"ผู้กองแคท" คนสวยมาแล้วจ้า จากผู้เข้าประกวดตกรอบ-ก้าวขึ้นผู้จัดประกวดนางสาวไทย ยันไม่ได้ใช้เส้น พรีเซ็นต์งาน 3 ปี ระดมความเห็นจากแฟนนางงาม ลั่นจะทำงานให้มีความยุติธรรมกับทุกฝ่าย เผยนางสาวไทยยุคใหม่ต้องเป็น The Golden Era คือมากกว่าความสวย ต้องมีความเป็นผู้นำ เป็นไอดอล ส่งต่อพลังบวก ช่วยเหลือสังคม เป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คน จากนี้ไปทุกนาทีของนางสาวไทย มีแต่ผู้กองแคท
"ผู้กองแคท อาทิติยา" ยอมรับทั้งตื่นเต้น กดดัน การเป็นผู้ได้รับสิทธิ์ในการจัดประกวดนางสาวไทยปี 70-72 ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ที่ทำให้ยื่นเสนอชื่อเข้าไปเป็นผู้รับสิทธิ์การประกวด เพราะอยู่กับเวทีนี้มาหลายปี คลุกคลีจนรู้ขั้นตอนการทำงานหลายๆ อย่าง และมีแพชชั่นที่อยากจะทำให้เวทีที่ตนทั้งเคยตกรอบและได้เป็นรองอันดับ2 มีอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้น และน้อมรับคำวิจารณ์และเอามาปรับปรุงพัฒนาต่อ พร้อมยืนยันไม่ได้เป็นเด็กเส้นอย่างที่ถูกพูดถึง ตนทำตามขั้นตอนทุกอย่างถูกต้อง
ผูกพันกับการประกวดนางสาวไทยมากสไหรับ "ผู้กองแคท"ร.ต.อ.หญิง ดร.อาทิติยา เบ็ญจะปัก ที่เคยเข้าประกวดถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกตกรอบ ครั้งที่ 2 คว้ารองชนะเลิศอันดับ 2 ปี 2567 และล่าสุดจากผู้เข้าประกวดผู้กองแคท ถ้าวขึ้นมาเป็นผู้จัดประกวดนางสาวไทยเต็มตัว โดยถือลิขสิทธิ์ 3 ปี 257- 2572 จากนี้ไปทุกนาทีของเวทีนางสาวไทย จะมีแต่ผู้กองแคท ต้องยอมรับว่า ผู้กองแคทมาเร็วมาแรง ก้าวขึ้นมาเทียบชั้นผู้จัดตัวแม่อย่าง "แม่ปุ้ย" ปิยาภรณ์ แสนโกศิก ประธานกรรมการบริหารบ.ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด ซึ่งเคยเป็นผู้จัดและถือลิขสิทธิ์การประกวดเวทีนางสาวไทย
"ก็ต้องบอกว่าแคทได้มีโอกาสประกวดในเวทีนางสาวไทยถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกเป็นตัวแทนของจังหวัดชลบุรี เข้ารอบท็อป 10 แต่ว่าพออีกครั้งนึงตอนนั้นอายุ 27 แล้วก็อยากจะประกวดประมาณว่าแขวนส้นสูงค่ะ (ยิ้ม) ก็เลยตัดสินใจไปลงบ้านเกิดของตัวเองที่จังหวัดนครราชสีมา แล้วก็ได้เป็นตัวแทนจังหวัดเข้าไปประกวดในเวทีใหญ่ ก็ได้รองชนะเลิศอันดับที่ 2 นางสาวไทยประจำปี 2567 หลังจากนั้นก็ได้มีโอกาสทำงานกับทางกองประกวด แล้วก็ได้เป็นผู้จัดการกองประกวดนางสาวไทยประจำปี 2568 คือเราคลุกคลีกับคำว่านางสาวไทยมา 3-4 ปี เรามีความรัก มีความชื่นชอบในการประกวด แล้วก็รักในเวที"
"พอช่วงที่ทางสมาคมทำหนังสือแจ้งเป็นสาธารณะว่ามีการให้ยื่นแสดงเจตจำนงในการที่อยากจะเข้าไปเป็นผู้จัด ในการจัดประกวดปี 70-72 ทางบริษัทของเราก็เลยตัดสินใจยื่นไป เพื่อแสดงเจตจำนงว่าบริษัท แคทยูนีค อยากจะเข้าไปรับสิทธิ์ในการจัดประกวดตรงนี้ ก็เลยเป็นที่มาของการได้รับสิทธิ์ครั้งนี้ค่ะ ก็ได้เซ็นสัญญา 3 ปี"
