อาลัย “เร แม๊คโดแนลด์” ทีมหนีตามกาลิเลโอรวมตัวส่งครั้งสุดท้าย แปลงฉากจำ “ใครรักพี่เรยกมือขึ้น” เป็นคำอำลาสุดซึ้ง ยกย่องเป็นไอดอลผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กล้าเป็นตัวเอง
บรรยากาศในพิธีฌาปนกิจ “เร แม๊คโดแนลด์”วันนี้ (26 ส.ค.) เต็มไปด้วยความอาลัยจากผู้คนในวงการบันเทิงที่มาร่วมอำลาเป็นครั้งสุดท้าย ส่ง เร แม๊คโดแนลด์ เดินทางไกล โดย “ต้น นิธิวัฒน์ ธราธร” ผู้กำกับภาพยนตร์ พร้อมด้วยสองนางเอกสาว “เต้ย จรินทร์พร จุนเกียรติ”และ “ต่าย ชุติมา ทีปะนาถ” จากภาพยนตร์เรื่อง หนีตามกาลิเลโอ ได้เดินทางมาร่วมส่งพี่ชายคนสนิทเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งทั้งสามคนได้เขียนข้อความบนกระดาษ ฉากจำคลาสสิกที่กลายเป็นคำอำลาส่งเรครั้งสุดท้าย
ต้น : “จริงๆ เรเป็นนักแสดงที่ผมอยากร่วมงานด้วยกันมาตลอดนะครับ เขาเป็นเหมือนสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของความเป็นตัวของเขาเอง แล้วก็มีความอิสระ แล้วก็เป็นคนที่กล้าคิดกล้าทำ แล้วก็มีแนวทางของตัวเอง ซึ่งตรงกับตัวละครอย่างตั้ม ในกาลิเลโอมาก ตอนที่เขียนบทก็รู้สึกว่ามันต้องเรเท่านั้นครับ ก็อยากร่วมงาน อยากชวนเรมาเล่นตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว แล้วทุกประโยคที่ออกจากปากเขา มันคือการ represent ความเป็นตัวละครตัวนี้อย่างแท้จริงเลยครับ
(เหมือนเขาเกิดมาเพื่อตัวละครตัวนี้?) ตอนที่เขียนผมนึกไม่ออกเลย ว่าใครจะสามารถพูดประโยคเหล่านี้ออกมา แล้วมันจะสามารถเชื่อได้ว่าเฮ้ย คนคนนี้เขามี thinking แบบนี้จริงๆ เขามีความเป็นตัวของเขาเองเขาคิดที่จะทำอะไรเขาก็ทำอะไร อันนี้คือสิ่งหนึ่ง ที่ผมว่ามันเป็นทั้งตัวเขา และเป็นทั้งตัวละครที่มันไปด้วยกันได้อย่างดีมากครับ
ก่อนหน้าที่จะติดต่อให้มาเล่นหนังเรื่องนี้ ผมว่าผมเป็นแฟนคลับพี่เรนะครับ ผมโตมากับ เร แม๊คโดแนลด์ คนในเจนฯ ผม คือเห็นเขามาตั้งแต่เขาเป็นพิธีกร เขาเป็นนักแสดง ดูหนังที่เขาเล่น ผมก็เป็นคนหนึ่งที่รู้จักเขา ในมุมของความเป็นตัวตน ของคนที่มีความอิสระ มีความท้าทาย เป็นคนที่ทำให้เรารู้สึกว่าเราอยากใช้ชีวิต พอถึงวันหนึ่งที่เรามีตัวละครแบบนี้ เราก็ไม่ลังเลที่จะเลือกเขาครับ”
เป็นนักแสดงมืออาชีพที่เติมชีวิตให้ตัวละครเหนือความคาดหมาย
ต้น : “ก่อนรู้จัก และหลังจากที่ได้รู้จัก ได้ร่วมงานกันไปแล้ว ผมว่าเขาสนุก เขาเป็นคนสนุกมากเลยครับ อย่างที่บอกครับว่าเป็นกันเอง แล้วเป็นนักแสดงที่เป็นมืออาชีพมากๆ เราคิดว่าอยากทำงานกับเขามานาน แต่พอทำงานด้วยกัน เขาให้เรามากกว่าที่เราเคยคิดไว้ด้วย แล้วตัวละครหลายๆ อย่าง สิ่งที่เขาพูดออกมา มันแทบจะเป็นตัวเขาเลยครับ ผมแทบจะไม่ต้องแก้เลย แค่รู้สึกว่าเออ พอเป็นเรพูด เราก็เชื่ออยู่แล้ว ผมว่าอันนี้คือสิ่งหนึ่ง เขาเติมความมีชีวิตให้กับตัวละครตัวนี้มากขึ้นไปกว่าสิ่งที่เราคิดไว้ครับ”
