สุดยอดร็อกไทยวัย 64 “โป่ง หิน เหล็ก ไฟ” บนเส้นทางแห่งตำนาน 33 ปี กับมรดกทางดนตรีที่ทิ้งไว้ให้คนรุ่นหลัง ขอบคุณแฟนเพลงช่วยต่ออายุให้นักร้อง เตรียมเปิดคอนเสิร์ตใหญ่ที่รวมเพลงจาก 3 วง 3 รุ่นในชีวิตการเป็นนักร้อง พร้อมเผยเหตุผลทำไมต้องคีพลุค โป่งตัวจริงต้องผมยาว และห้ามผอม
ถ้าให้พูดถึงตำนานเพลงร็อกของไทย ต้องมีชื่อของ “โป่ง หิน เหล็ก ไฟ” ปฐมพงศ์ สมบัติพิบูลย์ ยืนหนึ่งเป็นตัวท็อปอยู่ในนั้น เรียกว่าเป็นนักร้องที่โด่งดัง และประสบความสำเร็จลำดับต้นๆ ของวงการเพลงบ้านเรา ทั้งยังสามารถยืนระยะความนิยมมาได้อย่างยาวนาน จนถึงวันนี้ก็ร่วม 33 ปีแล้ว ตลอดเส้นทางสายนี้เจ้าตัวเป็นนักร้องนำให้กับหลายวงดังๆ ในอดีต ทั้ง “ดิ โอฬาร โปรเจกต์-หิน เหล็ก ไฟ-เดอะ ซัน” และยังคงมีแฟนคลับติดตามอย่างเหนียวแน่นตั้งแต่รุ่นพ่อ-แม่ มาจนถึงรุ่นลูก
ล่าสุด “โป่ง ปฐมพงศ์” เตรียมขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่ “PONG ROCK LEGACY ตั้งแต่จำความได้...จนไม่มีวันลืม” ซึ่งจะจัดในวันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2569 ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี เป็นคอนเสิร์ตที่รวมเพลงจาก 3 วง 3 รุ่นในชีวิตการเป็นนักร้อง และเป็นครั้งแรกที่ดึง “อิงฟ้า วราหะ” มาแจมบนเวทีด้วย ทุกโมเมนต์ที่เตรียมเซอร์ไพรส์เป็นความพิเศษที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน พร้อมเผยถึงสุขภาพในวัย 64 รวมถึงปลายทางของถนนสายดนตรีที่จะกลายเป็นมรดกให้ศิลปินรุ่นหลังได้จดจำ
“ก็พิเศษสุดในชีวิตเลย เพราะว่าจริงๆ แล้วก็ประมาณปีละครั้งที่มีคอนเสิร์ต เราเป็นวงที่เดินทางมานานแล้ว แฟนเพลงเราก็มีพอสมควร อายุวง ถ้าสตาร์ตเริ่มตั้งแต่ที่ทุกคนรู้จัก ก็ตั้งแต่ปี 2536 นะ ปีนี้ก็ 33 ปี
ครั้งนี้คุณพีท(พีท พีระ วงพีซเมเกอร์ ในฐานะผู้จัดคอนเสิร์ต)ก็ไปเห็นในเฟซบุ๊ก หิน เหล็ก ไฟ มีสมาชิกหนึ่งล้านกว่าคน ก็ยังสงสัยอยู่ว่าแฟนเพลงหิน เหล็ก ไฟ ล้านกว่าคนยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า เพราะว่าตามกันมาตั้งแต่วัยรุ่น บางคนเมื่อก่อนไปเล่น เขายังเป็นนักเรียน มีเป็น 10 คนเลย ตอนหลังก็ค่อยๆ หายไปทีละคนๆ จนเหลือคนสุดท้าย
