แตกหัก “ยัต-ต้า” อดีตเพื่อนรักเผชิญหน้าเคลียร์ปมร้อนกลางโหนกระแส สู่การฟ้องร้อง 20 ล้านบาท ฝ่ายหนึ่งแฉถูกบงการจนซึมเศร้า อีกฝ่ายยันเพื่อนขอถอนหุ้นเองโดยไม่เอาอะไรเลย สุดท้ายยัตประกาศยอมถอย พร้อมปิดบริษัท ต้าประกาศจะนำเงินครึ่งนึงบริจาค ขณะที่ทนายอาร์มลั่นกลางรายการขอถอนตัวปมฟ้องเว็บพนัน
กลายเป็นประเด็นร้อนสะเทือนวงการยูทูบเบอร์และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ เมื่อสองอดีตเพื่อนรักผู้ร่วมสร้างตำนานความฮาอย่าง “ยัต ชัยโสโร” และ “ต้า เฟ็ดเฟ่” ต้องมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง เพื่อเคลียร์ปมปัญหาส่วนตัวและข้อพิพาททางธุรกิจที่ยืดเยื้อ นำไปสู่การฟ้องร้องและปะทะกันทางกฎหมายที่มีมูลค่าความเสียหายสูงถึง 20 ล้านบาท ก่อนหน้านี้ฝั่งต้าออกมาแฉ ถูกยัตควบคุมบงการ จนทำให้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า พร้อมยันไม่เคยเซ็นเอกสารถอนชื่อออกจากการเป็นหุ้นส่วน ทำทัวร์ลงฝั่งยัตหนักมาก
รายการ โหนกระแส วันที่ 31 ส.ค. 69 ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดหมายเลข 33 ได้สัมภาษณ์ ยัต ชัยโสโร มาพร้อม แอม ภรรยาของยัต, ทนายอาร์ม, ทนายแม็ก อดิเรก, ทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ โดยวันนี้เผชิญหน้ากับ ต้า เฟ็ดเฟ่ มาพร้อม ทนายไข่มุก และ แอ๊ะ ชาติฉกาจ
ยืนยันว่าสิ่งที่พูดไม่บิดเบือน?
ต้า : ครับ เขาพูดปั่นหัวผมมาตลอด 7 ปีครับ เป็นเรื่องปกติครับ
เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น คุณสนิทกันขนาดไหน?
ยัต : ตีว่าเป็นคนในครอบครัวยังได้เลยครับ เคยถึงขั้นว่าแฟนผมอิจฉาต้า แบบนั้นเลยครับ
ว่าทำไมรักเขามากกว่าเมีย?
ยัต : ใช่ครับ
ก็เป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดา?
ยัต : รักมากครับ
แล้วเกิดอะไรขึ้น?
ยัต : ก่อนอื่นผมขออนุญาตก่อน อันดับแรกคือขอโทษทุกคนครับ (ยกมือไหว้) ความผิดทั้งหมดมันเกิดจากตัวผมเอง ที่ผมไม่กล้าปล่อยความจริงจากมือไป ผมขอโทษเพื่อนๆ เฟ็ดเฟ่ ขอโทษน้องๆ โอฮาน่า ขอโทษพ่อ แม่ น้องชาย ครอบครัวภรรยา ลูกชาย ขอโทษทุกคนที่ให้ความรักให้เกียรติ เคารพผม วันนี้ผมจะพูดความจริงหมดทุกอย่าง ส่วนความจริงจะพาผมไปไหนมันไม่ใช่หน้าที่ผมแล้ว ต้นตอที่มันเริ่ม เกิดจากการที่เราเคยทำบริษัทเฟ็ดเฟ่ด้วยกัน แล้วก็ทุกคนที่เคยดูน่าจะรู้ว่าความสัมพันธ์ความเป็นเพื่อน ได้มาทำงานร่วมกัน เราก็ทำกันมาด้วยแต่ละคนทุ่มเท เจ็บตัว มีร้องไห้ ผิดหวัง เสียใจ มีเหตุการณ์เยอะแยะมากมาย จนวันนึงเราได้ตัดสินใจแยกออกจากกัน ด้วยเหตุผลต่างๆ นานา ก็แล้วแต่ ผมไม่อยากโทษคนอื่นหรือโทษอย่างอื่น ต้องโทษที่ตัวเราด้วย พอแยกกันก็ตัดสินใจว่าบริษัทเป็นของต้า เพราะต้าเป็นคนก่อตั้ง เป็นคนริเริ่ม เป็นคนทำ ก็พูดกันว่าบริษัทเป็นของต้านะ ตัวต้าบอกว่าไม่ มันเป็นของทุกคน ผมยังภูมิใจในตัวเขาเลย ว่าเฮ้ย มันเห็นถึงความเพื่อนตั้งใจทำมา ต่อให้เป็นหน้าที่ที่แตกต่างกันก็ตาม แต่ทุกคนตั้งใจทำ แต่กระบวนการทางกฎหมาย และรูปแบบอย่างอื่น เราก็คุยกันว่าต้าต้องเป็นเจ้าของ ตอนคุยประชุมก็มีความคิดเห็นแตกต่างกัน มีบางคนอยากรันต่อ อยากทำ แต่สุดท้ายก็กลับมาเป็นต้าถือหุ้น มีผมเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นอยู่ในนั้นด้วย มีอีกคนคือเจมส์ 500 อยู่ในนั้นด้วย บริษัทนั้นคือเฟ็ดเฟ่โปรดักชั่น จากนั้นก็คุยกันว่าพอเราไม่ได้ทำเฟ็ดเฟ่แล้ว ตอนเรื่องเงินปันผล ตอนนั้นบริษัทยังไม่ถูกปิด ยังมีรายได้เข้ามา รายได้ตรงนี้จะยังไง ต้าก็ดีมาก เขาบอกแบ่งทุกคนเท่ากัน แต่ด้านธุรกรรม ชื่อเจ้าของบริษัท ต้าถือ 98 เปอร์เซ็นต์ ผมถือ 1 เปอร์เซ็นต์ เจมส์ถือ 1 เปอร์เซ็นต์ ตอนนั้นตามกฎหมาย ให้มีผู้ถือหุ้น 3 คน
ตอนนั้นมีสมาชิกกี่คน?
ยัต : 9 คนครับ เรื่องเงินปันผลต้าบอกจะแบ่งเท่ากัน หลังจากปิดไปก็มาทำชัยโสโร ผ่านเวลามา มันจะมีเงินไว้เคลียร์ค่าใช้จ่าย ซึ่งจะมีบัญชีที่ทำชัยโสโรอยู่แล้วเป็นคนดูแลต่อน้องที่ทำอยู่ตรงนี้เคยดูแลเฟ็ดเฟ่มาด้วยกัน เราตกลงกันว่าถ้าเงินเรามีมากก็ปันผลตามนั้น แต่ต้องเหลือบางส่วนเพื่อเคลียร์ค่าใช้จ่าย เพราะจะมีค่าบริษัท ค่าภาษี แต่มันไม่มากครับเงินเอาไว้เคลียร์ ถ้าบังเอิญว่าเกิดเหตุจำเป็น มีบางคนต้องใช้เงิน เราวางกันว่าปีนึงครั้งนึง ถ้ามีคนรีบร้อนใช้เงินก็มาบอกก่อนได้ เราก็สามารถปันได้เลย ก็เป็นแบบนี้มาตลอด จนเกิดเหตุการณ์ขึ้น ตอนมีปัญหาคือปีที่ต้องเคลียร์ภาษีต้นปี มีน้องที่ทำเป็นบัญชีอยู่ในออฟฟิศและจัดการเอกสารรับรู้ร่วมกันว่าคนเป็นคนดูแลจัดการคือน้องโบว์ ที่ดูแลให้ ณ ปัจจุบันชัยโสโรไม่ใช่น้องโบว์แล้ว อยู่ดีๆ น้องโบว์มาบอกผมว่าเงินเฟ็ดเฟ่หาย เราก็หายได้ยังไง เช็กผิดหรือเปล่า เขาบอกว่าเช็กแล้วเงินหายจริง มีใครมีอำนาจการเบิก ก็พี่ต้า อ๋อ ก็ไปคุยกับพี่ต้าเลย ผมไม่เคยคิดว่ามันจะมีแบบนั้น และเพื่อนคนอื่นๆ ด้วย ก็ไปคุยกับพี่ต้าเลย เราคิดว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดหรืออะไรอย่างอื่น ก็ผ่านเวลามา ผมก็ไม่รู้ว่าเขาไปคุยกันแบบไหน แต่บรรยากาศในออฟฟิศเปลี่ยนไป เริ่มมีน้องๆ พูดแว่วๆ ว่าพี่ต้าบอกพี่ยัตเลย บอกสิ ตอนแรกไม่เท่าไหร่ แต่พอเริ่มหลายวันก็เริ่มรู้สึกว่ามันต้องมีอะไรสักอย่าง จนสุดท้ายผ่านมาสักพักนึง น้องบัญชีก็ไม่ไหว มากับแฟนผม มาคุยกับผมว่ารู้แล้วนะว่าเงินหาย พี่ต้าเป็นคนไปกด
เยอะมั้ย?
ยัต : จำนวนเงินไม่เยอะครับ แต่ความไว้ใจมันเยอะ
เท่าไหร่?
แอม : ประมาณ 2 แสนกว่าบาท รวมทุกยอดแล้ว ประมาณ 6 ครั้ง
ยัต : มันออกไปทุกเดือน ห้าเดือนติด
ตัวเงินไม่เท่าไหร่ แต่คุณเอาออกไปโดยไม่ได้บอกกล่าว?
ยัต : อันนั้นก็ส่วนนึงครับ ที่สำคัญมันเป็นต้าด้วย ธุรกรรมของชัยโสโร เปิดมา 7 ปี ผมไม่เคยเบิกเงินเลยสักครั้งเดียว ต้าถือธุรกรรมเงินทั้งหมด
คุณให้ต้าจัดการตรงนี้?
ยัต : ใช่ครับ
นี่คือชัยโสโรนะ?
ยัต : ชัยโสโรครับ ส่วนเฟ็ดเฟ่ก็ต้าจัดการทั้งหมด ไม่ใช่ผมเลย ผมไม่เคยเบิกเลยแม้แต่ครั้งเดียว
เหมือนที่เขาบอกว่าถ้าอยากได้บ้าน ได้รถ เขาก็ไปเบิกกดให้?
ยัต : แต่เป็นการคุยกันครับ
ลักษณะแบบนี้ คุณจะใช้เงินก็ให้ต้าจัดการ?
ยัต : ใช่ครับ
ทนายตุ๋ย : ในเมื่อยัตเป็นกรรมการบริษัท อำนาจการเบิกจ่ายเงินก็ควรต้องมีด้วยมั้ย ทำไมเป็นต้าคนเดียว
แอม : ของบริษัทชัยโสโร เป็นกรรมการคนใดคนหนึ่งเซ็นประทับตรา เงินถึงออก พี่ยัตหรือพี่ต้า คนใดคนหนึ่ง แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาของชัยโสโร พี่ยัตไม่เคยไปเลยค่ะ เป็นเหมือนหน้าที่พี่ต้าในการเบิกเงิน ปกติช่วงเปิดชัยโสโรช่วงแรกๆ การเบิกเงินใช้จ่ายในบริษัทจะเป็นการเบิกจ่ายหน้าเคาท์เตอร์ เราใช้เงินสดเลย เหมือนเราคุยกันว่าเบิกเงินสดมา ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ เขียนในหนึ่งเดือนก็ทำลิสต์มาว่าใครจะเบิกค่าอะไร ค่าตัดต่อ นักแสดง ก็เบิกล่วงหน้ามาก่อน ทำเอกสารเบิกต่อเดือน เดือนนึงเบิกสองสามรอบ แล้วแต่รอบที่เราไปเบิก จะทำเอกสารมาว่ามีค่านี้ๆ พี่ต้าไปเบิกที่ธนาคารนะคะ เพราะอำนาจในการเบิก ต้องเป็นกรรมการในการเบิก
ทนายตุ๋ย : มีอำนาจทั้งคู่ เพียงแต่คุณมอบหมายให้ต้า ภายหลังเบิกผ่านแอปฯ มีมั้ย
แอม : นอกจากเรื่องเงินสด มันจะมีเรื่องเงินเดือนพนักงาน ที่ช่วงเปิดบริษัทใหม่ๆ พี่โบว์ทำบัญชีผ่านแอปฯ เพราะเป็นเงินเดือนออกไปตามระบบบัญชีธนาคาร ภายหลังเราทำแอปฯ กระบวนการพี่ต้าต้องมีรหัส พี่ยัตต้องมีรหัส ต้องใส่เข้าไปทั้งคู่เพื่อให้เงินออกไป หรือมีแอปฯ ที่มีเรื่องอะไรก็ต้องแจ้งกัน พี่ยัตกดอนุมัติ พี่ต้ากดอนุมัติ เงินถึงจะออกจากบริษัท แต่จะมีเงินสดด้วย มีเงินสดมาตลอดเวลาค่ะ
ตอนทำเบิกจ่าย มีรายละเอียดในแต่ละครั้งมั้ย?
แอม : มีทุกครั้งค่ะ เป็นบัญชี ณ ขณะนั้น สมมติว่าเปิดบริษัทมาช่วงแรกเป็นพี่โบว์ เขาก็เป็นคนทำ พอพี่โบว์ไม่ได้ดูแลตรงส่วนนี้ รับน้องคนนี้เข้ามา ก็เป็นน้องบัญชีคนนี้รับทำ แต่แอมจะเข้าไปดูบ้างบางครั้งว่าเบิกอะไร เพราะมันเป็นเงินสด เราก็ต้องมาดูว่าเงินขัดมั้ย ใช้จริงหรือเปล่า ตามบิลมั้ย แต่พอเป็นน้องบัญชีแล้วก็เป็นผมต่อ
ทนายอาร์ม : เขาตรวจสอบมั้ย
แอม : ตรวจค่ะ เขาก็เห็นใบเบิก แอมจะส่งใบเบิกให้เขาว่าเป็นยอดเท่านี้นะพี่ แต่บางครั้งก็เป็นเปเปอร์ให้ดู เพราะพี่โบว์ก็จะเป็นคนไปด้วยกับพี่ต้า หรือพี่ต้าไปเองคนเดียวด้วย แต่ไม่ทำลอยๆ ว่าเบิกเท่านี้นะ ทุกครั้งเบิกอะไรก็จะทำเอกสาร เฟ็ดเฟ่แอมไม่ได้ยุ่งนะคะ ด้วยความเขาสองคนอยู่ด้วยกัน ช่วงหลังแอมรวบรวมเอกสารบริษัท เรามีสำนักงานบัญชีที่เขาดูแลในการส่งภาษี พออยู่ด้วยกัน ถ้าเอกสารเฟ็ดเฟ่ พี่โบว์จะดูหมดในการทำ แอมแค่เอาเอกสารเฟ็ดเฟ่กับชัยโสโรมารวมกันแล้วส่งบริษัทเอ้าท์ซอส เพราะเราใช้ที่เดียวกันให้เขาทำ แค่แยกบริษัทแค่นั้นเอง
จะมีสองบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน บริษัทแรกคือเฟ็ดเฟ่ ผู้ถือหุ้น 98 เปอร์เซ็นต์คือต้า ต้าแทบเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว สิทธิ์ในการเบิกเงินเป็นของเขาคนเดียว แต่มีคำพูดที่ต้าเคยพูดว่าจะแบ่งเงินให้เพื่อนๆ 9 คนเท่าเทียมกัน แต่สุดท้ายเงินไม่ได้ถึงเพื่อน?
ยัต : แรกๆ แบ่งปกติเท่ากัน บางปีมีน้อย ไม่มีใครอยากปันก็เก็บไว้ก่อน ก็เป็นแบบนี้
ต้าเป็นแบบนั้นใช่มั้ย?
ต้า : ใช่ครับ
คุณถอนเงินมาจริงมั้ย?
ต้า : จริงครับ
มีการบอกทางนี้มั้ย?
ต้า : เป็นเงินตามหุ้นที่ผมถือ มันเป็นของผมอยู่แล้ว มันอยู่ที่ผมจะให้เพื่อนหรือไม่ให้ก็ได้ ตอนแรกผมไม่มีปัญหาเรื่องการเงิน ผมมีเงินแสนห้า ผมสบาย พอเห็นเพื่อนเจ็ดคนลำบาก ผมก็แบ่งให้ แต่พอวันที่ผมลำบาก ผมโดนลดเงินเดือนจากแสนห้าเหลือสี่หมื่น โดนหักภาษีโน่นนี่เหลือ 3.7 หมื่น พ่อผมก็ป่วย มันเป็นเงินเรา บริษัทเรา แล้วเราลำบาก
คุณยืนยันว่าคุณโดนลดเงินเดือน คุณจำเป็นต้องใช้เงิน คุณก็จำเป็นเต้องเบิกเงินในนี้ออกไป คุณมองว่าเป็นสิทธิ์ของคุณที่จะถอนได้?
ต้า : ใช่
เรื่องข้อกฎหมายเป็นไปตามนั้น แต่มุมความรู้สึกเพื่อนรู้สึกไม่ดี?
ยัต : คือเราคุยแล้วคุยอีกว่าต้าเป็นคนทำ บริษัทเป็นของต้า ต้าจะเอาเงินไปเป็นของต้าก็ได้ คุยกันก่อนเลิกแยกย้ายกันหมดทุกอย่าง แต่สุดท้ายพอเขาชัดเจนว่าเงินตรงนี้แบ่งทุกคนเท่ากัน เพราะทุกคนเหนื่อยยากลำบากหมด ตีเป็นเงินสวัสดิการแล้วกัน ก็เหมือนผมพูดไปปากเปล่า วันนึงเพื่อนผมโดนบิด ผมเป็นเพื่อนต้า
เพื่อนผมโดนบิดหมายถึง?
ยัต : สมาชิกเฟ็ดเฟ่ครับ 7 คน ผมเป็นเพื่อนต้าที่สนิทที่สุด ผมจะเป็นเพื่อนยังไง ถ้าบอกว่าเออ มึงเอาไปเลย ไม่ต้องแคร์คนอื่น ทั้งที่ผมทำแบบนั้นก็ได้ เพราะต้าก็อยู่กับผม รักกับผม ทุกวันนี้ผมก็มีงาน ไม่ทะเลาะกัน มีความสุข แต่คนที่เหลือ ถ้าไม่ใช่ผมแล้วจะเป็นใคร ที่คุยเรื่องนี้แล้วเคลียร์กับต้าได้ มันต้องเป็นผม แล้วความเข้าใจมันชัดเจน มีเอกสารด้วยครับ
เอกสารคืออะไร?
ยัต : มีพิมพ์เป็นข้อความ
เริ่มจากเอากูเอาสมุดไปจ่ายภาษีทุกเดือนตลอด 6 ปี ค่าส่งเอกสารค่าผูสอบค่าโน่นนี่ วันนึงกูเงินช็อต น้องขอยืมเงิน กูไปธนาคารไปจ่ายภาษีพอดี กูเลยเริ่มจากยืม 14,500 บาท จากนั้นได้ใจเงินไม่มีด้วย เงินมันยั่ว สมุดอยู่ที่กู บริษัทปิดมาแล้ว 6 ปี ไม่ได้มีใครสนใจแล้ว กูเอาได้นี่หว่า ก็เลยเอาอีก 5 ครั้ง กูขอโทษทุกคนด้วย ยัตเป็นคนดี อยู่ฝั่งความถูกต้อง ไม่เข้าข้างกู เข้าข้างพวกมึงนะ คนที่พวกมึงคิดว่ามันไม่ดี แต่จริงๆ มันเป็นคนดี คนที่ห่วงพวกมึงจริงๆ คือยัต กูจะหามาคืนทุกบาท แต่ขอทยอยผ่อนคืนนะ อันนี้กำลังยืนยันให้เห็นว่าต้าเองยอมรับว่าเอาเงินไปใช้จริง และจะเอาเงินมาใช้ให้?
