xs
xsm
sm
md
lg

“เต้ ปิติศักดิ์” เล่าโมเมนต์ได้กอดครั้งสุดท้าย “เร แม๊คโดแนลด์” เหมือนเสียพี่ชายแท้ๆ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“เต้ ปิติศักดิ์” เผยความผูกพัน 20 ปีกับ “เร แม๊คโดแนลด์” เล่าโมเมนต์กอดสุดท้ายในวันฉายหนังรอบปฐมทัศน์ ไม่คาดคิดว่าจะเป็นการลาตลอดกาล เหมือนสูญเสียพี่ชายแท้ๆ ยกเป็นไอดอลในดวงใจเสมอมา

บรรยากาศในพิธีฌาปนกิจ “เร แม๊คโดแนลด์” เต็มไปด้วยความอาลัย โดยนักแสดงหนุ่ม “เต้ ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์”ได้เดินทางมาร่วมส่งพี่ชายคนสนิทเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมเป็นตัวแทนเพื่อนๆ นักแสดงจากภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายอย่าง เพื่อนรัก เพื่อนลับ ถ่ายทอดความรู้สึกและเรื่องราวสุดประทับใจตลอดช่วงเวลากว่า 20 ปีที่ได้รู้จักกัน ลั่นเพิ่งเจอในวันฉายรอบกาล่าพรีเมียร์ เมื่อไม่นานมานี้ ยังร่าเริง ปล่อยมุกเฮฮา ไม่มีสัญญาณเตือนเรื่องสุขภาพเลยแม้แต่น้อย กอดสุดท้ายในวันนั้นกลายเป็นกอดสุดท้ายจริงๆ เหมือนกับการสูญเสียพี่ชายแท้ๆ ไปหนึ่งคน ยกเป็นไอดอลชีวิต ความเท่ที่ไม่เคยเปลี่ยน

“ผมก็มาตั้งแต่วันแรก แล้วก็วันนี้ก็ตั้งใจว่าจะมา ก็ไม่มีใครคาดคิด ว่ามันจะเกิดวันนี้ขึ้นมาเร็วเกินคาดจริงๆ สำหรับผมเองก็รู้จักพี่เรตั้งแต่ 20 กว่าปีที่แล้ว เพราะว่าเราก็เล่นหนังด้วยกันตั้งแต่เรื่องแรกๆ อย่าง นาคปรกแล้วหลังจากนั้นก็คือได้เจอกันในรายการ แล้วก็มีผลงานอื่นๆ เรื่อยๆ จนล่าสุดก็คือ เพื่อนรักเพื่อนลับ ที่ได้อยู่ด้วยกัน แล้วก็อยู่ด้วยกันแบบเต็มๆ อีกครั้งเหมือนเดิม มันก็ใจหาย เหมือนอย่างที่ทุกๆ คนรู้สึกนี่แหละครับ เพราะว่าพี่เรแทบไม่มีอาการ ไม่มีสัญญาณอะไร ของคนที่ดูเหมือนว่าจะป่วยหนักอะไรทํานองนี้เลย แล้วก็มันก็ช็อกมากๆ

วันนี้หลายๆ คนอยากจะมานะครับ เพื่อนๆ พี่ๆ ในทีม เพื่อนรัก เพื่อนลับ ผมก็เหมือนมาเป็นตัวแทนของทุกคน ผมเชื่อว่าทุกๆ คนไม่ว่าจะในวงการหรือนอกวงการ ก็รู้จัก พี่เร แม๊คโดแนลด์ เป็นอย่างดีโดยเฉพาะยุค 90 วันนี้เราก็ส่งใจ เชื่อว่าพี่เรจะไปอยู่ในที่ดีๆ เพราะว่าตลอดมาแกก็นำทางให้เราทุกๆ คนได้เห็นอยู่แล้ว ว่าตรงไหนน่าไป มุมไหนน่าคิด อะไรที่น่าใช้ชีวิต แกก็ทำให้เราได้เห็นเป็นตัวอย่างมาแล้ว ถึงแม้ว่าแกจะจากไปในวัย 49 ก็ตาม แต่ผมเชื่อว่าแกก็ใช้ชีวิตคุ้มค่า แล้วก็มีทุกๆ อย่างให้เราได้ดำเนินตามรอยแก”