ซึ่งคนสุดท้ายบอกว่าเขายังเป็นโสดอยู่คนเดียว นอกนั้นแต่งงาน มีครอบครัวหมดแล้ว บางคนมาไม่ได้เพราะมีลูก แต่เขายังมาได้ เพราะอยู่เป็นโสด แต่ทุกวันนี้บางทีไปเล่น บางคนก็เอาลูกมาดู เอาลูกมาฟัง แล้วลูกก็ชอบด้วยนะ บอกแม่เปิดให้ฟัง อันนี้ก็เป็นความรู้สึกดี พ่อแม่เปิดให้ลูกฟัง ครั้งแรกก็ฟังในรถพ่อเปิด แล้วเวลามาขอถ่ายรูป เราแล้วก็อุ๊ย...วัยรุ่นชอบ ดีใจ แต่ถ่ายไปฝากพ่อ เราก็สะดุ้งฝากพ่อเลยเหรอ โอเคๆ ได้ๆ (หัวเราะ) เราก็ผ่านมาหลายรุ่น”
ในคอนเสิร์ตนี้จะได้ฟังทั้ง 3 วงในตำนานที่ “โป่ง” เคยเป็นนักร้องนำ ทั้ง ดิ โอฬาร โปรเจกต์, หิน เหล็ก ไฟ และ เดอะ ซัน
“แฟนเพลงบางคนก็ยังงง มันอยู่หลายวง (หัวเราะ) อันนี้เล่าเป็นมุกนะ คือบางทีไปเล่นตามต่างจังหวัด เขาเขียนว่าพบกับ โป่ง หิน เหล็ก ไฟ แล้วก็มี เดอะ ซัน, ดิ โอฬาร โปรเจกต์ มี 3 วงเลย คือคุณเป็นแฟนเพลงรุ่นไหนก็มารุ่นนั้น คนฟังก็เป็นเสียงผมร้อง ทั้ง 3 วง เราก็เล่นทั้ง 3 วงนั่นแหละ แต่อาจจะไม่ครบทุกเพลงนะ ก็เป็นชื่อคอนเซ็ปต์คอนเสิร์ต ตั้งแต่จำความได้ ก็คือตั้งแต่เด็กๆ เลือกมา 30 เพลง คอนเสิร์ตโป่ง Rock Legacy คำว่า Legacy จริงๆ มันกึ่งๆ มรดก มรดกทางดนตรี มันก็รวมตั้งแต่เริ่มแรก มรดกรุ่นแรก รุ่น 2 รุ่น 3
เรื่องความพิเศษ แน่นอนว่าต้องมีทั้งเพลงเก่าที่คนชอบ ตั้งแต่รุ่นไม่มีลูก จนมีลูก มีหลานหมดแล้วตอนนี้ แล้วก็จะมีเพลงใหม่ๆ ก็ถือโอกาสนี้เปิดอัลบั้มใหม่ไปด้วยเลย ก็พยายามจะให้ทันนะ เพราะเขาโฆษณาไปก่อนแล้ว เราก็ต้องเร่งมือให้ทัน ให้แฟนเพลงได้ฟังเพลงใหม่ๆ บ้าง
มันเป็นความตั้งใจว่ามันก็ต้องมันสุดขีด เพราะยิ่งเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ มันก็ต้องปล่อยหมด มีเท่าไหร่ก็ต้องใส่เข้าไป เป็นลม ล้มพับ สลบสไลไป ก็ต้องสู้ แฟนเพลงเขามาแล้ว บรรยากาศในวันคอนเสิร์ตมันต้องไม่มีลิมิต วิ่งจนเหนื่อย ลิ้นห้อย เดินไม่ไหว ถ้าเป็นลม ก็เป็นลมไปเลย แต่คงไม่เป็น ก็ต้องพยายามรักษาสุขภาพ คือเวลาเราเล่นเป็นระยะเวลายาว การจัดลิสต์เพลงก็สำคัญใช่ไหม หนักเบา บางเพลงต้องไว้หลังหน่อย บางเพลงไว้ข้างหน้า”
แขกรับเชิญมาจากหลากหลายวงการ ที่เปิดเผยได้แล้วก็คือ “แน๊ป The Nap” อดีตนักร้องนำ Retrospect และ “อิงฟ้า วราหะ”
“ส่วนแขกรับเชิญก็มันต้องมี สร้างเซอร์ไพรส์ให้มีสีสัน คุณอิงฟ้า วราหะ ได้ตอบรับมาแล้ว ก็จะสร้างความสดชื่นให้กับบรรยากาศคอนเสิร์ตหน่อย เพราะมันมีแต่ดุดัน มีสาวสวยระดับนางงามโผล่มาในเวทีก็สดชื่น เตรียมถ่ายบรรดาแฟนเพลงไว้เลย ทุกคนหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ตอนดูผมทุกคนไม่เคยยิ้มเลยนะ พอมีสุภาพสตรีขึ้นมาปั๊บเนี่ย มันเหมือนดอกไม้สวยงาม
ก็เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง ผ่อนคลาย มาเปลี่ยนมู้ดแอนด์โทนบ้างให้ดูสดชื่น เซ็กซี่ด้วย (อิงฟ้าจะเป็นนางแมว?) อาจจะไม่ได้เรียกว่าเป็นนางแมวหรอก แต่ผู้หญิงที่เข้ามาในคอนเสิร์ต คนก็มองเป็นนางแมวหมด คือภาพมันไปด้วยกันไง เพราะว่าผมเป็นยมทูตไง มีน้องอิงฟ้ามาก็สร้างสีสันสวยงาม แล้วน้องก็ร้องเพลงเก่งด้วย ผมเคยดู เขามีพรสวรรค์เลยล่ะ รู้เลย ครบนะ หน้าตาดี ร้องเพลงได้ ก็เป็นพรสวรรค์”
ฝากถึงแฟนเพลง อยากให้มาทุกคน
“อยากให้มาทุกคน แล้วผมก็อยากจะพิสูจน์บางอย่างด้วย ที่พูดไปเมื่อกี้ ที่ติดตามกันอยู่เป็นล้านคนเนี่ย ยังอยู่ไหม ยังเดินไหวไหม ยังมาดูคอนเสิร์ตไหวไหม อยากให้มา มาเช็กชื่อ เหมือนการแสดงพลังนะ ให้คนได้เห็นว่าเออ...คนที่ชอบดนตรีร็อกก็ยังมาดูกัน มาให้การสนับสนุนกัน เพราะในปัจจุบันนี้ มันไม่มีทางสนับสนุนด้านอื่นได้แล้ว สตรีมมิ่งก็แบบหนึ่ง คอนเสิร์ตก็อีกแบบหนึ่ง
คอนเสิร์ตนี่มันชัดเจนมาก บรรยากาศมันจะไม่ใช่แบบนั่งฟังอยู่ที่บ้านใส่หูฟัง มันคนละอย่างกัน สุขสนุกสนาน มีเพื่อน มีแสง สี เสียง คนเยอะๆ ร้องเพลงร่วมกันดังๆ มันมันกว่ากันเยอะ มันต่างกันเยอะ แล้วในฐานะนักดนตรีทุกวง เวลาคนตอบรับแบบนี้มันใจมันฟู มันชื่นใจ มันอายุยืน เพราะว่าเวลาเรามีความสุข ร่างกายก็หลั่งสารที่มันเยียวยาโรคได้ ชื่นใจ”
แฟนเพลงสามารถต่ออายุให้นักร้องได้เลย
“ใช่ๆ ต่ออายุได้อยู่แล้ว ถ้าคนไปแน่นๆ คนมาดูเยอะๆ มันอิ่มใจ มีความสุข เหมือนได้รับพลังซึ่งกันและกัน ก็อยากให้มา ไม่อยากให้พลาดหรอก ต้องมา คือถ้าไม่มาก็โกรธ เอาอย่างนี้เลย(หัวเราะ) อารมณ์แบบนี้เลย จะด่าไปก็ไม่ได้ มีเคือง คืออยากให้มา จะได้พิสูจน์ด้วยว่าล้านกว่าคนนี่มันจริงเว้ย เป็นของจริงเว้ย ร็อกไม่มีวันตายจริงไหม มันต้องมาซัปพอร์ตกัน
