ดรามาระหว่าง “ต้า เฟ็ดเฟ่” และ “ยัต ชัยโสโร” สองสมาชิกหลักและอดีตเพื่อนรักจากแก๊ง “FEDFE” ได้กลายมาเป็นข้อพิพาททางกฎหมายและประเด็นร้อนในสังคม วันนี้เราจะสรุปให้เข้าใจง่ายๆ
ต้า-ยัต คือใคร?
-ต้า FEDFE หรือชื่อจริง “ลิขิต สิทธิพันธ์” เกิดวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2530 การศึกษาระดับมัธยมศึกษา โรงเรียนราชดำริ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก คณะสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยรามคำแหง
-ยัต ชัยโสโร หรือ “ยัดห่า FEDFE” มีชื่อจริงว่า “กิตติศักดิ์ เวชประสาร” เกิดวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2527 จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนราชดำริ และระดับปริญญาตรีจากคณะสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นนักแสดง ยูทูบเบอร์ และอดีตสมาชิกแก๊งสายตลกพิเรนทร์ระดับตำนานของไทย
- ต้ารู้จักยัตตั้งแต่วัยเด็ก โดยยัตเป็นรุ่นพี่โรงเรียนราชดำริ ต้ามองว่ายัตเป็นคนตลกและเป็นแฟนคลับคนแรก จนกระทั่งได้มาเป็นเพื่อนสนิทกันตอนมัธยมปลาย (ม.4)
ยุคเริ่มต้น FEDFE Boyband
-ในปี พ.ศ. 2555 ต้าเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม FEDFE ยูทูบเบอร์ยุคแรกๆ ของไทยที่สร้างคอนเทนต์ตลก แกล้งกัน และสายพิเรนทร์จนประสบความสำเร็จอย่างสูง มีผู้ติดตามหลักล้าน และสร้างปรากฏการณ์กระแสไวรัลไปทั่วประเทศ
- ยัต เข้ามาร่วมเป็นสมาชิกของ FEDFE ในยุคบุกเบิก เป็นคนที่ 9 โดยเป็นกำลังหลักที่มีเอกลักษณ์เล่นมุกตลกโปกฮา เล่นจริง เจ็บจริง จนกลายเป็นตัวชูโรงและมีแฟนคลับติดตามจำนวนมาก
-ทำได้ประมาณ 7 ปีแก๊ง FEDFE ก็แยกย้ายกันไปมีชีวิตเป็นของตัวเอง เพราะแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว ต้าได้ผันตัวมาทำแบรนด์เสื้อผ้าและสตรีทแวร์ของตัวเองภายใต้ชื่อ Truly ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มวัยรุ่น
-ต้าได้กลับมาร่วมงานกับ “ยัต ชัยโสโร” อีกครั้งในการเปิดบริษัทและช่องยูทิวบ์ ชื่อ “ต้ายัตชัยโสโร” ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นช่อง “Chaisoro” ใช้บริษัทเก่าพี่สาวภรรยายัต คือบริษัท ฤทธี เปลี่ยนชื่อเพื่อใช้รับเงินค่าจ้างโฆษณา มีโครงสร้างผู้ถือหุ้น ต้า 49% ยัต 49% ภรรยายัต 2%
จุดแตกหัก?
