xs
xsm
sm
md
lg

สิ้นตำนาน “ดอลลี่ พาร์ตัน” ราชินีเพลงคันทรี เจ้าของบทเพลงอมตะ “I Will Always Love You” เสียชีวิตในวัย 80 ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ดอลลี่ พาร์ตัน นักร้อง นักแต่งเพลง และนักแสดงระดับตำนานชาวอเมริกัน เสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2026 ด้วยวัย 80 ปี ที่เมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี ครอบครัวระบุว่าเธอจากไปอย่างสงบ โดยไม่ได้เปิดเผยสาเหตุการเสียชีวิต ปิดฉากชีวิตศิลปินผู้เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่สุดของวงการเพลงคันทรี
ดอลลี่ พาร์ตัน นักร้อง นักแต่งเพลง และนักแสดงระดับตำนาน เสียชีวิตในวัย 80 ปี ปิดฉากเส้นทางกว่า 7 ทศวรรษ จากเด็กหญิงในครอบครัวยากจนแห่งเทนเนสซี สู่หนึ่งในศิลปินทรงอิทธิพลที่สุดของวงการเพลงโลก เจ้าของบทเพลง “Jolene” และ “I Will Always Love You” พร้อมมรดกด้านดนตรีและงานการกุศลที่ยังคงอยู่ต่อไป

ดอลลี่ พาร์ตัน นักร้อง นักแต่งเพลง และนักแสดงชาวอเมริกัน ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในราชินีแห่งวงการเพลงคันทรี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ด้วยวัย 80 ปี โดยครอบครัวไม่ได้เปิดเผยสาเหตุการเสียชีวิต และระบุเพียงว่าเธอ “จากไปอย่างสงบ” ที่เมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี

ข่าวการเสียชีวิตได้รับการประกาศผ่านอินสตาแกรมอย่างเป็นทางการของพาร์ตัน โดยครอบครัวกล่าวไว้อาลัยว่า เธอจะยังคงเป็นแรงบันดาลใจผ่านบทเพลง การแต่งเพลง อารมณ์ขัน ความอบอุ่น และความมีน้ำใจ พร้อมย้ำว่ามรดกของเธอคือ “ความรัก ความเมตตา และความเข้มแข็ง” ตลอดเส้นทางอาชีพที่ยาวนานกว่า 7 ทศวรรษ

ก่อนหน้านี้ สุขภาพของพาร์ตันเป็นที่จับตามาตั้งแต่ปี 2025 เมื่อเธอต้องเลื่อนการแสดงที่ลาสเวกัส รวมถึงถอนตัวจากกิจกรรมสาธารณะหลายรายการ เนื่องจากต้องเข้ารับการรักษาทางการแพทย์ กระทั่งช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เธอยังยกเลิกการเดินทางไปปรากฏตัวที่ Dollywood หลังมีอาการขาดน้ำและเวียนศีรษะ

พาร์ตันเกิดในครอบครัวเกษตรกรยากจน เป็นลูกคนที่ 4 จากพี่น้อง 12 คน เริ่มร้องเพลงในโบสถ์ตั้งแต่วัยเด็ก ก่อนออกซิงเกิลแรก “Puppy Love” ขณะอายุเพียง 13 ปี และเดินทางสู่แนชวิลล์หลังจบมัธยมเพื่อเอาดีด้านการแต่งเพลง จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ เธอก้าวขึ้นเป็นซูเปอร์สตาร์และมีผลงานต่อเนื่องยาวนานกว่า 7 ทศวรรษ
แม้เผชิญปัญหาสุขภาพ พาร์ตันยังคงมีส่วนร่วมกับผลงานใหม่ในช่วงท้ายชีวิต ทั้งละครเพลงชีวประวัติ “Dolly: An Original Musical” และคอนเสิร์ต “Dolly Parton’s Threads: My Songs in Symphony” ซึ่งนำบทเพลงของเธอมาถ่ายทอดร่วมกับวงซิมโฟนี

พาร์ตันเกิดเมื่อวันที่ 19 มกราคม 1946 เป็นลูกคนที่ 4 จากพี่น้องทั้งหมด 12 คน ในครอบครัวเกษตรกรยากจนแห่งรัฐเทนเนสซี ชีวิตวัยเด็กที่ขัดสนกลายมาเป็นวัตถุดิบสำคัญในงานเพลง โดยเฉพาะ “Coat of Many Colors” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเสื้อผ้าที่แม่ของเธอตัดเย็บจากเศษผ้า

เธอเริ่มร้องเพลงในโบสถ์ตั้งแต่เด็ก ออกซิงเกิลแรก “Puppy Love” เมื่ออายุ 13 ปี และเดินทางสู่แนชวิลล์ทันทีหลังจบมัธยมในปี 1964 เพื่อเริ่มต้นเส้นทางนักแต่งเพลง ก่อนแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวเมื่อร่วมงานกับนักร้องคันทรีชื่อดัง พอร์เตอร์ แวกอเนอร์ ในปี 1967

หลังแยกตัวออกมาเป็นศิลปินเดี่ยว พาร์ตันสร้างเพลงฮิตต่อเนื่อง ทั้ง “Joshua”, “Coat of Many Colors”, “Jolene” และ “I Will Always Love You” โดยเพลงหลังถูกเขียนขึ้นเพื่ออำลาแวกอเนอร์ ก่อนจะกลายเป็นหนึ่งในบทเพลงที่โด่งดังที่สุดในโลก

ตลอดชีวิต พาร์ตันเขียนเพลงนับพันเพลง และมีซิงเกิลคันทรีขึ้นอันดับ 1 ถึง 25 เพลง ผลงานสำคัญมีทั้ง “Jolene”, “Coat of Many Colors”, “9 to 5” และ “I Will Always Love You” ซึ่งต่อมาโด่งดังไปทั่วโลกจากเวอร์ชันของวิทนีย์ ฮูสตัน โดยครองอันดับ 1 ชาร์ตเพลงป๊อปสหรัฐฯ นาน 14 สัปดาห์
“I Will Always Love You” ขึ้นอันดับ 1 ชาร์ตคันทรีจากเสียงร้องของพาร์ตันถึง 2 ครั้ง ก่อนที่วิทนีย์ ฮูสตันจะนำไปร้องใหม่ในปี 1992 สำหรับภาพยนตร์ “The Bodyguard” และครองอันดับ 1 ชาร์ตเพลงป๊อปสหรัฐฯ นานถึง 14 สัปดาห์ ส่งให้เพลงนี้กลายเป็นผลงานอมตะข้ามยุค

ความสำเร็จของพาร์ตันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเพลงคันทรี เธอยังข้ามเข้าสู่ตลาดเพลงป๊อปด้วยเพลงอย่าง “Here You Come Again”, “9 to 5” และ “Islands in the Stream” ซึ่งร้องคู่กับเคนนี โรเจอร์ส รวมถึงสร้างชื่อในฐานะนักแสดงจากภาพยนตร์ “9 to 5”, “The Best Little Whorehouse in Texas” และ “Steel Magnolias”

ตลอดชีวิตการทำงาน พาร์ตันมีซิงเกิลเพลงคันทรีขึ้นอันดับ 1 ถึง 25 เพลง โดยจำนวนมากเป็นผลงานที่เธอเขียนเอง ทำให้เธอได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในนักแต่งเพลงหญิงผู้บุกเบิกวงการคันทรี

นอกจากความสำเร็จในฐานะนักร้องและนักแต่งเพลง พาร์ตันยังสร้างชื่อด้านการแสดง โดยมีผลงานเด่นอย่าง “9 to 5”, “The Best Little Whorehouse in Texas” และ “Steel Magnolias” ขณะเดียวกันยังขยายบทบาทสู่การเป็นโปรดิวเซอร์และการสร้างสรรค์ผลงานสำหรับโทรทัศน์และละครเวที
เธอได้รับเกียรติบรรจุชื่อเข้าสู่ Country Music Hall of Fame ในปี 1999, Nashville Songwriters Hall of Fame และ Songwriters Hall of Fame รวมทั้งได้รับ National Medal of Arts และ Kennedy Center Honors ก่อนจะได้รับการบรรจุเข้าสู่ Rock & Roll Hall of Fame ในปี 2022

ในช่วงปลายอาชีพ พาร์ตันยังสร้างความสำเร็จครั้งใหม่ด้วยผลงานบลูแกรสส์ “The Grass is Blue”, “Little Sparrow” และ “Halos & Horns” พร้อมเดินหน้าทำเพลง ออกทัวร์ และปรากฏตัวในภาพยนตร์กับโทรทัศน์อย่างต่อเนื่อง โดยแกรมมี่ครั้งสุดท้ายของเธอมาในปี 2021 จากเพลง “There Was Jesus” ที่บันทึกเสียงร่วมกับแซค วิลเลียมส์

นอกเหนือจากวงการบันเทิง พาร์ตันยังทุ่มเทให้กับงานเพื่อสังคมผ่าน Dollywood Foundation โดยเฉพาะโครงการส่งเสริมการอ่านและการเข้าถึงหนังสือสำหรับเด็ก รวมถึงงานด้านสาธารณประโยชน์อื่น ๆ

ครอบครัวขอให้ผู้ที่ต้องการร่วมไว้อาลัยพิจารณาบริจาคเงินให้แก่ Dolly Parton’s Imagination Library ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญที่สะท้อนอีกด้านของชีวิตเธอได้ชัดเจนที่สุด

ดอลลี่ พาร์ตัน คว้า แกรมมี 10 รางวัล พร้อม Lifetime Achievement Award, เข้าชิง ออสการ์ 2 ครั้ง และ โทนี 1 ครั้ง อีกทั้งได้รับ National Medal of Arts ในปี 2005 ตลอดกว่า 7 ทศวรรษ เธอยังคงสร้างผลงานและร่วมงานกับศิลปินหลายรุ่น ตั้งแต่ศิลปินร่วมสมัยจนถึงคนรุ่นใหม่ พร้อมใช้ชื่อเสียงและรายได้สนับสนุนงานการกุศล โดยเฉพาะการส่งเสริมการอ่านและช่วยเหลือสังคมผ่าน Dollywood Foundation และโครงการ Imagination Library ทำให้ชื่อของพาร์ตันไม่ได้ถูกจดจำเพียงในฐานะศิลปินระดับตำนาน แต่ยังเป็นบุคคลสำคัญที่สร้างอิทธิพลทั้งต่อวงการดนตรีและสังคมอเมริกันตลอดหลายทศวรรษ