ก็ขอบคุณตรงนี้เลย เพราะที่อยู่ทุกวันนี้ ที่ไปเล่นตามที่ต่างๆ ตามผับ ตามต่างจังหวัด ที่ทุกคนมาให้กำลังใจ อันนี้ขอบคุณมากเลย มันสุดยอดมากเลย คือไปแล้วก็ชื่นใจ”
อายุแตะวัย 64 ปี มีปัญหาเรื่องเข่า แต่ไม่มีโรคประจำตัว
“ก็มีบ้างนะ ก็ปกติ มันก็มีเรื่องเข่า ขึ้นเวทีก็เดินบ้าง มันไม่ได้ปวดหรอก แต่มันจะมีความรู้สึก บันไดคอนเสิร์ตเคยเห็นไหม บางทีก็เอียงบ้าง เบี้ยวบ้าง หายไปขั้นหนึ่งบ้าง มันก็จะตึงเข่าเรา บางทีก็ลืมตัวกระโดด กลับมาโรงแรมระบม บางทีทำอะไรก็ลืมตัวเหมือนกัน พอดีมันมากๆ
แต่สุขภาพโอเค ไม่มีปัญหา ไม่มีโรคประจำตัว แต่มีไปหาหมอจีนมา เขาชวนฝังเข็มอยู่ แต่ว่ากลัวเข็ม เดี๋ยวจะลองไปฝังดู”
หัวใจของนักร้องคือเสียง การซ้อมจึงเป็นวิธีรักษาดูแลเสียงของ “โป่ง หิน เหล็ก ไฟ”
“หลักๆ ก็คือการฝึกซ้อม แต่ผมไม่ได้ฝึกซ้อมเป็นทางการ แต่ฝึกซ้อมเพราะว่ามีคอนเสิร์ตบ่อยๆ ได้เล่นคอนเสิร์ตบ่อยๆ ก็เป็นการฝึกซ้อม แล้วก็พักผ่อนให้เยอะ พยายามนอน การเซฟเสียงมันสำคัญไง เพราะเสียงร้องมันไปเพิ่มไม่ได้ กีตาร์สายขาดเปลี่ยนได้ แต่เสียงร้องแหบก็จบเลย”
การดื่มไม่ส่งผลอะไรกับการร้องเพลง ดื่มเพื่อวอร์มเสียง
“คือเก๊กฮวย(เบียร์)กินพอประมาณ ก็เป็นการวอร์ม บางคนก็ใช้จิบ เป็นเพียวๆ จิบ แล้วก็วอร์มเสียง ก็คือคออุ่น จริงๆ น้ำแข็งมีผล คือเวลาร้องเพลงเยอะๆ ใช้เสียงแล้วมันจะอุ่น แต่พอไปกินของเย็น กล้ามเนื้อมันบีบตัว เสียงมันจะเปลี่ยน คือต้องระวัง จริงๆ ก็ดื่มน้ำปกติ น้ำบางยี่ห้อบางทีมันจะทำให้คอเหมือนมีอะไรมาเกาะอยู่ในเส้นเสียง ก็ต้องเลือกเหมือนกัน น้ำเป็นกรดเป็นด่างนี่มีผลหมดนะ แต่ว่าเราเคยชินกับเก๊กฮวยแล้วมันก็โอเค มันก็ปรับสภาพได้
บางทีเราไม่ได้วอร์มเสียงก่อนเล่น เราก็อมยาอมบ้าง แล้วเพลงส่วนใหญ่มันไม่เกินเรนจ์เสียงของตัวเอง บางคนที่แต่งเพลงมาแล้วเกินเสียง พอร้องไปนานๆ มันจะเหนื่อย มันจะร้องไม่ได้ เสียงคนมันเลื่อนจากบนหัว แล้วก็ลงมาเรื่อยๆ ลงมาที่คอ พอแก่ปุ๊บลงมาที่หน้าอก แล้วลงพุงไปเลย”
ภาพจำเป็นเอกลักษณ์ “โป่ง หิน เหล็ก ไฟ” ตัวจริงต้องผมยาว ห้ามผอม เดี๋ยวคนตกใจคิดว่าติดยา
