS และไทม์ไลน์ของทีมงาน อ.ปานเทพ เนื่องจากภาพถ่ายดังกล่าวเป็นมุมกว้างที่มองไม่ออกในทันที ภาพในโซเชียลและไอจี Reels ของตนเองยังคงมีหลักฐานวันเวลาลงเรือที่ชัดเจน ยันพร้อมออกมาทำหน้าที่พลเมืองดีและฐานะ “ลูกตำรวจ” เพื่อทวงความยุติธรรมให้แตงโม เพราะเชื่อว่าความจริงมีหนึ่งเดียว แม้จะยอมรับว่ามีความกังวลว่าจะถูกกลั่นแกล้งก็ตาม พร้อมฝากถึงประชาชนและสื่อมวลชนให้ช่วยปกป้องตนและครอบครัวหลังจากนี้ด้วย
“เดี๋ยวพี่ต้องไปดูว่าหลักฐานอันนั้นค่ะ บริบทในรูปภาพมันเป็นยังไง คือถ้าเกิดว่าเราไม่ได้ อ.ปานเทพ หรือว่าทางคณะทำงานของคุณลุงสนธิ (สนธิ ลิ้มทองกุล) แม้แต่ตัวขวัญเอง ขวัญเห็นรูปแบบนั้น ขวัญก็ยังไม่รู้ว่ามันเป็นเรือเรา เพราะว่ามันเป็นมุมกว้างมาก พี่ดาด้าเนี่ย ไม่ได้ตั้งใจที่จะถ่ายขวัญ แต่ว่าเรือที่ขวัญลงอยู่ตรงนั้น อยู่ในบริบทที่องค์ประกอบของภาพ ที่พี่เขาต้องการจะถ่ายสะพานพระราม 8 แล้วที่เรามาทราบกันว่าเรือลำนั้น เป็นลำที่ขวัญอยู่ด้วย เพราะว่าอาจารย์มาเช็กจาก GPS เรือ แล้วก็ลักษณะเรือ เจ้าของเรือ แล้วคนที่ลงเรือมีใครบ้าง ไทม์ไลน์เป็นแบบนี้ ถึงระบุยืนยันบุคคลได้ว่าเป็นขวัญ แล้วก็เพื่อนๆ พี่ๆ ที่เราไปด้วย
ซึ่งทุกคนถามว่า ทำไมขวัญถึงมาบอกตอนนี้ ก็ขวัญเพิ่งทราบ แม่น้ำมีเรือหลายลำ ถึงแม้ว่าเราจะไปวันเดียวกัน เราก็ไม่ทราบว่าเรือของขวัญ มันมีผลกระทบกับคดีของพี่แตงโมด้วยแล้ววันนี้ขวัญก็มายืนยัน ว่าหลักฐานที่อาจารย์ไปค้นพบมา คนที่อยู่บนเรือเป็นใคร เราก็ต้องยืนยันตามข้อมูลที่เท็จจริงว่าเป็นขวัญ แล้วก็พี่ๆ ทีมงาน พี่ๆ ที่เราไปด้วย เราไปกันทั้งหมด 6 คน 3 ใน 6 ก็คือจะเป็นพี่ๆ ที่เราสนิทด้วย ก็คือทีมงานของพี่กฤต (ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์)
แล้วในเรื่องของการที่เราลงโพสต์ ทุกวันนี้ก็ยังมีอยู่ใน Reel ไอจีของขวัญ แล้ววันนี้มันก็จะมีโพสต์ของพี่ที่เขาไปด้วยอย่าง ลงโพสต์วันที่ 25 ว่าขอให้พี่โมปลอดภัยในวันที่ 24 เพราะฉะนั้นข้อมูลที่จะคลาดเคลื่อนว่าขวัญไปลงเรือวันอื่น แล้วมาประจวบเหมาะ มาใช้ว่าเป็นวันที่ 24 กับพี่โมหรือเปล่า ซึ่งอันนี้เป็นไปไม่ได้ เพราะเรามีหลักฐานครอบคลุมหมด ไม่ว่าจะเป็นโลเกชั่นที่เราระบุว่าวันนั้นเราไปวันที่เท่าไหร่ ทั้งในโซเชียลมีเดีย ในไอจีขวัญ ทุกคนสามารถไปแคปได้เลยค่ะ”
ลั่นตนแค่องค์ประกอบ แต่ทุกอย่างต้องกลับเข้าสู่ความเป็นจริงซึ่งมีเพียงหนึ่งเดียว
“คือจริงๆ ขวัญเป็นส่วนหนึ่งขององค์ประกอบทั้งหมด ทุกสิ่งทุกอย่าง อันไหนที่มันผิดแปลกไป ก็ต้องกลับเข้ามาความจริงมีหนึ่งเดียว ถูกไหมคะ แล้วอะไรที่มันผิด เราก็ต้องกลับเข้ามาอยู่ในกระบวนการยุติธรรมใหม่ ในการคัดสรรใหม่ สุดท้ายความจริงก็จะปรากฏอยู่ดี ไม่ว่าจะช้าหรือจะเร็ว”
หากแม่แตงโมไม่คัดสำนวนก็ไม่มีทางรู้ไม่มีทางเห็น
“ผ่านมา 4 ปี สุดท้ายหลักฐานตัวนี้ คือขวัญเองก็ไม่ทราบ ไม่เห็น พี่ๆ สื่อมวลชน ทุกคนที่ติดตามในเรื่องข่าวของพี่แตงโม ก็ไม่เคยเห็นภาพนี้มาก่อน เพราะว่ามันอยู่ในสำนวน ถ้าคุณแม่ไม่คัด ขวัญเองก็ไม่ทราบ ว่าอันนี้ไปอยู่ในหลักฐานของศาล ซึ่งศาลท่านก็ไม่ทราบด้วย เพราะว่าองค์ประกอบทั้งหมดมันชี้ให้ไปแบบนั้น แต่พอตอนนี้เรามีเรื่อง เรื่องราวต่าง ๆ ที่มันสามารถมาประกอบเป็นรูปเป็นร่างได้ มันก็น่าจะเกิดอะไรที่มันดีขึ้น แล้วความจริงก็จะปรากฏ เชื่อว่าพี่โมก็จะได้ รับความยุติธรรมในที่สุดค่ะ (ในทางกลับกัน ถ้าหากหลักฐานของเราไม่เป็นคุณกับแตงโม ตรงนี้จะรู้สึกแย่ไหม?) เราไม่คิดอะไรที่มันเนกาทีฟ หรือในทางลบ ทุกวันที่เราเดินไป เราต้องคิดในทางบวก เหมือนกับความศรัทธาที่คณะทำงานของคุณลุงสนธิ และ อ.ปานเทพ ยังคงทำอยู่ทุกวันนี้ เวลาผ่านไปกี่ปี กี่วัน กี่เดือน แกก็ยังคง มุ่งมั่น แล้วก็รักษาความยุติธรรมให้กับพี่โม เพราะว่าท่านเห็นว่า อันไหนที่มันผิด เราก็ต้องไปหาค้นเจออันไหนที่มันถูกต้องมา”
ยอมรับกังวล หวั่นถูกกลั่นแกล้ง แต่ทำหน้าที่ในฐานะลูกตำรวจ
“ก็มีความกังวลอยู่บ้าง แต่ขวัญเชื่อว่าความจริงก็จะรักษาตัวขวัญ ความยุติธรรมก็ต้องปกป้องคนดี แล้วอีกอย่างหนึ่งก็คือ ถ้าขวัญไม่เลือกที่จะทำ แล้วใครจะทำ เราเป็นลูกตำรวจ คำว่าตำรวจ มันอยู่ในสายเลือดของขวัญ ยังไงท้ายสุด สุดท้าย ขวัญก็ยังเชื่อว่า ตำรวจน้ำดีมีเยอะ แล้วตำรวจมีหน้าที่คือพิทักษ์ปกป้องรักษาประชาชน แล้ววันนี้ขวัญก็เอาความจริงแล้วก็มายืนยันให้พี่ๆ คณะทำงานพี่ๆ พนักงานสืบสวนทุกคน ได้ทราบข้อมูลเท็จจริงเบื้องต้น แล้วก็มันใกล้ความจริงมากขึ้น ทุกอย่างก็จะดำเนินไปได้ด้วยดีค่ะ”
ไม่ได้เช็กฟีดแบ็กหลังเปิดตัวเป็นพยาน เพราะหลับเลย ขอทุกฝ่ายช่วยปกป้องตนหลังจากนี้
“ขวัญทำหน้าที่ของขวัญเสร็จแล้ว ขวัญหลับเลยค่ะ เพราะว่าเมื่อวานนี้ที่ไปคุยกับอาจารย์ มันหนักเกินที่ผู้หญิงคนหนึ่งคือเสียใจ แล้วเจ็บปวดจนตาย แล้วเราเป็นน้อง มันหนักมากสำหรับชีวิตคนๆ หนึ่ง อย่าง ขวัญ อุษามณี ทุกวันนี้ ก็ประชาชนสร้าง ไม่ว่าต่อไปขวัญจะมีชีวิตอยู่ หรือจะไม่มีชีวิตอยู่ หรือจะโดนกดดัน หรือจะโดนอะไรก็แล้วแต่ คำว่าขวัญ อุษามณีก็ขอให้ประชาชน พี่ๆ ทุกคน ผู้ใหญ่ทุกท่าน หน่วยงานคอยดูแลขวัญ ปกป้องขวัญและคุณแม่แล้วกัน เพราะเราก็เหลือกันแค่นี้ (อยากจะบอกอะไรกับคนที่นำภาพไปใช้แบบไม่ถูกต้องไหม?) อันนี้ขวัญไม่พูดค่ะ เพราะว่าไม่ไม่มีประโยชน์”