จากใจผู้ตกรอบ ผู้เข้าประกวด สู่ผู้จัดจะ ระดมความเห็นจากแฟนนางงามมาพัฒนา เพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับทุกฝ่าย
"เราคลุกคลีอยู่ในเวทีนางสาวไทยมาตลอด เป็นทั้งผู้เข้าประกวดที่ตกรอบ และเป็นผู้เข้าประกวดที่ประสบความสำเร็จ แล้วก็ได้เป็นผู้จัดการกอง เรารู้ว่าจิตใจของผู้เข้าประกวดเป็นยังไง หัวใจหลักของการเป็นนางสาวไทยเป็นยังไง และหัวใจหลักของการร่วมงานในแต่ละพาร์ทเป็นยังไง ก็เลยทำให้รู้สึกว่าเราจะใช้ความรู้ความสามารถที่เรามีใน 3-4 ปีที่ผ่านมาพัฒนาตัวเองให้ได้ดีที่สุด แล้วการได้รับสิทธิ์ในครั้งนี้ก็จะพัฒนาตัวเองอย่างเต็มที่ แล้วก็ให้เข้าถึงกับทุกๆ คนค่ะ"
"ตื่นเต้นนะคะ เพราะมันเป็นโอกาสใหม่ แล้วก็เป็นสิ่งดีๆ จากที่เราเคยเป็นผู้เข้าประกวดมา วันนี้เราได้เป็นผู้จัด และเป็นผู้ได้รับสิทธิ์การจัดประกวดนางสาวไทย รู้สึกตื่นเต้น แต่ก็มีความกังวลใจ เพราะด้วยความที่หลายๆ คนเห็นว่าเรามีเส้นทางเกี่ยวกับการประกวดนางงามมาในพาร์ทของนางสาวไทยค่อนข้างยาวนาน แล้วก็มีโอกาสได้ทำงานร่วมกับสมาคมแล้วก็กอง ความคาดหวังก็สูง ก็เลยทำให้เรามีความรู้สึกกดดันพอสมควรในแต่ละขั้นตอน ในแต่ละการวางแผน หรือแม้กระทั่งดีเทลการแถลงข่าวในวันที่ 2 ก.ย.ที่จะเกิดขึ้น เราต้องเอาใจใส่ลงทุกดีเทล ทุกๆ กิจกรรม แล้วก็ต้องเฟ้นหาอะไรที่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทุกๆ ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้เข้าประกวด หรือคนที่เป็นพาร์ทเนอร์กับเรา ก็รู้สึกกดดัน แต่ว่าจะทำทุกอย่างให้เต็มที่ค่ะ
"แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นคำติชม หรือว่าเสียงวิพากษ์วิจารณ์อะไรก็ตาม เราน้อมรับไว้ เราจะนำทุกข้อติชม ทุกคำแนะนำมาพัฒนาแล้วก็ปรับปรุงให้มันดีค่ะ ซึ่งตอนที่ได้รับสิทธิ์การจัดประกวดครั้งนี้ ก็ได้มีโอกาสได้พูดคุยกับทางพี่ๆ สื่อมวลชนที่เป็นแฟนๆ นางงาม แล้วก็ทางเพจนางงาม หรือแม้กระทั่งคนที่เคยร่วมงานในพาร์ทของนางสาวไทย หรือกองประกวดอื่นๆ ก็ได้ให้คำแนะนำมา คือเรามองว่ามันก็มีทั้ง 2 แบบ มีทั้งข้อที่ชื่นชม แล้วก็ข้อติ สิ่งที่น้อมรับไว้ก็คือเรารับฟังทุกฝ่าย ด้วยความเป็นธรรม เป็นกลาง ไม่ว่าจะเป็นเชิงบวกหรือเชิงลบ เรานำตรงนี้มาพัฒนาให้เกิดประสิทธิภาพที่ดีขึ้น และหาคำว่าจุดกึ่งกลางของทั้ง 2 ฝ่ายค่ะ พร้อมรับทุกข้อค่ะ ต้องยอมรับว่ามีแน่นอนอยู่แล้ว แต่ยังไงก็แล้วแต่ เราก็ต้องทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน"
"คือสิ่งที่แคทค่อนข้างกังวล แล้วก็ค่อนข้างซีเรียส เพราะว่าเราอยากให้ทุกคนทำงานออกมา ไม่ว่าจะเป็นพาร์ทไหนก็ตามให้ลงตัวมากที่สุด แล้วก็ทางกองประกวดนางสาวไทยของเราก็จะทำอย่างเต็มที่ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แล้วก็ให้คนที่เข้ามาร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับเรารู้สึกสบายใจในจุดที่จะร่วมงานกับเราด้วยในอนาคตค่ะ"