ทุกครั้งที่ได้ร่วมงานกัน เรารู้สึกว่าพี่เร มีจุดไหนที่เราแบบโห เจ๋งมากเลยผู้ชายคนนี้
“ตลอดมาเลยครับ เพราะว่าตั้งแต่ก่อนที่จะทำงานกัน พี่เรก็เป็นหนึ่งในไอดอลของผมมาตั้งแต่สมัยเราเด็กๆ ก็คงเหมือนทุกๆ คนแหละครับ ที่เห็นพี่เรแล้วรู้สึกแบบว่า เฮ้ย อยากมีชีวิตเท่ๆ แบบพี่เขา หลังจากนั้นก็ได้มีโอกาสได้มาทำงานกันจริงๆ แล้วก็ได้มาเห็นตัวตนที่แท้จริง ความคิดจริงๆ พี่แกก็เป็นอย่างนั้นแหละ แล้วก็เป็นแบบนี้มาโดยตลอด แล้วก็ยังคงเท่เสมอ ถึงแม้ว่าวันนี้แกจะจากไปแล้วก็ตาม ก็เชื่อว่าความเท่ แบบพี่เร ก็จะเป็นแนวทางให้หลายๆ คนได้ได้ดำเนินตามความฝันของตัวเอง”

เผยความประทับใจตั้งแต่แรกที่ได้เจอ เป็นตัวอย่างที่ดีทุกด้าน
“ก็ตั้งแต่เรื่องแรกที่ได้เจอกันแล้วล่ะครับ ตอนนาคปรกที่เล่นด้วยกัน นี่ก็เป็นอะไรที่ คือมันไม่ใช่การแสดง แกก็กลายเป็นตัวละครตัวนั้นไปเลยจริงๆ ส่วนฝั่งพิธีกร เราก็ได้เห็นตั้งแต่สมัยแกทำทีนทอล์กเป็นรายการที่วัยรุ่นทุกๆ คนต้องตื่นมานั่งรอดูวันหยุด เรียกว่าเป็นขีดสุดของบุคคลนึงในวงการบันเทิง ที่เป็นแบบอย่างที่ดี เป็นตัวอย่างที่ดีในทุกด้าน ผมบอกได้อย่างนี้เลยแล้วกัน

สิ่งที่ดีที่สุดที่ได้รู้จักกัน ผมว่ามันในแต่ละแบบ ในแต่ละช่วงเวลาที่ผ่านมา เพราะว่าตลอดช่วงเวลาตีว่าร่วม 20 ปี ที่ได้รู้จักพี่เร คือช่วงวัย ช่วงของอายุ มันก็เปลี่ยนผ่านมากพร้อมๆ กัน หลายๆ อย่างที่เราได้เห็นที่พี่เรทำ เราได้เห็นการแสดงของแก เราได้เห็นผลงานของแกมากมาย เหมือนพอวัยวุฒิมันเพิ่มขึ้นเราก็เป็นรุ่นน้องแกประมาณ 4-5 ปี แต่ก็คือ เราก็ได้เห็นความเติบโต ทั้งในวิธีคิด แล้วก็เติบโตในผลงานของแกอยู่เรื่อยๆ แล้วเราเองก็ยังรู้สึกว่าแกยังเป็นไอดอลของเราอยู่ตลอดเวลา”

49 ปีทรงคุณค่ากับสิ่งที่ได้ทำ ลั่นจะเป็นแรงบันดาลใจให้อีกหลายเจนฯ ไปอีกนานแสนนาน
“จนมาถึงวันนี้ ถึงแม้ว่าแกจะจากไปแล้วก็ตามเนี่ย ก็อย่างที่บอกนะครับ เราก็รู้สึกว่า 49 เนี่ย มันอาจจะเป็นวัยที่น้อยมากเลยนะ สำหรับคนคนหนึ่งที่จะอยู่บนโลกนี้ แล้วก็จากไป แต่ผมคิดว่าในทุกๆ ปี ที่พี่เรได้ใช้ชีวิต แล้วก็เป็นตัวอย่างดีๆ ให้กับทั้งผมและทุกๆ คน ผมว่ามันเป็นช่วงเวลาของความคุ้มค่า แล้วมันทรงคุณค่ามากกับการที่พี่เขาได้ทำ แต่ละเรื่อง แต่ละอย่าง ในแต่ละปี ให้เราได้เห็น แล้วผมคิดว่ามันจะไม่หยุดอยู่แค่ 49 หรอกครับ พี่เรจะน่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ อีกหลายๆ คนต่อไปได้อีกนานแสนนานเลย