-เดือนพ.ค. 68 ต้า ออกมาประกาศยุติบทบาททำช่องผ่านรายการ pongkool24 ระบุเพียงว่าเกิดความเครียดสะสม การจัดการงานด้านบริหารไม่ถนัด เกรงใจที่ปล่อยให้ยัตต้องเหนื่อยทำงานหนักคนเดียว
-เดือนมิ.ย. 68 ต้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ยอมรับมีปัญหาเรื่องงานในช่องที่แก้ไขไม่ได้ จนไม่ถูกเรียกไปถ่ายงานอีก ทำให้ขาดรายได้ประจำ ขณะที่คุณพ่อป่วยเป็นอัมพาตติดเตียง มีค่าใช่จ่ายสูง ชีวิตตกต่ำที่สุด มีเงินติดตัว 90 บาท ในวันที่แพทย์โทรศัพท์บอกพ่อกำลังจะเสียชีวิต ต้องดิ้นรนไลฟ์ขายเสื้อผ้ากระสอบวินเทจ
-สถานการณ์เริ่มบานปลาย เมื่อเฟซบุ๊ก เฟ็ดเฟ่ บอยแบนด์ ที่ทิ้งร้างไป 7-8 ปี กลับมาเคลื่อนไหว โพสต์หมายศาลฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากต้า คดีแรกสูงถึง 10 ล้าน
-ยอมรับเสียใจถูกเพื่อนรักฟ้องเรียกเงิน 10 ล้าน เพียงเพราะนำคลิปเดโม่ที่ตนเองเป็นคนผลิตและสร้างสรรค์ขึ้นมาเองไปใช้งาน
-เดือนเม.ย. 69 เพจเฟ็ดเฟ่ เผยหมายศาลที่ 2 ต้าถูกฟ้องเพิ่ม เรียกเงินสูงอีก 10 ล้าน รวมเป็นเงิน 20 ล้าน
-เดือนส.ค.69 เฟซบุ๊กเฟ็ดเฟ่ บอยแบนด์ ปล่อยคลิปเสียงต้าทวงถามเรื่องแบ่งทรัพย์สิน แต่คู่กรณีสวนกลับ “มึงเป็นแค่ลูกน้อง” ไม่เคยเป็นหุ้นส่วน คลิปดังกล่าวยอดวิวพุ่งกว่า 5.2 ล้าน
-ยัตทนไม่ไหว ออกมาชี้แจง ตนและุภรรยา ไม่เคยคิดฮุบบริษัทหรือโกงเพื่อน ส่วนคลิปเสียงที่ถูกปล่อย ถูกตัดต่อและแต่งเติมข้อความจนเปลี่ยนความหมาย แจงเพิ่มเรื่องการโอนกรรมสิทธิ์หุ้นบริษัท เพื่อการดำเนินธุรกรรมทางเอกสาร และเกิดขึ้นภายหลังอีกฝ่ายทำผิดข้อตกลงร่วมกันบางประการ พร้อมพิสูจน์ในชั้นศาล
ข้อกล่าวหาจากฝั่ง “ต้า” เรื่องเงินและหุ้นส่วน ถูกด้อยค่าจนป่วยจิตเวช
-หนุ่ม กรรชัย เปิดพื้นที่ให้ต้าได้ชี้แจง หลังจากเพจถูกชาวเน็ตเรียกร้องขอให้ทำเรื่องนี้ โดยต้ามาพร้อมทนายไข่มุกและอดีตพนักงาน ระบุว่าตนโดนลดเงินเดือนจากที่เคยได้ 150,000 บาท เหลือเพียง 40,000 บาท โดยอ้างว่าถูกมองว่าทำงานไม่คุ้มค่า รวมถึงถูกถอดชื่อออกจากกรรมการผู้มีอำนาจและหุ้นส่วนบริษัท โดยที่เจ้าตัวอ้างว่าไม่ได้ยินยอมหรือเข้าประชุมถอนตัวออกจากหุ้นส่วน
- ต้าเปิดเผยว่าช่วงทำงานรู้สึกถูกด้อยค่า ละเลย เป็นตัวตลก และรับแรงกดดันจนส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและมีอาการป่วยจิตเวชสะสม เข้ารับการรักษาที่รพ.ต่อเนื่อง ร้ายแรงถึงขั้นคิดฆ่าตัวตาย ซื้อปืนออนไลน์แล้ว แต่โดนบิด จึงรอดมาได้
- ต้าระบุว่าตนโดนยัตฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายในคดีแพ่งรวมกันถึง 2 คดี คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 20 ล้านบาท ซึ่งเมื่อพูดถึงตอนนี้ ต้าถึงกับร่ำไห้ ถามยัต ฟ้องเพื่อนทำไม 20 ล้าน
-แฉยัตใช้เงินบริษัทซื้อบ้าน-รถ เมื่อขายบ้านก็เอาเงินเข้าบัญชีส่วนตัว และต้าไม่เคยได้เงินคืน
การตอบโต้จากฝั่ง “ยัต”
