รู้จัก “แอ๊ะ ชาติฉกาจ ไวกวี” ช่างภาพระดับโลก ผู้ถูกกล่าวหาเบื้องหลังกุนซือ “ต้า เฟ็ดเฟ่” จากจุดสูงสุดในวงการ สู่การละอัตตาหาความสงบ
ชื่อของ “แอ๊ะ ชาติฉกาจ ไวกวี” กลายเป็นจุดโฟกัสทันที หลัง “ทนายอาร์ม” ทนายฝั่ง ยัต ชัยโสโร ออกมาแฉว่าเขาคือ “กุนซือ” เบื้องหลังที่เลือกอยู่ข้าง “ต้า เฟ็ดเฟ่” ลิขิต สิทธิพันธุ์ จนทำความขัดแย้งบานปลาย
หากพูดถึงชื่อของ “แอ๊ะ ชาติฉกาจ ไวกวี” ในวงการสร้างสรรค์และศิลปะยุคใหม่ น้อยคนนักจะไม่รู้จัก ย้อนกลับไปในเส้นทางชีวิต แอ๊ะ ชาติฉกาจ เริ่มต้นก้าวแรกในสายงานถ่ายภาพตั้งแต่อายุเพียง 19 ปี กับนิตยสาร MTV Trax ก่อนจะฉายแววความสามารถจนได้เป็นอาจารย์และครีเอทีฟรายการทีวีในวัย 20 ปี เขาจบการศึกษาปริญญาตรีด้านการถ่ายภาพ และปริญญาโทด้านทัศนศิลป์ จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
ในวัย 23 ปี เขาเดินทางไปใช้ชีวิตที่ประเทศญี่ปุ่น ทำงานเป็นช่างภาพ เล่นดนตรีในฐานะมือกีตาร์วงอินดี้ “Loser” และเริ่มจุดประกายความสนใจในงานภาพเคลื่อนไหวจนหันมากำกับมิวสิกวิดีโอ
ชื่อเสียงของเขาก้าวสู่ระดับสากลอย่างเต็มภาคภูมิในวัย 26 ปี เมื่อได้รับการคัดเลือกจากสำนักพิมพ์ Thames & Hudson ให้เป็น 1 ใน 35 ช่างภาพที่น่าสนใจที่สุดในโลก และสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นช่างภาพชาวเอเชียเพียงคนเดียว ที่ได้เซ็นสัญญากับเอเจนซี่ระดับโลกอย่าง dobedo.co.uk ในประเทศอังกฤษ ร่วมสังกัดเดียวกับช่างภาพระดับตำนานอย่าง Mario Sorrenti และ Juergen Teller ผลงานของเขาเคยปรากฏในนิตยสารแฟชั่นชั้นนำระดับสากล ทั้ง i-D magazine และ Arena Homme+ โดยเฉพาะชุดผลงาน “YOUTH” ที่โดดเด่นด้วยโทนภาพดิบ เรียล สะท้อนตัวตนอย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงงานถ่ายภาพบุคคลที่ดึงอารมณ์และแสงเงาแบบประวัติศาสตร์ศิลปะยุคเรเนซองส์มาประยุกต์ใช้ นอกจากนี้ยังเคยได้รับการคัดเลือกจาก Nike UK ให้แสดงผลงานฉลองครบรอบ 125 ปี สโมสรฟุตบอลอาร์เซนอล
เมื่ออายุ 28 ปี เขานำประสบการณ์ระดับโลกรวมถึงความรู้กลับมายังประเทศไทย รับบทบาทเป็นหัวหน้าภาควิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยนานาชาติสแตมฟอร์ด (หัวหิน) อาจารย์พิเศษในหลายมหาวิทยาลัย รวมถึงสร้างสรรค์ผลงานกำกับมิวสิกวิดีโอ โฆษณา และรายการสารคดีสั้นยอดฮิตอย่าง Around Me บนช่อง iHereTV ก่อนจะร่วมก่อตั้งแบรนด์สตรีทแวร์สัญชาติไทยสุดฮิปอย่าง TRULY ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง
นอกจากงานเบื้องหน้าและแบรนด์แฟชั่น เขายังเป็น “คนสำคัญเบื้องหลัง” ที่คอยให้คำปรึกษา แนะนำ และจุดประกายให้ ต้า เฟ็ดเฟ่ เริ่มต้นทำคลิปลง YouTube จนกลายเป็นกลุ่ม Fedfe ที่โด่งดังและสร้างเสียงหัวเราะให้คนทั้งประเทศ
ทว่า ณ จุดสูงสุดของอาชีพ ช่างภาพผู้ประสบความสำเร็จ ไร้หนี้สิน และมีชื่อเสียงระดับโลก กลับต้องเผชิญกับมรสุมภายในจิตใจ ความว่างเปล่า และแรงกดดันจากอัตตาในโลกครีเอทีฟถาโถมจนถึงขั้นเคยคิดจบชีวิตตัวเอง
วิกฤตครั้งนั้นกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขาเลือกตกผลึกชีวิต ปลดวางความอยากเป็นคนพิเศษ หันหลังให้กับความทะเยอทะยานแบบสุดโต่ง และเลือกเดินหน้าเข้าสู่เส้นทางการศึกษาและปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง เพื่อสลัดคราบช่างภาพระดับโลก แล้วกลับมาเป็นเพียง “มนุษย์”