จริงๆ หนังถ่ายจบมาปีหนึ่งแล้ว แต่วันรอบพรีเมียร์ คือปกติผมก็จะสิงสถิตอยู่กับพี่เร อยู่ตรงนั้นแหละครับ อยู่ ก็คุยกันเรื่องทั่วๆ ไป ปล่อยมุก เฮฮากันอะไรตามประสา อย่างที่บอกว่าผ่านเวลามานาน มันก็กลมกลืน กลมกลืนกันไปเรื่อยๆ จนมาถึงช่วงเวลาที่เป็นช่วงสุดท้าย ที่เราก็ไม่คิดว่าตรงนั้นมันเป็นช่วงสุดท้ายของชีวิต เราเองก็ยังคงประทับใจในความน่ารักของแก

แม้แต่ลูกชายผมวันที่ไปพรีเมียร์ เขาก็ยังบอกว่าคุณลุงคนนี้เป็นใครปะป๊า เราก็เล่าให้ฟัง แล้วก็เปิดผลงานเก่าๆ ให้ลูกได้ดู จนวันนี้ที่ผมได้มา ที่ได้เคลียร์อะไรต่างๆ นานามา ก็เพราะว่าลูกชายบอกว่า ปะป๊า ไปส่งลุงเรกันนะ ผมถึงยืนยันไง ว่าถึงแม้วันนี้พี่เรจะจากไปในวัย 49 แต่ผมเชื่อว่า สิ่งดีๆ ที่แกได้ทำมากมาย ที่เกินจะอธิบายเนี่ย มันจะส่งต่อให้กับ หลายๆ เจเนอเรชันต่อไป”

ทีมงาน “เพื่อนรัก เพื่อนลับ” ช็อกทุกคน ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องสุดท้าย
“ช็อกครับ ทุกคนช็อก เหมือนๆ กับแฟนคลับ เหมือนกับเพื่อนๆ พี่ๆ ทุกคนในวงการ วันนี้คุณก้อยก็ตั้งใจที่จะมาส่งพี่เรด้วย คือแฟนคลับบอกว่าพี่เรเป็น MVP ในเรื่องนี้มากเลยนะ ซึ่งสำหรับเราทุกๆ คนในกลุ่ม ที่เรียกว่าเป็นผลงานชิ้นสุดท้ายของแกที่เราได้ทำงานร่วมกัน เราก็ยกให้แกเป็น MVP จริงๆ แล้วก็เป็นวิธีในการใช้ชีวิต ในการดำเนินชีวิตของผมด้วยนะ มีอีกหลายมุมที่เรายังไม่เคยรู้ แล้วเราเพิ่งเคยจะได้รู้ จากเรื่องราวของพี่เร เพราะฉะนั้นถือว่าเป็นบุคคลที่ทรงคุณค่าคนหนึ่งมากๆ ที่อยากให้ได้เรียนรู้ชีวิตพี่เร แล้วก็ได้เก็บเกี่ยวสิ่งดีๆ มากมาย ประสบการณ์มากมาย ที่พี่เรมีทั้งดีและร้ายให้เราได้เห็น ผมเชื่อว่าแกเป็นตัวอย่างที่เราควรจะต้องเอาแบบอย่างครับ”

เตรียมสานฝัน “เร แม๊คโดแนลด์” ลุยงานกำกับ พร้อมส่งต่อแนวคิดการแสดงที่เป็นธรรมชาติ
“พี่เรเขาบอกว่า คือมันตลกมากเลย หลายๆ เรื่องที่เจอพี่เร อย่าง 2 เรื่องล่าสุดนี้ พี่เรบอกว่าอยากจะมีวิธีการเล่นใหม่ๆ ที่ไม่อยากจะให้เป็นแบบการแสดงท่องบทมา แล้วก็มาแสดงอยู่หน้ากล้องพี่เรแกก็พูดถึงตัวอย่างของนักแสดงหลายๆ คนบนโลกใบนี้ ที่ถึงแม้ว่าบทบาทเขาจะเปลี่ยนแปลงไป แต่ตัวตนเขาก็ยังเป็นคนเดิม เขาก็ฝากถึงเรื่องการแสดงนี่แหละครับ เท่าที่ได้เคยคุย เพราะว่าพี่เรแกบอกว่า แกก็อยากเป็นผู้กำกับนะ ก็ถ้ามีโอกาสเดี๋ยวผมจะช่วยสานฝันพี่เร

