จุกอีก! “หนุ่ม กรรชัย” ฟ้อง “ปู มัณฑนา” หมิ่นประมาท - พ.ร.บ.คอมพ์ ศาลรับฟ้อง 10 กรรม ยกฟ้อง 4 กรรม ด้าน “ทนายตุ๋ย” ตัวแทนหนุ่ม ลั่น 4 กรรมที่ยกฟ้องไม่มีผลกับน้ำหนักคดีทั้งหมดแจงที่ ทนายฝั่งปู ให้ข้อมูลฟ้องเป็นคำพูดซ้ำๆ ลั่นคำพูดซ้ำแต่ต่างกรรมต่างวาระ ส่วนข้อมูลโพสต์ที่ฝั่งตนเอาส่งศาลเป็นโพสต์ปลอมที่เกิดจากการตัดต่อ ก็ลองสู้ดู ลั่นถ้าไม่กลัวจะทยอยลบโพสต์ทำไม ต้องสู้สิ จับตาเผชิญหน้า “ปู-หนุ่ม” ครั้งแรก 17 ก.ย.นี้
คืบหน้าอีกหนึ่งคดี สำหรับคดีที่พิธีกรชื่อดัง “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนักแสดงรุ่นใหญ่ “ปู มัณฑนา หิมะทองคำ” เป็นจำเลย ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา 13 กรรม จากกรณีโพสต์ข้อความหมิ่นประมาทหลายๆ ข้อความ และความผิดตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หรือ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากกรณีที่ ปู มัณฑนา โพสต์กล่าวหาว่า ลูกน้อง หนุ่ม กรรชัย ไปป่วนเจ้าตัวในห้องพิจารณาคดีที่ศาลแขวงพระนครใต้ 1 กรรม โดยคดีนี้พิธีกรดังฟ้องไปทั้งหมด 14 กรรม
ล่าสุด เวลา 09.00 น. วันนี้ (31 สิงหาคม 2569) ศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้มีคำสั่งประทับรับฟ้อง 10 กรรม และยกฟ้อง 4 กรรม โดยแยกเป็นยกฟ้องข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 1 กรรม และ หมิ่นประมาทฯ 3 กรรม ส่วนอีก 10 กรรมที่เป็นข้อหาหมิ่นประมาทฯ ทั้งหมดศาลประทับรับฟ้อง
อย่างไรก็ตาม หลังฟังคำพิพากษาเสร็จสิ้น “ทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์” ทนายความของ หนุ่ม กรรชัย ได้เปิดเผยว่า ตนเคารพคำสั่งของศาล การที่ศาลยกฟ้องไป 4 กรรมไม่ได้ทำให้น้ำหนักของคดีเบาลง พร้อมแจงสาเหตุที่ศาลยกฟ้องบางกรรม โดยขั้นตอนต่อไปศาลนัดสอบคำให้การ 5 ตุลาคม นี้ ก่อนแง้ม หนุ่ม กรรชัย จะมาขึ้นศาลด้วยตัวเอง วันที่ 17 กันยายน นี้ ซึ่งเป็นการเผชิญหน้ากันครั้งแรกกับ ปู มัณฑนา ตั้งแต่ยื่นฟ้องอีกฝ่าย 6 คดี
“ข้อความที่เขาบอกแก๊งลูกหมา มีเมียทนายตุ๋ย มีลูกน้องหนุ่ม กรรชัยมา เฉพาะข้อความนี้ ผมฟ้องตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ แล้วศาลท่านสั่งไม่รับ ในข้อความนี้เนื่องจากท่านมองว่าข้อความนี้เป็นหมิ่นประมาท ซึ่งในพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ต้องไม่ผิดหมิ่นประมาทถึงจะเป็น พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ประกอบกับท่านวินิจฉัยในเรื่องความผิดว่าคุณปูไม่ได้แสวงหาผลประโยชน์เพื่อตัวเองโดยชอบ การกระทำผิดอาญาต้องมีเจตนาหรือแสวงหาผลประโยชน์โดยชอบ ท่านก็เลยไม่รับกรรมนี้ อันนี้เป็นเพียง 1 กรรม แต่ทั้งหมดผมฟ้องหมิ่นประมาท 13 กรรม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 1 กรรม ข้อความนี้เป็นหนึ่งใน พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์
