xs
xsm
sm
md
lg

“ทนายอาร์ม” ยัน “ยัต” อยากคืนเงิน “ต้า” คุยยอด 19 ล้าน แจงปมเรียกเงินเว็บพนัน เป็นการเรียกค่าเสียหาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ทนายอาร์ม” ยัน “แอม” ถือหุ้น 2% ไม่ใช่ขบวนการโกง เผย “ยัต” ร้องไห้หลังเคลียร์ใจกับ “ต้า” เชื่อมีโอกาสจบปัญหา เหลือเพียงตัวเลขที่ต้องตกลงกัน พร้อมแจงปมเรียกเงินเว็บพนัน เป็นการเรียกค่าเสียหาย

กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนจับตา สำหรับความขัดแย้งระหว่างสองเพื่อนรัก “ยัต ชัยโสโร” และ “ต้า เฟ็ดเฟ่” ที่ล่าสุดทั้งคู่ได้เปิดใจเคลียร์ใจกันในรายการ “โหนกระแส” โดยมี “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” เป็นคนกลาง ซึ่งหลังจบรายการ “ทนายอาร์ม” ทนายความของ “ยัต” ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกของลูกความ รวมถึงประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยเผยว่าหลังจบรายการ ยัตถึงกับนั่งร้องไห้ เพราะมีความกดดันสะสมมานาน และรู้สึกเหมือนได้ระบายความจริง รวมถึงได้พูดคุยกับเพื่อนต่อหน้า โดยมองว่าการพูดคุยครั้งนี้ประสบความสำเร็จไปแล้วประมาณ 70% เหลือเพียงเรื่องยอดเงินที่ต้องตกลงกัน

“เมียแกไม่ได้ไฟต์ คือเมียแกรู้ข้อเท็จจริง คือพี่ยัตจริงๆ แกไม่เก่งเรื่องโซเชียลเลยนะ เมียแกจะรู้ข้อเท็จจริง แต่สังคมก็ไปวิพากษ์วิจารณ์ว่า 2 เปอร์เซ็นต์ทำไมพูดเยอะจัง จริงๆ ไม่ใช่เรื่อง 2 เปอร์เซ็นต์พูดเยอะจัง มันคือหน้าที่ภายในบริษัทที่เมียเขารู้เรื่องดี วันนี้ที่พี่ยัตไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ คือกดดันครับ กดดันตอนที่จบ พี่ยัตนั่งร้องไห้ แล้วก็เครียดมาก คือเหมือนได้ระบายความจริงออกมา แล้วได้เจอหน้ากับเพื่อนที่คุยกันในลักษณะว่า ระบายอารมณ์มากกว่าในศาล คือการคุยกันโดยมีพี่หนุ่มเป็นประธาน ทำให้สองคนเหมือนได้พูดกันออกมาทั้ง 2 ฝ่าย พี่ยัตก็รู้สึกได้พูดแล้ว แนวโน้มในการคุย ก็ถือว่าประสบความสำเร็จไป 70 เปอร์เซ็นต์แล้ว เหลือเรื่องเดียวที่จะไม่ประสบความสำเร็จคือเรื่องยอด ผมพูดตั้งแต่แรกเลยด้วยซ้ำว่ายังไงก็ต้องจ่าย

ส่วนที่ร้องไห้ คือเขาร้องตอนจบรายการ คือมันกดดันจริงๆ นะ คนที่นั่งอยู่ คือระหว่างเพื่อนรักกันแท้ๆ แล้วพอดีดูคอมเมนต์ คือบางทีเราไม่ได้เป็นอย่างนั้น คือความคิดเขา ตัวพี่ยัตเองเข้าใจว่าเพื่อนเนี่ยใส่ร้าย ส่วนพี่ต้าก็บอกเปล่า กูถูกมึงทำจริงๆ พี่ยัตบอก ไม่ใช่ มึงพูดแบบนั้น เพื่อนก็บอกก็ใช่ไง กูพูด แต่กูเป็นโรค ก็เลยไม่ตรงกัน พี่ยัตเขาร้องไห้หลังจากได้คุยกับเพื่อนครับ ฝ่ายพี่ยัตก็ดูคอมเมนต์ แต่มันไม่ได้มีผลอะไรหรอก คือผมแค่มาแก้ตัวแทน คือสังคมโซเชียล เวลาคุณไปเมนต์เขา แล้วคนอื่นเมนต์กลับ คุณไม่มีโอกาสพูดเลย คุณเล่นใส่ยับเลย