แล้วก็ในมุมส่วนตัวที่เคยคุยกัน พี่เรเขาได้พูดถึงเรื่องของในท้องถิ่น ผมเองก็เป็นเด็กใต้คนนึง ผมก็ตั้งใจว่าจะกลับบ้านไปที่พัทลุง ไปที่หาดใหญ่ แล้วก็อยากจะ ให้สิ่งที่พี่เรเขาเคยเห็นว่ามันสวยงาม สำหรับทุกๆ คนให้เราได้สานต่อกัน (อยากเป็นผู้กำกับเพื่อสานต่อ?) ก็ถ้ามีโอกาสเป็นไปได้ครับ เพราะว่าเคยคุยกันส่วนตัว พี่เรบอกเออ เดี๋ยวถ้ากูทำ มึงมาเล่นให้กูนะ คือเรื่องนี้มันมาจากที่เราคุยกันเล่นๆ ทั่วไป แต่คือผมก็ยุพี่เรแหละ พี่เร ขนาดนี้แล้วพี่ ถ้าพี่เบื่อเล่นนะ คือไม่รู้พี่จะเล่นเป็นอะไรแล้ว พี่กำกับไหม เขาบอกเออ กูอยากทำเหมือนกัน อะไรทํานองนี้ พี่เรเขาเลยพูด บอกแต่ก็ไม่รู้นะ มันอาจจะเป็นหนังที่ มันจะมีใครดูเปล่าวะ แต่ผมก็บอกแกว่าเดี๋ยวผมไปเล่นให้พี่แล้วกันนะ

คุยกันตอนถ่ายหนังด้วยกันเมื่อปีที่แล้ว คือตอนอยู่ด้วยกันมันยิ่งกลมกลืนกันไปครับ ยิ่งอยู่นาน มันยิ่งรักกัน แล้วยิ่งวันสุดท้ายที่กาล่า คือก่อนแยกย้ายก็ยังมานั่งคุยเล่นกันอยู่เลย แล้วก็แบบ เฮ้ย เดี๋ยวเจอกันนะพี่ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนั้น เพราะจะเจอเมื่อไหร่ยังไง เพราะว่าในวงการมันก็อาจจะได้วนมาเจอ แต่เราก็ไม่มีทางรู้เลยว่า สุดท้ายแล้วเราไม่ได้เจอแล้ว นั่นคือกอดสุดท้ายที่ได้กอดพี่เร แล้วมันก็เป็นอะไรที่อธิบายยากครับ เหมือนเสียพี่ชายแท้ๆ ไปคนหนึ่งเหมือนกัน”

วันกาล่าเรไร้สัญญาณป่วย ยังปล่อยมุกฮา เผยข้อคิดเตือนใจ “อยากทำอะไรให้รีบทำ”
“ไม่มีเลยครับ แกยังปล่อยมุกโบ๊ะบ๊ะเหมือนเดิม ลองย้อนกลับไปดูสัมภาษณ์ มันก็ไม่ได้มีสัญญาณอะไรเลย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนี่แหละคือชีวิตคน เหมือนพี่เรก็ได้เป็นอีกหนึ่ง ตัวอย่างให้เราได้เห็นว่า เฮ้ย ก็ไม่รู้นะ เราเกิดมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แล้วตายก็เมื่อไหร่ไม่รู้เหมือนกัน ก็อย่างที่พี่เรเขาย้ำอยู่เสมอ ว่าอยากทำอะไรทำนะ ตั้งใจทำในสิ่งที่เราอยากจะทำ ให้มันมีคุณค่าจริงๆ อย่างน้อยก็คือเป็นตัวของตัวเราเอง นี่ก็คือสิ่งที่เขาย้ำเอาไว้”