ถ้าผมบรรยายฟ้องเป็นหมิ่นประมาทศาลท่านอาจจะรับ ในข้อความเรามองว่ามันเป็นการบิดเบือน ข้อความเป็นเท็จ ไม่ตรงกับความจริงเลย เราจึงบรรยายฟ้องในมุมนั้น เราไม่ได้บรรยายฟ้องในฐานหมิ่นประมาท ท่านเลยมองว่ามันผิดหมิ่นประมาทแต่เราไม่ได้บรรยายฟ้องก็เลยไม่ได้รับเรื่องหมิ่นประมาท ก็เลยยกฟ้องไปด้วยเนื้อหานี้”
แจง “หนุ่ม กรรชัย” ฟ้อง “ปู มัณฑนา” ทั้งหมด 14 กรรม ศาลประทับรับฟ้อง 10 กรรม ในข้อหาหมิ่นประมาทและดูหมิ่นทางการโฆษณา และยกฟ้อง 3 กรรมเป็น เป็นคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 1 กรรม และหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา อีก 2 กรรม
“ส่วน 13 กรรม ที่เป็นหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา มี 3 กรรมที่ท่านไม่รับ ท่านมองเฉพาะข้อความที่เกี่ยวกับ นาย ณภัทร (ณภัทร เสียงสมบุญ) เกี่ยวกับเรื่องลูกเนรคุณ 3 กรรมนี้ท่านมองว่าไม่มีข้อเท็จจริงที่คุณหนุ่มเกี่ยวข้องกับนายตั้งแต่ต้น แล้วคุณหนุ่มให้สัมภาษณ์ถึงนายภายหลัง ตัวจำเลยก็มาโพสต์ภายหลัง ศาลท่านก็เลยมองว่าไม่เกี่ยวข้องกัน เลยไม่รับในหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา อีก 10 กรรมรับในข้อหาหมิ่นประมาทและดูหมิ่นทางการโฆษณา ยกฟ้อง 4 กรรม ส่วนตัวผมไม่ได้เสียดายหรือกังวลอะไรกับตรงนั้น อยู่ที่ว่าเรามองอะไรในมุมไหน บนข้อเท็จจริงมันบิดเบือน มันเท็จเลย เพราะคุณหนุ่มไม่ได้ส่งไปจริงๆ แต่เราไม่ได้มองเรื่องหมิ่นประมาท แต่ศาลท่านมองอีกด้านนึง ท่านเลยสั่งไม่รับ ในข้อหามีความผิด นักกฎหมายส่วนใหญ่จะทราบว่าการบรรยายฟ้องให้ลงโทษอะไรไป ศาลท่านฟังเป็นอย่างอื่นท่านก็ไม่รับ มันยกเว้นเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับทรัพย์ที่มันมีกฎหมายบัญญัติไว้แยกต่างหาก
(ทำไมถึงตัดสินใจฟ้อง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ไม่ฟ้องหมิ่นประมาท?) คำว่า ส่งลูกน้องหนุ่ม กรรชัยมาป่วน คำว่ามาป่วนก็เข้าข่ายทำให้คุณหนุ่มชื่อเสียงเสียหาย แต่ผมมองว่ามันบิดเบือนมากกว่า บางทีการฟ้องหมิ่นประมาทเราต้องตีความในข้อความนั้นๆว่าเป็นการใส่ความเราอย่างไร ทนายต้องวิเคราะห์ว่าเราจะนำสืบยังไงให้ศาลเห็นได้ง่ายกว่า ผมเลยมองว่าถ้านำสืบข้อความอันเป็นเท็จน่าจะง่ายกว่า