ยืนยันไม่ได้ใช้เส้นใคร
"ก่อนหน้านั้นคือเขาจะมีไทม์ไลน์ของการยื่นเพื่อเข้าไปรับสิทธิ์ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะประมาณ 1 เดือน แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นทางสมาคมไม่ได้แจ้งว่ามีผู้จัดจำนวนกี่ราย แต่ตัวแคทเองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่เข้าร่วมการรับสิทธิ์ในการอยากจะเข้ามาจัดการประกวดนางสาวไทย แต่ถามว่ากังวลกระแสว่าเราเป็นเด็กเส้นไหม ก็กังวลค่ะ ก็มีคนที่เขาวิพากษ์วิจารณ์มาอยู่ตอนที่มีข่าวออกไป แต่ว่าทั้งหมดก็คือผ่านกระบวนการ TOR ของทางสมาคม"
"คือถ้าใครได้ตามข่าวของทางนางสาวไทย ก็จะเห็นว่าทางสมาคมมีการประกาศรับคัดเลือกว่ามีใครสนใจที่จะมาเป็นผู้จัด เพื่อเข้ากระบวนการยื่นสิทธิ์ หลังจากนั้นเขาจะมี TOR ตัวนึง เพื่อบอกคุณสมบัติว่าบริษัทเป็นอะไรยังไง เขาจะมีกระบวนการขั้นตอน แล้วเราก็ทำตัวพรีเซนเทชั่นเพื่อไปนำเสนอ ไปพรีเซนว่าในตลอดระยะเวลา 3 ปี เรามีแพสชั่นยังไง แล้วเขาก็มีเกณฑ์การวัดคะแนน มีเกณฑ์การให้ผล แล้วหลังจากนั้นทางสมาคมก็ต้องเข้าที่ประชุมอีกรอบนึง เพื่อเป็นการไฟนอลว่าบริษัทไหนจะเป็นผู้ได้รับสิทธิ์จากการประกวดในครั้งนี้ เพราะฉะนั้นในเรื่องของการใช้เส้น ต้องเรียนแจ้งว่าไม่ได้มีการใช้เส้นแต่อย่างใด"
"ซึ่งแคทมีแค่แพสชั่นว่าเราอยากจะเป็นส่วนหนึ่ง ที่เราเอาความรู้ ความสามารถของเรา ที่เรามีนามสกุลนางสาวไทยมาก่อนใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แล้วก็อยากจะทำเวทีให้ดีที่สุด คิดแค่นั้น ตอนนั้นไม่ได้คิดว่าตัวเองจะได้ด้วยซ้ำ แต่พอผลปรากฏออกมาได้ แคทก็กังวงว่าข่าวดรามาจะออกหรือเปล่า แต่ตอนนี้ก็คือเราต้องน้อมรับ คือเรา เราไม่สามารถไปบอกให้เขาไม่วิพากษ์วิจารณ์เรา หรือไปบอกให้เขาไม่คิดได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราก็ต้องทำอย่างโปร่งใสแล้วก็สุจริต แล้วก็ทำให้ทุกคนตรวจสอบได้ว่ากระบวนการที่เราได้มาตามหลักของ TOR แล้วก็เกิดการพิจารณาจากสมาคมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่าเราทำตามขั้นตอนทุกถูกต้องหมดทุกอย่างค่ะ"
วางภาพนางสาวไทยใน 3 ปีต่อจากนี้ ต้องครบทุกองค์ประกอบ
"เวทีนางสาวไทย สิ่งที่แคทมองว่าภาพยังไม่ชัด อย่างตอนแรกผู้หญิงเรามองว่าความสวยจากภายในสู่ภายนอก เป็นเรื่องของความเป็นผู้นำ ความเป็นที่เป็นคนอัธยาศัยดี แต่ที่สำคัญคือในเรื่องของกระบวนการช่วยเหลือสังคมและ CSR เรื่องนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เพราะว่าการที่นางสาวไทยคนหนึ่งจะทำประโยชน์เพื่อสังคม และสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงได้ ต้องเริ่มจากตัวเองก่อน ในเมื่อคุณได้รับโอกาสและคุณได้ทำมัน เราก็อยากจะส่งต่อโอกาส ส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับทุกคน เพราะฉะนั้น 3 ปีที่เราต้องการก็คือ ผู้หญิงที่ครบองค์ประกอบเหล่านี้ที่ได้กล่าวไปให้ได้เต็มที่ แล้วก็สามารถเป็นกระบอกเสียง เวลาที่ได้มีโอกาสไปยืนสัมภาษณ์ หรือว่าเป็นวิทยากร จะต้องสร้าง impact และสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นหลังๆ หรือคนที่เขาเห็นว่าคนนี้คือไอดอลของฉันค่ะ"