ยัต : ครับ พอบัญชีมาบอกผมว่าพี่ต้าเอาเงินไป ผมก็รู้แล้ว นี่มุมเพื่อนนะ พอผมรู้ ผมอาจผิดแหละที่ผมไปรอว่าเขาจะมาบอกผมเองมั้ย เพราะน้องจะรู้ว่าพวกผมหลายๆ คนเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาแล้ว ถ้าคนติดตามเฟ็ดเฟ่จะรู้ พี่หนุ่มเคยโทรหาผมด้วยให้ผมมาออกรายการตอนแรกๆ แต่ผมบอกว่าทางคดีเคลียร์จบแล้ว ศาลไม่ให้ต่อเรื่อง พอเกิดเหตุการณ์นั้น น้องที่ทำบัญชีจะรู้ว่าผมจะซีเรียสกับเรื่องนี้มาก ผมก็โกรธเขา เขาเว้นไปตั้งนาน เขาบอกว่าที่ไม่บอก เพราะเขาให้เกียรติ เขาเห็นว่าพี่ยัตกับพี่ต้าเป็นเพื่อนกัน เขาคุยกับพี่ต้าแล้ว ตอนนั้นแอมอยู่ด้วย
เอาเป็นเรื่องๆ เฟ็ดเฟ่ถ้าต้าผิดว่าไปตามผิด ต้าเอาเงินมาใช้คืนหรือยัง?
ยัต : ผมให้ยืมเงินและต้าเอาไปคืนเพื่อนๆ ครับ 3 แสน ให้ยืมตอนที่เรามาทำชัยโสโร
แต่เงินก็ยังวิ่งในเฟ็ดเฟ่ คุณให้ต้ายืม 3 แสน เพื่อเอาเงินไปคืนเพื่อน 7 คน ต้าคืนมั้ย?
ยัต : คืนครับ
เรื่องนี้จบ เพราะต้าคืนแล้ว?
ยัต : ครับ แต่คืนเพื่อนคนอื่น ไม่ได้คืนผม
หลังจากเป็นชัยโสโร เกิดอะไรขึ้น?
ยั้ง : ตอนหลังพนักงานเขาบอกว่าให้พี่ต้ามาบอกผมเอง ผมก็รอว่าเขาจะมาบอกผมมั้ย ผมรออยู่สองอาทิตย์ เขาไม่มาบอก จนสุดท้ายผมต้องถามเอง เพราะสำหรับผม ความรู้สึกมันอยู่ในนั้นด้วย ผมก็ถามเขาเลย เขาบอกว่าพ่อป่วย เขาจำเป็นต้องใช้เงิน เขาเดือดร้อน โอเค ผมเข้าใจ แต่ผมก็ถามเขาตรงๆ ว่าเพื่อนกันมันบอกกันหน่อยได้มั้ยว่าจะไปเอาเงิน เรื่องเดือดร้อนเราเข้าใจอยู่แล้ว เราอายุ 40 แล้ว พ่อแม่ทุกคนป่วยหมด สมาชิกทุกคนพ่อแม่ป่วยหมด แต่ผมแค่อยากบอกเขาว่าทุกคนก็มีความเดือดร้อนของเขา แต่ผมก็ถามเขาตรงๆ ว่าต้าคิดว่าเงินเฟ็ดเฟ่เป็นเงินของต้ามั้ย เพราะถ้าต้าบอกมาเลยว่าเป็นเงินของต้า ผมพร้อมไปเคลียร์กับเพื่อนคนอื่นให้เลย แค่เขาบอก แต่เขาบอกว่าไม่ ผมก็บอกว่าแล้วไปเอาทำไม เขาบอกเขาเดือดร้อน ผมบอกว่าเงินชัยโสโรก็มี ทำไมไม่เอาไป เขาก็พูดเองว่าเขาไม่เคยคิดว่าชัยโสโรเป็นของเขาเลย ผมก็รู้สึกว่าแปลกแล้ว ก็โอเค ไม่เป็นไร ช่างมันต่างๆ นานา เราเป็นเพื่อนกันมา ก็โอเค ว่ากันใหม่ แต่จากนี้มีอะไรบอกกันนะ
เรื่องนี้เปิดก่อนเกิดชัยโสโร หรือหลังเปิดชัยโสโร?
ยัต : เปิดชัยโสโรอยู่แล้วครับ
เรื่องถอนเงินออกไปเรื่อยๆ เกิดตอนเปิดชัยโสโรอยู่แล้ว?
ยัต : ใช่ครับ
แอม : เรื่องนี้เกิดขึ้นประมาณช่วงต้นๆ ปี 68 ค่ะ ที่รู้เรื่อง กำลังจะเคลียร์ภาษีปี 67 ค่ะ
คุณมองว่ามันผิดตรงที่ต้ารับปากกับเพื่อนไว้แล้ว บริษัทนี้เป็นของทุกคนเท่ากัน แล้วก็เคยจ่ายกันมาก่อน ไม่ใช่ไม่เคยจ่าย แต่ทำไมวันนี้มึงถึงทำแบบนี้ จริงๆ มีเงินชัยโสโร เอาเงินชัยโสโรไปรักษาพ่อก็ได้นี่หว่า ไม่เห็นต้องเอาเงินของเพื่อนเลย นี่คือที่คุณมอง?
ยัต : ใช่ครับ แต่ผมก็ไม่ได้อะไร ก็เริ่มกันใหม่ ช่างมัน แต่มีอะไรเราคุยกันนะ ผมไม่แน่ใจว่าผมคุยประมาณพฤหัสฯ หรือศุกร์ ถัดมาจันทร์-อังคาร น้องจะไปเคลียร์ภาษี น้องมาบอกพี่ เงินหายอีกแล้ว ของเฟ็ดเฟ่
หลังใช้ไปแล้วเหรอ?
ยัต : ไม่ใช่ครับ หลังคุยไปแล้ว ตกลงกันไปแล้วว่าเริ่มใหม่ มีอะไรบอกกัน นั่นคือไปเอาอีกเป็นครั้งที่หก พอผมรู้ผมก็คุยกับเขา แต่อาจเป็นความผิดผมเอง ที่ไปคาดหวังเขามากว่าเอาไป 5-6 เดือนติด ไม่เห็นหน้าเพื่อนหรือคนอื่นบ้างเหรอ แต่ต้องงบอกว่า เพื่อนสมาชิกเฟ็ดเฟ่หลายคนที่มายืมเงิน บางคนกู้เงินนอกระบบ พ่อแม่ป่วย บางคนใช้เงินสวัสดิการรัฐ เขาเดือดร้อน แต่เขาไม่เคยมาขอปันผล เขารอปันผลพร้อมคนอื่น เขาไม่โทษอย่างอื่น เขาจัดการตัวเองให้เรียบร้อย แต่พอมีด้านนั้น ผมก็คิดว่าเราคุยกันไปแล้ว แล้วทำไมมีครั้งที่หก เราบอกกล่าวกันสิ มันเป็นคำถามกับผมเยอะมาก เขาก็พูดคำเดิม เขาเดือดร้อน พ่อไม่สบาย พอเราคุยกันไปเสร็จมึงก็ไปเอาออก เราบอกแล้วว่าให้บอกไง แต่กลับมาทำแบบเดิม
ยัตอาจรู้สึกกับต้าแบบนี้ แต่สุดท้ายทำให้เรื่องนี้ส่งผลให้มีปัญหาเรื่องชัยโสโร ในเมื่อรู้สึกว่าต้าแย่ แล้วไปทำกับเขาต่อทำไม?
ยัต : ผมทำไม่ได้ไง ผมบอกว่าเรื่องนี้ต้องบอกเพื่อนๆ เขาก็ไม่กล้าบอกเพื่อนๆ ผมก็บอกว่าต้า มึงเชื่อกูเหอะ มึงไปบอกเพื่อนๆ ไม่มีใครว่ามึงเลย เพราะเป็นมึงไง มึงเป็นคนดีมาตลอด สุดท้ายเขาก็ไปบอก แล้วก็จริงครับ เพื่อนๆ ไม่มีใครว่าเขาเลย กลับถามด้วยซ้ำอยากคุยอะไรมั้ย มีอะไรหรือเปล่า อันนี้มีแชตกลุ่มด้วยครับ
แอม : แชตต่อน่าจะไม่ได้ส่งให้ อันนี้เป็นแชตที่เตะพี่ยัตออกแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเพื่อนๆ ทุกคนพร้อมคุยกับพี่ต้า แต่พี่ต้าไม่คุยกับเพื่อนๆ ซึ่งพี่ต้าเคยไปออกรายการต่างๆ ว่าเพื่อนไม่สนใจเขา ซึ่งเพื่อนๆ ได้รับผลกระทบว่าทำไมมาอยู่ข้างยัต ไม่อยู่ข้างเขา ซึ่งอันนี้เป็นแชตที่สื่อให้รู้ว่าเพื่อนๆ พยายามคุยกับเขา แต่เขาไม่คุยด้วยค่ะ
คุณบอกว่าผมคงทำกันต่อไม่ได้แล้ว เพราะเขาเป็นคนแบบนี้?
ยัต : มันมองแล้วไม่สนิทใจ พอทำงานด้วยกัน มันกระอักกระอ่วน
ยัตผิดหวังในสิ่งที่ต้าได้ทำเอาไว้ จากนั้นมาชัยโสโร เกิดอะไรขึ้น ที่มาที่ไปชัยโสโรเป็นยังไง?
ยัต : ตอนที่ทำเฟ็ดเฟ่อยู่ ผมอยากออกมาทำบริษัทของตัวเอง เพราะผมไม่อยากไปมีปัญหากับเพื่อนเรื่องไอเดียของเรา เราอยากทำในแบบของเรา ไปเบียดพื้นที่เพื่อน เฟ็ดเฟ่เวลาทำก็ต้องเคาะกันหมด 8-9 คน ต้องโหวต ผมก็อยากทำแบบของตัวเอง ผมเลยจะออกจากเฟ็ดเฟ่ ผมเลยบอกต้าว่าผมจะออกจากเฟ็ดเฟ่นะ ต้าบอกว่าเฮ้ย ถ้ามึงไป กูขอไปด้วย ขอมาทำด้วยกับผม ผมก็ได้เพื่อน ถ้าจะมาทำด้วย ก็ไปคุยกับเพื่อนๆ เฟ็ดเฟ่ว่าจะออก เพื่อนๆ สุดท้ายคุยกันไปคุยกันมาก็ไม่ได้ออก อยู่กันต่อ พอวันที่แยกย้ายจากเฟ็ดเฟ่มา ผมก็กลับมาที่โปรเจกต์เดิม ผมจะออกมาทำ ต้าก็ขอมาทำด้วย กระทั่งซื้อบ้าน หรือทำอย่างอื่น ก็ขออยู่ย่านเดียวกันด้วย เพราะตีกันแล้วว่าเพื่อนตาย
การลงเงินมีมั้ย?
ยัต : เป็นผมครับ
ใครเป็นคนลงทุน?
ยัต : มันมีแค่เงินเปิดบัญชี 999 บาท อันนั้นคนละครึ่ง แต่เงินสัดส่วนอื่นตอนเปิดและสายป่านบริษัท ผมเป็นคนออก และดูแลก่อน บริษัทนี้เป็นของพี่สาวของน้องแอมซึ่งเป็นบริษัทอยู่แล้วชื่อว่าฤทธี
บริษัทนี้ใครถือหุ้น?
แอม : พี่เขยและพี่สาวค่ะ แล้วก็คุณแม่พี่เขย แรกเริ่มเลยถือ 4 ค่ะ แล้วลดลงมาเป็น 3
จากนั้นมันเปลี่ยนมาเป็น?
แอม : ของชัยโสโรค่ะ คนถือคือพี่ยัต พี่ต้า แล้วก็แอมค่ะ พี่ยัต 49 พี่ต้า 49 แล้วแอม 2 ค่ะ
แล้วใครเป็นคนกำหนดหุ้น?
ทนายอาร์ม : พูดจริงๆ นะ ประเด็นนี้ไม่ใช่ประเด็นเลย 2 เปอร์เซ็นต์ไม่ได้มีผลอะไรเลย แต่เป็นหลักกฎหมาย ณ เวลานั้น ที่ต้องมี 3 คน แต่ทีนี้เอามาเป็นประเด็นว่าให้เมียมาถือ มันเสียหายยังไง
ทนายตุ๋ย : มันไม่ได้เสียหาย แต่มองว่าคะแนนเสียงเกิน 50 มัน 51 ต่อ 49 ไงตอนนั้น
ทนายอาร์ม : แล้วพี่ต้าไม่มีแฟนเหรอตอนนั้น ทำไมพี่ต้าไม่เอาแฟนเข้ามาถือ
ประเด็นคือตอนนั้นใครกำหนดตรงนี้?
ยัต : เหมือนบังคับว่าต้องเปิด 3 คน มีผม แฟน แล้วก็เขา ตกลงร่วมกัน
ทนายตุ๋ย : ตอนนั้นอาร์มเป็นที่ปรึกษาหรือยัง
ทนายอาร์ม : ยังครับ ผมรับจ้างกู้เฟซบุ๊กทีหลังครับ ถ้าวันนั้นผมเป็นที่ปรึกษานะ เรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นเลย ผมบอกได้เลย
ทนายตุ๋ย : ไม่แน่ อาจจะหนักกว่านี้ก็ได้
ทนายอาร์ม : (หัวเราะ)
อำนาจในการเซ็นชื่อมีใครบ้าง?
แอม : เป็นกรรมการคนใดคนหนึ่ง ลงนามและประทับตราบริษัท กรรมการตอนนั้น 2 คนคือพี่ต้าพี่ยัตค่ะ แอมไม่ได้เป็นค่ะ
ต้าเป็นพ่อบ้านในการเบิกจ่าย?
แอม : รับหน้าที่ในการดูแลเรื่องเงินเบิกจ่ายค่ะ
ยัตทำอะไร?
ยัต : ผมคิดคอนเทนต์บริหารจัดการอย่างอื่นของบริษัท
เรื่องบ้านเกิดอะไรขึ้น คุณซื้อบ้านเพื่อทำออฟฟิศ พอซื้อเสร็จทำไมใส่ชื่อของคุณ?
ยัต : ก็เป็นผมยืมเงินบริษัท ผมก็เป็นหนี้บริษัท มันเลยต้องเป็นชื่อผม
ทนายตุ๋ย : คุณยืมเงินบริษัทไปซื้อ ก็เลยใช้ชื่อคุณ เท่ากับคุณเป็นลูกหนี้บริษัท คุณถามต้าแล้วหรือยัง
ยัต : ถามแล้วครับ ตกลงกันหมดทุกอย่าง
มีรายงานอะไรมั้ย?
ทนายอาร์ม : รายงานก็อยู่ในรายการกรมพัฒน์ฯ อยู่แล้ว คนไปค้นได้อยู่แล้วเป็นเอกสารมหาชน เดี๋ยวผมจะถามพี่ต้าบ้างมีใบหุ้นหรือเปล่า วันนั้นพี่หนุ่มไม่ถามพี่ต้าแบบนี้มั่งครับ พี่ต้านั่งเล่าไปหลักฐานชำระค่าหุ้นก็ไม่มี
พี่ไม่ถามเพราะรอให้อาร์มมาถามเอง?
ทนายอาร์ม : ดีครับ ผมมีเหรียญปราบผีมานะครับ
ยังไงต่อ เป็นเงินยืมกรรมการไปซื้อบ้าน มีหลักฐานอยู่ในกรมพัฒน์ฯ พอขายบ้านเสร็จเงินก็กลับเข้าสู่บัญชีคุณ?
ยัต : ใช่ครับ เพราะเป็นชื่อผมยืม
รถก็เหมือนกันมั้ย?
ยัต : ใช่ครับ
ทนายอาร์ม : เงินเข้าบัญชีพี่ยัต 10 ล้าน ต้องบอกว่ามันไปไหนบ้าง
ยัต : 10 ล้านคือเงินที่ขายบ้านได้ ตอนนั้นที่คุยกันว่าที่ซื้อเพราะตัวเขาก็ผ่อนบ้าน ตัวผมก็ผ่อนบ้าน ตัดสินใจซื้อออฟฟิศเพราะเราจะมาอยู่เป็นครอบครัว ถ้าผมส่งบ้านของผมไม่ไหว เขาส่งบ้านเขาไม่ไหว ที่นี่คืออยู่ด้วยกัน ผมก็คิดว่านี่เป็นเรื่องนึงที่แอมน้อยใจเพราะผมตัดสินใจเอาเขามาอยู่ในครอบครัว
ทนายอาร์ม : เอาชัดๆ เลย เงินเอาไปไหน
ยัต : เงินเข้าบัญชีผม ผมก็มาซื้อคาเฟ่ หรือออฟฟิศใหม่
เป็นชื่อใคร?
ยัต : เป็นชื่อผมครับ เพราะเป็นเงินที่ผมค้างบริษัท
ทนายตุ๋ย : ทำไมไม่เคลียร์บัญชีให้ชัดเจน ในเมื่อยืมบริษัท 10 ล้านก็คืนบริษัท แล้วที่เหลือค่อยมาซื้อคาเฟ่
ยัต : ตอนนั้นไม่รู้ครับ เพราะที่ซื้อออฟฟิศมันอยู่ได้แค่ปีเดียวแล้วจำเป็นต้องขายเพราะมีปัญหาในหมู่บ้าน แต่ตอนนั้นคิดว่าเราจะไปซื้อที่ใหม่ ก็เอาเงินนี้ไปซื้อที่ใหม่
คุณต้องการทำเพื่อบริษัทนั่นแหละ จะไปเปิดเป็นออฟฟิศ?
ยัต : ใช่ครับ จะได้อยู่เป็นที่ของกันเองด้วย เผื่อวันนึงเราผ่อนของตัวเองไม่ไหว จะได้มีที่ซุกหัวนอน
แอม : พอขายบ้าน 10 ล้าน ระหว่างนั้นบริษัทมีความไม่เสถียร เราต้องจ่ายเงินเดือนพนักงาน พี่ยัตก็จะโอนเงินบัญชีนี้เข้าไปทีละนิดทีละหน่อย เป็นแสนบ้าง เป็นล้านบ้าง โอนเข้าไปที่บริษัทชัยโสโร ด้วยความเราไม่รู้ เราก็จะถามทุกครั้งว่าอันนี้ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายมั้ยคะ เราต้องเสียภาษีมั้ยคะ หนูไม่รู้ว่าทางเอาท์ซอสเขาบอกว่าถ้าเงินไม่พอในบริษัท เงินในบัญชีกรรมการก็โยนกลับไปบริษัทได้ ก็ถือว่าไม่ได้เป็นรายรับ เป็นเหมือนการรักษาสภาพคล่องบริษัท มีช่วงที่เงินในบัญชีตรงนี้โอนกลับไปเข้าบริษัทด้วย
รถกี่คัน?
แอม : ถ้าใช้จากเงิน 10 ล้าน ก็มีรถบ้านค่ะ
พอขายบ้าน เงิน 10 ล้านหนึ่งซื้อออฟฟิศ คาเฟ่ สองคือรถบ้าน แล้วรถต่างๆ นานา?
แอม : ที่เป็นประเด็นที่พี่ต้าบอกพวกรถก่อนๆ ช่วงแรกๆ ที่เปิดบริษัทเอาเงินออกไปจริงมั้ย จริง ณ ตอนนั้นเราเอาเงินออกไป มีการโอนเงินให้พี่ต้าด้วยเช่นกัน สมมติยอดเงินซื้อรถเท่านี้ พี่ยัตเอาออกมาก่อนเพื่อซื้อรถคันนี้ แล้วพี่ยัตสนใจอยากได้รถคันนี้ก็อีก เฮ้ย เราคุยกันแล้ว เพราะพี่ยัตเอาเงินออกมาแล้ว พี่ต้าก็เอาเงินคืนกลับไปรวมสองคันที่ซื้อมา หนูเห็นบัญชีแล้ว ที่พี่ต้าบอกว่านิสสันโน้ต ยอดประมาณ 3 แสน แล้วก็จีทีโอคันสีส้ม ยอดประมาณ 1 ล้าน มันจะมีเงินออกจากบัญชี 3 แสนกว่าบาท แล้วมีเงินออกมาจากทางหนูอีก 1 ล้านบาท รวม 1.3 ล้าน ณ สองยอดนี้นะคะ
3 แสนอยู่กับใคร?
แอม : บริษัทโอนมาให้หนู เป็นซื้อรถโน้ตจริงค่ะ ซื้อจีทีโอจริงมั้ย จริงค่ะ ก็เป็นเงินโอนเข้าพี่ต้า 1.35 ล้านเหมือนกัน เหมือนหนูเอาออกมาเท่าไหร่ก็โอนให้พี่ต้าด้วย
เป็นการแบ่ง?
แอม : ใช่ค่ะ ไม่ใช่หนูเอาออกมาแล้วเขาไม่ได้ไป เขาก็ได้ไปค่ะ
แสดงว่ารถจีทีโอกับรถโน้ต 1.3 ล้าน คุณเอาออกมาซื้อรถ แต่ต้าก็ได้ไป 1.3 ล้าน ถูกมั้ย?
แอม : ใช่ค่ะ
เป็นแบบนั้นหรือเปล่า คุณได้มั้ย 1.3 ล้าน?
ต้า : 1.2 ล้านครับ ประมาณปี 63 เขาโอนมาให้แบ่งกันครับ พอโอนปุ๊บเขาก็ยืมผมกลับไป 5.5 แสน ปัจจุบันยังไม่คืนครับ ทุกปีเขาเอาเงินบริษัทไปซื้อรถทุกปี หลังจาก 1.2 ล้าน ผมก็ไม่เคยได้อีกเลยครับ ปี 64 เขาเอาเงินบริษัทไปซื้อรถ 2 คัน 3 ล้าน ผมก็ไม่ได้ 1.5 ล้าน
เป็นเงินยืมกรรมการอีกมั้ย?
แอม : น่าจะเป็นการคุยกันค่ะว่าเอาเงินออกไป
คุณยืมกรรมการออกไป 10 กว่าล้าน ต้าเคยทำเรื่องยืมเงินกรรมการออกไปบ้างมั้ย?
ยัต : ไม่มีครับ
เงินยืมกรรมการ อยู่ในช่วงไทม์ไลน์ที่ต้าเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ใช่มั้ย?
แอม : ใช่ค่ะ
ถ้าวันนี้มันต้องย้อนกลับไปอยู่ตรงจุดเดิม ต้าก็มีสิทธิ์เป็นเจ้าของเงิน 10 กว่าล้านถูกมั้ย?
ทนายอาร์ม : ถ้าจะนับอย่างนั้นได้ครับ
เงิน 10 กว่าล้าน ครึ่งนึงเป็นของต้า?
ทนายอาร์ม : ทางกฎหมาย ทางบัญชีไม่ใช่แบบนั้น เรื่องนี้ผมเคยคุยกับเขาไปแล้ว แต่ยอดไม่ลงตัว ผมพูดต่อหน้าพระครับ
ถามจริงคุณอยากจบมั้ย?
ยัต : ถ้าเขาพูดเรื่องจริง ผมพร้อมจบเลยครับ
พูดเรื่องจริงอย่างเช่น?
ยัต : วันที่เขาออกจากบริษัท เขาเป็นคนออกเอง เซ็นเอกสารถูกต้องทุกอย่าง เขาเป็นคนทำถูกต้องหมด เขาเป็นคนออกเอง
ทนายอาร์ม : ต้องถามว่าผมอยากจบด้วยมั้ย
คุณอยากจบด้วยมั้ย?
ทนายอาร์ม : ผมอยากจบมากกว่าลูกความอีกตอนนี้ (หัวเราะ)
เดี๋ยวคุณต้องชี้แจง เขาว่าคุณบิดเงินเว็บพนัน?
ทนายอาร์ม : ผมมีใบเสร็จครับ
ทางยัตบอกว่าอยากให้ต้ายอมรับก่อนว่าสิ่งที่พูดมันไม่จริง เรื่องอะไร?
ยัต : อย่างตอนออกตกลงทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เซ็นออก คุณบอกว่าคุณไม่ได้เอาอะไร คุณแสดงความรับผิดชอบที่เกิดเหตุการณ์ตอนเอาเงินเฟ็ดฯ ไป คุณเป็นคนขอออกเองด้วย
แอม : มีแชตเดิมที่พี่ต้าเคยเปิดครั้งที่แล้วค่ะ
ที่บอกว่าคุยกับยัตแล้ว ขอโทษจากใจจริง เซฟความรู้สึกอาจไม่ได้มาก แต่ก็ได้แสดงความขอโทษจริงๆ และโดนเขาด่ายาว ยังรักยังอยากทำงานด้วย แต่เข้าใจความอึดอัดไม่อยากเจอ รอเรียกใช้งาน แต่ไม่เรียกก็เข้าใจ เรื่องถอดชื่อพี่ออกต้องทำอยู่แล้ว บริษัทช่อง ทรัพย์สินก่อนหน้าต้องเป็นของพี่ยัตอยู่แล้ว ไม่เคยคิดว่าเป็นเจ้าของอยู่เดิม ไม่เคยช่วยหาเงินและแก้ปัญหา พี่ไม่เอาเงินเลยครับ ก่อนหน้านี้เขาไม่อยากออกมาทำงานเพราะพี่รอบนี้มันหนักกว่ามาก ถ้าพี่ไม่เฟดออกมา จะซวยกันหมด พี่อยู่ต่อก็คือมีแต่รอทำร้ายความรู้สึกเขา พี่ผิดเอง พี่นิสัยเหี้xด้วย เขารู้นิสัยธาตุแท้แล้ว จริงๆ เขารูนานแล้ว แต่พยายามลืมๆ แต่มันหนักเกินเขาแล้ว พี่ก็ยังต้องใช้เวลาปรับปรุงร่างเหี้xเห็นแก่ตัว มันเป็นนิสัยนี้มานานแล้ว พี่ขอออกมาครับ พี่จะบอกทุกคนว่าพี่ผิดพี่เหี้x ไม่มีทางพาดพิงให้พี่ยัตและออฟฟิศเสียหายแน่นอนครับ อันนี้คุณยืนยันว่าเขาไม่เอาเงินเอง แล้วจะออกเอง?
ยัต : นี่คือการพิมพ์นะครับ แต่การคุย ก็คุยกันมาแล้ว 4-5 รอบ
ทนายอาร์ม : วันนี้เราจะไม่คุยกันเรื่องคดี เราจะคุยกันเรื่องเงินที่ต้องเคลียร์ฝั่งพี่ต้า เงินที่จะเคลียร์คือ ณ วันนั้นถ้าตรงกันก็มาเคลียร์กันว่าเท่าไหร่ พี่จะได้ไม่ต้องเกร็งกัน ทางพี่ยัตแกอยากได้แค่ว่าพี่ต้าพูดจริงมั้ย
พูดจริงมั้ยคือ?
แอม : ณ วันนั้นที่เราคุยกันพี่บอกว่าพี่ไม่เอาอะไรเลย จริงมั้ยคะ
ต้า : สิ่งที่ปรากฏในแชตและวันนั้นที่คุยกัน เป็นระยะเวลาที่ผ่านมาแล้วเกือบ 2 ปี ณ บริบทหรืออาการทางจิต ณ ตอนนั้นอย่างวันนี้ดีขึ้นแล้ว แต่ ณ วันนั้นผมเหมือนคนตายทั้งเป็น ไม่อยากตื่น ทุกลมหายใจคือทรมาน ผมไม่รู้จะหนีออกมาจากห้วงที่โดนครอบงำ บังคับ ข่มขู่ ด่าทุกวัน ผมตัวคนเดียว ผมเป็นหัวหน้าครอบครัว ผมไม่สามารถเอาเรื่องที่ผมโดนอะไรจากยัต ผมปรึกษาใครไม่ได้ ผมปรึกษาแฟนไม่ได้ ปรึกษาพ่อแม่ น้องไม่ได้ เพราะเขาอยู่ข้างหลังผม ผมเป็นหัวหน้าครอบครัว ผมต้องเก็บไว้คนเดียว ผมไม่มีสังคม ชีวิตผมมีแต่ยัต ผมคิดว่ายัตเป็นเซฟโซน แต่ยัตเป็นพิษของผม ผมเหมือนอยู่ในนรก ผมมีอาการทางจิตเวชมาโดยตลอด ตอนแรกผมไม่รู้แก้ปัญหานี้ยังไง จนผมคิดว่าการไม่มีชีวิตอยู่คือการแก้ปัญหา ผมพยายาม ฆตต. หลายรอบมาก จนผมปรึกษาจิตแพทย์ท่านนึง ท่านก็แนะนำว่าอย่าแก้ปัญหาที่แก้ไม่ได้ คุณเอาตัวเองออกมาจากตรงนั้น คุณเลือกแล้วกันคุณลิขิต ว่าคุณจะ ฆตต จากไป แล้วครอบครัวคุณจะอยู่ยังไง หรือเอาตัวเองออกมาจากตรงนั้น ใจผมอยากลาไปเลย เพราะผมไม่ไหวแล้ว แต่ผมคิดถึงครอบครัว พ่อป่วยติดเตียง แม่ไม่มีอาชีพ เป็นแม่บ้าน น้องเป็นออทิสติก ผมถึงเลือกเอาตัวเองออกมาจากตรงนั้น ดังนั้นช่วงที่ผมพิมพ์ไป เป็นห้วงที่ผมขอเอาชีวิตไว้ อย่างน้อยผมมีชีวิต ผมเริ่มต้นใหม่ ทำงานเลี้ยงครอบครัวดีกว่าที่จะฝืนต่อไป
ณ เวลานั้น คุณไม่เอาอะไรแล้ว?
ต้า : ผมอาจ ฆตต ตัวเองสำเร็จในสักวัน ผมไม่มีวันเถียงชนะเขาในทุกๆ เรื่อง แม้แต่เรื่องบอล หรือแม้แต่เรื่องเฟ็ดเฟ่ ที่เขากล่าวเอ่ยมาตอนแรก คุยกันดิบดีว่าผมเป็นเจ้าของ เงินเป็นของผม เขาอยากเปลี่ยนใจวันไหนก็ได้ พอเถียงกันผมก็ต้องยอม เขาต้องเป็นฝ่ายชนะ ผมก็ยอมด้วยความรักด้วย มันเหมือนเรากับแฟน เราอยากให้แฟนรักเรา เราก็ยอมเป็นคนผิดเอง ทั้งที่เราไม่ได้ผิด เพื่อให้แฟนรักเรา เรารักเขามาก อยากให้เขารักผมบ้าง อะไรยอมผมก็ยอม แม้ผมไม่ผิด อย่างเรื่องเฟ็ดเฟ่ เถียงกันผมบอกเงินผม เขาบอกไม่ใช่ จนสุดท้ายเขาก็หงุดหงิด ผมยอม เขาบอกให้ผมพิมพ์ไปบอกเพื่อน ผมก็ยอมพิมพ์ทุกอย่าง แล้วเขาบอกเพื่อนๆ เฟ็ดเฟ่ว่าทำไมพวกมึงไม่เคยรักกูเลยกูอยากให้พวกมึงรักกูบ้าง ผมก็พิมพ์ต่อท้ายเพื่อให้แสงให้ใจกับเพื่อนๆ ว่ายัตเป็นคนดี ผมยอมทำทุกอย่างเพื่อเขา
จะบอกว่าเขาเป็นคนให้คุณพิมพ์?
ต้า : เขาชี้นกเป็นนก ผมยอมทำทุกอย่าง เขาให้ผมเปลี่ยนศาสนาผมก็จะไป เขาจะให้ผมเลิกแฟนผมก็จะเลิก เขาให้ผมโกนหัว ผมก็โกน เขาให้ทำอะไร ผมทำหมด มันเป็นความไว้ใจ ผมตั้งเป้าว่าผมจะซื่อสัตย์กับเขา มันเป็นความรัก แต่ผมไม่คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้ ผมรักเขามาตลอด เขาไม่รักผมตอนไหน
ยัต : นั่นแหละพี่ แล้วจะคุยกันยังไง มันแฟนตาซี อะไรก็เป็นผมไปหมดทุกอย่าง
ต้า : เขามาตามตื๊อผมที่บ้านไม่ยอมให้ผมออกทุกวัน ผมนอนๆ อยู่ตีห้ามาเคาะประตูห้องนอน ลากผมขึ้นรถ บอกจะไปเคลียร์กันที่ราชบุรี เขาไม่ยอมให้ผมออก ไอ้เราก็อยากหนีออกมา ส่วนเขาไม่ยอมให้ออกมา ผมก็เลยพิมพ์ ถ้าจะทำยังไงให้ปล่อยผมไป ผมยอมทุกอย่าง แต่ ณ ตอนนั้นเป็นอารมณ์ห้วงนั้น แต่ผมบอกตรงๆ ว่ามันไม่เป็นธรรม ผมแค่มาเรียกร้องความเป็นธรรม
ทางนี้คงอัดอั้น มันหาตรงกลางกันไม่เจอ?
ทนายตุ๋ย : นี่คือความจริงที่ต้าพูด ผมรู้สึกอย่างนั้น แต่ไม่ตรงใจยัตหรือเปล่า
ยัต : มันไม่ได้ตรงกับเรื่องจริงครับ ไม่เกี่ยวว่าไม่ตรงใจผม มันไม่ตรงกับเรื่องจริง
แอม : หมายถึงการคุย หนูมั่นใจว่าหนูคุยกับพี่ต้าหลายรอบมาก แม้แต่วันที่เขายืนกรานขอออก ยังไงเขาก็ขอออก หนูบอกเขาด้วยซ้ำเป็นคำพูดว่าพี่ ถ้าพี่ออก ทรัพย์สินทุกอย่างพี่จะเอายังไง จะแบ่งกันยังไง พี่บอกหนูได้เลยนะ ณ ตอนนั้นไม่ได้อยู่กับพี่ยัต แต่แอมมั่นใจมากว่าแอมคุย เขาก็ยืนยันคำเดิมว่าพี่ไม่เอาอะไรเลยครับ ซึ่งแอมบอกทุกคนเลยที่แอมเจอ พี่ต้ารักพี่ยัตมากจริงๆ พี่ยัตก็รักพี่ต้ามากจริงๆ เราเห็นอย่างนั้นจริงๆ ซึ่ง ณ ไทม์ไลน์ตรงนั้น พี่ต้ายืนยันกับแอมจริงๆ ว่าพี่ไม่เอาอะไรเลย เพราะแอมพูดว่าถ้าพี่ออก พี่จะเอาอะไรมั้ย ถ้าเป็นเงินสดในบัญชีเรามาดูกันเลยว่าเป็นยังไง แต่ถ้าเรื่องทรัพย์สิน เราค่อยว่ากันได้มั้ย เพราะเป็นเรื่องที่ต้องจัดการ
ต้า : ขออนุญาตนะ ถ้าพี่พูดอะไรต่อจากนี้แล้วกระทบกระเทือนหนู พี่ขอโทษ (ยกมือไหว้) ณ วันนั้นที่คุยกับหนู หนูไม่เกี่ยว เราเปิดบริษัทคู่กัน พี่คุยกับหนูเพราะคุยไปไม่มีผล พี่รำคาญ เราต้องตกลงกันสองคน เพราะเราเป็นเจ้าของคู่กัน
แอม : หนูจะได้เข้าใจ ถ้าพี่ต้าคิดแบบนั้นในวันนั้น แอมไม่มีความรู้สึกนั้นเลย แอมคุยด้วยความที่ว่า พี่ต้ากับพี่ยัตเป็นเพื่อนกัน ตลอดระยะเวลาที่เจอปัญหา แอมพยายามบอกพี่ต้ากับพี่โบว์ว่าพี่คุยกัน อยากให้พี่คุยกัน เราอยู่กันมานาน แอมอยู่กับพี่ต้ามานานมาก เราคบกับพี่ยัตเป็นสิบกว่าปี เราก็เห็นเขาอยู่ด้วยกันตลอด เขารักดูแลกันแบบนี้ตลอด ทุกอย่างเลยค่ะ ฉะนั้นแอมเลยเอาตัวเองไปคุยกับพี่ ซึ่งจริงๆ ว่าพี่คุยกันเถอะ แต่พอเป็นเรื่องที่เหมือนฝั่งนี้เจอเรื่องมาที่บอกว่าเป็นอารมณ์อยู่ตรงนั้น ความไม่ไว้วางใจกับพี่โบว์ แอมก็บอกว่าให้คุยกันมั้ย แม้กระทั่งวันสุดท้าย แอมก็ยังยืนยันคำเดิมว่าพี่พูดแบบนั้นจริงๆ ถึงแม้พี่จะบอกว่าหนูไม่เกี่ยว ไม่ใช่เรื่องของหนูก็ตาม แต่มันก็เป็นเรื่องในครอบครัวหนูด้วยที่หนูต้องจัดการ ณ ตรงนั้นด้วย ซึ่งพี่ยัตพูดมาเสมอว่าต้องการความจริง เพราะ ณ ขณะนั้นพี่พูดแบบนั้นจริงๆ แม้กระทั่งพี่ก็พูดเองว่าพี่ไม่เคยเห็นเพื่อนเฟ็ดเฟ่คนไหนเป็นเพื่อนเลย พี่ก็พูด เพราะเราพยายามเข้าไปคุยว่าเกิดอะไรขึ้น หนูไม่เคยทะเลาะกับพี่ต้าเลย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พี่มีปัญหา หนูอาจไปยุ่งกับชีวิตพี่ เงินไม่พอใช้เราก็คุยกันถูกต้องมั้ยพี่
ยัต : ถ้าไม่ใช่เรื่องงาน เรื่องต้ามาก่อนแฟนผมอีก
ต้า : อาจพูดไม่ดีกับผู้หญิง ก็ต้องขอโทษ (ยกมือไหว้) ผมรู้สึกไม่ดีที่พูดไม่ดีกับผู้หญิง หลังจากนี้ผมไม่ขอเถียงกับน้องแอม สุภาพบุรุษมันก็ไม่ควร
แอม : เราพูดในมุมความจริงดีกว่า แอมไม่ได้คิดว่าตรงนี้คือการเถียง ณ ขณะนั้นแอมพูดว่าแอมรับสารแบบนั้นมาจริงๆ ตรงไหนที่แอมไม่ได้ไปอยู่ แอมก็ไม่สามารถพูดได้เพราะมันเป็นเรื่องของพี่สองคน แต่ตรงไหนแอมอยู่ แอมก็ยืนยันคำนั้นเหมือนเดิม
ทนายตุ๋ย : คำถามคือถ้าเขาพูดว่าไม่อยากได้อะไรจากชัยโสโร แค่นี้มันต้องผูกพันเลยเหรอ
ยัต : มันคุยตกลงกันหลายรอบมากแล้วครับ
ทนายตุ๋ย : แล้วทำไมยัตไม่คิดเหมือนตอนที่ต้าเขาคิดตอนเขาคุยเรื่องเฟ็ดเฟ่ ว่าเป็นของทุกคน ยัตไม่คิดว่าเป็นของต้าบ้างเหรอ
ยัต : เขามาพูดหลังจากที่มีสื่ออย่างอื่น และโจมตีกลับมาที่บริษัท มีผลเสีย และมีเรื่องเข้าไปลบช่อง เขาเปิดแล้วเอาฟุตลิขสิทธิ์บริษัทไปออนช่องตัวเองอีก มันหลายเคสครับ
ทนายตุ๋ย : คิดว่าเขาไม่ควรได้รับสิทธิ์นั้นเหรอครับ
แอม : มันเป็นไทม์ไลน์ ณ ขณะนั้นค่ะ ที่ไม่ได้เป็นแค่แชตข้อความที่พิมพ์ เขาสองคนมีอะไรเขาคุยกันค่อนข้างเยอะ แต่ช่วงท้ายๆ พี่ต้าไม่ค่อยพูด พี่ยัตถามอะไรแกก็ไม่ตอบ สำหรับหนู หนูคิดว่าบางอย่างที่อยู่ในใจพี่ต้า พี่ต้าไม่พูดให้คนอื่นรับรู้ในเรื่องสำคัญ แล้วคู่สนทนาเขาจะรู้ได้ยังไง มันผ่านการคุยมาหลายครั้งแล้ว ซึ่งมีทั้งพี่ยัตคุยกันทั้งคู่ แอมอยู่ด้วยก็มีค่ะ
ต้า : ขอถามสั้นๆ ว่าถ้าผมขอออกมาเองไม่เอาอะไรเลย ผมขอถามเพื่อนผม เราออกมาแต่ตัว เราย่ำแย่ พ่อเราก็ป่วยติดเตียง เรามีเงินเดือน 4 หมื่น โดนหักภาษีเหลือ 3.7 หมื่น เราเหนื่อยทำมาด้วยกัน 6-7 ปี เราขอออกมา นายไม่ให้เงินขวัญถุงเราออกมาตั้งชีวิตใหม่แม้สักบาทเดียวเลยเหรอ แม้แต่กล้องสักตัวเดียว
ยัต : นายกลับมาทำร้ายเรา ลบช่อง อย่างอื่น แล้วทำร้ายเราทำไม
แอม : ณ วันนั้นด้วยบัญชีเงินพี่ต้าก็เป็นคนถือทุกอย่าง แอมได้แต่พูด ถ้าพี่ต้าอยากได้พี่ต้าก็พูดสิคะ แล้วพี่ต้าเอาออกไป เพราะไม่มีใครทำให้พี่ต้าได้ด้วยบางอย่าง พี่ต้ากำลังจะสื่อให้คิดไปเองว่าควรจะได้ ณ ตรงนั้น พี่ต้าแค่พูดวันนั้น เหมือนที่พูดวันนี้ เรื่องมันก็จะไม่เป็นแบบนี้ พูดว่าพี่ต้องการ
ต้าเคยพูดมั้ยว่าต้องการเงินในส่วนของต้า?