เป็นพระเอกภาพยนตร์คนแรกในชีวิต ชื่นชมความเป็นตัวของตัวเองที่ไม่เคยเปลี่ยน
เต้ย : “พระเอกหนังคนแรกค่ะ ตั้งแต่ก่อนที่จะรู้จักพี่เร พี่เรก็เป็นไอดอล เป็นคนที่ชื่นชอบอยู่แล้ว พอได้ร่วมงานด้วยมันเหมือนแบบ โอ้ย คนที่เราเคยเติบโตมา แล้วก็เห็นเขา พอได้ร่วมงานด้วยก็ดีใจมากๆ แล้วเขาก็เป็นคนที่น่ารักมากๆ ค่ะ จนวันนี้เต้ยรู้สึกว่า คือเขาเป็นแบบอย่าง เป็นแรงบันดาลใจให้กับคนเจนเนเรชั่นของพวกเราจริงๆ ในการที่เป็นตัวของตัวเองมากๆ คือเขาเป็นตัวของตัวเองจริงๆ ที่มันไม่มีใครสามารถทำอะไรได้เลย แล้วก็เขายังยืนหยัดที่จะทำตามสิ่งที่ตัวเองรักมาจนถึงทุกวันนี้ เขาเป็นยังไงตั้งแต่ในวันนั้น วันนี้จากที่เฝ้าดูเขาตามทีวี จากที่เห็นเขาตามยูทิวบ์ เขาก็ยังเหมือนวันนั้นเลยค่ะ
ถามว่าเราได้วิชาอะไรจากพี่เรบ้างในการแสดง ตอนนั้นที่เล่น พี่เรเขาบอกว่ารู้สึกยิ๊บๆ ไหม เวลาเล่นด้วย เหมือนเขาคงฟีลได้ตามตัวละคร ตอนนั้นหนูไม่เข้าใจค่ะ เพราะมันคือหนังเรื่องแรก แต่พอเหมือนเราทำงานมาเรื่อยๆ ก็ อ๋อ พี่เขาเก่งมากๆ เขาเรียลมากๆ ทั้งการที่เขาเป็นนักแสดง แล้วก็ความเป็นตัวตนของเขา แล้วเขาเป็นแรงบันดาลใจของเต้ย แล้วก็เชื่อว่าสำหรับคนที่อยู่ในเจนฯ เดียวกัน แล้วก็น้องๆ ที่เพิ่งมาเห็นตอนนี้ด้วย”
ยกเป็นไอดอลยุคทีนทอล์กและนักแสดงคุณภาพที่เล่นจากข้างใน
เต้ย : “เขาชิลมากๆ อย่างที่วันนี้ได้ฟังพี่ๆ เขาพูด จะรู้สึกว่าเราไม่ต้องพยายามเป็นใครเลย เขาชิลมากๆ จริงๆ หลังจากที่ตอนนั้นที่ได้ร่วมงานด้วย เวลาใครมาถามว่าชอบนักแสดงชายคนไหน ก็ เร แม๊คโดแนลด์ ชอบพี่เร ชอบสไตล์ของเขาด้วย ความที่เขาเป็นแบบ explorer ชอบเดินทาง เห็นสิ่งที่เขาทำเป็นเรื่องที่น่าทำตาม”
ต่าย : “ก็รู้สึกว่าเป็นนักแสดงที่มีคุณภาพ เหมือนเล่นได้มาจากข้างในจริงๆ เราไม่ต้องซ้อมอะไรกันเยอะ พอถ่ายมันก็ฟีลผ่านเลย เฮ้ย เจ๋ง คือจริงๆ เหมือนเติบโตมาพร้อมกับการเป็นแฟนคลับพี่เรมากกว่า สมัยทีนทอล์ก ก็รู้สึกว่าเขาเป็นไอดอลมานานแล้วพอเราได้ร่วมงานด้วย เราก็รู้สึกดีใจ”
“หนีตามกาลิเลโอ” คือมรดกความทรงจำคลาสสิก หวังส่งต่อแรงบันดาลใจให้ผู้คนกล้าออกเดินทางทำตามฝัน
ต้น : “ตอนนี้ยังไม่ได้คิดนำมาทำโปรเจกต์เพื่อระลึกถึงอะไรนะครับ แต่ผมรู้สึกว่าตัวหนังมันเอง ก็เป็นความทรงจำที่ดีสำหรับพวกเรา ในฐานะที่เป็นคนทำงานร่วมกัน ผมว่ามันสามารถที่จะสื่อสารความรู้สึกบางอย่างให้กับผู้ชมได้ ผมรู้สึกว่ามันก็เป็นความคลาสสิกของมัน ที่เรายังจดจำเรในแบบของตัวเขา แล้วก็อย่างที่ผมบอกว่า มันก็คือบุคลิกของความเป็นเรจริงๆ ในการที่จะสามารถที่จะสื่อสาร