“จริงๆ ไม่ได้คิดเรื่องนี้นะ แต่อย่างทรงผม อย่างสร้อยเส้นนี้(สร้อยคอที่ใส่ตลอดคือ Cornicello เครื่องรางของชาว Italian รูปทรงโค้งคล้ายพริก แต่แท้จริงแล้วคือ เขาของสัตว์) มันไม่เคยเปลี่ยนตั้งแต่ออกอัลบั้ม แล้วเป็นที่รู้จัก คนจำได้ ก็จะเห็นว่าผมยาว สร้อยเส้นนี้ รูปร่างก็เหมือนกันนะ ผอมๆ ไม่ได้ เดี๋ยวคนตกใจ นี่คีพลุคเพื่องานเลย ต้องอย่างนี้ ถ้าไปผอม เดี๋ยวบอกว่าติดยาหรือเปล่า แต่ทางที่จะสลิมมิ่งกว่านี้คงยาก มีแต่บานขยายขึ้นเรื่อยๆ ก็ตามวัย ตามอายุ แต่ว่าเราพยายามคีพลุคไว้ พยายามรักษาทรงเราให้อยู่ในรูปแบบนี้ไว้”
ไม่ได้อยากจะผอมไปกว่านี้
“ไม่ ถ้าความอยาก มันก็อยากจะผอม แต่ผมว่า พยายามดูทางด้านจิตใจ คํานวณทางด้านจิตใจด้วย มีความสุขกับมันไหม ผอมแล้วมีความสุขไหม ถ้าผอมแบบไม่กินเลย มันก็ไม่ได้ ก็เป็นคนชอบกิน ถ้ากินแล้วมันเกินก็ออกกำลังกาย ออกบ้างไม่ออกบ้าง”
ตั้งแต่จำความได้ “โป่ง หิน เหล็ก ไฟ” ก็ผมยาวสลวยมาตลอด ชีวิตนี้ไม่ตัดผมสั้นแน่นอน
“ใช่ ไอ้ผมเนี่ยมันต้องไว้อยู่แล้ว เพราะว่าเราชอบ ชอบไว้ผมยาว ได้รับอิทธิพลจากต่างประเทศมา ยุคฮิปปี้ ชอบไว้ผมยาว (ชีวิตนี้ไม่ตัดผมสั้นแน่นอน?) ก็ต้องบวช (หัวเราะ) ก็ต้องรอบวชไง จริงๆ มันก็เหมือนเข้าอะไรบางข้อเกี่ยวกับการโฆษณา ต้องรักษาภาพนี้ไว้ไง
จริงๆ เราไม่ได้ตั้งใจหรอก แต่ว่าพอเราเป็นอย่างนี้คนก็จำ เหมือนมีสัญลักษณ์ชัดเจน ผมยาว รูปร่างแบบนี้ ร้องเพลงแบบนี้ มันก็เลยจำได้ ถ้าเกิดโป่งตัวจริงผอมมาเชียว คนก็ต้องสงสัยแล้วว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ลองไปลดน้ำหนัก ไปวิ่ง แล้วผอมแก้มตอบปุ๊บ เล่นยาหรือเปล่า โรคร้ายหรือเปล่า”
เส้นทางที่ยิ่งใหญ่และยาวนาน 33 ปี “โป่ง หิน เหล็ก ไฟ” คือตำนานของไทย เมื่อถามว่าอยากทิ้งมรดกอะไรทางดนตรีไว้ให้ศิลปินรุ่นหลัง หรือคนรุ่นหลังได้นึกถึงบ้าง เจ้าตัวก็บอกว่า...
“จริงๆ เราไม่ต้องตั้งใจทำอย่างนั้นหรอก มันเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว เราก็ดูจากต้นแบบ รุ่นพี่เรา หรือวงที่เราชอบ เดินไปอาจจะไม่เหมือนเป๊ะ แต่ว่าทุกคนก็พยายามพัฒนาไป เราอาจจะเป็นตัวอย่างของบางวง ที่เพิ่งฟอร์มวง สร้างวงขึ้นมาใหม่ ก็อาจจะเห็นวงโน้นวงนี้เป็นแบบอย่าง มันตกทอดไปโดยปริยายอยู่แล้ว
แต่บางคนได้รับอิทธิพลไปเยอะๆ ก็โอเค ก็อาจจะขอบคุณเรา แต่อันนี้ผมว่าเป็นธรรมชาติ วงดนตรีรุ่นน้องๆ ก็ดูรุ่นพี่ แม้ว่าไม่ใช่นักดนตรีต่างประเทศก็ตาม มันก็มีอิทธิพลต่อกันไป”