"มุมที่แตกต่างจากเวทีอื่น แคทว่าแต่ละบริบทของแต่ละเวที เขาจะมีความแตกต่างกัน อย่างเวทีอื่นก็จะมีความชัดเจนเรื่องการวาง culture การพรีเซนต์ หรือว่าการวางภาพลักษณ์ต่างๆ อย่างของนางสาวไทยถามว่าจะแตกต่างขนาดนั้นมั้ย ก็อาจจะไม่ได้แตกต่างขนาดนั้น เพราะว่ามาตรฐานการประกวดของนางงามก็เป็นมาตรฐานเดียวกัน แต่สิ่งที่แคทมองคือคำว่านางสาวไทยในยุคใหม่ The Golden Era ก็คือมากกว่าความสวยจากภายในสู่ภายนอก มากกว่าความที่เป็นผู้หญิงที่เป็นผู้นำ แต่ว่าต้องส่งต่อพลังบวกในเรื่องของ CSR หรือการช่วยเหลือสังคมเข้ามาด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งที่แตกต่างก็คือเราต้องสร้างแรงบันดาลใจ และเป็น impact ให้กับคนทุกคน แล้วก็ทุกเจเนอเรชั่นด้วย อันนี้แคทคิดว่า มันน่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดค่ะ"
พร้อมเปิดรับสาวสวย รวมถึงผู้จัดระดับจังหวัดทั้ง 77 จังหวัด
"แคทจะเริ่มแถลงข่าววันที่ 2 กันยายนนี้ เวลาบ่ายโมง ที่ตึก BTS ตึกใหม่เลย เรียนเชิญทุกภาคส่วนนะคะ ไม่ว่าจะเป็นพาร์ทเนอร์ตั้งแต่ดั้งเดิม หรือผู้ที่สนใจอยากจะเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนางสาวไทย ในงานแถลงข่าวเราจะเปิดในเรื่องของบทใหม่ ของคำว่า นางสาวไทยยุค The Golden Era การประกวดในแต่ละรอบจะเป็นยังไง ซึ่งปีนี้เรายังใช้สิทธิ์ในเรื่องของการจัดระดับจังหวัดเหมือนเดิม เพราะเนื่องจากว่ามันเป็นช่วงรอยต่อระหว่างผู้จัดรายเดิมกับผู้จัดรายใหม่ แล้วก็เป็นเปิดรับสิทธิ์ให้แต่ละจังหวัดได้เข้ามาสมัคร ยื่นสิทธิ์ในการเป็นผู้จัดระดับจังหวัดค่ะ ครบ 77 จังหวัดค่ะ สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะเป็นผู้จัดในระดับจังหวัด ก็คือเปิดรับในวันนั้นเลย"
"ก็เชิญชวนทุกท่านนะคะ สำหรับแฟนนางงาม หรือว่าน้องๆ นางงามที่สนใจนะคะ วันที่ 2 กันยายนนี้ ทางกองประกวดนางสาวไทยจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ก็เรียนเชิญทุกท่านมาร่วมการแถลงข่าวในครั้งนี้ และที่สำคัญคืออยากให้ทุกคนได้รับความไว้วางใจจากทางกองประกวดนางสาวไทยในยุค The Golden Era ว่าเราจะทำงานอย่างเต็มที่ มีความโปร่งใส มีความสุจริต และที่สำคัญคือในทุกๆ ขั้นตอนเราจะทำอย่างเต็มที่ อยากให้ทุกคนร่วมสร้างประวัติศาสตร์ แล้วก็ร่วมสร้างความภาคภูมิใจไปพร้อมๆ กับเราค่ะ ยังไงก็เรียนเชิญมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนางสาวไทยกันนะคะ"


