xs
xsm
sm
md
lg

MUTINY คนระห่ำห้ามรอด: การกลับมาของ ‘เจสัน สเตแธม’ ในแอ็กชันปิดตายระห่ำน่านน้ำสากล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: อภินันท์ บุญเรืองพะเนา



หากพูดถึงชื่อของ เจสัน สเตแธม (Jason Statham) คอหนังแอ็กชันทั่วโลกต่างรู้กันดีว่านี่คือเครื่องหมายการค้าแห่งความมันส์ที่ไว้ใจได้เสมอ ทุกครั้งที่เขากลับมาสู่จอใหญ่ นั่นหมายถึงการการันตีคิวบู๊สุดดุดันที่พร้อมสะใจผู้ชมแบบเต็มสตรีม

และสำหรับการกลับมาครั้งล่าสุดในภาพยนตร์แอ็กชันฟอร์มยักษ์เรื่อง MUTINY (คนระห่ำห้ามรอด) สเตแธมไม่ได้กลับมาในบทบาทแอ็กชันฮีโร่ธรรมดาๆ แต่เขาพร้อมพาเราก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ สู่ระดับความคลั่งขั้นสุด ในเซ็ตติ้งสุดแปลกใหม่ที่ไม่เคยมีภาพยนตร์เรื่องไหนของเขาทำมาก่อน

ความพิเศษระดับปรากฏการณ์ของ MUTINY เห็นได้ชัดตั้งแต่แคมเปญการโปรโมตสุดยิ่งใหญ่ในต่างประเทศ โดยค่ายยักษ์ใหญ่ LIONSGATE ได้สร้างความฮือฮาไปทั่วโลกด้วยการเนรมิตยักษ์เป่าลม Jason Statham ขนาดมหึมาสูงกว่า 40 ฟุต (40-foot Giant Jason Statham) นำไปตั้งตระหง่านริมแม่น้ำเทมส์ ใกล้สะพานแลนด์มาร์กอย่าง Tower Bridge ในกรุงลอนดอน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ตอกย้ำให้แฟนภาพยนตร์รับรู้ว่า การกลับมาของเจสันในครั้งนี้ จัดใหญ่ สมศักดิ์ศรี และเป็นโปรเจกต์ระดับบล็อกบัสเตอร์ที่ตั้งใจสร้างมาเพื่อสั่นสะเทือนวงการภาพยนตร์แอ็กชันอย่างแท้จริง


หัวใจสำคัญที่ทำให้ MUTINY แตกต่างจากภาพยนตร์ทุกเรื่องของ เจสัน สเตแธม คือคอนเซปต์ “เรือปิดตาย” เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ “โคล รีด” (เจสัน สเตแธม) อดีตนาวิกโยธินคอมมานโดมือเก๋า ต้องเห็นเพื่อนรักมหาเศรษฐีธุรกิจเดินเรือชาวไทยถูกลอบสังหารต่อหน้าต่อตา ความแค้นที่ลุกโชนนำพาเขาแฝงตัวขึ้นสู่ “อาร์ทิมิส” (Artemis) เรือบรรทุกสินค้าขนาดยักษ์น้ำหนักกว่า 10,000 ตัน กลางน่านน้ำสากล เพื่อล่าตัวการเบื้องหลัง ทว่าสิ่งที่เขาต้องเผชิญบนเรือกลับเป็นขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติสุดอำมหิต และกองกำลังติดอาวุธระดับโหดเหี้ยม

ท่ามกลางสภาวะที่ไร้กฎหมาย ไร้ความช่วยเหลือ และไร้ทางถอย สถานที่ปิดตายขนาดยักษ์แห่งนี้ได้กลายเป็นสมรภูมิไล่ล่าที่ความเดือดเกิดขึ้นได้ทุกมุมของเรือ เมื่อเจสันเปิดโหมดล่าและฆ่าแบบไม่ยั้ง ความมันส์จึงปะทุขึ้นทุกตารางนิ้ว ตั้งแต่ห้องเครื่อง สะพานเรือ ไปจนถึงดาดฟ้าเรือที่เต็มไปด้วยคอนเทนเนอร์ ทุกพื้นที่กลายเป็นเวทีประหัตประหารที่สเตแธมต้องใช้ทั้งหมัด คมมีด อาวุธทุกชนิด และสัญชาตญาณดิบเพื่อเอาชีวิตรอด



เพื่อความสมจริงขั้นสูงสุด ภาพยนตร์ได้ยกกองถ่ายไปลุยถ่ายทำบนเรือ Skylight ขนาดยักษ์ความยาวกว่า 150 เมตร กลางมหาสมุทรจริงที่ประเทศมอลตา โลเคชันระดับตำนานที่เคยถ่ายทำภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์อย่าง Gladiator และ Troy พร้อมกันนี้ยังทุ่มทุนเนรมิตถนนเมืองไทยจำลองสุดสมจริงขึ้นภายใน Pinewood Studios ลอนดอน ผสานการกำกับของ ฌ็อง-ฟร็องซัว ริเชต์ (Jean-François Richet) ผู้กำกับสายบู๊ฝีมือเยี่ยมจาก Plane และการออกแบบคิวบู๊โดย สตีฟ กริฟฟิน (Steve Griffin) เบอร์ต้นของวงการผู้อยู่เบื้องหลังความระห่ำใน Mad Max: Fury Road และ Fast & Furious

ผู้กำกับริเชต์เผยถึงความประทับใจในตัวสเตแธมว่า “เจสันอยากเล่นฉากแอ็กชันเองทุกฉาก ไม่ว่าจะเป็นคิวบู๊หรือฉากซิ่งรถ เขาเหมาเองหมดโดยไม่ใช้สแตนด์อิน เพราะเขารักที่จะทำมัน และทำให้คนดูอินไปกับความสมจริง” ซึ่งความคลั่งของการถ่ายทำดุเดือดถึงขั้นที่สเตแธมเอ่ยปากขอทีมงานว่า “ไม่ใช้สลิงได้ไหม?” ในฉากต่อสู้บนทางเดินเหนือทะเลกลางมหาสมุทร จนทีมสตันท์ต้องรีบห้ามเพราะอันตรายเกินไป!

ไฮไลต์เด็ดที่แฟนๆ ห้ามพลาดคือฉากดวลเดือดสามสเต็ปบนสะพานพาดเรือที่แกว่งไปมาเหนือเกลียวคลื่นบ้าคลั่งกลางมหาสมุทร การฟาดฟันด้วยขวาน มีด และฉากจัดการศัตรูด้วยปืนฉมวกในรูปแบบสุดเหี้ยมและแปลกใหม่ที่จะเปลี่ยนภาพจำของปืนฉมวกไปตลอดกาล


เจสัน สเตแธม พร้อมทุ่มสุดตัวทั้งหน้ากล้องและหลังฉาก ซัดไม่เลี้ยง ยิงไม่ยั้ง ฆ่าไม่หยุด ในสมรภูมิปิดตายที่การันตีว่านอกจากความระห่ำและความสะใจแล้ว... งานนี้ไม่มีใครรอดไปได้ง่ายๆ ใน MUTINY คนระห่ำห้ามรอด