ต้า : ไม่มีการตกลงกัน เพราะเขาไม่ยอมให้ผมออก ผมพูดตรงๆ บ้านๆ ผมหนีเอาชีวิตรอดออกมาก่อน พ่อแง่แม่งอน ตามตี๊อกันไปมา
เข้าใจคนละอย่าง เขาบอกถ้าต้าจะออกไปทำไมไม่พูดสักคำว่าขอในส่วนกูนะ เขาจะให้เลย แต่มุมต้ามองว่าชีวิตกูออกมาก่อน เงินค่อยว่ากันอีกที แต่วันที่พวกมึงถอนชื่อออกไป จะไม่ถามเพื่อนสักคำเหรอ เขามองแบบนี้ มันเลยมองคนละฝากัน ทางนี้บอกว่าไป มึงต้องขอ ทางนี้บอกกูไป กูไม่ได้พูด มึงควรให้กูหรือเปล่า พูดง่ายๆ ถ้าวันนี้พี่เป็นหุ้นกับอาร์ม ถึงเวลาอาร์มไป พี่ก็ต้องเฮ้ย อาร์ม มึงมีหุ้น 49 เปอร์เซ็นต์ เอาไปด้วย?
ทนายอาร์ม : ไม่แน่พี่อาจไม่ให้ผมก็ได้นะ
ทางนี้มองว่าไม่ให้เพราะทำร้ายกันขนาดนี้?
ต้า : จากกันไปประมาณปลายเม.ย. ผมเคยโทรกลับไปขอแล้วครับ ประมาณเดือน มิ.ย. ที่เกิดในคลิปเสียง
ยัต : ก็ตอนนั้นเราทะเลาะกันแล้ว ทะเลาะกันใหญ่โต เพื่อนทุกคนให้โอกาสจนวินาทีสุดท้าย
ต้า : ผมยังพูดไม่จบนะครับ ผมไม่ใช่คนเดิมในวันนั้น ผมหลุดจากคุณแล้วผมดีขึ้น
ยัต : ผมรู้ครับ ต่างจากคนเดิมที่ผมรู้จักมากครับ
ต้า : ผมไม่ใช่คนที่คุณจะมาควบคุมเป็นเจ้าของชีวิต สั่งผมได้แล้วนะครับ พี่ชายผมช่วยผมไว้ เคยโทรไปแล้วเป็นคลิปเสียงนั้น บอกคุณเป็นแค่พนักงานแล้วมาขอแบ่งสมบัติได้ไง ณ วันนั้นผมไม่รู้ว่าหุ้นถูกเปลี่ยนแปลงแล้ว ผมโทรไปซื่อๆ แบบเพื่อนเลย ว่าจะมาแบ่งทรัพย์สิน ที่บอกว่าผมไปเปิดบริษัทกับคุณตอนไหน ผมเจ็บมาก ผมใจสลาย
แอม : หมายถึงช่วงนั้นพี่ต้าก็ไม่รู้ว่าหุ้นถูกโอนไปแล้วใช่มั้ยคะ
ต้า : ใช่ครับ
แอม : ขออนุญาตเปิดคลิปเสียงด้วยนะคะ เขารับรู้ว่าเขาเซ็นหุ้นออกไป
ต้า : เสียงผม แต่ต้องถามว่าเหตุเกิดที่ไหน
แอม : ที่พี่บอกว่าพี่ยัตบอกว่าเป็นลูกน้อง ช่วงไหนของมิ.ย.คะ ที่พี่แจ้ง
ทนายตุ๋ย : ผมมองว่าคำพูดสั้นๆ แค่นี้ไม่ผูกพันหรอก
ทนายอาร์ม : ผูกพันจิตใจครับ ผมเป็นผู้ร้ายในสายตา ผมเอาเขาไปขึ้นศาลให้เขาได้เจอกันสองคน กลายเป็นผมทวงบุญคุณ
ทนายไข่มุก : ก็มันตลกอ่ะพี่อาร์ม
ทนายอาร์ม : ถ้าไม่ได้ผล เขาสองคนไม่ได้คุยกันเลยนะครับ จากวันนั้นถึงวันนี้ไม่มีใครขอบคุณผมเลยนะ
ต้า : ผมยังยืนยันคำเดิม โอฮาน่าทั้งแก๊งไม่ฮาเท่าแปะดูดแหนมคนเดียว แต่ว่าทนายอาร์มคนเดียวฮากว่าแปะดูดแหนม ขอบคุณครับ
ทนายอาร์ม : แต่ผมมีพระมาฝากพี่นะวันนี้ เหรียญพระราหูทรงครุฑพลิกชะตาพี่ครับ คอยปราบผี
ทนายไข่มุก : ไทร์อินเล่นของ ที่ผ่านมาเจอผีเหรอคะ
ทนายอาร์ม : เจอผีครับ แต่ค่อยบอกน้องมุกนะ
ทนายตุ๋ย : เรียกทนาย เรียกน้องไม่ได้ เรียกน้องสนิทไปครับ
ทนายอาร์ม : ผมขอโทษ (หัวเราะ) ขอนิดนึง ผมต้องบอกทุกคนว่าผมโสด สถานะผมคือหย่าร้างนะ เข้าใจมั้ยคุณทนายมุก
จริงๆ ประเด็นอยู่ตรงนี้ คุยไปก็ไม่จบหรอก เอางี้ดีกว่า คุยตอนจบว่าจะเอายังไง ณ ตอนนี้ธงทางต้าคืออะไร?
ต้า : เรียกร้องความเป็นธรรมครับ อยากได้ส่วนของตัวเองคืน สิ่งที่เหนื่อยทุ่มไป 7 ปีครับ
ทางยัตมองไง?
ทนายอาร์ม : ที่คุยทีแรก ทางนี้เขาคืนได้ ผมสาบานได้เลย ว่าเขาพูดจริงๆ ว่าคืนได้ แต่คืนเท่าไหร่ยังไง ต้องมาไล่ทางบัญชี แต่ปัญหาเกิดขึ้นอีก ทางนี้โดนโจมตีหนักเลย ผมโดนโจมตีหนักเลยตอนนี้ ส่วนที่ผมเสียหาย ผมไม่เอา ผมยอมเสียสละให้พี่ต้า เงินค่าจ้างที่ผมได้ ผมช่วยพ่อพี่ต้าเลย ผมให้เลย 1 แสนบาท เดี๋ยวผมช่วยพี่ต้ากลางรายการ คือทางบัญชีพี่จะเคลียร์กันยังไง ทางนี้เสียหายหลังถูกคนที่เขารักพี่ต้าโจมตีทางนี้ และผมด้วย แล้วจะแก้ปัญหายังไง
แต่ทางต้าโดนถล่มมาเละเทะก่อนนะ?
ทนายอาร์ม : ก็เข้าใจครับ แต่จะเท่ากับยังไงดี
ทนายตุ๋ย : แต่จะเอาความเสียหายที่คนในสังคมถล่มฝั่งไหนมาคิดเป็นค่าเสียหายไม่น่าจะได้มั้ย ก็คิดตามหลักบัญชี
เอาง่ายๆ เลย ต้องย้อนกลับไป ณ วันที่เขาเป็นผู้ถือหุ้น 49 เปอร์เซ็นต์ก่อนเขาออกมา?
ทนายอาร์ม : ใช่ครับ
แอ๊ : ต้าอยากได้หุ้นคืนมั้ย
คือกลับไปยืนอยู่ตรง 49 เปอร์เซ็นต์ แล้วกลับไปกระทบยอดดูว่าเงินในช่วงตั้งแต่ระยะเริ่มต้นที่เปิดมาของชัยโสโรจนถึงวันที่ต้าออกมา มีผลประกอบการเท่าไหร่?
ทนายไข่มุก : พี่ต้าอยากกลับไปทำงานที่เดิมอยู่มั้ยคะ
ทนายอาร์ม : ไม่ใช่ เราไม่ได้คุยเรื่องหุ้นแล้ว เราคุยเรื่องทรัพย์สิน พี่ต้าคงไม่อยากมาอยู่กับฝั่งพี่ยัตแล้วครับ แต่ผมอยากไปอยู่ฝั่งพี่ต้านะครับ (หัวเราะ)
ต้าเอาไง?
ต้า : ผมเริ่มต้นชีวิตใหม่ ต่อสู้ฝ่าฟันเปิดช่องใหม่แล้ว คงไม่ได้กลับไปแล้วครับ
ถ้าจะเคลียร์กัน คุณต้องย้อนกลับไปที่เป็นผู้ถือหุ้นก่อน อย่างรถ กระทบยอด มีกี่คัน บ้านต่างๆ นานา?
ทนายตุ๋ย : หักกลบลบหนี้ให้ชัดเจน เสียดอกเบี้ยให้บริษัทมั้ย ถูกมั้ย
ทนายอาร์ม : ถูกต้องครับ แต่ต้องคิดเงินบริหารทางนี้ด้วยนะ 8 เดือนที่ผ่านมา ถ้าทางนี้ไม่บริหารต่อมันก็คือศูนย์
ทนายไข่มุก : ช่วง 8 เดือนตรงนั้นมีรายได้ที่ไม่ให้พี่ต้าด้วยถูกต้องมั้ยคะ
ทนายอาร์ม : ถูก ตรงนั้นไม่โต้แย้งอะไร
ทนายไข่มุก : เราสต๊อบวันที่พี่ต้าเดินออกมา
ทนายอาร์ม : ถูก แล้วเรามาเคลียร์ยอดว่ามันยังไง พี่ยัตเขาคาใจตรงที่ถ้าพี่ต้าพูดความจริง มันก็วนกลับไปอย่างนี้
กำลังมองว่าเรื่องความจริงกับความไม่จริง มันเป็นเรื่องความเข้าใจของคนสองคน มันตอบไม่ได้ แต่ทางนี้ธงเขาต้องการสัดส่วนของเขาคืน ทางยัตยอมเขาได้มั้ย กลับไปดูในวันที่เขาออกมา ดูว่ามีผลกำไรเท่าไหร่แล้วแบ่งให้เขาไป แค่นี้ก็จบแล้วนะ?
ทนายอาร์ม : ให้เขาแก้ข่าวบ้างได้มั้ย ฟ้องก็ไม่ได้ฟ้อง 20 ล้าน ลายมือเขาก็ลงเอง วันนั้นที่มาออกอากาศ ทางพี่ต้าใส่มายับเลย ว่าปลอมลายมือบ้าง คนทั่วไปฟังเขาฟังว่าพี่ยัตไปโกงไปปลอมเอกสาร ให้ทางนี้ได้แก้ตัวได้มั้ย
ทนายแม็ก : ผมถามคำเดียว พี่ยัตไม่ได้ฟ้องเรียกเงิน 20 ล้านใช่มั้ย เอาประเด็นนี้เลย
ทนายไข่มุก : ครั้งที่แล้วมุกพูดไปแล้วว่า 20 ล้านมุกเพิ่งเห็น แล้วตัว 20 ล้าน มุกไปฟังพี่อาร์มจากรายการที่ออกไป ว่ามีการฟ้อง 20 ล้าน มุกพูดเคลียร์ในรายการบอกว่า 20 เหมือนเป็นค่าการประเมิน
ทนายแม็ก : ประเด็นนี้คือประเด็นแรกที่มีการเอามาตีในสื่อว่าพี่ยัตฟ้องเรียกเงินจากเพื่อน 20 ล้านสองสำนวน ผมก็ไม่รู้หรอกเขาคุยกับทนายหรือเปล่า
ทนายไข่มุก : ต้องแก้ก่อน มุกได้คุยกับทางพี่ต้าแล้ว บอกว่าการที่เขาฟ้องอาญามาก่อน อนาคตเขาอาจไปฟ้องแพ่งได้อีกครั้งนึง เป็นความเข้าใจของพี่ต้า ซึ่งพี่ต้าเขียนหน้าสุดท้าย ประเมินมูลค่าความเสียหายที่พี่ต้าทำไปอยู่ที่ 10 ล้าน มันเขียนว่า 10 ล้าน
ทนายอาร์ม : คุณทนายไข่มุกเอาง่ายๆ ครับประเด็นชัดๆ สรุปทางพี่ยัตเรียกเงินพี่ต้า 20 ล้านมั้ย ตามฟ้องเลย
ทนายไข่มุก : ตามฟ้องทำให้เกิดความเสียหายเป็นจำนวนเงิน 10 ล้านบาท
ทนายอาร์ม : ไม่ ตอบไม่ตรงคำถาม
ทนายตุ๋ย : ท้ายฟ้องคุณไม่ได้ขอไว้ แต่สามารถใช้สิทธิ์เรียกค่าเสียหายส่วนแพ่งได้
ทนายอาร์ม : อย่าพูดเกินสิพี่
ทนายตุ๋ย : ท้ายฟ้องไม่ได้เขียนไว้
ทนายอาร์ม : แล้วถามว่าพี่ต้าต้องเสียเงินให้สองคนนี้ 20 ล้านมั้ย
ทนายตุ๋ย : ถ้าตามคำฟ้องยังไม่ต้อง
ทนายอาร์ม : ขอบคุณครับ ที่เข้าข้างผมอยู่นิดนึง
ทนายตุ๋ย : ผมเป็นกลางนะ (หัวเราะ)
ทนายไข่มุก : เรื่องนี้อธิบายให้พี่ต้าฟังแล้ว แต่พี่ต้ารู้สึกว่าการเขียนมา 10 ล้านแบบนี้ ต่อไปต้องฟ้องแพ่งเขาแน่นอน ซึ่งระหว่างนั้นมีคดีพรบ.คอมพ์ฯ มีคดีลิขสิทธิ์ต่อ มีที่สน.อีก 4 คดี เขาก็มีความกังวลใจ
วันนั้นต้าบอกว่าเขาถูกฟ้อง 2 คดี 20 ล้าน ทางนี้เขาเลยออกมาแก้ ว่าเขาไม่ได้เรียกเงิน เพราะบรรยายใต้ฟ้องเขาไม่ได้ลงไป ฉะนั้นต้าเป็นคนคิดเองว่าจะมีการฟ้อง 20 ล้าน ทางนี้บอกว่าเขามีสิทธิกลัวได้ เพราะเขาไม่รู้กฎหมาย ประเด็นนี้เคลียร์นะ ยัตไม่ได้ฟ้องต้า 20 ล้าน?
ต้า : แต่ในโนติสที่ผมได้ มีการพูดเรื่องเงิน 10 ล้านทั้งสองใบ ในนั้นระบุว่าความเสียหาย 10 ล้านทั้งสองคดี เขามีการส่งหลักฐานว่าเขาเสียหายโน่นนี่นั่นรวมเป็นเงินหลายล้านจนถึงขั้น 10 ล้าน
ทนายอาร์ม : เข้าใจพี่ต้ามีสิทธิ์คิด แต่ถามว่าทุกคนเข้าใจว่าพี่ยัตฟ้อง 20 ล้าน แต่มันเป็นลายเซ็นทนาย ทางนี้ไม่ได้เรียก 20 ล้าน
โนติสที่ทางนี้ยื่นไปทำให้ต้าเข้าใจว่าจะโดนฟ้อง 20 ล้าน?
ต้า : ไม่ใช่แค่เข้าใจผิดครับ ในศาล ก็มีการนำใบเสนอราคา ความเสียหายของบริษัทมายื่นต่อศาลเยอะแยะมากมายว่าเสียหายหนัก 10 ล้าน ผมไปทำงานไลฟ์สดเริ่มมีรายได้ สามารถจ่าย 10 ล้านได้ ผมถามสองข้อ ข้อแรก ฟ้องผมทำไม มีหนักกว่าการฟ้อง อยู่ๆ ฟ้องผมในคดีเดโม่ เข้าเพจตัวเอง ที่หนักสุดผมไม่เคยเล่าที่ไหน มันเป็นวันที่ผมเจ็บปวดมาก ผมเกือบไม่ได้มานั่งตรงนี้ ไม่ได้โผล่หน้ามาตรงนี้แล้ว คัดค้านการประกันตัวทำไม เพื่อนกะให้เราติดคุกหายไปเลยเหรอ นายก็รู้ว่าเราไม่มีเงินประกันตัวหรอก ผมไปอยู่ในคุกใต้ถุนศาล เขาคัดค้านการประกันตัวผม
แอ๊ะ : ทนายโทรหาไม่ใช่เหรอ
ต้า : ยื่นต่อศาลไม่ให้ปล่อยตัวผม ให้ส่งผลไปเรือนจำเลย
คุณเอาเงินที่ไหนประกันตัว?