อย่างผมนี่โดนยับเลย ผมไปเป็นทนายให้เขา ผมโดนตั้งแต่คืนแรก ทั้งๆ ที่ผมไม่ได้เป็นอะไรเลย ไม่ได้โพสต์อะไรเลย แล้วปกติผมก็ไม่ค่อยใช้เฟซบุ๊กอยู่แล้ว อย่างเช่น มาว่าผมบอกว่าเป็นทนายไปกู้เฟซบุ๊ก เหมือนทำนองว่าโง่หรือเปล่า ไปจ้างทนายมากู้เฟซบุ๊ก คือผมกู้ในนามของการทวงทรัพย์สินคืน คือบางคนไม่รู้นะครับว่าการกู้เฟซบุ๊กเนี่ย คือการทวงทรัพย์สินคืนนะครับ ไม่ใช่เป็นเรื่องของการใช้เทคนิคในการกู้

ก่อนที่จะออกรายการเนี่ย เราตั้งธงเหมือนเดิมครับ ธงเราตั้งแต่วันแรกคือการคุยว่าจะจ่ายกี่บาท อย่างเราไปคุยในศาล มันมีข้อตกลงเรื่องการจ่ายนะ ไม่ใช่ไม่มีนะ มันก็จบไปบางเรื่องแล้ว แต่พอมาวันนี้เหมือนว่ายอดทั้งหมดแล้วจบหมดเลย ทุกคนเดินหน้าทำมาหากินต่อไป ถือว่าดี (แสดงว่ายัตพร้อมที่จะชดใช้?) จะใช้คำว่าชดใช้มันไม่ได้ครับ มันเป็นเรื่องเงินผลประโยชน์ที่มีในบริษัท แล้วก็แบ่งกัน ไม่ใช่เรื่องการชดใช้ เรื่องนี้ไม่มีใครผิด มีทนายผิดเต็มๆ ตอนนี้ บ้านแตก”

ยันเรื่องให้ “แอม” ถือหุ้น 2% ไม่ได้มีขบวนการการตั้งใจโกง
“เรื่อง 2 เปอร์เซ็นต์เนี่ย คนไม่เคยทำธุรกิจก็พูดไปเรื่อยเปื่อย มันคนละเรื่อง เรื่อง 2 เปอร์เซ็นต์คือเขาเป็นพนักงานคนหนึ่งในบริษัท เขามีหน้าที่หนึ่งในบริษัท ก็เลยทำหน้าที่ในบริษัทเขา เขาก็เลยรู้เรื่องว่า มันเกิดอะไรขึ้น แล้วเขาอยู่ในเหตุการณ์หมด แค่นั้นเอง มันไม่เกี่ยวเกี่ยวกับ 2 เปอร์เซ็นต์ แต่ไอ้ 2 เปอร์เซ็นต์นี่คือ มันเป็นเรื่องผลประโยชน์ ซึ่งการที่มีผลประโยชน์ 2 เปอร์เซ็นต์ ก็ไม่ได้มีผลอะไรนะ ผมก็บอกแล้ววันนั้นทำไมพี่ต้าไม่เอาเมียมาเป็นหุ้นส่วนบ้างล่ะ มันไม่ได้เกิดกระบวนการ คืออย่างนี้พี่ยัตจะน้อยใจว่า คือไอ้วันนั้นเนี่ย ที่เอาเมียมาถือ 2 เปอร์เซ็นต์เนี่ย มันไม่ได้มีขบวนการตั้งใจโกงนะ คนโกงอะไรโอนกันเข้าบัญชีตัวเอง”

หลายคนเลยมองว่า “ยัต” หูเบา เชื่อเมียเลยทำให้เกิดเหตุการณ์เพื่อนหักหลังกัน
อ๋อ ไม่ต้องสงสัยครับ มีส่วน ผมเลยเลิกมีเมียไง ผมโสดไง เพราะผมไม่อยากเชื่อเมีย (แสดงว่าเรื่องจริงใช่ไหม?) ผมไม่รู้ว่าเชื่อหรือเปล่าไง แต่เพียงแค่ว่าคนเรามันใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน มันนอนอยู่ด้วยกัน มันกินอยู่ด้วยกัน เขาก็ต้องคุยกัน 2 คน ถูกไหม มันก็เป็นธรรมดา คือการปรึกษาหารือ จะไปบอกเขาเชื่อเมียก็ไม่ได้ ก็ไม่ใช่นะ เพราะว่าเขาต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน สมมติเมียบอกว่าให้เดินไปข้างหน้า แล้วจะทำยังไง เขาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน มันก็คือต้องเดินไปข้างหน้า คือสิ่งที่เกิดขึ้นมันก็สะท้อนปัญหาหลายๆ อย่างนะ อย่างผมโดนคุกคามจากการเป็นทนายความ ให้กับฝ่ายที่โดนตั้งข้อสังเกตว่าโกง ผมก็รับสภาพแล้ว ทุกวันนี้ก็คือยังดีนะที่หย่าร้างแล้ว ขุดมาหมดเลย”

ไม่ถึงขนาดคำว่าเชื่อเมียแล้วพัง
“ผมว่าไม่นะ เรื่องนี้ไม่ถึงขนาดนั้นนะ คือถ้าเชื่อเมียแล้วพังเนี่ย มันต้องเดินเข้าเรือนจำ หรือล้มละลาย อันนี้ผมถือว่าเชื่อเมียแล้วอยู่บนพื้นฐาน คือถ้าพี่ยัตไม่เชื่อเมีย พี่ยัตจะปรึกษาใคร คือวันนั้นถ้าพี่ยัตเจอผม ก็อาจจะมากกว่านี้ แต่ทนายตุ๋ย (พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์) ดันมาใส่ผมอีก ถ้าเชื่อผมวันนั้นอาจจะพังมากกว่านี้อีก เห็นไหมมันก็เหมือนกัน คือถ้าวันนั้นพี่ยัตไม่เชื่อเมีย มันอาจจะพังมากกว่านี้ก็ได้ คือเมียเขาคอยปลอบประโลมใจกันมาแต่ต้นด้วยนะ เอาเรื่องจริงๆ คือเมียคอยเดินให้ เหมือนเราไม่สบาย อยู่บ้านก็เมีย เมียก็คอยประคับประคองเรา”

เวลาเกิดปัญหา ระหว่างทนายกับเมีย เชื่อใครดี
“ถ้าเรื่องผม ผมเชื่อทนายนะ คือเมียเนี่ยไม่ได้ออกตัวว่าต้องไม่คืนพี่ต้านะ ผมยืนยัน เมียก็ไม่ได้บอกเลยนะ คือผมก็ไม่ได้บอกว่าต้องไม่คืนนะ คือเมื่อวันหนึ่งเพื่อนกลับมาเอา ถามว่ามันต้องคืนไหม ถ้าทางกฎหมายผมว่ามันไม่ต้องคืน แต่ในทางที่พี่ยัตก็บอก เขาก็อยากคืน มันก็ไปสู่คนกลางก็คือพี่แอ๊ะ เขาก็ไม่เชื่อว่าเป็นคนกลาง มันก็เลยกลายเป็นปัญหา วันนี้ถ้าเมียพี่ยัตไม่พูด ก็ไม่มีคนพูด เท่ากับก็ไม่มีใครพูดเลย”