แต่เมื่อศาลท่านว่ามาแบบนั้น ส่วนตัวผมก็ไม่ได้รู้สึกอะไร เป็นเรื่องดุลยพินิจของศาลท่านว่าตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ต้องน้อมรับ แต่ถ้าไม่เห็นด้วยเราก็ใช้สิทธิ์ในการยื่นอุทธรณ์”
การยกฟ้อง 4 กรรมไม่ได้มีผลดีผลเสียน้ำหนักคดีทางฝั่งตน และทั้งหมดไม่ได้ฟ้องเพื่อกลั่นแกล้ง หรืออยากให้ได้รับโทษอาญา
“ผมโทร.ไปแจ้งคุณหนุ่มแล้ว แกฟังแล้วก็เฉยๆ แกก็รับ มันเป็นดุลยพินิจศาล ส่วนจะอุทธรณ์ไหมผมเชื่อว่าน่าจะไม่ เดี๋ยวเราไปวิเคราะห์ก่อน ท่านเขียนคำสั่งมาหลายหน้าครับ ต้องไปนั่งวิเคราะห์คำสั่งศาลอย่างละเอียดให้คุณหนุ่มพิจารณาก่อนว่าจะอุทธรณ์ไหม ถ้าอุทธรณ์คดีก็ต้องรอไป ยังไม่สามารถสืบพยานได้ ถ้าไม่อุทธรณ์นัดหน้า 5 ตุลาคมศาลท่านนัดสอบคำให้การเลย
ซึ่งการยกฟ้อง 4 กรรมไม่ได้มีผลดีผลเสียอะไรเลย เราฟ้องด้วยพยานหลักฐาน ข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง เราไม่ได้ฟ้องเท็จ ไม่ได้เบิกความเท็จ ศาลท่านวินิจฉัยจากพยานหลักฐานแล้วเห็นว่าไม่เข้าฐานความผิด ไม่ใช่ผมอยากกลั่นแกล้งคุณ อยากให้คุณได้รับโทษอาญา ไม่ต้องมาสัมภาษณ์นะครับว่าเดี๋ยวจะฟ้องกลับให้ดู ฟ้องได้ฟ้องมา ส่วน 10 กรรมที่รับฟ้อง ศาลท่านก็วินิจฉัยจากคดีที่คุณหนุ่มยื่นฟ้องไปก่อนหน้านี้ด้วย ข้อความที่เอฟซีเข้ามาคอมเมนต์ ศาลท่านเชื่อว่าพูดถึงคุณหนุ่มจริง
ส่วนที่เขาบอกว่าเป็นเฟซปลอม ก็ให้เขาไปอ่านคำสั่งดูครับว่าศาลท่านวินิจฉัยยังไง ท่านไม่ได้เชื่อว่าเป็นเฟซปลอม เนื่องจากว่าข้อเท็จจริงของคดีที่เรากำลังบรรยายฟ้อง เราเรียงลำดับจริงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ฉะนั้นข้อความที่เขาพูดถึง นาย ณภัทร ถ้าทราบคือก่อนหน้านี้ไม่มีข่าวของนายมาก่อนเลยเป็นปี คุณหนุ่มไม่ได้พูดถึงนายเลย ความเกี่ยวพันไม่ได้เกิดขึ้น แต่พอมีวันที่นายสัมภาษณ์แล้วหนุ่มมาสัมภาษณ์ภายหลัง มันเป็นเรื่องราวที่เรียงลำดับมา ศาลท่านก็วินิจฉัยจากวันเวลาที่เกิดขึ้น เป็นไปได้ไหมว่าคุณปูจะพูดถึง ส่วนตัวเราคู่ว่าเขาพูดถึงคุณหนุ่ม แต่กฎหมายท่านวินิจฉัยจากความรู้สึก ท่านวินิจฉัยจากวันเวลาเกิดเหตุและลำดับเหตุการณ์ ผมถือว่าผมทำหน้าที่เต็มที่ในการเรียบเรียงพยานหลักฐานในเวลาเกิดเหตุ เราว่าความกัน ฟ้องกันตรงไปตรงมา ตามพยานหลักฐานที่เกิดขึ้นเลย ศาลท่านวินิจฉัยมาแบบนี้เราก็ต้องน้อมรับ เพราะมันมีเหตุมีผลรองรับกับที่ศาลท่านมีคำสั่ง