ต้า : ขอยืมทนาย
ทนายไข่มุก : ให้พี่ต้าก่อนแสนนึง
ต้า : ผมก็เจอพี่ๆ นักโทษคนอื่นที่เขามาขึ้นศาล ในนั้นมีหลายคนมากที่ติดคุกมาแล้ว 3-4 เดือน ไม่มีเงินประกันตัว ผมก็พ่อจะอยู่ยังไง แม่จะอยู่ยังไง ผมก็นั่งเศร้าไปแล้ว
ทนายไข่มุก : วันนั้นเกือบ 5 โมงเย็นแล้ว ศาลท่านก็บอกจะเอายังไง พี่ต้าบอกว่าผมนอนคืนนึงก็ได้ ผมจะได้ไม่ต้องทำงาน ทนายก็บอกว่าอย่าเพิ่งเข้า ใจเย็นๆ มันสามารถประกันได้ค่ะ
ทางต้าถูกยัตฟ้อง ศาลมองว่ามีมูล ไปชั้นสืบต่อ เขาเป็นผู้ต้องหาแล้ว จำเป็นต้องประกันตัว ทนายฝั่งยัตคัดค้านไม่ให้ประกันตัว เขาไม่มีเงิน ต้องไปยืมเงินทนายมาจ่าย?
ต้า : ทำไมใจร้ายจัง
ทนายอาร์ม : ถ้าพูดว่าคัดค้านพี่ศาลมีนบุรี พี่เอาเอกสารพี่แล้วโพสต์เลย วันนั้นที่ไต่สวนแล้วมีมูล อาจทำให้พี่เข้าใจแบบนั้น แต่คดีที่คัดค้านไม่ใช่คดีนั้นครับ
ทนายแม็ก : การคัดค้านประกันตัวไม่มีเลย อยู่ในดุลยพินิจของศาลทั้งหมดเลย ตรงนี้ไม่มีเลย ไม่มีการคัดค้านเลย ในการประกันตัว ให้อยู่ในดุลยพินิจของศาล
ทนายไข่มุก : วันนั้นมอบให้ทนายฟิล์มไป ทนายฟิล์มบอกว่ามีการคัดค้านมา เราไม่เถียงกันว่าได้พูดหรือไม่พูด แต่ศาลท่านฟังว่าต้องประกันตัว 1 แสนบาท
ทนายอาร์ม : เอาประเด็นก่อน พี่ต้าใส่ร้ายผม ผมเสียหาย ทางทีมผมเสียหาย
ทนายไข่มุก : ทนายฟิล์มเขาบอกว่าวันนั้นขอสาบานตัว ทนายแม็กบอกว่าคัดค้าน
ทนายแม็ก : เปิดให้ดูเลยครับ ไม่มีเลยครับ
ทนายไข่มุก : บางทีท่านอาจไม่ได้จดทุกอย่าง
ทนายตุ๋ย : มองว่าการขอปล่อยตัวชั่วคราว ศาลท่านต้องมีทำสัญญาประกันและวางเงินอยู่แล้ว แต่เรื่องการคัดค้าน ถ้าคุณแถลงท่านด้วยวาจา กับเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร ถ้าทางแม็กบอกว่าไม่มี
ทนายแม็ก : ผมยืนยันว่าไม่มี
ทนายตุ๋ย : ก็ไม่มี แต่การปล่อยตัวชั่วคราว ศาลท่านต้องทำสัญญาประกันและวางเงินอยู่แล้ว แต่ไข่มุกกำลังจะบอกว่าขออนุญาตศาลสาบานตนว่าจะมาศาลตามนัดทุกนัด ถ้าศาลท่านอนุญตก็ไม่ต้องวางเงิน เขามองแบบนี้
ทนายอาร์ม : เมื่อกี้พี่ต้าบอกพวกผมคัดค้าน สรุปคือพวกผมไม่ได้คัดค้านการประกันตัวนะ เข้าใจตรงกันหรือยัง
ทนายไข่มุก : พี่ต้าเขาอยู่ในเหตุการณ์ เขาเข้าใจและได้ยินแบบนี้ วันนี้จะมาบอกให้พี่ต้าเข้าใจใหม่แบบนี้ ถูกต้องมั้ย
ต้า : ขอโทษด้วยนะครับ (ยกมือไหว)
ทนายอาร์ม : ขอบคุณครับที่ขอโทษผม
ทนายไข่มุก : งั้นแสดงว่าทนายฟิล์มพูดไม่ตรงความจริงเหรอคะ วันนั้นเขาคัดค้านมั้ย ไม่งั้นกลายเป็นลูกความเข้าใจผิด
ทนายแม็ก : วันนั้นเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการ ผมกลับเลย เรื่องการประกันตัวเป็นเรื่องของทางจำเลย
ทนายฟิล์ม : วันนั้นมีการขอสาบานตน เนื่องจากพี่ต้าไม่มีเงินจ่ายค่าประกันตัว ทางทนายเลยขอศาลสาบานตน แต่ทางทนายก็ขอคัดค้านมา ศาลบอกขอใช้ดุลยพินิจกำหนดแล้วกัน ว่าจะให้สาบานตนหรือจะให้ประกันตัว เป็นแบบนี้ค่ะ
ทนายแม็ก : เรื่องคัดค้านผมไม่ได้พูดนะครับ เปิดรายงานได้เลย ถ้าถือมา
ทนายตุ๋ย : ไม่เป็นไร บางทีอย่างที่บอกท่านอาจไม่ได้บันทึคกเอาไว้
ทนายอาร์ม : พูดอะไรไปก็รู้สึกว่าฟังผมยาก พูดอะไรไปก็ผิดหมด ไม่เป็นไร สรุปว่าพี่ต้าเข้าใจตรงกันนะว่าผมไม่ได้คัดค้าน ประเด็นนี้จบนะ ส่วนที่ถามว่าฟ้องทำไม อาชีพหลักผมคือรับจ้างกู้เฟซบุ๊ก แล้วรู้จักเขา มันผ่านไปประมาณ 2 เดือน ผมก็เริ่มรู้แล้ว เป็นใครผมไม่รู้ ผมเพิ่ง 35 ตอนนั้น (หัวเราะ) ทางนี้ก็คิดมาตั้งนานแล้วว่าไม่ฟ้อง ไปปรึกษาทนายมหาลัยด้วย ยิ่งไปกันใหญ่เลย ผมไม่อยากฟ้อง เอ๊ะ ทำไงดี ก็เริ่มหาหลักฐานก่อน การฟ้องใครสักคนให้เป็นจำเลย คนลงลายมือชื่อกับคนฟ้องสำคัญอาจโดนสวน ก็ไปเจอร่องรอยการกู้เฟซบุ๊ก ก็ตัดสินใจฟ้อง 2 คดี คือพรบ.คอมพ์ฯ กับลิขสิทธิ์ไป ฟ้องเพื่อหนึ่งเขาได้หมายศาล คิดในใจว่าเรื่องนี้ยังไงก็มีโอกาสคุยกันเพราะเป็นเพื่อนรักกันมาก ผมก็คิดว่าสองคนนี้คงคุยกันได้ ครั้งที่หนึ่งผมไม่ได้ไปเอง ฝ่ายนี้ไปบ้างไม่ไปบ้าง คุยกันจริงๆ คือวันล่าสุดที่ไปเจอกัน แต่ผมกลายเป็นไม่ใช่พระเอก ผมอดเจอนางเอก เหตุผลที่ฟ้องแค่นี้ ทางฝั่งนั้นก็ตั้งธงมาว่าเท่านั้น ทางนี้ตั้งธงว่าไม่จ่าย แล้วไม่ฟ้องแล้วจะทำยังไง มีวิธีร้อยแปดที่ไม่ต้องฟ้องสองคนนี้จะได้คุยกัน ในโซเชียลครับ ศาลจริงกับความเป็นจริงคดีที่กิดขึ้นผมกับไข่มุกรู้ดีที่สุด รู้ดีกว่าพี่ตุ๋ยด้วยครับ เพราะผมสองคนรู้อยู่ในคดี
ทนายตุ๋ย : แต่ผมก็ไม่ได้เข้าข้างใครไม่ใช่เหรอ
ทนายอาร์ม : เต็มๆ เลยครับ พี่นั่งอยู่ฝั่งโน้น
ทนายตุ๋ย : งั้นเดี๋ยวผมเข้าข้างเลย เพราะไข่มุกน่าจะสู้คุณไม่ได้แล้ว
ทนายอาร์ม : ก็ได้คุยกันในศาล เขาสองคอนฟริกกันหนักมาก จนไม่สามารถมีโต๊ะเจรจาได้เลย การไปคุยในศาล คือการที่ศาลควบคุมสถานการณ์ได้ดีที่สุด ไม่ให้ฝ่ายใดแย่งกันพูดแบบนี้
อาร์มบอกว่าที่เริ่มต้นการฟ้อง มาจากคุณเอง ไม่เกี่ยวกับยัต คุณมีเจตนาจะให้เพื่อนสองคนไปคุยกันในศาล?
ทนายอาร์ม : ผมใช้คำพูดว่าผมกล้าพูดแบบนั้นดีกว่า 70 เปอร์เซ็นต์เป็นเพราะผม
ทนายรับให้?
ทนายอาร์ม : ไม่ใช่รับให้พี่ ผมเป็นคนแนะนำให้ เขาจ้างผม ผมก็เลยแนะนำให้ฟ้อง
ทนายตุ๋ย : ซึ่งเป็นเหตุผลที่ถูกนะที่อาร์มพูด เพราะเพื่อนไม่เจอกัน ไม่คุยกัน มาเจอกันมันยาก จะไปสน.เข้าไกล่เกลี่ยก็ยาก นี่อาจเป็นเหตุผลที่อาร์มพูด ก็มีเหตุผลที่จะเจอกันได้
ทนายอาร์ม : สุดยอดเลยพี่ คอมเมนต์ดีๆ มาแล้ว (หัวเราะ)
ทนายไข่มุก : ที่ผ่านมาเราพยายามพูดคุยกันในศาลตั้งหลายนัด เอาจริงๆ คนที่นัดยากคือฝั่งพี่ ทุกคนเข้าใจว่าฟ้องเพื่อที่จะคุย แต่พอถึงเวลาจริงๆ ทำไมไม่ได้คุย
ทนายอาร์ม : ไฟนอลของศาล บริบทหลายๆ อย่าง ศาลแพ่งมีนบุรีมันเย็น อากาศดีมาก ศาลที่มีนบุรีวันนั้นไล่ออกทั้งคู่เลย ไล่ทนาย ให้สองคนคุยกัน แต่คนเอาคดีไปศาลได้คือใคร คือทนาย
ทนายไข่มุก : เอาจริง วันนั้นพี่อาร์มก็ไม่อยู่ มีแต่มุกกับทนายแม็ก
ทนายอาร์ม : ผมโฟนอินตลอดเวลา
ขอคุยกับตัวความดีกว่า?
ทนายอาร์ม : อีกนิดนึงครับ เรื่องลายมือปลอม พี่ต้าต้องแก้ข่าวนี้ให้ก่อน เข้าใจสภาวะพี่ต้าเซ็นวันนั้น แต่พี่ต้าออกรายการว่าลายมือนี้เป็นลายมือปลอม ยัดปลอมใบหุ้น แล้วผมโดนโจมตีอย่างหนัก ผมจบนิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และนิติศาสตร์มหาบัณฑิต ที่ม.ศรีปทุม
ทนายตุ๋ย : วันนั้นต้าไม่ได้ยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าปลอม แต่เขาบอกว่าเขาอาจจำไม่ได้เขาป่วยเขาอะไร แต่ผมก็บอกให้พิสูจน์
ทนายอาร์ม : แต่โซเชียลเขาบอกไปแล้ว
ทนายตุ๋ย : คุณห้ามโซเชียลไม่ได้ จะโทษต้าไม่ได้
ทนายอาร์ม : ผมถึงต้องแก้ตัวผ่านโซเชียลนี่ไงครับ ผมขอโอกาสแก้ตัวให้ฝ่ายนี้ก่อนว่าใบหุ้นฉบับนี้ไม่มีการปลอมใบหุ้นของพี่ต้า
ทนายไข่มุก : ใบหุ้นหรือสัญญาคะ
ทนายอาร์ม : สัญญาโอนหุ้น
ทนายไข่มุก : มันมีสองตัวค่ะ พี่อาร์มถามรายงานการประชุมหรือหนังสือซื้อขายหุ้นคะ
ทนายอาร์ม : สัญญาซื้อขายหุ้น
ทนายอาร์ม ยัต อันนี้เป็นหนังสือว่าด้วยสัญญาซื้อขายหุ้นและเปลี่ยนแปลงกรรมการ ในนี้มีการโอนถ่ายหุ้นจากฝั่งต้าไปให้ยัต ฝั่งนี้บอกว่าลายเซ็นต้า ต้าเป็นผู้เซ็นเอง แต่ต้ามานั่งในรายการ เขาพูดว่าผมไม่แน่ใจว่าเป็นลายเซ็นของผมหรือเปล่า แต่ผมว่าผมไม่ได้เซ็น แต่ถ้าเซ็นอาจอยู่ในไทม์ไลน์ป่วย ต้าพูดอย่างนั้น ขณะเดียวกัน เรื่องนี้ขึ้นไปสู่กระบวนการศาลเรียบร้อย ทางฝั่งต้าและทนายไข่มุกก็แย้งเลย ว่าเขาขอตรวจสอบได้มั้ยว่าลายเซ็นนี้เป็นลายเซ็นจริงมั้ย แต่ทางนี้ไม่รับ?
ทนายอาร์ม : ใช่ครับ ผมไม่รับ เพราะผมกลัวพี่ต้าจะโดนฟ้องกลับ เป็นฟ้องเท็จ ผมเป็นห่วงพี่ต้า ผมรักพี่
ทนายแม็ก : ทนายฟางอยู่ในที่เกิดเหตุวันนั้นเลย ที่ผมแถลงคัดค้านไป ท่านบันทึกว่ายังไง
ทนายไข่มุก : ประเด็นคือทนายถามว่าเราทะเลาะกันเรื่องหุ้น เราฟ้องกันเรื่องหุ้น เราเลยถามว่าสัญญาซื้อขายหุ้นมันจริงมันปลอม มันไม่เกี่ยวกับประเด็นอย่างไร วันนั้นเราท้ากันแบบนี้
ทนายแม็ก : แล้วนัดสุดท้ายทนายสายฟ้าเขียนคำร้องให้ศาลบันทึกเรื่องคำท้าไปในรายงานอีกที ซึ่งวันนั้นผมคัดค้านโดยให้เหตุผลว่า ตามคำฟ้องพี่ต้าเอง ได้บรรยายว่ามีการลงลายมือชื่อ ศาลก็ตรวจดูคำฟ้อง ประกอบกับเอกสารว่ามีการลงลายมือชื่อจริง ศาลท่านเลยไม่ได้มีการส่งประเด็นตรงนี้ เพื่อความชัดเจนว่าทำไมผมถึงให้เหตุผลแบบนี้
ทนายไข่มุก : เพื่อให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น พี่ต้าที่เขาเข้าใจ วันที่ 9 เม.ย. คุณแอมส่งเอกสารให้พี่ต้าเซ็น พี่ต้าขอดูเอกสารหน่อยได้มั้ย เขาไม่รู้ว่าเป็นเอกสารอะไร พี่ต้าเพิ่งเข้าใจว่าที่เซ็นไปวันนั้นน่าจะเป็นเอกสารการโอนหุ้นหรือเปล่า
ทนายตุ๋ย : นี่คือข้อเท็จจริงที่คุณต่อสู้กันในคดี แต่อาร์มแค่ยืนยันว่าไม่ได้ปลอม
ทนายอาร์ม : ทางนี้เขารู้สึกเสียเปรียบนิดนึง
แอม : ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการกฎหมายที่เราคิดว่าเราไม่ได้ทำ พอมันออกไปบนสื่อ ตลอดระยะเวลาแอมกับพี่ยัตไม่เคยตอบโต้เลยสักครั้งเดียว เขามีแต่สาดบนสื่อว่าแอมปลอมลายเซ็นบ้างแหละ แนบเอกสารเข้ามาบ้างแหละ ทำให้เราถูกด่าทอเยอะมาก นั่นคือบนสื่อที่เราเจอ ณ ตรงนั้นแอมกล้าพูดได้ว่าแอมยืนยันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะแอมอยู่ด้วย ณ ตรงนั้นที่พี่ต้าเซ็น พี่ต้าเซ็นเองกับมือทุกฉบับจริงๆ และไม่ได้มีภาวะที่พี่ต้าบอกว่าป่วยเลย เพราะเราไม่เคยรู้เรื่องการวิกลจริตของพี่ต้า ที่อ้างมาเลยด้วยซ้ำ
แต่ได้เห็นแล้วใช่มั้ยว่ามีใบรับรองจริงๆ?
แอม : แอมเห็นบนศาลค่ะว่ามีซึมเศร้า แต่ว่าในกรณีที่แอมไม่เห็นว่าเขาวิกลจริต ความหมายของแอมคือเราคุยปกติ พิมพ์แชตไลน์ตอบได้ปกติ
ทนายอาร์ม : ผมจะแก้ก่อนว่ายืนยันว่าไม่มีการปลอม แค่นั้นเอง ส่วนเซ็นแล้วมีอำนาจหรือไม่อยู่ที่การพิสูจน์ของศาลว่าในขณะเซ็นก็เป็นข้อกฎหมาย ส่วนประเด็นถัดมา ทำไมพี่ต้าต้องฟ้องเพื่อนบ้างครับ
ทนายไข่มุก : เรื่องคุณแอมไม่ทราบว่าพี่ต้าป่วย ขออนุญาตเปิดคลิปเสียงวันนั้น (เปิดคลิปเสียง แอมพูดว่าพี่ต้าป่วย พี่ยัตเป็นคนจัดการให้)
แอม : แอมขออธิบายคำที่แอมบอกว่าพี่ป่วย คำว่าป่วยของแอมไม่ได้หมายถึงวิกลจริต แต่หมายถึงพี่ต้าป่วยจริง ทุกคนรู้หมด ถ้าฟังดีๆ พี่บอกย้อนไปไทม์ไลน์ตั้งแต่ปิดเฟส คือพี่ต้าเริ่มป่วยแล้ว ป่วยเป็น..แต่ไม่ได้หมายถึงวิกลจริตแต่อย่างใด แอมเชื่อโดยสุจริตใจว่าเขาอาการปกติค่ะ ไม่รู้จริงๆ
ทนายอาร์ม : ประเด็นต่อมา รายงานประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นชัยโสโร ขณะที่เซ็นบอกว่าไลฟ์สด นี่ก็ลายมือพี่ต้า ต้องถามพี่ต้าก่อนว่าจำได้มั้ย ใช่ลายมือพี่มั้ย
การเซ็นโอนหุ้นต้องมีการประชุมผู้ถือหุ้นซะก่อน ในนี้ระบุว่า 11 ก.พ. 68 เวลา 10.00 น. ขณะเดียวกัน ต้าบอกว่าลายเซ็นนี้ผมว่าผมไม่ได้เซ็นนะ เพราะเขากำลังไลฟ์อยู่ วันเดียวกัน บ่ายโมง 48 นาที แต่เขาบอกเขาขายยาวเลย แล้วเขาจะเซ็นได้ไง?
ทนายอาร์ม : การทำบันทึกรายงานการประชุม เวลาเป็นทนายความ แต่งทนายวันนี้ ลงวันที่วันนี้มั้ย พี่ลงวันที่ ทำไมไม่ลงวันที่พี่ลง พี่ต้าก็เบิกความในศาล ยอมรับว่าการประชุมปกติก็มีการประชุมโทรศัพท์ แต่ผมไม่รู้หรอกลายเซ็นนี้จริงหรือไม่จริง ทางนี้ไปกล่อมหรือไปปลอมยังไงไม่รู้ แต่ผมรู้ตอนมีคดี ทำไมพี่ต้าถึงฟ้องเพื่อนครับ ฟ้องคดีแจ้งความเท็จ ทำไมพี่ต้าต้องฟ้องเพื่อน ร่วมกันแจ้งความเท็จ รับรองเอกสารเท็จ ปลอมเอกสารเท็จ ใช้เอกสารสิทธิ์ปลอม
ต้า : ก็ตามกระบวนการครับ
ทนายอาร์ม : พี่ต้ารับมั้ยว่าพี่ต้าฟ้องเพื่อน แล้วเพื่อนจะติดคุก พี่ต้ารู้มั้ยครับ
ต้า : เรามารู้ว่ามีการโอนหุ้นอย่างไม่เป็นธรรม เราก็แค่เรียกร้องความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม ก็คือการฟ้องไงครับ
ทนายอาร์ม : ผมถามว่าพี่ต้าฟ้องเพื่อนทำไมครับ
ทนายไข่มุก : เพราะว่าพี่ยัตฟ้องมาหลายคดีแล้วไงคะ ก็เลยฟ้องกลับบ้าง
ทนายอาร์ม : แต่ไม่อยากให้พี่ยัตติดคุกใช่มั้ย
ทนายตุ๋ย : คุณถามอย่างนั้นไม่ได้สิ รายงานการประชุมคุณก็บันทึกไม่ถูก ไม่อยากโต้แย้งเลยนะ ประชุมผู้ถือหุ้น ต้องระบุว่ามีผู้ถือหุ้นเข้าร่วมกี่คนนับจำนวนหุ้นได้เท่าไหร่ แล้วต้องระบุไว้ด้วยว่าคุณประชุมวันที่และเวลา
ทนายอาร์ม : อันนี้ไม่อยากเถียง เพราะอยู่ในคดีแต่เอกสารนี้ปลอมมั้ย แค่นั้นเอง แล้วในคำฟ้องของพี่ต้า
ทนายไข่มุก : คำฟ้องที่พี่ต้าฟ้องพี่ยัต ที่มุกคุยกับพี่ต้า พี่ต้าบอกมุกในภายหลังว่ามีคดีนี้อยู่ พี่ต้าใช้ทนายอีกคน ตอนนั้นพี่ต้ามีปัญหาเรื่องเงิน ไม่อยากมากวนมุกแค่นั้นเอง ตรงๆ ว่าทำไมถึงถอน เพราะในคดีนี้มุกดูแล้วคำฟ้องไม่ถูกต้อง มันไปไม่ได้ เราพูดกันแบบแมนๆ แฟร์ๆ เลย
ทนายอาร์ม : โอเค จบ สรุปแล้วสัญญาโอนหุ้นฉบับนี้ไม่มีการปลอมลายมือ
ทนายแม็ก : คุณต้ายืนยันว่าจำไม่ได้ว่าเซ็นหรือไม่เซ็น ถูกมั้ยครับ
ทนายตุ๋ย : การคุยกันตรงนี้จะเอาไปอ้างในศาลไม่ได้นะ
ทนายแม็ก : เอาเป็นว่าพี่ต้าไม่แน่ใจว่าเซ็นหรือไม่เซ็น
ต้า : เอกสารเซ็นโอนหุ้น ที่ผมคิดว่าไม่ได้เซ็น มันอาจไม่ใช่แค่ลายเซ็น มันคือรายละเอียดครับ มันลงรายละเอียดว่าผมขายหุ้น 49 เปอร์เซ็นต์ แค่เงินยูทูปไม่ต้องทำอะไรเลย เรามีคลิปอยู่ 900 คลิป นอนเฉยๆ ไม่ต้องทำอะไรก็ได้เงินเดือน 2.4 แสนอยู่แล้ว แต่ในนั้นลงว่าผมขายหุ้น 49 เปอร์เซ็นต์ ในราคา 3 แสนบาท มันเป็นไปไม่ได้ มันไม่เมคเซ้นส์
คุณได้ 3 แสนเป็นค่าอะไร?
ต้า : ยืมเพื่อไปจ่ายคืนเฟ็ดเฟ่ครับ
ในนี้เขียนว่าค่าตอบแทนเสื้อสวัสดีปีใหม่ ตกลงเป็นค่าอะไรกันแน่?
ยัต : เมื่อกี้เขาบอกมาแล้วว่าเป็นค่ายยืมเพื่อไปจ่ายคืนเพื่อนๆ เฟ็ดเฟ่ โดยยืมผมไป 3 แสน พอวันนึงคุยเรื่องเขาขอออกตามกฎหมายมันไม่สามารถเอาเขาออกเปล่าๆ ได้ ติดต่อบริษัททำบัญชี ทำเอกสาร ไม่สามารถทำแบบนั้นได้ เลยหักเงิน 3 แสนที่เขาเป็นหนี้เป็นเงินซื้อหุ้น
แต่ต้นรายการยัตบอกว่าเขายังไม่ใช้หนี้ยัตเลยนะ 3 แสน?
ยัต : เขาไม่ได้ใช้หนี้เป็นเงิน เขาหักจากการซื้อหุ้นไปครับ ผมเข้าใจแบบนั้น
ทนายตุ๋ย : แต่ยัตเว้นเอาไว้
ยัต : แต่ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น
วันที่เขาจะออก ยัตบอกหักไป 3 แสนแล้วโอนหุ้นมาให้กู แต่ผลประกอบการ ยัตเป็นคนยืมเงินออกไปเป็น 10 ล้านเลยนะ เราให้เขา 3 แสน ไม่เป็นธรรมกับเขาส่วนนึงนะ?
ยัต : ก็เขาบอกว่าไม่เอา แต่ผมไม่สามารถเอาออกได้ตามกฎหมาย มันต้องมีการซื้อขาย ก็เอาเงินที่เขาค้างเป็นหนี้หนักไป
ก็ย้อนกลับมาว่าแล้วเพื่อนจะไม่บอกเลยเหรอว่ามึงออกไปเนี่ย 49 เปอร์เซ็นต์ ยังมีเงินอีกส่วนที่ต้องได้ไปนะ?
ยัต : บอกครับ บอกหมดทุกอย่าง จะแบ่งกันก็ได้ทุกอย่าง
ต้า : ยังไม่เคยมีการได้คุยกันครับ เพราะว่าเขาไม่ยอมให้ผมออก เขาง้อตลอดเวลา
แอม : หนูยืนยันว่าเราคุยกันเยอะมากจริงๆ สำหรับพี่ยัตแอมไม่รู้เขาคุยอะไรไปบ้าง แต่ตอนอยู่กับแอมที่อยู่ออฟฟิศ คุยกันจริงๆ ว่าพี่จะขอออก แล้วพี่ไม่เอาอะไรเลย แอมบอกว่าพี่ออกแล้วจะเอายังไง เงินบริษัทจะเอายังไง เขาบอกว่าไม่เอาอะไรเลย เพราะบริษัทเป็นของยัต เขายืนยันว่าเขาไม่เอา ณ วันนั้นนะคะ ตลอดระยะเวลาที่เขาพูดกันสองคน แอมไม่รู้บริบทเพราะแอมไม่อยู่ด้วย แต่ตอนนี้ถ้าพูดเป็นตัวเลข มันพูดยาก เข้าใจที่ทุกคนสงสัย แต่ ณ วันนั้นมันอาจเป็นแบบนั้นจริงๆ ที่ยืนยันว่ายังไงพี่ต้าก็ไม่เอาแต่อาจเป็นพี่ต้าบอกว่ามันควรให้ทีหลังหรือเปล่า ตรงนั้นเราไม่ได้คิดถึงตรงนั้นเพราะเราคุยกันจบไปแล้วและคุยกันหลายรอบแล้ว แต่หลังจากนั้นที่ควรคิดถึงเขาบ้างสิ พ่อเขาป่วยอยู่นะ เรื่องพ่อเขาป่วย ไม่ใช่ทางแอมไม่รู้นะคะ รู้นะคะ ก็บอกให้เขานำเงินไปรักษาพ่อ เขาก็ไม่เอา เนี่ยค่ะ พี่ต้าเป็นแบบนี้จริงๆ ยืนยันได้จากหลายๆ คน พี่โบว์ก็ได้ยิน ณ ตอนขณะนั้นที่อยู่เหมือนกัน
เราไม่ติดใจถ้าเขาจะได้ส่วนของเขาคืน?
แอม : ตอนแรกถ้าพี่ต้าพูดแบบนี้คือได้เลยค่ะ
แล้วตอนนี้ล่ะ?
แอม : สำหรับแอม ถามว่าได้มั้ย ถ้าพี่ต้าเรียกร้องแบบเราคุยกันดีๆ ไม่มีปัญหาอะไร ได้แน่นอน เพราะมันควรต้องให้ แอมยืนยันคำเดิมแอมพูดแบบไหนแอมก็พูดแบบนั้น แต่พอแอมโดนทั้งเพจ การพูดไม่จริง การถูกข่มขู่ แอมพูดได้มั้ยคะว่าขู่ยังไง เช่น ตอนแรกเริ่มฟ้องร้องคดีแรก พี่แอ๊ะไม่ฟ้องกันเนอะ เราคุยกันเรื่องจริง พี่แอ๊ะโทรมาหาแอมอยากเคลียร์ว่าได้ยินข่าวเรื่องฟ้องร้องกัน อยากนัดทานข้าวกัน ตอนนั้นพี่ต้าทำแบรนเสื้อ เขาบอกเป็นของเขา มีผู้ถือหุ้นหลายคน ถ้าอยากมาคุย อยากมาเคลียร์ แอมบอกว่าแอมไม่สะดวกเพราะขอไปถามพี่ยัตก่อน แอมพูดจริงค่ะตอนนั้น เขาก็พูดว่าพี่เข้าใจแล้ว ตอนอยู่กับต้า ต้าไม่ค่อยพูด พี่ยังคุยดีกับแอมอยู่แล้วพูดว่าพี่จะพูดตรงๆ เรามาเจอกันโดยไม่มีต้า อยากคุยกับเราสองคน เหมือนบริบทฟ้องเขาอยากเคลียร์ให้ แต่สำหรับความรู้สึกแอม พี่แอ๊ะอาจจะไม่กลาง แล้วพูดถึงพี่ต้าว่าต้าจะยอมระเบิดพลีชีพ ทำลายชื่อเสียงบนสื่อทั้งหมด แอมรู้สึกว่าตรงนั้นเป็นการบอกเล่า แต่แอมมองว่าเป็นการข่มขู่ แล้วหลังจากนั้นเพจเฟ็ดฯ ก็ทำงานทันที โพสต์ทั้งลูกแอม ไลน์แอม ล่าสุดแอมไปศาล แอมเดินผ่านหน้าห้องพิจารณาคดี พี่ก็พูดกับแอมเองเป็นการแซวว่าโทรมนะ แอมบอกว่าพูดแบบนี้ไม่น่ารัก พี่พูดว่าถ้าต้าแพ้คดี พี่ปล่อยให้ต้าติดคุก แล้วเราจะไม่ได้อะไร พูดต่อท้ายด้วยชื่อโรงเรียนลูกแอม แอมเลยถามว่าพี่พูดแบบนี้หมายความว่าไงคะ ไปพูดต่อหน้าศาลเลยว่าพี่พูดแบบนั้น แอมรู้สึกว่าแอมถูกคุกคามลูกแอมไม่ปลอดภัย หลังจากนั้นไม่กี่วันเพจเฟ็ดฯ ก็ทำงาน แท็กชื่อโรงเรียนลูกแอม ซึ่งแอมรู้สึกว่ามันไม่ปลอดภัย ไม่สมควร ถ้าบริบทนี้แอมรู้สึกว่าแอมถูกขู่จากคนๆ นึงที่พูดก่อนหน้านี้ แล้วเกิดขึ้นจริง น้องแอมไปประกอบแอมก็ถูกขู่ว่าจะฟ้องคดีอะไรดี กระทำชำเราผู้หญิงมั้ย ไม่กี่วันเพจเฟ็ดฯ ก็เล่าเรื่องน้องที่ไม่เป็นความจริงออกมา ว่ากระทำชำเราผู้หญิง นี่คือสิ่งที่แอมโดนข้างหลัง แอมแจ้งความเล่าเรื่องราวไว้ และมันเกิดขึ้นจริงๆ แล้วจะโดนแบบนี้ตลอด ที่บอกว่าให้ ถ้าไม่เกิดเรื่องพวกนี้ เราคุยกันได้ ที่บอกว่าไม่ไกล่เกลี่ย ไม่คุยกัน เพราะแอมได้รับสารจากพี่อาร์ม ที่เขาติดต่อมาไกล่เกลี่ย หรือเราพูดคุยกัน ทนายไข่มุกบอกว่าจะมีคนกลางคุย ซึ่งก็คือพี่แอ๊ะ แล้วจะให้แอมคุยยังไง ในเมื่อคนกลางคือพี่แอ๊ะ
แอ๊ะ : ที่บอกว่าพี่ต้าจะระเบิดพลีชีพทำให้เขาเสียชื่อเสียง ไม่ใช่ครับ พี่ต้าเขาตั้งใจติดคุก เพราะเขาเห็นกลไกฟอกเงินในบริษัท เขาเห็นการโยกเงิน ให้ลูกน้องโอนเงินมาเท่านี้ ลูกน้องเงินเดือนเท่านี้ ให้โอนคืนบริษัทเท่านี้นะ พี่ต้าบอกผมยอมติดคุก แล้วติดด้วยกันทั้งหมดเลยแล้วกัน นั่นคือสิ่งที่ผมออกมาอยู่ข้างต้า เพราะเขาตั้งใจติดคุก การทำเสื้อให้เขาคือการหาเงินให้เขาระหว่างติดคุก
วันนี้ธงของคุณคือได้ส่วนของคุณคืน จบเลย ส่วนประเด็นยิบย่อย อย่างแรกไม่ได้โทษทางนี้ไปลงโจมตีอะไรก็แล้วแต่ แต่เชื่อว่าถ้าทุกอย่างจบลงด้วยดีแล้ว ทุกอย่างก็คงจบหมด ทางนี้ก็ทำงานไป ทุกอย่างเริ่มต้นใหม่ได้?
ทนายอาร์ม : ทางนี้เขาพร้อมอยู่แล้ว แต่เขามีเงื่อนไขว่าเขาโดนโจมตีอย่างหนัก จะช่วยแก้ไขปัญหาเขายังไง อย่างเอาเขาไปทำเกี่ยวกับเว็บทายผล
ใครเป็นคนทำ?
ทนายอาร์ม : ผมคงตอบไม่ได้ แต่แจ้งความไปแล้ว คงต้องไปถามตร.ที่โรงพักคลองด่าน ผมไปแจ้งเรื่องนี้แต่ไม่ทำให้ผม แต่ไปทำคดีเขาก่อนเลย สิ่งที่พี่ยัตโดนใส่ร้ายว่าใครทำเว็บ ส่วนคนเล่นเว็บ เงินเดือน 10 กว่าล้าน รายได้ทั้งหมดพี่ต้าคือเรื่องส่วนตัว แต่เงินเดือน 10 กว่าล้านของพี่ต้าทั้งหมด แล้วไปไหนหมด
จะบอกว่าต้าเล่นพนัน?
ทนายอาร์ม : ไม่ได้บอกครับ ผมไม่รู้ เพราะบัญชีธนาคารบัญชีนึงพัวพันเว็บพนัน ผมเป็นทนายให้หมอลักษณ์ ฟันธง พี่ฮาย อาภาพร, หมอปลาย พรายกระซิบ และคดี อื่นๆ ที่เกี่ยวกับเรื่อง 18+ ผมทำคดีถูกขู่ปล่อยคลิปให้เยอะมาก แล้วผมไปทำคดีนั้นที่เขาฟ้องกันอยู่กับพี่หนุ่ม พี่รู้จักเขาดี ผมก็ไปทำคดีนั้น ปรากฏว่าคดีนั้นดันเจอชื่อซ้ำมั้ง ที่มันเหมือน แค่นั้นเอง พอไล่ไทม์ไลน์หลายๆ อย่างมันไปแมตซ์แค่นั้นเอง การที่ผมไปเป็นทนายความให้ผู้หญิงคนนึงแล้วเอาเขาไปติดเว็บพนัน แล้วมาบังคับให้ผมถอน ผมประกาศกลางรายการเลยนะครับ ผมขอถอนตัวจากการเป็นทนายให้กับน้องอายุ 16 ที่ถูกปล่อยคลิปโป๊ แล้วก็ทุกคดีที่ผมทำเกี่ยวกับเว็บพนัน ผมถอนหมดทุกคดี เว็บพนันจะได้สบายใจ เพจตลาดล่างจะได้สบายใจว่าผมจะไม่ทำคดีที่เกี่ยวข้องเว็บพนัน ก็ปล่อยให้มันโฆษณาไป ชาวบ้านก็เดือดร้อนไปเหมือนเดิม นี่คือสิ่งที่ผมพูดแค่นี้เอง
คุณจะบอกว่าคุณถูกกล่าวหาว่าคุณไปรับเงินเว็บพนันเพื่อล้มคดี?
ทนายอาร์ม : ผมเรียกเงินค่าเสียหายจากการที่เขาเอารูปไปใช้ ไม่ใช่รับเงินจากเว็บพนัน คือมันมีลักษณะเอาบัญชีธนาคารไปขึ้นหน้าเว็บกับบัญชีจับชน สมมติพี่หนุ่มขายของ 3 แสน มันก็เอาขึ้นมาออโต้ แต่คนนี้เขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับเว็บพนัน กลายเป็นเขาซวย แค่นั้นเอง นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นว่าผมรับเงินจากเว็บพนันมั้ย
ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าอาร์มเป็นทนายให้ฮาย อาภาพร เรื่องเจนเอไอ ไปโปรโมตเว็บพนัน ฮายจ้างเขา แล้วเขาเองไปทำงาน ไปเจอฝั่งเว็บพนันออนไลน์ แต่แทนที่จะไปฟ้องคดีให้ฮาย กลายเป็นเรียกเงินจากเว็บพนันออนไลน์เพื่อล้มคดีนี้ เขาบอกไม่เป็นความจริง?
ทนายอาร์ม : ผมไม่ได้ล้ม เพราะมันออกหมายจับหมด มีคดีที่เขาจ่ายเงินจริง ผมไม่โกหก ถ้าจ่ายเงินกับผม มีใบเสร็จ ผมออกใบเสร็จให้ด้วย ผมลงบันทึกประจำวันจ่ายเงินกันจริง เพราะผมรู้อยู่แล้วว่าสักวันต้องเป็นแบบนี้ ระบบออโต้โยงกันยังไง ผมบังเอิญไปเจอชื่อ เวลาเขาไปถอนออก เราไม่รู้หรอกเขาเอาบัญชีเราที่กำลังขายของ เขาเอาไปขึ้นหน้าเว็บ ผู้ชมต้องฟังไว้นะเป็นอุทาหรณ์
ตกลงเอาไง จะได้จบ ทางต้าธงย้อนกลับไป 49 เปอร์เซ็นต์ ต้องคืนให้เขา โอเคมั้ย?
ยัต : ถ้าเขาพูดความจริง ผมโอเคครับ
ต้า : 49 เปอร์เซ็นต์ในราคา 3 แสนบาท มันจะเป็นความจริงได้ยังไง มันจะมีตัวเลข ว่าชัยโสโรเคยปิดงบ 8 ล้าน มีทรัพย์สินอีกมหาศาล มีสมบัติเป็นคลิป 900 คลิป ที่ทำเงินตลอดเวลา ไม่ต้องทำคลิปใหม่ ก็ได้เงินเดือนละ 2.4 แสน ปีนึงก็ 2.8 ล้าน ไม่รวมทรัพย์สินอื่นๆ แชนแนล ยูทูป คนตาม 3 ล้าน เฟซบุ๊กติ๊กต๊อก แค่เฉพาะมีเดียในมือก็ 10 ล้านแล้ว แล้วจะให้ผมพูดความจริงที่ว่าผมขายหุ้นทั้งหมดในราคา 3 แสนบาท เป็นความจริงไม่ได้ครับ มันไม่เมคเซ้นส์ครับ
ทนายตุ๋ย : ล้างไพ่เลย เซ็ตซีโร่ แล้วเริ่มต้นใหม่ได้มั้ย
ยัต : ของผมน่าจะติดลบนะ
ทนายอาร์ม : ต้องหาทางออกแก้วิธีความเสียหายให้พี่ยัต ว่าต้องแก้ยังไง
ต้าจะแก้ยังไง?
ต้า : ก่อนมาถึงวันนี้ ย้อนไปเกือบ 2 ปีที่แล้ว ผมเคยติดลบมาก่อน ผมติดลบกว่าเขาอีก เขาบอกติดลบชื่อเสียง แต่เขามีแชนแนล ยูทูป 3 ล้านกว่า ติ๊กต๊อก 5 แสน เพจ 1 ล้าน เขามีเงินมีทรัพย์สิน มีเพื่อนคนดังในวงการ มีชื่อเสียง มากกว่าผมเป็น 10 เท่า ณ วันนั้นผมไม่มีอะไรเลยออกมาตัวเปล่า มีปัญหาทางบ้าน ไม่มีแชนแนล กล้องสักตัวก็ไม่มี ผมโดนทัวร์ลง เขาตั้งใจทำคลิปรวมแก๊งเพื่อนโอฮาน่า รวมแก๊งเพื่อนเฟ็ดเฟ่ ทัวร์มาลงที่ผม ผมลุกขึ้นมาสู้ ไม่ยอมแพ้ ก้มหน้าก้มตาทำงาน ตื่นทุกวันให้เช้าที่คิด คิดไอเดียตั้งหน้าตั้งตาทำงาน มีงานอะไร งานคลิปไม่ได้เงิน ผมไลฟสดขายตุ๊กกะตุ่น ขายการ์ด ถึงขึ้นเป็นเด็กเอ็นผมก็ไป รับจ้างทานข้าว
ทนายอาร์ม : เข้าเลยว่าพี่ต้าจะแก้ปัญหายังไง
ต้า : มันไม่ใช่ปัญหา ผมผ่านปัญหามาแล้ว ลุกขึ้นมาทำงานครับ ใช้ฝีมือทำงาน มันก็จะผ่านพ้นมาได้ ให้งานพิสูจน์ครับ
ทางยัตคิดว่าจะมีทางออกไหนแก้ปัญหา?
ยัต : ก็ต้องนั่งประเมิน คิดกันครับ
ทนายตุ๋ย : มีคดีอยู่ในศาลใช่มั้ย ก็เข้าคณะไกล่เกลี่ยในศาล แล้วไปคุยกันในศาล ไปนั่งคุยกับศาล
ทนายไข่มุก : เราเริ่มเห็นทางแล้ว พี่ยัตติดเรื่องชื่อเสียง
ยัต : ไม่
ทนายไข่มุก : พี่ยัตต้องการอะไรอีกคะ
ยัต : ผมต้องการความจริง ผมต้องการแค่ความจริงแค่นั้น
ทนายไข่มุก : ถ้าได้ความจริง ส่วนอื่นๆ ก็ยินดีจะแบ่ง
ยัต : ก็ทรัพย์สินแบ่งกัน ก็ตกลงคุยกันว่ายังไง แต่ผมต้องการความจริง
ทนายตุ๋ย : ความจริงอาจเป็นเรื่องต้ากับยัต
ความจริงของแต่ละคนไม่เท่ากัน?
ทนายไข่มุก : คุยกันในจุดแต่ละฝ่ายต้องถอยในส่วนนี้ มุกเข้าใจว่าพี่ยัตเข้าใจคืออะไร เพิ่งเข้าใจวันนี้ พอฟังพี่ยัตพูดมันคิดอย่างนี้ได้จริงๆ ความน้อยใจหลายๆ อย่าง พี่ยัตอาจรู้สึกรักพี่ต้ามากเลยเจ็บมาก อยากรู้ว่าความจริงเรื่องอะไรบ้าง แล้วมาแยกย่อยกันต่อ เพราะถ้าคุยกันไม่ได้ ไม่เชื่อว่านัดไกล่เกลี่ยที่ศาลมันจะไปต่อได้อีก
มุกพยายามบอกว่าถ้าวันนี้ตั้งเป้าอย่างเดียวว่าความจริง โดยไม่ได้ลงดีเทล สุดท้ายไปนั่งในศาลก็ไม่ได้ต่างอะไรกัน แต่ถ้ามุมมองของพี่ไม่ได้เข้าข้างใคร สุดท้ายเรื่องนี้ต้องมีทางจบ จบแบบเจ็บๆ หรือจบแยกย้ายไปทำมาหากิน ถ้าเป็นพี่ แนะนำให้จบแบบสบายๆ ไม่มีอะไรยาก ให้เขากลับไปอยู่ตรงผู้ถือหุ้น 49 เปอร์เซ็นต์ แล้วไปกระทบยอด ออดิดต่างๆ นานา ว่ามีเท่าไหร่ อย่างสมมติเรื่องรถเรื่องบ้าน ตีว่ามีสัก 20 ล้าน หรือมากกว่านั้นไม่รู้ คุณแอมได้ 2 ล้าน ที่เหลือก็เป็นของยัต-ต้า นี่คือแบบเร็วๆ เลย ถ้าเงินมีการใช้จ่ายไปแล้วบ้างบางส่วน คุณทำสัญญาไกล่เกลี่ย ว่าจะผ่อนให้เขา ทางนี้ก็ผ่อนได้ ไม่ติดใจว่าต้องมาทั้งก้อน ก็ได้ มันจบกว่า แล้วไม่งั้นสิ่งที่จะเจอต่อไป ขึ้นสู่กระบวนการ ทางต้าสู้เรื่องว่ายักยอก ส่วนยัตก็ต้องพิสูจน์ว่าไม่ได้ยักยอก?
ทนายตุ๋ย : หลังจากนี้จะมีคดีอื่นไปเรื่อยๆ ถ้ามีคดีมากกว่านี้ เอาเงินจ้างทนายมาคุยมาเคลียร์กันดีกว่า
ทนายอาร์ม : ผมพูดคำเดิมว่ามันจบได้ 49 เปอร์เซ็นต์ก็ต้องมาดูกันว่าเท่าไหร่ สมมติ 50 ล้าน พี่ต้าเหลือ 30 ล้านได้มั้ย
เบื้องต้นรับเอาไว้ก่อนสิ แล้วไปตรวจสอบ แล้วมาว่ากัน ถ้าตั้งเป้าว่าไม่ได้จนกว่าจะรับความจริง มันจะไม่จบ เพราะเชื่อว่าวันนี้แอมกับยัตคงได้เห็นว่ามันไปทิศทางไหน อยากให้หยุดเรื่องนี้แล้วไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ แต่ถ้ายังอยู่อย่างนี้ คุณจะเริ่มติดลบไปเรื่อยๆ แล้วจะมานั่งนับหนึ่งใหม่ไม่รู้กี่ปี มันยาก นี่คือสิ่งที่พยายามอธิบายให้ฟัง เชื่อว่าเรายังมีเพื่อน ยังมีอย่างอื่นๆ อยู่ ถ้าคุณตกลงกันได้ สังคมจะเข้าใจทันที มันจะลดความเกลียดชัง แต่ถ้ายังตั้งแง่กันอยู่ ก็จะไม่ลดการบั่นทอนในการด่าในการโกรธเกรี้ยว พี่ว่ารับไว้พิจารณาก่อน ปล่อยวางเรื่องความจริง ทุกคนมีความเจ็บปวดเหมือนกันหมดถ้าวันนี้เขาบอกว่ากูไม่เอาก็ได้ แต่มึงต้องยอมรับความจริงกับสิ่งที่มึงทำกับกู?
ยัต : รับได้ ถ้าเป็นสิ่งที่ผมทำ ผมยอมรับ
วันนี้มึงโกงหุ้นกูไปไม่ให้เงิน มึงไม่ให้เงิน มึงไล่กูเหมือนหมูเหมือนหมา แกสไลต์ติ้งกู มึงยอมรับทั้งหมดมั้ยว่าทำกับเขาจริงๆ?
ยัต : ถ้าผมทำจริงผมยอมรับครับ แต่ผมไม่ได้ทำครับ
เขาก็เหมือนกัน เขาบอกว่าเขาไม่ได้ทำ ถูกมั้ย?
ยัต : ผมอยู่กับลูกกับเมีย ทำงานอยู่เฉยๆ แล้วก็เกิดเรื่องราวโดยเขาไปกระทำ ผมพยายามปะติดปะต่อเคลียร์กับเขา สุดท้ายเขาบอกเขาออกเองโดยไม่เอาไร แต่วันนี้ผมกลายเป็นประเด็นสังคม ผมได้อะไรครับ ผมเหลือแค่สิ่งสุดท้าย ที่วันนึงผมจะมองเห็นตัวเองว่าสิ่งที่ผมพูดคือความจริง ถ้าวันนั้นผมเป็นคนเอาเงินไปจริงๆ ผมเห็นแก่ตัว โดยไม่ต้องเอาเรื่องของเขาที่กระทำแบบนั้น ผมเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ เพื่อนก็ยังรักกันอยู่ ปล่อยไป คนอื่นไม่ต้องแคร์ ผมก็สบายดีนี่ครับ แต่วันนี้พอผมเชื่อว่าความจริงมีอยู่บนโลก กฎหมายมีอยู่ ผมก็มาโดนกฎบ้าน
พี่เข้าใจคุณ แต่ย้อนกลับไป มันไม่สามารถคุยกันข้างหน้าได้?
แอม : มันอาจเป็นความเจ็บปวดที่หนูไม่เคยสร้างความเกลียดชังในโซเชียลให้พี่ต้าเลยนะคะ แต่พี่ต้าอาจคิดไปเองว่าบางสิ่งบางอย่างที่หนูทำ หนูขอโทษจริงๆ ค่ะ กับบางอย่างที่เขาเข้าใจแบบนั้น ในการสร้างความเกลียดชังที่เขาพยายามแสดงออกมา แต่ฝั่งแอมไม่เคยสร้างอะไร โพสต์อะไร โจมตีอะไรให้พี่ต้าแย่เลย แต่ถ้าตรงไหนพี่ต้าคิดว่าเป็นบาดแผลในใจเขา แอมไม่สามารถก้าวล่วงเขาได้ แอมขอโทษจริงๆ แอมไม่มีเจตนาทำร้ายพี่เขาเลย
ยัต : วันที่เขาออก เขาบอกว่าเขาเอาไป มันก็จบแล้วครับ
ทนายไข่มุก : บอกวันนี้ได้มั้ยคะ
ยัต : โอ้โห แล้วอย่างอื่นที่เกิดขึ้นล่ะครับ
แอม : สิ่งที่เกิดขึ้นจะจบเลย ถ้าเรายอมรับซึ่งกันและกัน
ขอเสืxกนิดนึง ความเสียหายสุดท้ายรับเรื่องนี้ไปพิจารณาก่อนแล้วกัน แล้วค่อยมาประเมินกันทีหลัง สมมติคุณคิดว่าต้องคืนเขา 20 ล้าน แต่ความเสียหาย 15 ล้านได้มั้ย อีก 5 ล้านเก็บไว้ เพราะเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่มันยาก พิจารณาแบบนี้ได้มั้ย?
ทนายตุ๋ย : หรือคลิปในอนาคตที่เป็นรายได้เข้ามา ต้าไม่ต้องเอาได้มั้ยล่ะ
ยัต : ผมปิดช่องและบริษัทได้เลยครับ ผมไม่เคยอยากเป็นนักแสดงยูทูป หรืออยากเป็นนักแสดง ไม่เคยอยากมีชื่อเสียง ผมปิดได้เลยครับตอนนี้ แต่แค่ผมอยากรู้จริงๆ ความจริง ผมแลกอย่างอื่น แม้กระทั่งลูกกับครอบครัวโดนอย่างอื่น เขาบอกผมว่าเอาวันนั้นก็จบแล้ว ทำไมเขาพูดอีกแบบ ถ้าผมตั้งใจเอาเงินเขาจริงๆ ผมจะโอนเข้าบัญชีตัวเองเพื่ออะไรครับพี่ ผมให้เขาถือกรรมสิทธิ์เงินทำไม ผมจะคุยกับเพื่อนๆ เฟ็ดเอาบริษัทมาให้เขาถือทำไม
แอม : แอมเข้าใจว่าเรื่องเกิดสองคน พอสองคนพูดไม่ตรงกัน บุคคลที่สามไม่มีทางรู้หรอกค่ะว่าใครพูดจริงหรือไม่พูดจริง
ความจริงแต่ละคนไม่เหมือนกัน ถ้าวันนี้เขากัดฟัน กัดลิ้นตัวเองแล้วบอกว่าใช่ กูผิดเอง มึงถูกหมดเลย คุณให้เขาเลยได้มั้ย?
แอม : ก็ตามสัดส่วน แต่อย่างที่แอมบอก แอมก็ต้องขอโทษคนอื่นที่เกิดความเสียหาย
คนอื่นไม่ใช่ประเด็น เอาแค่ตรงนี้?
ยัต : เอางี้ก็ได้ครับ เขาไม่ต้องรับก็ได้ มาดูสัดส่วน คุยกันได้คุยตามนั้นเลย ถ้าบังเอิญกฎบ้านมันโอเค ผมยอม แล้วภาวนาอย่าคนอื่นไม่เกี่ยวข้องไม่ต้องไปพาดพิงเขา น้องๆ คนอื่น ถ้าจะด่ามาด่าผมเลยครับ ลงที่ผมเลย ได้เลยครับ ผมชินแล้ว ก็จะได้สบายใจ สังคมออนไลน์จะได้เดินต่อหน้าไปได้ ได้ครับ เดี๋ยวคุย เดี๋ยวผมไปคุย ติดต่อกันไปครับ
แอม : สิ่งที่พี่ทำ พี่รับสักนิด แอมติดใจ พี่พูดวันนั้นจริงๆ ใช่มั้ยคะ แล้วพี่ต้าบอกไม่ได้พูด ทำลายทุกคน
แอ๊ะ : ผมว่าความสมเหตุสมผลและความเมคเซ้นส์ ทุกคนมีความรักกันทั้งคู่ เพื่อนคนนึงแยกออกมา ถ้ามีความเมตตาของกัลยาณมิตร มึงไม่เอาอะไรเลยเหรอ ไม่เป็นไร กูฝากเงินในธนาคารให้มึง 3 ล้าน 5 ล้าน ถ้าวันไหนมึงจะใช้ก็ไปเบิกเอาเลยแล้วกัน ผมว่าตรงนี้คือความเมตตา ตรงนี้คือความเมคเซ้นส์
แอม : แอมว่าตรงนี้มีอยู่ตลอด แต่สิ่งที่แอมโดน ต้องย้อนกลับไปอีก
แอ๊ะ : ต้องย้อนกลับไปว่าต้าก็โดน
แอม : มันมีหลังบ้านที่พี่ต้องรู้ว่าแอมโดนอะไรมา แล้วแอมไม่เคยพูดโจมตีสักครั้ง แม้เพจโดนลบ แล้วแอมเห็นแล้วว่าใคร ไม่ว่าเป็นการแฮกอีเมลบริษัทแล้วเชื่อมต่อทุกบัญชีการเงิน ไม่ว่าจะเป็นคนรอบข้างที่เอาไปแขวนโดยไม่ใช่เรื่องจริง พี่ๆ เฟ็ดเฟ่ทุกคนน้องทุกคนทำงาน แม้กระทั่งถูกข่มขู่ กระทบถึงการทำงานเขา กระทบถึงลูกเขา ครอบครัวเขามันเกิดขึ้นจริงค่ะมันลามไปหลายคน ซึ่งเป็นความเจ็บปวดจริงๆ ถามว่าพี่ต้าโดนมั้ย โอเคค่ะ แอมเห็นจากสังคมค่ะ แอมขอโทษจริงๆ แต่แอมไม่มีเจตนาแบบนั้นเหมือนกัน แต่ลองเทียบสิคะ ที่หนูโดนมา ที่มาสาดใส่ เรารู้กันอยู่ว่าใคร
แอ๊ะ : ถ้าไม่มีคลิปลงอ่าง มันจะเกิดขึ้นมั้ยครับ ผมว่าจุดเริ่มต้นอาจเป็นเรื่องนั้น
แอม : แต่เราต้องทำงาน ถูกต้องมั้ยคะ สถานการณ์ตอนนั้นพี่ต้าแยกออกไปแล้ว เราไม่มีเจตนาตรงนั้น น้องๆ ทุกคนไม่มีเจตนาดิสเครดิตพี่ต้า แต่เป็นความผิดด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ที่ไม่แก้ตัวให้ การที่มีเจตนาทำตรงนั้นเพื่อดิสพี่ต้าไม่มี แต่ถ้าเป็นความผิดเรื่องไม่แก้ต่างให้แน่นอน เพราะแอมไม่ได้ทำ
แอ๊ะ : อาจเริ่มจากตรงนั้นเป็นจรรยาบรรณยูทูปเบอร์
แอม : เพจเฟ็ดฯ เองก็ลงแบบผิดจรรยาบรรณเหมือนกัน พี่บอกว่าไม่ได้ทำ แต่พี่บอกว่ารู้ว่าใคร พี่บอกได้มั้ยล่ะคะว่าใคร พี่แอ๊ะก็เคยโพสต์ว่ารู้ว่าใคร
แอ๊ะ : มันเป็นการกวนครับ
แอม : ตรงนั้นเกิดความเสียหายกับหลายๆ คน แม้แต่คลิปเสียงที่พี่ไปขู่น้องเอาช่องชัยโสโรแลกกับเงินแสนห้า พี่ก็ทำ แอมมีค่ะ ให้น้องมาบอกก็ได้ พี่เป็นคนพูดเองว่าเอารหัสช่องมาเลย ถ้าเอามาให้พี่จ่ายเลยค่าทำขวัญแสนห้า พี่ยัตไม่รู้หรอก พี่ไม่เอาดำเนินคดี แต่ถ้าน้องไม่ให้พี่ดำเนินคดีน้อง 3-4 คดี เนี่ยค่ะ หลังบ้านที่โดน แล้วแอมไม่เคยตอบโต้ และเสียใจที่ปกป้องคนอื่นไม่ได้ เพราะเราไม่ออกมาพูด เรารู้อยู่แล้วว่าการพูดบนสื่อ จะโดนฟ้องหมิ่นประมาทอยู่ดี เพราะมีบุคคลที่สามที่เราต้องอธิบายเขา ก็ได้แต่อธิบายว่าเรื่องมันเป็นยังไง ขอโทษจริงๆ ที่ไม่สามารถไปช่วยเขาได้ แอมเจ็บปวดทุกครั้งที่โดน แล้วตัวลูกแอมเอง พี่ก็รับรู้ด้วย พี่พลิกไปทางอื่นตลอด มันเจอหลายสถานการณ์ที่เป็นแบบนั้น ถ้าพี่ว่าอันไหนหนูผิด หนูยอมตามนั้นได้เลย แต่ที่หนูบอกความจริงๆ คือสิ่งที่หนูโดนจริงๆ
ทนายไข่มุก : มุกเห็นคุณแอมเศร้าเรื่องพวกนี้จริงๆ เรายอมรับ แต่เราพูดตรงๆ ว่าไม่รู้เป็นใคร คุณแอมสงสัย มุกเข้าใจในตัวคุณแอม เพราะมองไปรอบๆ แล้วก็มีอยู่ได้ไม่เยอะ แต่ถามต่อว่าเรายังอยากอยู่ในสภาพนี้กันต่อไปมั้ยคะ ทุกคนดูไม่มีความสุขเลย
ต้า : ผมแค่อยากได้ความเป็นธรรม ถอยหลังได้อะไรได้ แล้วทำงาน ผมอยากทำงาน ที่ผมโดนทัวร์ลงดอกแรก ผมโดนมาเยอะ ทุกเพจที่เรียกว่าเพจปั่น เอาผมไปแขวนด่า ให้คนมารุมด่า เป็นร้อยเพจ ไทม์ไลน์ 4 เดือนนั้น ผมผ่านมาแล้ว แต่ผมทำสิ่งตรงข้ามทุกอย่าง ผมปล่อยให้เขาด่าไป ผมจัดการตัวเอง ผมไปปฏิบัติธรรม
ตัวพี่เองเคยมีประเด็นแบบนี้กับอาจาร์อ๊อด ไปถามได้ พี่ฟ้องกันยับเลย พี่ด่าเขาบ้าง ยืนยันว่าพี่พิมพ์เอง แต่ถ้าเพจอื่นไปลง พี่ไม่ได้ไปสั่ง แต่เขาอาจรักพี่ โปรเทคพี่ เขาเลยใส่อาจารย์อ๊อด ขณะเดียวกันเพจอาจารย์อ๊อด หรือคนรักอาจารย์อ๊อดเขาก็ใส่พี่ เหมือนพี่กับน้องเบียร์ เดอะวอยซ์ ล่าสุดก็คุยกัน มันอยู่ในโลกออนไลน์ เรื่องนี้มันนับหนึ่งใหม่ได้ ถ้ากลับมาจับมือกัน ถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่เป็นไรว่ะ มึงเป็นเพื่อนกู แต่ต่างคนต่างทำงานไปนะ กูไม่อยากเสียมึงไปอีก แค่รู้จักกันพอ เรื่องเก่าๆ สุดท้ายจะหายไปเอง ผมยังคงมั่นใจว่าถ้าวันนี้คุณเคลียร์กันแล้ว ไม่มีทางที่คนรักคุณจะไปด่ากับต้าอีก ผมว่าจบแค่นี้ พี่กับอาจารย์อ๊อดทุกวันนี้ไม่มีอะไร ไม่มีใครมาด่าผม ไม่ได้พูดเข้าข้างใครข้างนึงอยากให้จบจริงๆ มันไม่สนุก แอมคิดดีๆ นะ เชื่อว่าสุดท้ายยัตก็มีอนาคตในการทำงาน แต่มันต้องเริ่มนับหนึ่งให้เร็วที่สุด ล้มแล้วลุกเลย ถ้าล้มแล้วนั่งรอไปเรื่อยๆ วันนึงคุณลุกไม่ไหว เพราะคนอื่นเขาวิ่งไปแล้ว ไม่ทันเขาแล้ว สุดท้ายต้องไปขึ้นศาล ว่าด้วยเรื่องกระบวนการยักยอกกันจริงมั้ย ถ้าเกิดศาลลงว่าจริง จบเลยนะ หนักกว่านี้อีก ไม่ได้ขู่นะ ถามทนายได้ แต่ถ้าคุณชนะขึ้นมา คนเชื่อไปหมดแล้วตอนนี้?