แล้วหวังว่ามันจะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆ คน ได้รู้สึกอยากจะออกมาเดินทาง อยากจะออกมาเป็นตัวของตัวเอง ได้ทำตามความฝัน ผมว่าแค่นี้ผมว่ามันก็เป็นความหมายที่ดีมากๆ แล้วครับ (ได้เจอกันครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?) ตอนนั้น GTH กำลังมีโปรเจกต์ในการรวมหนัง ตอนที่ตอนนั้นปิด GTH พอดี แล้วก็ต้องไปถ่ายคลิปด้วยกัน พอรู้ว่าเรกับเต้ยต้องไป ผมก็เลยอยากไปเจอเร นานแล้ว ครั้งนั้นครั้งสุดท้าย แต่ว่าตั้งใจจะไปเจอกัน ตั้งใจไปหาพร้อมกันเลย”
เต้ย : “แล้วพวกเรายังคุยกันอยู่เลย ว่าแบบเราอยากรียูเนียน หาวันกัน”
เผยตั้งใจรียูเนียนครบรอบ 17 ปี แต่ไม่คิดว่าจะต้องมารวมตัวกันเพื่อส่งเร
ต้น : “อยากรียูเนียน กาลิเลโอ ยังคิดถึง ยังคุยกันอยู่เมื่อช่วงกรกฎาคมที่ผ่านมา เพราะว่าหนังเข้าช่วงกรกฎาคม ปี 52 ก็ 17 ปีครับ ก็ยังคุยกันอยู่ว่า เฮ้ย เดี๋ยวรียูเนียนกันสักทีดีกว่า ก็ไม่คิดว่าต้องมารียูเนียนกันในวันนี้ แต่ผมรู้สึกว่า ก็เป็นความตั้งใจที่อยากจะมาส่งเรนะอยากเจอกัน อยากมีโอกาสได้พบปะ ผมว่าช่วงเวลาที่ไปถ่ายทำแล้วกัน ตอนนั้นมันพิเศษมาก มันเป็นกองถ่ายที่พิเศษมากๆ คนมีอยู่แค่ 13 คน แล้วทุกคนก็ต้องช่วยเหลือตัวเอง ทำด้วยกัน อยู่ด้วยกัน มันเป็นเหมือนครอบครัวมากเลยตอนนั้น”
ส่งใจให้เดินทางต่อในภพภูมิที่ดี ทุกคนจะจดจำเสมอ
ต้น : “ขอให้พักผ่อนให้สบายนะครับ เดินทางปลอดภัย ผมว่าคุณเป็นแรงบันดาลใจที่ดีให้กับทุกคนอยู่แล้วก็ทุกคนจะจดจำคุณเสมอ”
ต่าย : “ก็อยากให้พี่เรหลับให้สบาย ไปอยู่ในภพภูมิที่ดี อยู่ในใจเรา”
เต้ย : “ก็อยากบอกว่าพี่ใช้ชีวิตได้คุ้มมากๆ ค่ะ แล้วก็ได้ทำตามสิ่งที่พี่ฝันมากๆ แล้ว ขอให้เดินทางต่อไป ค้นหาความหมายอะไรต่างๆ ที่พี่อยากค้นหาต่อไปถึงแม้ว่าพวกเราจะไม่ได้เจอกันแล้ว แต่ว่าพวกเราก็ส่งใจให้พี่เสมอค่ะ”
“ใครรักพี่เรยกมือขึ้น” ฉากจำคลาสสิกที่กลายเป็นคำอำลาส่ง “เร แม๊คโดแนลด์” เดินทางปลอดภัย
ต้น : “คือทุกๆ ครั้งที่เรานึกถึงหนัง ก็จะมีภาพนี้อยู่เสมอครับ ยังจำภาพวันที่ถ่ายที่ได้อยู่เลย ว่าเราถ่ายกันยังไง แล้วมีคนไทยที่อยู่ที่นั่น ก็เดินมาแล้วก็ยกมือจริงๆ ซึ่งมันพิเศษมากๆ เราเป็นคนไทย อยู่ในที่ที่แปลกถิ่น มีแค่คนไทยเท่านั้นที่จะเข้าใจสิ่งนี้ แล้วก็มีคนไทยเก็ตสิ่งนี้จริงๆ เดินมายกมือโบกมือทายพวกเราจริงๆ มันพิเศษดี”
เต้ย : “เขียนว่า ใครรักพี่เรยกมือขึ้นค่ะ แล้วก็ ขอให้พี่เรแบบเดินทางปลอดภัย”
ต้น : “(ทำให้รู้ซึ้ง อยู่ให้คนรัก จากให้คนคิดถึง?) ผมว่าจริงๆ ความรู้สึกของทุกคนก็ยืนยันประโยคนี้ได้เป็นอย่างดีอยู่แล้วนะ คือจากวันนี้ที่เรามา ผู้คนมากมายที่อยากจะมาส่งเร ผมว่าอันนี้คือพิสูจน์แล้วว่า เขาเป็นคนที่ทุกคนรักจริงๆ ครับ”