ในโพสต์นั้น เขาก็พูดทำนองว่าคุณหนุ่มไปสอนนายให้รักเมีย ไม่รักแม่ ผมเชื่อว่าประชาชนทราบนะครับว่าคุณหนุ่มกับนายเขารู้จักกัน ขับรถด้วยกัน การที่คุณโพสต์แบบนี้มันชัดเจน ตัวคุณรู้อยู่เต็มอก แต่การบรรยายฟ้อง การนำสืบพยานหลักฐานศาลท่านวินิจฉัยจากวันเวลาการกระทำความผิดและอีกหลายๆเรื่องประกอบกัน ส่วนตัวผมมองว่าต้องน้อมรับ”
แจงหลังคราวก่อน ทนายฝั่ง “ปู มัณฑนา” บอกฟ้องเป็นคำพูดซ้ำๆ ลั่นคำพูดซ้ำแต่ต่างกรรมต่างวาระ
“มันเป็นการที่เขาหยิบข้อความเดิมๆ มาโพสต์ซ้ำ การซ้ำของเขาต้องซ้ำที่หมายความว่าผมเอามาฟ้องซ้ำ ไม่ใช่ว่าคำซ้ำๆ คุณรู้อยู่เต็มอกว่าคุณโพสต์อะไร คุณใช้คำเดิมๆ ซ้ำๆ นั่นแหละมาโพสต์ แต่ละวันต่างกรรมต่างวาระ คุณจะมาบอกว่าผมฟ้องซ้ำ เท่าที่ผมไปดูเฟซบุ๊กเขาลบไปหมดแล้วนะ ไม่รู้จะลบทำไม ถ้าคนที่คิดว่าตัวเองไม่ผิด ไม่ต้องลบแล้วหนีความผิด มันเป็นการโพสต์ใหม่ในคำด่าเดิมๆ ไม่ใช่เราไปเอาโพสต์ซ้ำเมื่อหลายปีมาแล้วที่เคยฟ้องจากคดีก่อนๆ มาฟ้องอีก แต่เขาก็พูดไป หลักกฎหมายก็คือคนทำผิด 1 ครั้งฟ้องได้ครั้งเดียว ฟ้องซ้ำไม่ได้ มันเป็นแบบนั้น แต่อันนี้คือข้อความเขาซ้ำ แต่เขาโพสต์วันใหม่ หรือเขารีโพสต์มันก็ผิดใหม่อีกเรื่อยๆ ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ ต้องพูดให้หมด อย่ากั๊กเอาไว้ให้เป็นประโยชน์ตัวเอง ประชาชนเขาจะได้รู้ในเรื่องกฎหมายแบบเข้าใจถูกต้อง ไม่ต้องบิดไปบิดมา ไปกันตรงๆ ครับ ไม่ต้องบิด”
หากทางฝั่งตนไม่ยื่นอุทธรณ์ ศาลจะนัดอีกครั้งในวันที่ 5 ตุลาคม ย้อนรู้ตัวเองอยู่ว่าทำอะไร ถ้าไม่ผิดจริงลบทำไม สู้สิ แล้วนำสืบมา
“ศาลท่านรับ 10 กรรมนี้ หากไม่อุทธรณ์ วันที่ 5 ตุลาคมเขาก็ต้องมาประกันตัว สอบคำให้การและนัดสืบพยาน เข้าสู่กระบวนการปกติ 4 กรรมที่ศาลยกฟ้องไป มันไม่ได้ทำให้น้ำหนักในคดีหายไปแน่นอน เรามองว่าเขากระทำความผิดกี่กรรม กี่ครั้ง เราก็ฟ้องเขาทุกกรรมทุกครั้ง 78 กรรมใน 6 คดีที่ผมฟ้องให้คุณหนุ่ม ผมเลือกมาเฉพาะที่เห็นว่าเข้าข่ายหมิ่นประมาทหรือดูหมิ่น ถ้าจะเอาจริงๆ คือเป็นร้อยนะ อย่ามาพูดเลยว่าศาลไม่รับฟ้องแล้วแพ้หรือกระจอกอะไร ทนายความไม่พูดกันแบบนั้น คุณรู้อยู่ว่าคุณทำอะไร ถ้าไม่ผิดจริงคุณลบทำไม สู้สิครับ แล้วนำสืบกันมา”
เผยตอนนี้ทางฝั่ง “ปู มัณฑนา” ได้ลบข้อความพาดพิง “หนุ่ม กรรชัย” เกือบหมด ส่วนที่ทนายออกมาแย้งว่าข้อมูลโพสต์ที่ตนเอาส่งศาลเป็นโพสต์ปลอม ก็ลองสู้กันดู