ทนายอาร์ม : คนเชื่อศาลในโซเชียล ทนายอาร์มก็ไม่รู้จะกู้กลับคืนมายังไงแล้ว
ทนายอาร์มตายยาก ต้องทรมานก่อน 7 วัน เชื่อพี่ จบได้ก็จบเถอะ ทางนี้ก็ผ่อนได้?
ทนายอาร์ม : เดี๋ยวรับออเดอร์ไปครับ วันนี้จะได้จบรายการ เดี๋ยวมาอีก ผมหิวแสงครับ
เอากลับไปคิดดู?
แอม : แอมคิดแน่นอนค่ะ
ทนายไข่มุก : คุณแอมมีตัวเลขที่เคยคิดไว้มั้ยคะ
แอม : แอมไม่เคยคิดเลยค่ะ เพราะแอมหวังแค่ความจริงในตอนแรก แอมก็เข้าใจทั้งสองมุม แต่เราก็ต้องคิดกันก่อน แต่ไม่ได้หมายความว่าเราไม่รับฟังนะคะ เรารับฟังและเราเข้าใจ แต่บางช่วงเราเห็นกับตา แต่นั่นแหละค่ะ ที่เราพูดได้แค่นั้น
แอมต้องทิ้งมันไป ถ้าไม่ทิ้งมันไม่จบ สิ่งนี้จะเป็นแผลในใจ ต้องทิ้งมันไป?
ต้า : ผมอยากเริ่มต้นใหม่ ทำงาน ขอบคุณพี่น้องที่ให้กำลังใจ ผมอยากตอบแทนสังคมคืน ที่น่ารักกับผม ผมอยากทำงานแล้ว ถ้าผมได้ในส่วนที่ผมมาเรียกคืน ผมจะแบ่งครึ่งนึงตอบแทนสังคม ผมจะบริจาคทำบุญครึ่งนึงครับ
เข้าใจทั้งสองฝั่งมากๆ เลยนะ ความจริงของฝั่งยัต ยากที่คนจะเชื่อ เพราะความจริงของเขาคือวันนั้นต้าบอกว่าต้าไม่เอาอไรทั้งสิ้น ยกทุกสิ่งทุกอย่างให้ทางนี้ไปหมดแล้ว ซึ่งเป็นความจริงที่สังคมเชื่อยาก เพราะสังคมตั้งคำถามว่าต้าก็ไม่ได้บวช มีภาระรับผิดชอบดูแลพ่อ รถก็ยังผ่อนอยู่ แล้วอยู่ดีๆ จะเอาทรัพย์สินยื่นให้คนอื่นได้ยังไง นี่คือความจริงที่สังคมเข้าใจแบบนี้ แต่ทางนี้ยืนยันว่าต้าพูดแบบนี้จริงๆ แต่ขณะเดียวกัน ความจริงฝั่งต้าก็เป็นอีกแบบ?
ทนายอาร์ม : รอยร้าวเกิดจากถ้าวันนี้พี่ต้าบอกว่าไม่เอาอะไรเลย แล้วสองอาทิตย์กลับมาเอาก็ไม่เท่าไหร่ แต่ประเด็นคือมันเกิดความร้าวฉาน ในระหว่างที่พี่ต้าไปแล้วไม่เอา มันเลยย้อนกลับไปคุยความจริงกันยากแล้ว ระหว่าง 8 เดือนมันก็แรงมากนะ
เหมือนแอ๊ะบอกว่าเก็บเงินไว้ให้ต้าได้มั้ย 8 ล้าน มาเอาวันไหนก็ได้?
ทนายอาร์ม : มันคิดไม่ถึงหรอก อย่าหาว่าแก้ตัวแทน
แอ๊ะ : อันนี้โคตรง่ายเลยนะพี่ ไม่งั้นก็ไม่ต้องบอกรักกันแล้ว ถ้าเรื่องแค่นี้คิดกันไม่ได้
ทนายอาร์ม : ในวันนั้นเราไม่ทันได้คิดแบบนั้นหรือเปล่า
ถ้าย้อนกลับไป แอมจะโอนหุ้น 49 เปอร์เซ็นต์บวก 2 ให้กับทางต้ามั้ยล่ะ ถ้าเขาไม่ได้ขอ อยู่ดีๆ ไม่อยากทำกับเขาแล้ว โกงเพื่อน ให้เขาไปเลย จะให้เขาไปมั้ย?
แอม : ถ้าสำหรับแอมจะเอาเหตุผลมาคุยกันเลย ไม่ได้บอกว่าไม่เอานะคะ เพราะมันก็เป็นแรงที่พี่ยัตทำมา ก็ต้องพูดเรื่องจริง แต่เราจะคุยกันจริงๆ ณ วันนั้นว่าเกิดอะไรขึ้น จะไม่มีทางวันนี้ไม่เอา พรุ่งนี้หรืออีกปีนึงเอา เราคุยกันว่าเรื่องจริงคือยังไง ถ้าบอกว่าพี่ต้าเอาไปเลยแอมไม่เอา บางครั้งแอมก็พูดไม่ได้ เพราะพี่ยัตเขาทำ แอมก็ไม่สามารถไปครอบงำได้ทั้งหมด มันไม่ใช่อยู่แล้วค่ะ ทุกคนล้วนรักษาผลประโยชน์ของตัวเองอยู่แล้ว มันก็เข้าใจได้ยากว่าวันนั้นพี่ต้าไม่เอาจริงๆ แอมเข้าใจว่าน้อยคนมันจะเชื่อ เพราะปูเรื่องมาว่าพ่อป่วย ซึ่งมันเป็นเรื่องจริง แต่เรื่องจริงของแอมคือรับรู้ว่าพี่ต้าไม่เอาค่ะ
วันนี้เขาเอาให้ได้มั้ยล่ะ?
ทนายอาร์ม : ให้ได้ไงครับ แต่อยู่ที่ยอดเท่าไหร่แค่นั้น ตามสัดส่วนไง เดี๋ยวไปดูกันนะ
ยัต : ค่อยไปว่ากันครับ
แอม : แล้วเรื่องที่ปูมา แกสไลต์ติ้ง น้องๆ แอมที่อยู่กับเขามา เขาก็ยืนยันได้ แล้วน้องๆ ก็พูดได้ว่าเป็นจริงอย่างที่พี่ต้าเข้าใจหรือเปล่า หรือมันเกินกว่าเหตุที่พี่ยัตทำกับพี่ต้าจริงมั้ย แอมเข้าใจในเหตุผลที่คนจะมองกันคนละมุม แต่สุดท้ายมันก็หาความจริงไม่ได้ เพราะเรื่องเกิดกับสองคน เหตุผลฝั่งแอมอาจฟังเข้าใจได้ยาก แต่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น ไม่ได้มีเจตนา อันไหนผิดแอมยอมรับจากใจเลยค่ะ อย่างเจ็บปวดกับคลิปน้องๆ โอฮาน่า มากับพี่ยัตด้วยใจ ไม่มีเจตนาดิสเครดิตพี่ต้า น้องๆ มาด้วยใจ งานมีมาก่อน น้องๆ โดนทัวร์ลงจากพี่ต้า น่าจะเป็นความผิดของแอมที่หนึ่งเราไม่ได้มีเจตนาไปดิสเขา แต่ความผิดตรงๆ คือเราไม่ได้โปรเทคเขาต่อว่ามันไม่ใช่ ตรงนี้แอมขอโทษจริงๆ
ทนายอาร์ม : พี่เล่นเว็บพนันมั้ย ผมถามพี่ตรงๆ เลย
ต้า : ไม่เล่นครับ
ทนายอาร์ม : ฉะนั้นอภิสิทธิ์ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ที่เกิดขึ้น อภิสิทธิ์โอนเงินไปเว็บพนันเยอะมาก อย่างข้อสงสัย เงิน 10 กว่าล้านไปไหนหมด
ต้า : ไม่เคยมีครับ
อาร์มไปตรวจสอบ แล้วเจอชื่ออภิสิทธ์?
ทนายอาร์ม : ดั๊นเป็นบัญชีเฟ็ดเฟ่ที่ขายเสื้อพี่
ต้า : ไม่ใช่เสื้อผมครับ (หัวเราะ)
ทนายอาร์ม : ไม่เป็นไร เรื่องนี้ตร.ปาดังเบซาจะทำต่อ เพราะพี่บอกแบบนี้ตลอด ไอ้นั่นก็ปลอม เพจก็ไม่ใช่ของพี่
อภิสิทธิ์เกี่ยวข้องอะไรกับเขา?
ทนายอาร์ม : ไปให้การว่าพี่ต้าเอาบัญชีธนาคารของเขาไปใช้
ต้า : ผมเนี่ยนะ (หัวเราะ)
ทนายอาร์ม : ผมไม่ได้จะเปิดเว็บพนัน ที่ผมจะเปิดคือจะเปิดเรื่องนี้
ทนายไข่มุก : อภิสิทธิ์ล่าสุดเขาแจ้งความหมิ่นประมาทพี่
ทนายอาร์ม : เขาแจ้งความจับผมว่าแจ้งความเท็จ ผมเลยทำต่อ แต่ผมแค่บอกว่าอภิสิทธิ์ ดอนจินดา โอนเงินเข้าบริษัทเพย์เมนต์เกตเวย์ เลยเป็นที่มาโจมตีผม ให้ผมถอนตัวจากเว็บพนัน
ต้า : พี่อาร์มจะบอกว่าผมเล่นพนันจนหมดเนื้อหมดตัวใช่มั้ยครับ
ทนายอาร์ม : ผมไม่รู้ว่าใช่หรือเปล่า เลยมาถาม เพราะอภิสิทธิ์เป็นคนให้การกับตร.ที่ปาดังฯ
ทนายไข่มุก : ทราบคำให้การของตัวจำเลยในคดีด้วยเหรอคะ
ทนายอาร์ม : ตร.บอกมาอย่างนี้ มันบังเอิญมาก บังเอิญตรงที่ผมไปเป็นทนายให้คนนึงที่เป็นคู่กรณีพี่หนุ่ม แค่นั้นเอง แล้วก็ไปเจอ
ทนายไข่มุก : ปกติตร.ไม่บอกคำให้การนะคะ
ต้า : ผมไม่ได้โกรธแค้นพี่ส่วนตัว ผมชอบพี่ด้วย พี่ฮาดี
ทนายอาร์ม : ผมอยากพูดเพราะผมโดนทัวร์ลงไง
ทนายตุ๋ย : คุณแซ่บเกินไป เขาหมั่นไส้ เขาก็ทัวร์ลง บางเรื่องคุณเงียบบ้างก็ได้
ทนายอาร์ม : ผมว่างตอนกลางคืน ต้องเข้าใจผมโสด ไม่มีอะไรทำ
ยัตเอาไง?
ยัต : เดี๋ยวผมเอาไปคิดและคุยกับแฟนและทนายครับ
อาร์ม : เรื่องนี้รับทราบ เดี๋ยวมาตรวจบัญชีให้ตรงกันว่ายังไง รายรับมายังไงรู้อยู่แล้ว มันชัดเจน แต่รายจ่ายนี่แหละปัญหา
แต่ต้องเป็นไปตามที่เราคุยกันบนโต๊ะนี้ด้วยเหมือนกัน ถ้าเขาไม่มีเงินเป็นก้อน ก็ผ่อนก็ได้ แต่คงไม่ใช่เบี้ยหัวแตกขนาดนั้น?
ต้า : ครึ่งนึงผมเอาไปบริจาคกับสังคม
เอาแค่ตรงนี้ก่อน ถ้าเขาผ่อนโอเคมั้ย?
ต้า : โอเคครับ
ทนายอาร์ม : เรื่องทั้งหมดก็ให้ถอนให้หมด
ต้า : ยอมรับ ผมอยากทำงานแล้วครับ
วันนี้น่าจะเป็นทางลงที่ดีที่สุด ไม่งั้นสู้กันต่อไปจะช้ำกันทั้งคู่?
ทนายอาร์ม : ช้ำ 3 คน ทนายด้วย
อันดับแรก อยากบอกว่าตัวยัตเอง อยากให้คนให้โอกาสเขาด้วยเหมือนกัน ผมก็มองว่ามันเป็นความเข้าใจในมุมเขา จริงๆ เรื่องต่างมุมมอง เขาอาจไม่ได้ผิดอะไรเรื่องมุมมอง ถ้าจบเรื่องนี้ไปแล้วก็ให้โอกาสให้เขาทำงานต่อ?
ยัต : ไม่เป็นไรครับพี่ ความจริงทำให้เดินต่อกันยาก ก็เอาตามที่เห็นมวลรวมแล้วไปต่อได้ ผมชินแล้ว ผมรับได้ครับ
อยากพูดอะไรกับโอฮาน่า?
ยัต : ผมก็ขอโทษน้องๆ ที่ถูกลากมาเกี่ยว และอย่างอื่น พี่ขอโทษด้วย (ยกมือไหว้) สังคมโลกสื่อ ต่อให้เราเป็นยังไง ก็เอาคนหมู่มากดีกว่า
มีอะไรอยากพูดมั้ย?
ต้า : ก็เข้าใจน้องๆ ครับ น้องๆ ก็ยอมรับมาแล้ว ว่าทำคลิปโจมตีผมจริงๆ น้องยอมรับแล้ว ดังนั้นการให้อภัยเป็นสิ่งที่ดีครับ ผมชอบเที่ยววัด ชอบมาก ดังนั้นถ้าผมไม่เมตตาไม่ให้อภัย ผมเข้าวัดไม่ได้ ผมอยากเข้าวัดทำบุญต่อ ผมยังมีเมตตาให้อภัยแต่ยังไม่ใช่เวลานี้ ให้พวกน้องได้บทเรียนหน่อย แต่ก็ขอบคุณที่ขอโทษครับ
แอมอยากพูดอะไร?
แอม : บางอย่างหนูเห็น นั่นล่ะค่ะ หนูไม่ได้อยากให้เป็นเรื่องเป็นราวอยู่แล้ว ไม่มีใครอยากเหนื่อยลามไปถึงครอบครัวหรือคนที่รักอยู่แล้ว ทำไมเราต้องทำมุมนั้นที่คนอื่นไม่เห็น แต่เราเห็นและเราโดนมุมนั้น วันนี้เราพยายามหาทางออกอย่างที่พี่หนุ่มพูด อาจเป็นเรื่องที่ดี แต่สิ่งที่เราโดน แอมต้องไปจัดการกับอารมณ์ตัวเองที่แอมโดนแค่นั้นค่ะ
มีอะไรอยากบอกอีกมั้ย?
ยัต : ไม่มีครับ
อันไหนถอนได้ก็ถอนกันไป แล้วไปว่ากันเรื่องตัวเลข ผมอยากให้ต้าบอกคนที่รักคุณหน่อยได้มั้ย ถ้าจบก็อยากให้จบ?
ต้า : ก็ฝากถึงพี่น้องประชาชนก่อนอื่นขอบคุณประชาชนที่เมตตาเอ็นดูผม หลายวันที่เกิดขึ้น ให้มองเป็นเรื่องดีๆ ในสังคม ให้มีความฟลูฟีล ว่าสังคมมีเรื่องการให้กำลังใจ ไม่ต้องมองว่าใครถูกใครผิด แค่ให้กำลังใจก็ขอบคุณทุกคนมาก กำลังใจที่ได้รับมา ความน่ารักของสังคม สิ่งที่ผมทำดีๆ ทำบุญในชีวิต ขออธิษฐานจิตให้แต่ละท่านร่ำรวย มีความสุขนะครับ
ให้พูดถึงยัต ถ้าเรื่องจบแล้วให้มันผ่านไป?
ต้า : วันนี้ได้เคลียร์กันแล้วนะครับ ทางเขาก็ยอมถอย ผมก็ถอย ก็เป็นตัวอย่างที่ดีของการพิพาท ก็อยากให้ทุกท่าน พี่น้องประชาชนให้หยุดโจมตีเขา เพื่อให้เราได้คุยกันง่ายขึ้น ถ้ายังโจมตีกันอยู่อาจคุยกันยาก ก็ฝากด้วยนะครับ ขอบคุณครับ