เรื่องเงินจะคุยกันอีกรอบ
“เรื่องเงินเราจะคุยกันอีกรอบหนึ่ง วันที่ไปศาลทรัพย์สินทางปัญญา หรือในระหว่างนี้ ก็จะติดต่อพูดคุยกันปกติ แต่ผมก็คงจะติดต่อพูดคุยกับทนายไข่มุกบ่อยขึ้น คุยกันทุกวันดูแล้ว”

ไม่มีโมเมนต์กอดกันหรือคุยกัน ระหว่างเคลียร์หลังจบรายการ
“ไม่มีครับ พี่หนุ่มเป็นประธานนั่งกลาง ความผิดอยู่ที่พี่หนุ่มครับ พี่หนุ่มไม่ยอมให้นั่งติดกันแล้วกอดกัน พี่ต้าก้มหน้าตอนที่จบรายการ ก็เลยไม่ได้มีโอกาสมอง แล้วพี่ยัตก็เลยร้องไห้กัน คอนฟลิกต์ของ 2 คนมันไม่เท่ากัน”

ยันฝั่ง “ยัต” อยากคืน แต่ไม่รู้ต้องคืนเท่าไหร่
“คือไม่ใช่เรื่องไม่อยากคืน เขาอยากคืน แต่มันไม่รู้จะคืนเท่าไหร่ (เขาบอกว่ามันผ่านอะไรมาเยอะมาก ถ้าขอวันนั้นก็ได้ไปแล้ว แต่มาขอวันนี้มันยาก?) มันประมาณ 9 เดือนกว่าเนี่ย ความเสียหายที่เกิดขึ้น ฝั่งนี้เขาก็โดนโจมตีอย่างหนัก คือเขาเชื่อว่ามันถูกการสร้างเฟกขึ้นมา ทำให้พี่ยัตโดนโจมตีอย่างหนัก คนที่มันถูกโจมตี มันก็โกรธ มันก็แค้น ผมก็เลยโพสต์เฟซบุ๊ก ไล่หมาจนตรอก แค่นั้นแหละ (หมาไหน?) ผมครับ (หัวเราะ)”

สรุปฝั่ง “ยัต” ก็คงต้องคืนเงินให้ “ต้า”
“ก็คงต้องคืนเงินน่ะครับ คำว่าคืนในที่นี้คือส่วนที่เป็นผลประโยชน์ เราก็จะมาคืนกัน คือคุยตัวเลขกันล่าสุดคือ 19 ล้าน แต่ 19 ล้านเนี่ย สรรพากรคงจะถามหาแล้วว่าใครเป็นเงินได้ ส่วนเรื่องช่องแนวโน้มก็คือ ถ้าคืนไปหมด ก็คือมาทางนี้ทั้งหมด ทางนี้รับทำต่อ หรือไม่ก็อาจจะเป็นทางนี้ 19 ล้าน แล้วทางโน้นเอาไปทั้งหมด แนวเป็นอย่างนั้น”

ถ้าจะให้ถอนคดีความ ก็ต้องถอนกันทั้งสองฝ่าย
“ไม่ใช่ทางเรานะ ทางเขาด้วยนะ ทางเขาก็ต้องถอน ทางเราก็ต้องถอน ถ้ามันจบกันหมด ถอนกันทั้งคู่ มันต้องถอนอยู่แล้ว ถ้ามันจ่ายสตางค์จบ มันก็ไม่มีใครต้องมาเอาเรื่องกันแล้ว จบหมดแหละ”

แจงเรื่องเว็บพนัน คือตนไปดำเนินคดีอื่น แล้วบังเอิญเจอชื่อบัญชีรับเงินเว็บพนัน ที่ตรงกับชื่อรับเงินของเพจ “ต้า”
“คือผมเป็นทนายให้ดาราคนหนึ่งเหมือนกัน ด้วยความที่เขาถูกเจนขึ้นมา เหมือนกรณีพี่ฮาย อาภาพร ผมก็ไปดำเนินคดี แล้วเราก็ดันไปเจอชื่อหนึ่ง ที่เป็นบัญชีรับเงินเว็บพนัน มันดันเสืxกไปตรงกับชื่อที่รับเงินของเพจของพี่ต้า ไอ้เพจนี้ มันเพจขายเสื้อ แล้วเขาก็ดันว่าบัญชีนี้ เป็นบัญชีที่เขาไม่ได้ใช้นะ เป็นพี่ต้าใช้ แต่ผมก็ถามพี่ต้าในรายการแล้ว พี่ต้าบอกผมไม่ แต่มันก็น่าตั้งข้อสังเกต คือโดยส่วนตัวที่ผมโพสต์ไป ที่ผมถูกโจมตีว่า คือมันน่าตั้งข้อสังเกตว่าในระหว่างที่พี่ต้าอยู่กับทางพี่ยัต ก็มีสิบล้านนะ คือหมายความว่า ในระหว่างนั้น เขาบอกเขาได้เงินเดือน เดือนละแสนห้า แล้วก็อยู่กันมาตั้งกี่ปี แล้วเงินเดือนแสนห้า ถูกลดเหลือเงินเดือนสี่หมื่นเนี่ย อยู่แค่ประมาณแปดเดือนเอง แล้วเงินตรงเนี่ยมันไปไหน

คืออย่างนี้ ผมต้องบอกประชาชน แล้วก็อินฟลูฯ แล้วก็ทุกคนที่มีแสง ให้ระมัดระวังในการรับของ ถามว่าคนที่เราเอ่ยชื่อ เขาเป็นคนรับเงิน หรือว่ารับโปรโมต หรือเป็นผู้เล่น เราไม่สรุปอย่างนั้นดีกว่า เราว่ามันบังเอิญ แต่หลักฐานที่ผมมีตอนนี้คือมันชัดเจนครับ ว่าโลโก้เป็นของเขา อะไรเป็นของเขา แต่เราไม่รู้ว่าตัวเว็บเนี่ย เจตนามาให้ตรงเขาหรือเปล่า แค่นี้เอง ส่วนเรื่องเป็นผู้เล่นไหม ผมตั้งข้อสังเกตไปแล้วว่า เขาเป็นผู้เล่นไหม แค่นั้นเอง เพราะว่าเงินมัน 10 ล้าน แต่มันดันบังเอิญไปเจอในคดีหนึ่งของผม ที่ผมเป็นทนายให้ดาราอยู่คนหนึ่ง”

ยันหลักฐานชัดเจนว่าชื่อ “อภิสิทธิ์” เป็นผู้เล่น 100%
“ชัดครับ ชื่ออภิสิทธิ์ ชัดว่าเป็นผู้เล่น (สมมติว่าเขาเอาเงินตัวเองไปเล่น มีความผิดคืออะไร?) ก็เล่นพนันไงครับ (แต่สิ่งที่ทนายโพสต์ ตอนนี้หลายคนมองว่าเขารับจ้างโปรโมต?) คุณต้องเข้าใจวันนั้น แต่วันนี้ผมได้ข้อมูลมาใหม่แล้ว ว่าเขาไม่ได้มีเจตนาโพสต์เพื่อให้เว็บพนันได้ประโยชน์ คือมันบังเอิญเฉยๆ พี่ต้ากับผมรักกันนะ จริงๆ แล้วผมเจอเขามาหลายครั้ง แล้วก็คุยกัน ก็รักกันดีนะ ผมยืนยันว่าอภิสิทธิ์ไม่ได้โปรโมตแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีหลักฐานตรงนั้นเลย แต่มีหลักฐานว่าเล่นแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์”

สอบถาม “ต้า” แล้ว หลังจบรายการ ได้ความว่าเป็นบัญชีปลอม แต่อยากให้ตั้งข้อสังเกต ว่าเงินเดือนแต่ละเดือนหายไปไหนหมด
“ปลอมอีกแล้ว บัญชีปลอม ก็เข้าใจแหละ มันก็ต้องตอบว่า ปลอม ปลอมเพจ (ในฐานะที่ทนาย สามารถสืบได้ไหม?) เดี๋ยวผมพูดไป หาว่าผมอวดเก่ง คืออย่างนี้ เขาไปเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน โดยบังเอิญเฉยๆ พอเสร็จปุ๊บก็ทัวร์มาลง แค่นั้นแหละ แล้วผมมีเจตนาแค่จะบอกว่าให้ทุกคนตั้งสติกัน ว่าการที่เราจะสงสารอะไรก็แล้วแต่ในโลกใบนี้ ไม่ใช่ว่าหลับหูหลับตา โดนเพื่อนโกง สงสาร ใช้หลักคิดก่อนครับ เงินเดือนเดือนละ 1.5 แสน เงินไปไหน บอกพ่อป่วย พ่อป่วยใช้เงิน อันนี้คือข้อสังเกต คนเป็นทนายความต้องตั้งข้อสังเกตก่อน

โดนลดเงินเดือนเหลือ 4 หมื่น มันแค่ 8 เดือน แล้วที่เหลือที่ผ่านมา แล้วก็มีอีกบริษัทหนึ่ง ถ้าผมจำไม่ผิดชื่อเฟ็ดเฟ่ แล้วก็ได้เงินตรงนั้นไปเยอะมาก ในรายการเขาก็พูดอยู่ได้เงินไป 1.2 ล้าน แล้วก็ได้เงินไปอีก 8 แสน ก็เป็น 2 ล้าน แล้วเงินเดือนแต่ละเดือนอีก อย่างว่าแหละ ลิเวอร์พูลกับแมนยู ยังไงผมก็ลิเวอร์พูล (เราจะมีการสืบตรงนี้ต่อไปไหม?) ผมไร้ศักยภาพแล้วเรื่องสืบต่อ เพียงแค่ว่าเราก็ส่งหลักฐานไปให้ตำรวจ สอท. ทำต่อ คือมันมีคดีนี้มันเกี่ยวพันกันหลายท้องที่มากเลยนะ”

แจงปมโดนเพจแฉไปขู่เงินจากเว็บพนัน หลังทำคดีให้ “ฮาย อาภาพร”
“คือเรื่องรับเงินจากเว็บพนัน ผมไม่รู้ว่าเงินนั้นเป็นเงินเว็บพนันหรือไม่ ประเด็นสำคัญว่าคนที่ถูกผมดำเนินคดี พี่ฮาย อาภาพร ถูกคนเอาไปเจน ถูกทำละเมิด เราก็ต้องเรียกค่าเสียหายจากหลักฐานที่เรามี แล้วพอเรามีหลักฐานว่าคนเนี่ยทำละเมิดเรา เราก็ไปเรียกค่าเสียหาย มันไม่ใช่เรื่องรีดเอาเงิน คำว่ารีดเอาเงินหมายความว่า เขาไม่ได้กระทำความผิด แล้วเราไปเอาเงินเขา หรือเราจะไปตบทรัพย์เขา มันเป็นศัพท์เทคนิคของนักเลงมากกว่ามั้ง เรื่องรีดเอาเงิน คือผมมีหน้าที่ในการที่จะไปเรียกค่าเสียหาย”

“(แต่ถ้าเราเอาเงินค่าเสียหายจากเงินเทา เราจะซวยไปด้วยไหม?) ถ้าพูดอย่างงั้น ใช่ครับ ถ้าเรารับเงินจากเงินเทา เงินดำ เราซวยไปด้วยครับ ถ้าเรารู้นะ เราก็ไม่ควรไปเอาค่าเสียหายเขา มันก็ต้องถูกดำเนินคดี แต่คำถามต่อมา อันนี้เป็นหลักกฎหมายก่อน เมื่อคนเทาหรือเจ้าของเว็บพนันถูกดำเนินคดีที่ศาล โดยมีผู้เสียหาย คดีนี้ไม่ได้มีเพียงแค่รัฐเป็นผู้เสียหาย มีพี่ฮายเป็นผู้เสียหาย แล้วพี่ฮายไม่มีสิทธิ์เรียกเงินจากโจรเหรอ”