“เท่าที่ผมเห็นลบไปเกือบหมดแล้ว คงกลัวมั้งครับ คนไม่ผิดถูกต้องไม่กลัว ถ้าลบแปลว่ากลัว ผมเห็นเขาปากเก่งเนอะ คนปากเก่งผมไม่กลัว ผมกลัวคนเก่ง แต่ถึงลบก็ไม่ทันแล้วครับ เพราะผมเก็บพยานหลักฐานหมดแล้ว ส่วนเขาจะไปสู้ว่าเฟซปลอม มีคนก็อปปี้มา คุณก็ไปพิสูจน์ให้ศาลท่านทราบเอาครับว่าคุณโดนปลอมยังไง โดยเทคโนโลยี ถ้าคุณทำได้คุณก็ทำดู มันไม่ต่างอะไรกับคนที่ถูกฟ้องว่าวันนี้คุณมากระทำความผิดกับคนๆนี้ คุณอยู่ในสถานที่นี้ แต่คุณบอกว่าคุณไม่ได้อยู่ในสถานที่นั้นเลยไม่ใช่ตัวคุณ เหมือนฟ้องผิดตัว คือเขาจะสู้แบบนี้ แต่เทคโนโลยีมันไม่ง่ายแบบนั้น”
ฟังไม่ขึ้นกล่าวหาตนนำหลักฐานตัดต่อ หลักฐานปลอมเข้าสู่ศาล
“เรื่องติ๊กสีฟ้า คนที่มีติ๊กสีฟ้าคือคนที่ชำระเงินให้กับทางบัญชีเฟซบุ๊ก เพื่อให้เขาดูแลบัญชีเราไม่ให้ถูกแฮค ไม่ให้ถูกกระทำอะไรก็ตามแต่ให้มันสูญเสียหรือเสียหาย ถ้าเราไม่จ่ายเงินสัญลักษณ์นี้จะหายไป ฉะนั้นการจะเอาสัญลักษณ์มาเป็นข้ออ้าง ว่าถูกแฮก ถูกปลอมมันฟังไม่ขึ้น ตัวเขารู้อยู่แล้วว่ามันเป็นยังไง ลองไปดูในข่าวของคุณปูที่นำเสนอไปก่อนหน้านี้ มันก็มีทั้งที่มีติ๊กฟ้าและไม่มี ซึ่งผมไม่เคยเห็นเขาปฎิเสธเลยว่าไม่ใช่ข้อความเขา เห็นเขาสนุกกับที่สื่อเอาไปลงแล้วเขาก็แชร์ต่อ เจตนาอยู่ที่ตรงนี้ต่างหาก
อย่ามาพูดว่าตัดต่อแล้วบิดรูปคดีว่าเราไปแกล้งเขา คุณไม่รู้เหรอครับว่าคุณโพสต์อะไร คุณไม่ได้คอมเมนต์เหรอครับ แล้วเขาปิดคอมเมนต์ทำไม สุจริตใจต้องเปิดคอมเมนต์ ถ้ากล้าสู้ปากเก่งตามนั้นเลยครับ
ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยสู้ในแนวนี้เลย เพิ่งจะมาสู้ในคดีหลังๆ ว่ามีการถูกปลอมเฟซบุ๊ก มีการตัดต่อถ้าคุณโดนตัดต่อจริงๆ คุณต้องแจ้งความ คุณต้องแสดงตน คุณต้องยืนยัน ไม่ใช่คุณไม่เคยพูดอะไรมาก่อนเลยแล้ววันนี้คุณมาสู้มุมนี้ นักกฎหมายลองดูว่าน้ำหนักฟังขึ้นไหม ถ้าจะสู้ทางนี้คุณก็ต้องนำสืบให้ศาลท่านเห็นให้ศาลท่านเชื่อให้ได้ตามที่คุณต่อสู้ มันไม่ใช่การสู้กันด้วยปากหน้าสื่อ”
อีกคดี คือคดีของตน ฟ้อง “ปู-หาญส์” ในข้อหาหมิ่นประมาท ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งศาลรับฟ้องเรียบร้อยวันนี้มานัดตรวจพยาน
“เป็นคดีส่วนตัวของผมที่คุณปูเคยให้สัมภาษณ์ว่าผมกับภรรยาด่าเขาที่หน้าบันไดศาลกับห้องพิจารณาคดี 402 มีเพจนึงนำข้อความไปลงข้อความ ในข้อความนั้นมีคำว่าผมไปข่มขู่คุณปู แล้วก็มีคนยืนมองคุณปู 4-5 คนซึ่งมันไม่เป็นความจริง ผมเดินสวนเขาตรงบันไดตัวต่อตัวแค่นั้นเอง ซึ่งทั้ง2 กรณีไม่มีกล้องวงจรปิด การนำข้อความไปโพสต์แบบบิดเบือน ผมเลยฟ้องหมิ่นประมาท ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ทั้งคุณปูและสามี เพราะสามีคุณปูพิมพ์ข้อความนี้ แล้วคุณปูหยิบข้อความนี้มาแชร์