-ยัต ชัยโสโร ชี้แจงในมุมของตนเองผ่านการโฟนอิน ระบุว่า เรื่องเอกสาร สิทธิหุ้น และกระบวนการต่างๆ ได้เข้าสู่ขั้นตอนของศาลทั้งหมดแล้ว ยืนยันว่าพร้อมชี้แจงความจริงผ่านหลักฐาน และขอให้เรื่องจบลงที่การพิจารณาของศาล พร้อมตอบโต้ว่าข้อกล่าวหาบางส่วนทำให้ฝ่ายตนเสียหาย
-ยัตเผยสิ่งที่ต้าพูดทำให้ฝ่ายตนดูแย่ โดยยืนยันว่าการโยกย้ายหุ้นและการฟ้องร้องเกิดขึ้นเนื่องจากอีกฝ่ายทำผิดข้อตกลงก่อน
- ทนายอาร์ม โพสต์ภาพร่วมกับยัตพร้อมระบุว่า “ความจริงมีหนึ่งเดียว และเมื่อความจริงปรากฏเรื่องนี้จะจบ”
-ยืนยันว่าฝั่งยัตมีหลักฐานเด็ดเตรียมนำมาแสดงทั้งในรายการและในชั้นศาล เตรียมเดินทางไปร่วมรายการโหนกระแสแบบเต็มๆ เพื่อเปิดหลักฐานและชี้แจงข้อเท็จจริงในมุมของตนเองใน วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม 2569
ทนายยัตท้ากางหลักฐานการเป็นผู้ถือหุ้น
-ประเด็นเรื่องการฟ้องร้อง ทนายอาร์มชี้ฝั่งต้าพูดความจริงไม่หมดในรายการโหนกระแส โดยเปิดเผยว่า แท้จริงแล้วฝั่งยัตก็ถูกต้าฟ้องคดีก่อนถึง 3 เรื่อง 3 คดีเช่นกัน ไม่ใช่กรณีที่ยัตเป็นฝ่ายเริ่มฟ้องอยู่ฝ่ายเดียวตามที่สังคมเข้าใจ
-เผยว่าแก่นแท้ของปัญหาทั้งหมดมาจากเรื่อง “ผลประโยชน์และบัญชีรายรับ-รายจ่าย” ในช่วงที่ทั้งสองคนทำธุรกิจและทำงานร่วมกัน
- ทนายอาร์มระบุว่าได้มีการพูดคุยเบื้องต้นกับ “ทนายไข่มุก” (ทนายฝั่งต้า) แล้ว และมองว่ามีแนวโน้มที่จะไกล่เกลี่ยหรือพูดคุยหาทางออกร่วมกันได้ แต่จำเป็นต้องมีการตรวจสอบและสะสางตัวเลขบัญชีทั้งหมดให้ชัดเจนเสียก่อน
-ขอให้ทุกคนติดตามข้อมูลและข้อเท็จจริงแบบครบถ้วนรอบด้านจากฝั่งยัตที่จะนำมาแสดงในวันจันทร์นี้
-รวมทั้งถามต้ากลับ บอกเคยเป็นผู้ถือหุ้นบริษัท มีใบหุ้นหรือไม่ ท้าให้เอาเอกสารให้ดูด้วย
“อาร์ม OHANA” เห็นความจริงถึงกับมือสั่น ขอโทษ “ต้า”
-ความข้ดแย้งระหว่างต้าและยัต ทำให้ดรามาลามมาถึง อาร์ม OHANA ชาวเน็ตมองว่าอาร์มเลือกข้าง โพสต์ให้ต้าถูกเข้าใจผิดและวิจารณ์อย่างหนัก
-อาร์มออกมาเล่าจุดเริ่มต้นทั้งหมด เกิดจาก ยัต ขอประชุมสายกับสมาชิก OHANA รวม 8 คน พร้อมเผยว่า “ไอ้ต้าเล่นกูแล้วว่ะ ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย”
-อาร์มยอมรับว่าช็อก เพราะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดกับตนเหมือนกัน ยัตยังได้เล่ารายละเอียดเพิ่มเติม ทำให้ตนตัดสินใจแซว ต้า ผ่านเฟซบุ๊ก พร้อมยอมรับตรงๆ ว่าฟังความข้างเดียว ไม่ได้โทรศัพท์ไปถามความจริงจากต้า
-หลังได้ดูรายการโหนกระแส ยอมรับว่าถึงกับตกใจ มือสั่นกับความจริงจากฝั่งต้า
-มองหากสิ่งที่ต้าพูดทั้งหมดเป็นความจริง ตนคงไม่สามารถมองหน้ายัตได้ติด เพราะรู้สึกเหมือนถูกใช้เป็นเครื่องมือ ยอมรับ “เราเป็นเด็ก ผู้ใหญ่พูดเราก็เชื่อ”
- อาร์มขอโทษต้า กับคลิปหรือเนื้อหาที่โพสต์โดยไม่รู้เรื่องทั้งหมด จากการฟังความข้างเดียว
ต้า เฟ็ดเฟ่ ไม่รับคำขอโทษ ตอกกลับ “ตีเก๊”
-ฟีดแบ็กและปฏิกิริยาของ “ต้า” ต่อคำขอโทษของ “อาร์ม OHANA” ค่อนข้างดุเดือดและไม่ได้ยอมรับคำขอโทษ
-ต้าตอกกลับว่า “ตีเก๊” โดยแชร์โพสต์ขอโทษของอาร์มพร้อมระบุสั้นๆ อีกฝ่ายฟังพี่ชาย (ยัต) เป่าหูเพียงแค่ 2 นาทีก็เชื่อจนหูดับ แล้วออกมาร่วมเล่นงานตนเองจนทำให้โดนทัวร์ลงอย่างหนัก
-ย้ำว่าตนเองพยายามเรียกร้องความถูกต้องและขอความเป็นธรรมมานานถึง 1 ปีเต็ม แต่กลับถูกคนที่เคยสนิทเชื่อข้อมูลฝั่งเดียวอย่างง่ายดาย ทิ้งท้ายประโยคให้ทุกคนรอติดตามข้อเท็จจริงและหลักฐานที่จะถูกเปิดเผยในวันจันทร์
รายละเอียดการฟ้องร้อง
-ฝั่ง “ยัต” ยื่นฟ้อง “ต้า” รวม 2 คดี (มูลค่าเรียกร้องรวม 20 ล้านบาท) คดีละเมิดลิขสิทธิ์ (เรียกร้อง 10 ล้านบาท) เป็นข้อหาเกี่ยวกับการนำคลิป คอนเทนต์ หรือสินทรัพย์ของช่องไปใช้หรือโพสต์ต่อ โดยฝั่งยัตอ้างว่าเป็นสิทธิ์และสินทรัพย์ของบริษัท
-คดีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ (เรียกร้อง 10 ล้านบาท) เกิดจากการที่ต้าโพสต์ข้อความหรือคลิปชี้แจง/โต้ตอบบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งฝั่งยัตมองว่าสร้างความเสียหาย นำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันทำให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท
ฝั่ง “ต้า” เตรียมฟ้องร้อง/โต้แย้งกลับ
-ปมการถอดชื่อผู้ถือหุ้นและกรรมการ ต้าและทีมทนาย (ทนายไข่มุก) พบหลักฐานรายงานการประชุมและสัญญาโอนหุ้นที่มีการถอดชื่อต้าออก แต่ในวันและเวลาที่มีการระบุว่า “จัดการประชุมผู้ถือหุ้น” ต้ามีหลักฐานว่าตนเองกำลังไลฟ์สดอยู่ที่บ้าน ไม่ได้เข้าร่วมประชุมจริง
-ข้อสงสัยเรื่องการปลอมลายเซ็น ต้ายืนยันว่าลายเซ็นในเอกสารโอนหุ้นไม่ใช่ลายเซ็นของตนเอง จึงนำไปสู่การเตรียมสู้คดีและฟ้องร้องกลับเกี่ยวกับการปลอมแปลงเอกสารและแจ้งความเท็จ
-การเรียกร้องสิทธิ์และทรัพย์สินบริษัท ต้าระบุว่าตนควรได้รับส่วนแบ่งผลประโยชน์และทรัพย์สินจากการทำงานร่วมกันมาหลายปี รวมถึงเรื่องการถูกปรับลดเงินเดือนโดยไม่เป็นธรรม (จาก 150,000 บาท เหลือ 40,000 บาท)
“ต้า” ประกาศชนะคดีแรก
- ฝั่งยัตได้ทำการ “ถอนฟ้อง” คดีแรกออกไป ทำให้คดีเป็นอันสิ้นสุดลง และถือเป็นชัยชนะแรกของฝั่งต้า โดยคดีนี้เกี่ยวข้องกับกรณีข้อพิพาทเรื่องการเข้าถึงเพจเฟซบุ๊ก ซึ่งฝั่งต้าชี้แจงว่าเป็นเพจเดิมของตนเอง และใช้อีเมลส่วนตัวในการใช้งาน โดยการถอนฟ้องแลกกับการเอาเพจ Taryut chaisoro ที่มีคนติดตามกว่า 2.5 หมื่น ไปครอบครอง
-เพจ Taryut chaisoro โพสต์ข้อความระบุว่า “คดีวันนี้ เพจเป็นของบริษัทชัยโสโร นะจ๊ะ” ทำทัวร์ลงหนักกว่าเดิม
-เพจ Truly และตัวต้าได้แสดงความยินดีที่ชนะคดีแรก เนื่องจากช่วยยกเคาะภาระทางจิตใจ ได้รับทั้งอิสระและเวลาคืนมาบางส่วน หลังจากต้องแบกรับแรงกดดันเรื่องการถูกฟ้องร้องมาอย่างยาวนาน คดีอื่นๆ ที่เหลือนั้น ยังคงอยู่ในขั้นตอนและกระบวนการพิจารณาชั้นศาล ซึ่งต้องรอการไต่สวนและติดตามความคืบหน้าต่อไป


