กรณีเรื่องราวหดหู่ “คุณฝ้าย” อดีตดีลเลอร์รายใหญ่ของแบรนด์ก๋วยเตี๋ยวเรือชื่อดัง ที่ประสบปัญหาถูกโกงเงินจมและโดนหลอกเอาบ้านไปขายฝาก รวมความเสียหายเกือบ 10 ล้านบาท จนส่งผลให้เกิดภาวะเครียดสะสมอย่างหนักและเสียชีวิตลงด้วยภาวะเส้นเลือดในสมองแตก เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ที่ผ่านมา
รายการ โหนกระแส วันที่ 1 ก.ย. 69 ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดหมายเลข 33 ได้สัมภาษณ์ เอส สามีคุณฝ้าย, เรืองรัตน์ น้องสาวคุณฝ้าย, ผ้าแพร เอเอฟ ผู้เสียหาย, เตือนใจ เสียหาย 2 ล้าน วันที่ลำบากแม่ป่วย ขอเงินคืน 5 แสนไปรักษาแม่ แต่กลับไม่ได้เงินสุดท้ายแม่เสียชีวิต, แพร ผู้เสียหาย, ทนายภัทธ์ธีรา วารัณนิธิศวร์ และ ทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ ในรายการสามีคุณฝ้ายและพ่อคุณฝ้ายถึงกับหลั่งน้ำตา หากไม่โดนโกงเงิน ฝ้ายคงไม่เสียชีวิต
คุณฝ้ายจากไปอย่างสงบวันที่เท่าไหร่?
เอส : วันที่ 27 ส.ค. ที่ผ่านมา เมื่อวานเพิ่งเผาศพไป เมื่อเช้าเพิ่งเก็บกระดูกไป
เหตุการณ์เกิดอะไรขึ้น เรื่องมันคืออะไร?
เอส : จริงๆ ผมกับฝ้ายทำงานที่บริษัทเอกชนแห่งนึง ก็อยากหารายได้เพิ่ม ก็หาสินค้าตัวนี้มาขาย ทำธุรกิจกันมา เราจ่ายเงินไป เขาส่งของปกติ แต่มีช่วงหลังที่ส่งของให้เราแปลกๆ เริ่มส่งบ้างไม่ส่งบ้าง สุดท้ายไม่ส่งสินค้าปิดโรงงานหนีไปเลย เราก็พยายามทวงถามต่างๆ นานา คุณฝ้ายพอรู้เรื่องเขาก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ เครียดมาก นั่งคุยกันคือคุยไม่รู้เรื่องเลย
ช่วงนั้นนะ?
เอส : ใช่ ก็พยายามติดต่อผู้เสียหายด้วยกัน เราอยากเรียกร้องเงินของเราคืน ติดต่อทนาย ติดต่อต่างๆ เพื่อดำเนินคดี
ตอนนั้นฝ้ายลงเงินไปเท่าไหร่?
เอส : มันเป็นงวดๆ ไปเรื่อยๆ ก้อนสุดท้ายที่เราไม่ได้เงินคืน ไม่ได้สินค้าด้วย ค้างอยู่ที่ 5 ล้านบาท
บ้านล่ะ?
เอส : บ้านที่เขารับปากว่าจะผ่อนให้เรา โดนยึดไปประมาณ 5 ล้าน ตัวบ้านผมซื้อมาประมาณ 5 ล้านพอเราประกาศขายในราคา 5 ล้าน เขารับปากจะมาซื้อบ้านผม แต่เบื้องต้นขอเอาไปขายฝากก่อนนะ
เรืองรัตน์ : บ้านหลังนี้เริ่มต้นเขาซื้อบ้านกันมา ผ่อนหมดในระยะเวลา 5 ปี ตัวบ้านราคา 5.6 ล้าน เมื่อครอบครัวเติบโตก็ขยับขยายมาซื้อบ้านอยู่ละแวกเดียวกัน ต้องการเป็นจุดศูนย์กลางของครอบครัว ความคาดหวังของพี่ฝ้ายคือต้องการขายบ้านราคา 5.6 ล้านแล้วนำเงินบางส่วนมาโปะหนี้บ้านหลังที่ซื้อใหม่ ณ ปัจจุบัน ซึ่งตอนนั้นตัวอีกแบรนด์นึงเขาจะซื้อค่ะ
ทนายภัทธ์ธีรา : เหมือนเขาจะซื้อบ้านหลังคุณฝ้าย โดยเขาจะย้ายมา และประสานกับคุณฝ้ายว่า ระหว่างนี้จะเอาลูกเอาครอบครัวย้ายมาอยู่ที่นี่เหมือนกัน เขาจะซื้อบ้านคุณฝ้ายโดยจะเอาบ้านไปขายฝากก่อน พอเสร็จแล้ว ถ้าเขาขายบ้านหลังของเขาที่นนทบุรีได้ เขาจะเอาเงินมาจ่ายให้คุณฝ้าย ปรากฏว่าบ้านเขาที่นนทุบรีที่บอกจะขายเอาเงินมาจ่ายเรา บ้านหลังนั้นโดนยึดไปแล้วค่ะ ก็เป็นกลอุบายจะมาเอาบ้านหลังนี้ไป
คุณฝ้ายรู้จักเขาได้ยังไง?
เอส : ซีอีโอกับดีลเลอร์ตัวแทน ตอนแรกไม่ได้สนิทสนมอะไรกันเลย หลังๆ เขาเริ่มเข้ามาตีสนิทให้คุณฝ้ายเชื่อใจคุยเช้าคุยเที่ยงคุยกลางคืน คุยเรื่องครอบครัวต่างๆ จนไว้ใจกันระดับนึง เขามาขอตีสนิท มาให้เราขายฝากบ้านเพื่อเอาเงินไปช่วยเขาหมุนธุรกิจ ก็รับปากต่างๆ นานา สุดท้ายไม่ได้ชำระเงินให้เรา
ข้อตกลงมันเป็นยังไง วิธีการคือยังไง?
ทนายภัทธ์ธีรา : ซื้อขายปกติค่ะ
เขาบอกซื้อเขาในราคาต้นทุน แล้วเอาไปทำกำไรได้ คุณฝ้ายจ่าย 5 ล้านก่อน ของได้มั้ย?
ทนายภัทธ์ธีรา : ช่วงปีแรกได้นะคะ ช่วงโควิดซื้อขายจบแล้ว แต่ตอนหลังๆ เป็นวิธีการใหม่ๆ เพื่อขายให้ทางนี้ซื้อเพิ่มขึ้นๆ แต่สุดท้ายไม่ได้ของค่ะ
เขาก็ยอมรับว่าเขาขาดสภาพคล่อง มีการติดเงิน ของต่างๆ ไม่ได้ให้ จาก 5 ล้าน มีบ้านอีก 5 ล้าน รวมเป็น 10 ล้าน ผัวเมียคู่นี้รู้ ซื้อขายก๋วยเตี๋ยวเรือด้วยกัน ก็ติดต่อว่าจะมาเอาเองบ้านที่จะขายแต่ขอเอาเข้าแบงก์ก่อน แล้วจะเอาเงินมาหมุนก่อน จะไปขายบ้านนนทบุรี แล้วจะเอาเงินนั้นไปชำระที่แบงก์ แล้วจะเอาบ้านหลังนี้เป็นของฉัน พาลูกพาญาติมาอยู่ที่นี่ เป็นเพื่อนกัน สุดท้ายทนายบอกเป็นกลอุบาย คุณฝ้ายยอมให้เขาเอาบ้านเข้าแบงก์ เอาเงินไปใช้ก่อน ปรากฏบ้านนนทบุรีโดนยึดไปแล้ว บ้านหลังนี้ก็ไม่ผ่อน แต่บ้านขายฝากไปแล้ว คุณฝ้ายเสียบ้านฟรีๆ ไปเลย 5 ล้าน จากนั้นคุณฝ้ายทวงความเป็นธรรมยังไงบ้าง?
เอส : สำหรับเรื่องบ้านเขาโทรหาทนาย ทนายบอกจะทำไรก็ทำเลย เขาไม่มีเงินจ่ายให้แล้ว
จากนั้นมาออกโหนกระแส?
เอส : ออกโหนกระแสเดือนพ.ย. แล้วบ้านโดนยึดเดือนธ.ค. คุณฝ้ายเลยทำคลิปว่าติดต่อทนายไปแล้ว แล้วก็ได้คำตอบแบบนี้
เปิดคลิปคุณฝ้ายอัดคลิปร้องไห้ ทนายบอกไม่มีเงิน ทำอะไรก็ทำเลย ฝ้ายผิดอะไรทำไมต้องทำกันขนาดนี้ จะมีสักหนมั้ยที่จะออกมาคุยกันดีๆ วันนี้อยู่ดีๆ ปล่อยบ้านโดนยึด วันนี้อยากเรียกร้องในสิทธิ์ความถูกต้องทุกสิ่งทุกอย่าง ใครที่หลอกเอาบ้านเราไป ไม่ควรลอยหน้าลอยตาแบบนี้ ในวันนี้ไม่มีความสำนึกผิดอะไรเลย แล้วคนนั้นมาทำร้ายเราขนาดนี้ จริงๆ วันนี้อยากเล่าให้ทุกคนฟัง เพราะมีคนถามกันเยอะว่าเป็นยังไงบ้าง นี่คือคลิปคุณฝ้ายที่ระบายเอาไว้ก่อนหน้านี้ ตลอดระยะเวลาคุณฝ้ายก็ไม่ได้งอมืองอเท้าในการต่อสู้ เธอไปขึ้นแบรนด์ใหม่ชื่อว่าเรือทอง ณ วันนี้อยากกราบขอเถอะ ใครที่ชอบไปอุดหนุนซื้อเลย ก๋วยเตี๋ยวเรือคนๆ นึงที่พยายามต่อสู้เพื่อหาเงินจุนเจือครอบครัว ใช้หนี้ใช้สิน จนกระทั่งชีวิตเธอหาไม่ เป็นสิ่งที่คุณฝ้ายทิ้งเอาไว้สุดท้าย ใครสนใจคุณสามารถไปสั่งไปกินกันได้ หลังออกโหนกระแส ก็ยังเงียบอยู่ ได้ติดต่อมั้ย?
เรืองรัตน์ : ของพี่ฝ้ายติดต่อทุกช่องทางที่ติดต่อได้ แต่ตามเฟซบุ๊กเขาบล็อกหมดค่ะ แกก็ได้แต่โพสต์หน้าเฟซบุ๊กตัวเองอยู่ตลอดเรื่อยมา
เขาปิดการติดต่อเหรอ?
เรืองรัตน์ : ใช่ค่ะ ตัวเฟซบุ๊กเคยคอนแทคกัน โดนปิดไปเรียบร้อยแล้วค่ะ
อาจสงสัยทำไมกลับมาทำเรื่องนี้อีก คุณฝ้ายเสียชีวิตแล้ว เส้นเลือดในสมองแตก เพิ่งเสียชีวิตเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เมื่อวานฌาปนกิจไป วันนี้เพิ่งเก็บกระดูก คนที่คุณผู้ชมเห็นในจอภาพร้องไห้ ทวงความเป็นธรรมจนชีวิตหาไม่ มันแย่มากนะ สำหรับคนมีลูก 3 คน มีคุณพ่อคุณแม่อายุมาก มีสามี มีน้อง มีภาระที่ต้องรับผิดชอบเยอะแยะมากมาย แต่กลับไปโดนอย่างนี้ คนตายพูดไม่ได้หรอก ผมบอกเลย แต่ร่องรอยที่คนตายฝากเอาไว้มันมีครับ แต่ยิ่งสู้ฝ้ายยิ่งเหนื่อย ยิ่งตามยิ่งผิดหวัง จนหลายครั้งเผลอพูดว่าช่างมันเถอะ เดินหน้าใหม่ สร้างใหม่ในนามแบรนด์เรือทอง เธอทำทุกวิถีทาง คุณเอส ทำไมคุณฝ้ายถึงเส้นเลือดในสมองแตก เหตุมันเกิดอะไรขึ้น?
เอส : ไปบันทึกประจำวันที่กองปราบ วันที่ 22 ส.ค. 68 วันที่คุณฝ้ายไม่สบายคือวันที่ 22 ส.ค. 69 หนึ่งปีพอดี วันนั้นเขานั่งทำงานอยู่ที่บ้าน ตร.โทรมาแจ้งความคืบหน้าคดี บอกว่าตอนนี้ได้สำนวนจากกองปราบแล้ว จะดำเนินการต่อให้นะ หลังจากนั้นเขาเริ่มรีโพสต์ถามความยุติธรรมและโทรหาพี่ที่เสียหายปรึกษากัน เขาก็เริ่มมีความเครียดกลับคืนมา แต่ไม่ได้บ่นว่าปวดหัวอะไร กินข้าวได้ปกติ แล้วก็ขึ้นไปนอน แล้วก็เกิดเหตุการณ์ขึ้น เกือบๆ ตีสอง ตอนนั้นผมเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ ผมทำงานอยู่ข้างล่างดึกขึ้นไปทีหลัง ผมขึ้นไปเดินผ่านเตียงนอนเขานอนหลับไปแล้ว ผมก็ไปดูออเดอร์ ไปดูอะไรในมือถือ คุณแม่เคาะประตูห้องน้ำว่าช่วยฝ้ายหน่อย คุณแม่เล่าว่าเขาเดินออกจากห้องนอนตัวเองไปเคาะห้องนอนคุณแม่ บอกช่วยฝ้ายหน่อย ฝ้ายเจ็บ น่าจะเจ็บหัวมาก คุณแม่จับมือเขา เขาก็นั่งทรุดไปเลย แล้วก็หลับไปเลย จากนั้นส่งรพ. เบื้องต้นไปห้องฉุกเฉิน คุณหมอเอ็กซเรย์สมอง บอกว่ามีเลือดออกในสมองเยอะมาก
แตกเลยไม่ได้ตีบ ไม่ได้ตัน เส้นเลือดแตกเลย?
เอส : ใช่ครับ แล้วก็รอคุณหมอเวรเช้าเป็นคุณหมอศัลยกรรมมาคอนเฟิร์มว่าสมองเขาเลือดออกเยอะมาก ทำให้ก้านสมองเสียหาย คุณหมอบอกว่าไม่น่าผ่าตัดได้ ให้ทำใจ
ผมถามว่าคุณฝ้ายมีอาการหรือมีโรคประจำตัวอะไรมั้ย ทางญาติบอกว่าไม่มี และได้ถามคุณหมอซ้ำว่า มันเกิดขึ้นได้ยังไง ความเครียดเกี่ยวมั้ย คุณหมอตอบว่า?
เรืองรัตน์ : ความเครียดเป็นปัจจัย ให้ความดันโลหิตสูงค่ะ
อยากให้สังคมได้รับรู้ว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับครอบครัวนี้ เขามีลูก 3 คน แม่ต้องต่อสู้ปากกัดตีนถีบ สุดท้ายเขาเส้นเลือดในสมองแตกเพราะความเครียด เขาอาจมีโรคประจำตัวก็ได้ แต่ที่แน่ๆ คุณหมอบอกว่าความเครียดคือปัจจัย?
เรืองรัตน์ : คุณหมอบอกว่าคนเรามีความเครียด ตัวเส้นเลือดจะยืดหดขยาย ทำให้ความดันสูง สภาพหลอดเลือดจะเสื่อม ตัวนั้นเป็นสาเหตุให้เกิดได้
ปกติฝ้ายเครียดเรื่องอะไร?
เอส : มีเรื่องนี้เรื่องเดียว ถ้าที่เขาบ่นก็เรื่องคดี
ทนายภัทธ์ธีรา : เขาอยากได้เงินเขาคืนค่ะ เงินที่เขาทำมาหากินมาทั้งชีวิต ครอบครัวควรได้ใช้
เขาเครียดเรื่องลูกหรือเปล่า?
เตือนใจ : ไม่ใช่ค่ะ ตอนเกิดปัญหากัน พี่ น้องแพร ฝ้าย บางทีตีหนึ่งตีสองยังทักหากันอยู่เลยค่ะ น้องทักมาว่าแม่หลับมั้ย ไม่หลับเหมือนกัน เราจะวนกับสิ่งที่เราเจอ ว่าทำไมต้องเกิดกับเรา ดึกดื่นเราก็จะทัก แม้แต่วันที่น้องจะไป น้องโพสต์เยอะ ก็ทักไลน์ไปว่า ฝ้าย ทำไมหนูโพสต์เยอะจัง วันนั้นน้องคุยกับพี่ประมาณชม.ว่าหนูไม่ไหว เขาเล่าว่าเงินเขาไม่ค่อยจะพอใช้เลย หนูใช้แต่เงินกรรมการ หนูขับรถไปทำงานที่นนทบุรี ค่าน้ำมันก็แพง แม่หนูไปดูรถ หนูอยากได้รถไฟฟ้า หนูยังไม่มีเงินดาวน์เลย เขาก็เครียดเรื่องนี้ค่ะ วันนั้นเราคุยเรื่องนี้กันตลอด พี่ยอมรับว่าเรื่องนี้ทำให้พวกเราเครียดกันมาตลอด เพราะมันเป็นเงินของเรา ที่เราหากันมาได้ อย่างพี่ก็บอกตรงๆ ว่าอาจเป็นเงินก้อนสุดท้ายในชีวิตพี่ก็ได้ที่พี่ต้องใช้ แต่น้องฝ้ายเขามีภาระ มีลูก เขาต้องกลายเป็นหนี้บ้านอีกหลังนึง ภาระเขาเยอะค่ะ เราคุยกันมาตลอดค่ะ
ยืนยันว่ามีเรื่องเครียดเรื่องนี้เรื่องเดียว?
ทนายตุ๋ย : คนทำธุรกิจน่ะครับ เริ่มต้นจากไม่มีอะไรจนมี มีวันนึงคนนึงทำอะไรก็ตามแต่เพื่อความต้องการของตัวเอง เพื่อจะรวยทางลัด แต่กลับมายืมมือคนอื่น ข้ามไปทางลัด โดยไม่ได้นึกว่าเขาเริ่มต้นอะไรมา ถ้าพูดตามหลักกฎหมาย ต้องมีเหตุก่อนมันถึงมีผล
เอส : ถ้าคนอื่นโดนโกง จนเหลือ 0 บาท แต่ฝ้ายติดลบนะครับ (เสียงเครือ) ในวันที่เขามาใช้กลอุบายเอาเงินของเราไป ฝ้ายต้องไปรูดบัตรเครดิตให้ ไปยืมเงินพ่อแม่มาให้ ฝ้ายติดลบไป 2 ล้าน วันที่เขาเสียใจมากคือเงินในบัญชีมี 215 บาท เขาไม่มีเงินซื้อขนมให้ลูก (ร้องไห้) ต้องเอาไปใช้หนี้บัตรเครดิต กับคุณพ่อคุณแม่ที่ยืมญาติๆ มาเพื่อเอาเงินให้คนนี้ บอกเลยเขาติดลบ (ร้องไห้) เขาจะไม่ยอมติดบูโร เขาพยายามเคลียร์ เขาเป็นหนี้ เขาต้องใช้ จิตใจเขาเป็นอย่างนั้น
ทนายตุ๋ย : อีกคนไม่ได้รู้สึกอะไรเลย ข้ามความลำบากเพื่อจะไปรวยอย่างรวดเร็ว
เอส : บ้านหลังปัจจุบัน ก็ยังไม่รู้เลยว่าต่อไปจะโดนยึดหรือเปล่า เพราะผมกับฝ้ายตั้งใจกันว่าจะเอาบ้านที่โดนยึดไปมาโปะบ้านหลังปัจจุบัน ไม่งั้นเราไม่กล้าซื้อบ้านหลังใหม่ แต่พอวันนี้เขาไม่อยู่แล้ว สภาพการเงินมันก็ไม่ค่อยดี บ้านขายฝากในนามคุณฝ้าย พอนายทุนเขาโอนเงินให้ฝ้าย เขาก็โอนให้วันนั้นเลย
เท่ากับฝ้ายเป็นหนี้อีกก้อน 5 ล้าน?
เอส : ตอนนี้เขายึดบ้านไปเลย
เท่ากับฝ้ายเสียบ้านฟรีๆ ไปเลย 1 หลังกับคนนี้?
เอส : บ้านปัจจุบันถ้าไม่ไหวก็คงโดนยึดไปอีก
ตอนเขามาเขายอมรับเรื่องนี้มั้ย?
เอส : เขาไปคุยกับคนอื่น ว่าคุณฝ้ายเป็นหนี้เขา คนบ้าที่ไหนจะขายฝากบ้านตัวเองมาให้เขาล่ะ ต้องเป็นหนี้เขาสิ กลายเป็นคุณฝ้ายเป็นหนี้เขาเฉยเลย คุณฝ้ายเขาก็ดิ่งมาก รักมึง แต่ทำไมมึงทำกับกูแบบนี้
คุณพ่อคุณฝ้ายเป็นยังไงตอนนี้?
เอส : แย่ครับ สภาพจิตใจแย่
พ่อเป็นไงบ้าง?
พ่อฝ้าย : กินไม่ได้นอนไม่หลับ (น้ำตาไหล) ตอนแรกผมมาอยู่กับลูก ดูแลตั้งแต่บ้านหลังแรก ครอบครัวผมเวลามีเทศกาลปุ๊บ แทนที่จะไปแบบครอบครัว ถ้าลูกผมไป ลูกเขยก็ต้องอยู่ เพื่อทำโอที เพื่อได้เงิน ทุกอย่าง เงินเดือน เงินโอที โบนัสของลูกทั้งสอง เพื่อมาผ่อนบ้านหลังแรกให้ แต่สรุปแล้ว บ้านที่ได้โดยน้ำพักน้ำแรง โดนยึดไปแล้ว โดยที่ครอบครัวต้องการเดินหน้าต่อไปให้มีความอบอุ่นอะไร แต่มาเจอแบบนี้ ก่อนฝ้ายเสียชีวิตผมก็ดูตลอด
ฝ้ายมีพูดอะไรกับคุณพ่อมั้ย?
พ่อฝ้าย : ทุกคนอยู่ดีมีสบาย แต่พอโดนโกงปีที่แล้วมา ผมก็ไม่สบายใจเหมือนกัน ก่อนเสียชีวิต ผมก็ดูในโทรศัพท์ เป็นเพื่อนกับลูก ก็ดูตลอด ผมเห็นแล้วว่าลูกเริ่มไม่สบายใจ แต่วันเกิดเหตุ ผมนอนอยู่บ้านได้รับโทรศัพท์แทบช็อกครับ (ร้องไห้) ครอบครัวอบอุ่นมาตลอด ถ้าไม่มีเรื่องนี้ ผมคิดว่าฝ้ายคงไม่ตายครับ
ถ้าไม่มีเหตุการณ์นี้ เชื่อว่าลูกสาวคงไม่อยากมีชีวิตอยู่ คุณฝ้ายเครียดจริงๆ ในวันที่ลูกอยากกินขนม คุณฝ้ายไม่มีเงินซื้อขนมให้ลูกกิน เพราะคุณฝ้ายเอาเงินไปคืนญาติที่เขาไปยืมมาต่างๆ นานา คุณเตือนใจ มีลักษณะคล้ายกัน ลงทุนไป 2 ล้าน ไม่ได้เงินคืน แม่ป่วย เธอขอเงินกลับคืนมา 5 แสน เพื่อเอาเงินไปรักษาแม่ สุดท้ายฝั่งคู่กรณี ไม่ให้ คุณแม่เสียชีวิต เนื่องจากไม่มีเงินรักษา คุณฝ้ายมาออกรายการเรียกร้องความเป็นธรรมที่โหนกระแส วันที่ 6 พ.ย.68 วันนั้นผมไม่ได้อยู่ เป็นคุณหมวยทำ วันนั้นผมไม่สบาย ไม่ได้มา ลาไป 3 อาทิตย์ ผมคิดว่าเรื่องนี้น่าจะผ่านกระบวนการคืนเงินไปแล้ว เพราะเขาพูดว่าเขาจะชดใช้ให้ ที่น่าตกใจกว่านั้น ทำไมคุณฝ้ายถึงเชื่อใจน้ำแข็งกับแฟน ยืนยันว่าฝ้ายไม่ได้เป็นหนี้เขาอยู่ใช่มั้ย ทำไมยอมให้บ้านหลังนั้นเขาไป?
เอส : ไม่ได้เป็นหนี้เขาเลยครับ ด้วยกลอุบายที่เขาพูดมา ฝ้ายมีลูกค้าเป็นตัวแทนต่างประเทศเวลาเขาสั่งซื้อ เขาจะโอนเงินให้คุณฝ้าย คุณฝ้ายก็จะโอนเงินให้ทางบริษัท สิ่งที่เขาเอามาเล่นกลอุบายคือถ้าเธอไม่ช่วยฉัน ฉันไม่มีสินค้าผลิตให้เธอนะ ถ้าเธอส่งสินค้าให้ต่างประเทศไม่ได้ เธอมีปัญหานะ ซึ่งต่างประเทศเรือมันมารอแล้วครับ ถ้าไม่มีสินค้าขึ้นเรือ เขาอาจมาฟ้องเรากลับได้ ซึ่งฝ้ายเขาพยายามรักษาลูกค้า รักษาแบรนด์ เขาก็หลงเชื่อ ก็เอาไปขายฝากก่อน
ทนายตุ๋ย : คุณฝ้ายเป็นนักธุรกิจที่รับผิดชอบในเครดิตตัวเอง


