xs
xsm
sm
md
lg

ไม่ได้กลั่นแกล้ง! “ลูกหมี รัศมี” แจงฟ้องล้มละลาย “ปู มัณฑนา” ทางสุดท้ายทวงหนี้ 2.4 ล้าน หวังได้เงินคืน!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ลูกหมี รัศมี” เดินหน้าฟ้องล้มละลาย “ปู มัณฑนา” หวังเป็นทางสุดท้ายทวงหนี้ 2.4 ล้านบาท ย้ำไม่โกรธไม่เกลียด ไม่ได้กลั่นแกล้ง หากได้เงินคืนพร้อมถอนฟ้องทุกคดีทันที

วันนี้ (26 ส.ค.) “ลูกหมี รัศมี ทองสิริไพรศรี”พร้อมด้วย “ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์” และ “ทนายกุ้ง อำนวยพร มณีวรรณ์” ตั้งโต๊ะแถลงข่าวยื่นฟ้อง “ปู มัณฑนา หิมะทองคำ” ต่อศาลล้มละลายกลาง โดยศาลนัดสืบพยานนัดแรกในวันที่ 12 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 น.

สำหรับสาเหตุการฟ้องร้อง สืบเนื่องมาจากฝั่งจำเลยยังไม่ได้ชดใช้เงินต้นจำนวน 1,739,000 บาท ตามคำสั่งศาลเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2568 จากกรณีผิดสัญญากู้ยืมเงิน 2 ล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมดอกเบี้ยแล้ว ปัจจุบันยอดหนี้พุ่งสูงถึง 2,430,627 บาท

โดยลูกหมีให้เหตุผลในการฟ้องล้มละลายว่า เพื่อจะให้ศาลตามติดสินทรัพย์ต่างๆ ของปู ไม่ว่าจะเป็นค่าตัวจากการทำงาน หรือทรัพย์สินต่างๆ อาทิตามข่าว ที่ดิน 100 ไร่ เพื่อนำมาชำระหนี้ เจ้าตัวยืนยันว่ายังหวังว่าจะได้เงินคืน และพร้อมให้ปูไกล่เกลี่ย ผ่อนชำระได้ ลั่นไม่ได้กลั่นแกล้งแต่อย่างใด เพียงแต่ทำตามกระบวนการกฎหมายที่พึงกระทำได้ก็เท่านั้น ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาถือว่ามีเวรต่อกัน ตนเองคือผู้เสียหาย ไม่ใช่อีกฝ่าย และหาอีกฝ่ายผ่อนชำระหมดก็จะถอนฟ้องทุกข้อกล่าวหาที่มีต่อกัน

ลูกหมี : “วันนี้ลูกหมีเป็นโจทก์ฟ้องที่ศาลล้มละลายกลางนะคะ ฟ้องนางสาวมัณฑนา เดชบริวัตต์ หรือว่า นางมัณฑนา หิมะทองคำ เขาเป็นจำเลยนะคะ ฟ้องในคดีล้มละลาย วันนี้ที่จะมาแถลงข่าวก็เพราะว่าเรามีคดีความกับคุณมัณฑนา คุณปูมาเนิ่นนาน รวมๆ ก็เกือบจะ 3 ปีแล้วนะคะ ก็เลยอยากจะอัปเดตให้ประชาชนรับทราบทั่วกันว่า เราเป็นผู้เสียหาย ตลอดระยะเวลา 3 ปีนี้เรามีความเดือดร้อน เงินที่เขาติดเราอยู่ทั้งที่ศาลแพ่ง แล้วก็ศาลอาญา ตัดสินในหลายๆ คดี ก็คือถือว่าเป็นศาลชั้นต้น เงินเรายังไม่ได้รับคืนเลย แล้วเรามีความเดือดร้อนอย่างมากค่ะ ก็ค่อนข้างลำบาก เราก็เลยอยากจะชี้แจงให้ประชาชนทราบว่า เราคงต้องทำขั้นตอนสุดท้ายที่จะฟ้องล้มละลาย เพื่อให้ทางศาลล้มละลายช่วยเหลือลูกหมีอีกหนึ่งทาง”