ซึ่งศาลรับฟ้องไปเรียบร้อยแล้ว วันนี้เป็นนัดตรวจพยาน คุณปูและสามีจะต้องยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราว อันนี้คือมันชัดเจนอยู่แล้วเพราะเขาเอ่ยชื่อผม สถานที่เกิดเหตุชัดเจน มีรายงานเจ้าหน้าที่ศาลอยู่ในสำนวน ผมเชื่อว่าหลักฐานผมเพียงพอที่ศาลจะหยิบมาวินิจฉัยได้ เขาก็ไม่มีหลักฐาน ผมก็ไม่มีหลักฐานโต้แย้ง ในตัวคลิปวิดิโอที่จะเอามาพิสูจน์ สิ่งที่ผมมีคือรายงานจากเจ้าหน้าที่ ทุกคดีที่ผมทำ ผมเชื่อในพยานหลักฐานที่ผมนำเข้าสู่สำนวนให้ศาลท่านวินิจฉัย ส่วนศาลท่านจะวินิจฉัยจากข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ท่านจะมีความคิดเห็นอย่างไรเป็นเรื่องที่เราต้องน้อมรับครับ
ผมไม่เคยเห็นเขาไม่ปฎิเสธสักคดีนะครับ เขาปฎิเสธทุกสิ่งอย่างทั้งๆ ที่ก็เห็นอยู่ ข้อความหมิ่นประมาทวิญญูชนเราอ่านก็รู้อยู่แล้วว่ามันหมิ่นหรือไม่หมิ่น แต่ระบุชื่อ ตัวตนอันนี้ง่ายมาก ศาลท่านจะวินิจฉัยจากข้อความนั้นแหละว่าหมิ่นประมาท แต่ถ้าไม่ระบุชื่อคนเราก็นำสืบความเชื่อมโยง ว่าวิญญูชนอ่านแล้วเชื่อได้ไหมว่าเป็นคนๆนั้น แล้วข้อต่อสู้ในหมิ่นประมาท สู้ไปเถอะครับ มันมีอยู่มาตราเดียวที่เป็นข้อยกเว้น 329 นักกฎหมายส่วนใหญ่เรารู้ครับว่า 329 คือข้อยกเว้นของกฎหมายในเรื่องของหมิ่นประมาท เราก็สู้กันตามนั้น ถ้านอกเหนือจากนั้นก็ลองดูครับว่าศาลท่านจะวินิจฉัยยังไง”
เผยวันที่ 17 กันยายนนี้ “หนุ่ม กรรชัย” ต้องมาขึ้นศาลด้วยตัวเอง ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่ หนุ่ม กรรชัย และ “ปู มัณฑนา” จะได้เผชิญหน้ากัน
“ที่ผ่านมาคุณหนุ่มมอบอำนาจให้ผมมาแทน แต่เดี๋ยวสืบพยานแกต้องมาเอง เดี๋ยว 17 กันยายนนี้จะได้เจอคุณหนุ่ม เป็นคดีแรกที่คุณหนุ่มจะได้เจอคุณปูในคดีที่คุณหนุ่มฟ้องคุณปูคดีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จะเป็นการเผชิญหน้ากันครั้งแรกตั้งแต่ฟ้องกันมา 6 คดี เดี๋ยวจะได้รู้ว่าการเจอกันครั้งแรกนั้นจะเกิดอะไรขึ้น พี่หนุ่มแกก็ให้สัมภาษณ์ไปแล้วว่าแกไม่คุย ให้ศาลท่านตัดสิน ที่ผ่านมาแกก็ไม่ได้พูดถึงคุณปูเลย แกมองว่าคดีเข้าระบบแล้ว ผมก็ดูแลแกอยู่ แกไม่ได้พูดถึง แกพูดว่าอาจจะเป็นบรรทัดฐานอย่างหนึ่งได้ว่าการโพสต์ไม่เอ่ยชื่อแล้วนำสืบถึงความเชื่อมโยงแล้วศาลท่านเชื่ออย่างนั้นก็จะเป็นบรรทัดฐานได้ส่วนหนึ่ง เป็นการพิสูจน์ด้วย เพราะเขาท้าทายว่าคุณหนุ่มอย่าถอน ถอนแล้วเป็นหมา คำนี้ผมบอกเลยครับว่ามันฆ่าตัวเขาเอง ไม่ได้มีใครกลัวกับสิ่งที่เขาพูดแต่คนเราถ้าอยู่ในสถานะเป็นจำเลย หรือถูกฟ้องผมว่ามันต้องสงบปากสงบคำมากกว่านี้”