ทนายกุ้ง : “คือตอนนี้เรายื่นฟ้องไปเรียบร้อยแล้วนะคะที่ศาลล้มละลายกลาง มีนัดพิจารณาวันที่ 12 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 น. นะคะ ซึ่งนัดแรกในการพิจารณา จำเลยเขาก็ต้องมีการต่อสู้เข้ามาในคดีเหมือนคดีแพ่ง ว่าเหตุที่เราฟ้องล้มละลายเพราะเนื่องจากว่า ศาลพิพากษาในคดีแพ่งมาแล้วประมาณ 1,700,000 เศษๆ แล้วก็รวมจนถึงปัจจุบัน ดอกเบี้ยที่เราฟ้องในศาลล้มละลายประมาณ 2,400,000 นะคะ ซึ่งบุคคลธรรมดา ถ้ามีมูลหนี้เกิน 1 ล้านบาท ก็สามารถฟ้องให้เป็นบุคคลล้มละลายได้

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ใช่ว่าเขาจะล้มละลายนะ เขาก็ต่อสู้ว่าไม่มีความจำเป็นที่จะล้มละลายมีอะไรบ้าง เขาก็ต่อสู้ว่าเขามีทรัพย์สินเพียงพอที่จะชำระหนี้เราได้ หรืออาจจะเอาทรัพย์สินมาแสดง เพราะก่อนที่จะฟ้อง เรามีการทำทุกขั้นตอนแล้ว มีการสืบทรัพย์ แต่สืบแล้วไม่พบ เขาอาจจะไปเก็บไว้ที่อื่น เราไม่ทราบ เราก็เลยมีเหตุเข้าข้อกฎหมายว่ามีหนี้สินล้นพ้นตัว คือเข้าข้อกฎหมาย เราทำทุกขั้นตอนแล้ว ก็เลยยื่นศาลล้มละลาย

หลังจากนั้นในวันพิจารณา เขาอาจจะมาต่อสู้ว่าเขาไม่มีเหตุอันล้มละลาย ก็เอาทรัพย์สินมาแสดง หรือว่าเอาหลักทรัพย์มาแสดงก็แล้วแต่ เขามีเงินเพียงพอ หรือว่าหลักทรัพย์เพียงพอที่จะชำระหนี้เราได้ แต่สมมติว่าถ้าเขาไม่มีรายละเอียดมานำเสนอศาล ศาลก็มองว่าอาจจะเข้าข่ายล้มละลาย ก็ส่งขั้นตอนกระบวนการต่อไปให้เจ้าพนักงานบังคับคดี เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต่อ ซึ่งขั้นตอนนี้เขาก็ยังประนอมหนี้กับเราได้อยู่ ยังเจรจาได้ทุกขั้นตอนเหมือนกัน ทางเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เขาจะเรียกเจ้าหนี้เข้าไปประชุม แล้วก็ให้เรียกลูกหนี้ไปชี้แจงรายละเอียดเรื่องทรัพย์สินว่ามีอะไรบ้าง

หลังจากนั้นถ้าเกิดว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดูแล้วว่า ลูกหนี้ยังไม่มีทรัพย์สินเลย ไม่สามารถชำระหนี้เจ้าหนี้ได้ อันนั้นก็อาจจะสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เข้าสู่กระบวนการล้มละลาย ถ้าพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว สมมติว่ามีเจ้าหนี้รายอื่นด้วย เขาก็ขอเข้ามารับชำระหนี้ได้ ภายในระยะเวลา 2 เดือน นับตั้งแต่วันที่มีการประกาศราชกิจจานุเบกษาว่า ลูกหนี้รายนี้ได้พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว ซึ่งกระบวนการทุกขั้นตอน เขายังเข้ามาเจรจาได้อยู่นะคะ

ต่อมา สิทธิตัวเขา ถ้าเป็นบุคคลล้มละลายแล้ว ในการทำนิติกรรมต่างๆ จะไปก่อหนี้ก่อสิน หรือว่าทำนิติกรรมอื่นๆ ไม่สามารถทำได้แล้ว ก็มีเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้ามาดูแลแทนทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นดูแลเรื่องการเปิดบัญชี หรือรับงาน ทำงานที่อื่น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก็จะคอยตามไปตลอดเวลา เพื่อจะไปเก็บเงินมาให้กับเจ้าหนี้เข้ากองล้มละลายเพื่อแบ่งให้กับเจ้าหนี้หลายๆ คน นั่นคือขั้นตอนกระบวนการที่ว่า ทำไมเหตุผลที่ต้องฟ้องล้มละลาย คือลูกหมีก็มองว่าอาจจะเข้ามาเจรจาได้ เพราะว่ามันเหมือนคดีแพ่ง เพียงแต่ว่าการสั่งคำพิพากษามาไม่เหมือนกับในคดีแพ่งว่าเราต้องไปสืบทรัพย์เอง แต่พอพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว เจ้าพนักงานหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะเข้ามาดูแลทรัพย์สินทั้งหมดแทนเรา”

ลูกหมี : “ก็คาดหวังว่าเจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์จะเป็นคนดูแลจัดการเงินทั้งหมดของคุณปู แล้วเราจะได้จากตรงส่วนนั้น ที่ผ่านมาลูกหมีให้โอกาสมาโดยตลอดเลย ตั้งแต่วันไกล่เกลี่ย ตั้งแต่ปี 67 ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการขึ้นศาลทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นศาลแพ่ง หรือศาลอาญา เราต้องการไกล่เกลี่ยทุกครั้ง เราให้โอกาสเยอะมากนะคะ จนไม่สามารถให้โอกาสอะไรคุณปูได้แล้ว เพราะคุณปูไม่ยินดีกับโอกาสที่เรายื่นให้ ก็คาดหวังว่าศาลล้มละลายกลางจะช่วยลูกหมีได้อีกหนึ่งทางค่ะ การที่ลูกหมีตัดสินใจฟ้องล้มละลาย คุณปูก็ไม่สามารถไปก่อหนี้ที่อื่นได้อีก คุณปูไม่สามารถทำธุรกรรมอะไรหลายๆ อย่างได้ ก็มีผู้พิทักษ์ทรัพย์นี่แหละค่ะดูแลคุณปูอย่างใกล้ชิด ก็น่าจะเป็นผลดีกับคุณปู ทุกอย่างในชีวิตคุณปูก็น่าจะง่ายขึ้น คือมีคนดูแลใกล้ชิดค่ะ”

ดีใจอีกฝ่ายบอกว่ามีเงินที่สภาทนายความ 1.7 ล้านเศษ
ลูกหมี : “ฟังแล้วก็ดีใจมากนะคะ ถ้าคุณปูมีเงิน 1.7 ล้านมาวาง แต่ตอนนี้คดีแพ่งที่ศาลแพ่งสั่งให้จ่าย 1.7 ล้าน มันไม่ใช่ 1.7 ล้านแล้ว ณ เวลาที่เดินเลยมา 3 ปี มันเป็น 2.4 ล้านค่ะ รวมดอกเบี้ย รวมค่าใช้จ่ายตรงนั้น ถ้าคุณปูเอาเงินมาวางได้ ลูกหมีก็มีสัจจะมากที่จะถอนฟ้องคุณปูทุกคดี เพราะตอนนี้คุณปูกับลูกหมีมีทั้งหมด 8 คดีค่ะ มีทั้งในชั้นศาล 5 คดี แล้วก็มีในชั้นตำรวจอีก 3 คดีที่ยังไม่จบ คือเรามีสัจจะเพียงพอค่ะที่จะถอนฟ้อง หรือถ้าอยากจะไกล่เกลี่ยก็เข้ามาได้ตลอดเวลาเลยนะคะ เพราะคุณปูไม่ได้มานั่งอยู่ในครอบครัวลูกหมีว่า ครอบครัวลูกหมีลำบากยังไง เดือดร้อนยังไง ครอบครัวลูกหมีก็มีหลายคน ไม่ใช่มีตัวคนเดียว เวลาคุณปูทำอะไรต้องนึกถึงคนในครอบครัวลูกหมีด้วยเหมือนกัน”

ทนายกุ้ง : “ถามว่าการฟ้องล้มละลายนี้ถือเป็นวิธีสุดท้ายหรือยัง ใช่ค่ะ อันนี้ก็คือเป็นทางเลือกอีกทางนึงที่ลูกหมีก็อาจจะมีโอกาสได้เงิน”

ลูกหมี : “ถ้าเขาหาว่าเรากลั่นแกล้ง เรื่องอะไรคะ คือเราทำในส่วนของเราค่ะ ไม่มีใครกลั่นแกล้งใคร ลูกหมีก็ยอมรับกรรมมาโดยตลอด 3 ปีที่ลูกหมีไปเจอคุณปู เพราะลูกหมีไม่ได้เป็นเพื่อนเขามาก่อน ลูกหมีไม่เคยรู้จักเขาส่วนตัวมาก่อน จนเจอเขา แล้วลูกหมีก็โดนชักชวนลงทุน แต่สิ่งที่ลูกหมีได้ก็คือเสียเงิน 2 ล้าน มันเป็นเงินเก็บปีละ 100,000 บาท 20 ปีของลูกหมี ความเจ็บปวดอันนี้มันมากมายนะคะ ซึ่งลูกหมีไม่เคยกลั่นแกล้งคุณปู คนที่กลั่นแกล้งลูกหมีคือคุณปูซะมากกว่า ที่มาชวนลงทุนแล้วทำไม่ได้อย่างที่พูด ทำไม่ได้เสร็จ ก็ไม่มีปัญญา ไม่มีความสามารถที่จะมาใช้หนี้ด้วย

โอกาสก็คือศาลล้มละลายกลางค่ะที่จะช่วยลูกหมี แล้วก็เชิญคุณปูมาเจรจา นี่คือความคาดหวังของลูกหมีที่คุณปูจะเข้ามาเจรจา จะจ่ายลูกหมีเดือนละเท่าไหร่ หรือคุณปูมีทรัพย์สินมากมาย ญาติพี่น้องเยอะแยะ มันต้องมีคนที่ช่วยคุณปูอยู่ เรายังคาดหวัง ก็คิดว่ามันจะได้จบไปทีละเรื่อง ทีละคน ถ้าลูกหมีถอนฟ้องไป 8 คดีนี่คุณปูเหลือแค่ 12 คดีเลยนะคะ มันลดฮวบเลยนะคะ ต้องแก้ปัญหาให้ตรงจุด ไม่งั้นคงเลยไปอีก 5 ปีถามว่ารู้สึกยังไงที่เขาบอกว่าโดนกลั่นแกล้ง ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรค่ะ เพราะมันเป็นแค่ลมปากคน หรือว่าคำพูดอะไรก็ได้ ลูกหมีเคยโง่มาแล้ว เคยพลาดมาแล้ว ก็ต้องระวังต่อไป เข็ดแล้วก็ต้องจำ

เราก็ยังเชื่อในศักยภาพของเขานะคะ อดีตที่ทำงานมา หรือว่าสิ่งแวดล้อมที่เขามี ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวหรือเพื่อนฝูง แล้วเขาก็มีที่ดินอีกร้อยล้าน ที่เขาพูดสม่ำเสมอว่าเขามีตรงนี้ เราก็เชื่อว่า เขาคงมีสัจจะคำพูดที่เขามีจริง ถ้าคนมีไม่จริงไม่น่าพูดเขาน่าจะมีเงินร้อยล้าน ถ้าเขาขายสัก 80 ล้าน เขาก็เหลือๆ ก็เลยเชื่อว่า คุณปูน่าจะมีสัจจะเพียงพอค่ะ”

ทนายกุ้ง : “การฟ้องล้มละลายมันเป็นทางเลือกอีกทางนึง มันเป็นกระบวนการ สุดท้ายถามว่า จบเลยไหม มันก็ไม่จบ คดีล้มละลายถ้าเจรจากันได้มันยังถอน แล้วก็ยังฟ้องใหม่ได้เรื่อยๆ เพราะงั้นเราก็คิดว่ามันน่าจะมีทางเลือกอีกทางนึงที่ว่าเขาน่าจะเข้ามาไกล่เกลี่ยเจรจา เพราะว่าเขาคงไม่ปล่อยล้มละลาย เนื่องจากว่าเขามีทรัพย์สิน จริงๆ ตามที่เราเห็นข่าว เราก็เชื่อมั่นแบบนั้น”

ทนายเดชา : “แต่ถ้าเกิดเขาเอาทรัพย์สินไปยักย้ายถ่ายเท สมมตินะ มันก็ดำเนินคดีโกงเจ้าหนี้ได้อีก ก็มีโทษทางอาญานะครับ ก็จะกลายเป็นคดีอาญาโกงเจ้าหนี้ ก็ยังไม่จบไม่สิ้นหรือว่าไปให้คนอื่นถือสิทธิ์กรรมสิทธิ์แทน ถือบ้าน ถือรถ ก็ยังตามไปยึดได้อีกนะครับ แต่เรายังสามารถเจรจา ประนอมหนี้ก่อนล้มกับหลังล้ม”

อดทนรอดูจุดจบ ลั่นอยากคุยกับปูตรงๆ ทุกครั้ง แต่อีกฝ่ายไม่ไกล่เกลี่ย จนล่วงเลยมาถึงตอนนี้

ลูกหมี : “ถามว่าเจอกันหลายรอบ อยากคุยกันตรงๆ ไหม อยากคุยทุกครั้งค่ะ แต่มันไม่รู้จะถามอะไร แต่สิ่งที่ไปศาลทุกครั้ง ผู้พิพากษาท่านจะเรียกทั้งโจทก์และจำเลยมายืนหน้าบัลลังก์ ก็ยืนใกล้กัน แล้วท่านผู้พิพากษาก็จะถามว่าไกล่เกลี่ยไหม รับเงินไหม จะรับได้เท่าไหร่ อะไรอย่างนี้ คือทุกศาลเลยท่านจะให้เราไปปรึกษา ให้โอกาสทั้งสองฝ่าย ออกไปนอกห้อง 20 นาที เพื่อให้นั่งคุยทั้งสองฝ่าย แต่ทุกครั้งที่เราได้ก็นั่งปรึกษากันอยู่นั่นแหละว่า เขาไม่ไกล่เกลี่ยทุกครั้ง จนเลยมาถึงตรงนี้

โดยรวมถ้าทุกคนทราบ 30 ปีนี้ลูกหมีเข้าวัดมาตลอด ไม่ใช่พึ่งเข้า คือมองเขาเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่เป็นร่วมโลกเรา เรามองเป็นเรื่องกรรม ก็มองว่าดูจุดจบค่ะ อดทนรอจุดจบ อย่างวันตัดสินแต่ละคดีก็ลุ้น ตื่นเต้นมาก แฮปปี้เวลาถึงวันตัดสินนะ จะแพ้หรือชนะแฮปปี้หมดนะคะ ไม่มีความเกลียดโกรธคุณปูนะคะ ยังไม่เคยสาปแช่งคุณปูนะคะรอวันที่เราได้เงินมาก็เหมือนเราขึ้นสวรรค์เนอะ พอวันนึงถ้าเราได้เงินคืน หรือคุณปูชดใช้อะไรในสิ่งที่คุณปูกระทำไว้ ก็จบกันไป ก็รอวันนั้นด้วย

พรุ่งนี้ขึ้นศาลอีก 1 ศาล ศาลนนทบุรีค่ะ ลูกหมีก็ซ้อมสำนวนหนัก ซ้อมสำนวนเหมือนมานั่งด่าตัวเอง คำด่าที่เขามาด่าเรา อันนี้คือความเครียดที่ไม่ควรเจอเลย พรุ่งนี้ 14 ข้อความ เขาก็จะบอกอีป้า อีแก่ แย่งผัวกู มึงมีผัวเป็นตัวเป็นตนให้ได้ก่อนเถอะ งานก็ไม่มี หิวแสง ไปกินข้าวก็ไม่จ่าย อะไรแบบนี้ เราก็งง ด่าอีนุงตุงนังพันกันไปหมด”

ทนายกุ้ง : “พรุ่งนี้ศาลจังหวัดนนทบุรี 09.00 น. เริ่มสืบพยานโจทก์คือวันที่ 27 ส.ค. นะคะ เรื่องหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา แล้วก็สืบจำเลย 28 ส.ค. แต่ถ้าบางทีจำเลยไม่มีพยานมา มีพยานปากเดียวหรือสองปาก ถ้าสามารถจบได้ในวันเดียว ก็จบในวันพรุ่งนี้เลย”

ลูกหมี : “จำเลยต้องไปศาลด้วยค่ะพรุ่งนี้ ตอนนี้จำเลยมีคดีที่พิพากษาไปแล้ว 5 คดี ติดคุกรวมๆ แล้ว 10 ปี มีรอลงอาญาและไม่รอลงอาญาค่ะ จำเลยเดี๋ยวเขาก็มีใส่กำไล EM เรียบร้อยแล้วไปส่วนหนึ่ง ก็รอคดีหมิ่นประมาทของลูกหมี คาดว่าจะตัดสินช่วงเดือนตุลาคม เพราะว่าพรุ่งนี้มัน 27-28 สิงหาคม อาจจะเป็นกุมภาพันธ์ ตุลาคมค่ะตัดสินอีกหนึ่งคดี ถ้าลูกหมีแพ้ก็ไม่เป็นไรค่ะ ไม่กลัวค่ะ ทุกคดีลูกหมีไม่กลัวแพ้ แพ้ก็คือแพ้ แล้วถ้าเกิดมีใครจะฟ้องหมี หรือคู่กรณีจะฟ้องลูกหมีเพิ่ม ฟ้องเลยค่ะ ลูกหมีพอยังมีเงินเตรียมสู้คดี แล้วก็ยังพอมีเงินจ่ายค่าประกันตัว ลูกหมีว่าทำทุกอย่างต้องมีเงินนะคะ

สุดท้ายแล้วก็อยากขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ 3 ปีนี้ก็เหมือนมีทุกท่านให้กำลังใจ แล้วก็ให้คำแนะนำ ยังช่วยซัปพอร์ตสินค้าราเม่ของลูกหมีด้วย แล้วก็อยากจะบอกว่า 3 ปีนี้ ลูกหมีมีความรู้มากขึ้นในด้านของกฎหมาย เพราะว่าประสบการณ์ตรงในเรื่องของการแจ้งความ เบิกความ การขึ้นศาลแพ่ง ลูกหมีมีความรู้มากขึ้น ก็ยังมีความคิดว่าเราอาจจะไปเรียนพิเศษเพิ่มไหม นิติกฎหมาย ถ้าเรามีความรู้มากขึ้นก็อาจจะช่วยเหลือคนอื่นได้ ลูกหมีก็ไปลงคอร์สเรียนผู้ไกล่เกลี่ย ก็จบคอร์สมา แล้วก็อยากฝากคุณปูว่าถ้ามีโอกาสก็เข้ามาไกล่เกลี่ยกันได้นะคะ เพราะว่าเราก็รอวันไกล่เกลี่ยเราจะได้จบเวลาที่เร็วขึ้นนะคะ เราจะได้ไม่ต้องไปถึง 5 ปี 7 ปี แต่ถ้าคุณปูไม่อยากไกล่เกลี่ย อยากไปต่อก็ได้ ยินดีค่ะ ทุกรูปแบบค่ะ”