มหากาพย์เพื่อนรักยูทูบเบอร์ “ต้า เฟ็ดเฟ่” ร่ำไห้แฉ “ยัต” เปิดหมดเปลือก ปมแตกหัก อ้างถูกครอบงำฮุบบริษัทจนป่วยจิตเวช ต้องสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรม ปล่อยโฮถามฟ้องทำไม 20 ล้าน “ยัต” โฟนอินสวนเดือด ตอกคุณทำให้ผมดูแย่ ขอชี้แจงเต็มๆ จันทร์หน้า
กลายเป็นมหากาพย์ดราม่าสะเทือนวงการ ยูทูบเบอร์ ปมแตกหักของสองเพื่อนรักอดีตผู้ก่อตั้งแก๊ง “เฟ็ดเฟ่ บอยแบนด์” (FEDFE) อย่าง “ต้า” และ “ยัต”ที่เคยสร้างเสียงหัวเราะและร่วมล้มลุกคลุกคลานด้วยกันมานานนับสิบปี จากมิตรภาพที่เคยร่วมสุขร่วมทุกข์ ไม่มีเงินกอดคอกันอด แต่เมื่อถึงวันที่ความสำเร็จเข้ามาถึง กลับต้องกลายเป็นคู่พิพาทที่มองหน้ากันไม่ติด และเรื่องราวลุกลามใหญ่โตจนถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาล ฟ้องร้องกันด้วยมูลค่าความเสียหายสูงถึง 20 ล้านบาท
รายการ โหนกระแส วันที่ 25 ส.ค. 69 ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดหมายเลข 33 สัมภาษณ์ ต้า เฟ็ดเฟ่, ก้อง - ต๊วย-เด-ไต๋อดีตพนักงาน , ทนายอรนุชญา รุ่งเรืองนพรัตน์ หรือ ทนายไข่มุก และ ทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์
มีโอกาสเจอยัตมั้ย?
ต้า : ผมพยายามขอพูดคุยกับเขามาโดยตลอด แต่เขาปฏิเสธ ครั้งแรกเขารับครับแล้วออกมาตามคลิปเสียง ที่ผมไม่คิดว่าจะได้รับคำพูดนี้จากเขา จากคนที่ผมรักมาก ที่เราเหนื่อยทำงานมาด้วยกัน
ย้อนกลับไปที่มาที่ไป อันนี้อดีตพนักงาน ทำงานด้วยกัน ที่ไหน?
ต้า : บริษัทชัยโสโร ช่องยูทูปต้ายัตครับ
ก้อง ผมเป็นพร็อบและนักแสดงครับ
คนรู้จักคุณก้องเยอะเหมือนกัน คนชอบมาก ส่วนต๊วย เป็นพนักงานทำหน้าที่อะไร?
ต๊วย : ถ่าย ตัดต่อ กำกับ ครีเอทีฟ มีออกจอบ้าง
ฝั่งโน้นล่ะ?
เด-ไต๋ : เป็นนักแสดงครับ
พวกคุณเองรู้เห็นเรื่องราวในอดีต?
ต้า : สองคนนี้เขามีเคสที่ไม่เกี่ยวกับผม เป็นคู่กรณีกับทางโน้นด้วย
ไม่ได้มายืนยันข้อเท็จจริงอย่างเดียว มีเคสแยกเคสด้วย?
ก้อง : ครับ
ต้า ที่มาที่ไป ก่อนหน้าเปิดเพจ คุณเป็นมายังไง?
ต้า : ก่อนอื่นขออนุญาตเล่าเรื่องผมในวันนี้ หลายท่านอาจไม่เข้าใจ เป็นตามกระแสที่หลายท่านเรียกร้อง เคสที่มีคนลำบากกว่าผมเยอะแยะมากมาย ก็ขอเล่าเรื่องผมในวันนี้ ขอบคุณทุกคนที่ส่งข้อความมาให้กำลังใจ มีความหมายกับผมจริงๆ โลกนี้มีนักวิจารณ์มากมาย แต่คนให้กำลังใจมีไม่มากพอ จงทำให้สังคมเป็นสังคมให้กำลังใจกันนะครับ ผมอยากให้สังคมเป็นอย่างนี้ต่อไปในทุกๆ เคสครับ
ตั้งแต่ปี 2012 เกิดอะไรขึ้น?
ต้า : โดยเริ่มต้น ผมมีความใฝ่ฝันทำหนัง ทำรายการ มาตั้งแต่เด็ก ฝึกฝนมาเรื่อยๆ จนชีวิตเหมือนรถไฟเหาะตีลังกา เกิดขึ้นสูงสุด คือผมประกวดหนังสั้นแล้วชนะบ่อย จนได้เป็นว่าที่ผกก.หนังค่ายจีทีเอช วางโปรเจกต์แล้ว แล้วเกิดรู้สึกว่าไม่ใช่ทางเรา เราความสามารถไม่มากพอ เพราะพี่ๆ ในจีทีเอชเขาเก่งมาก คุณภาพสูง เราอาจต้องฝึกอีกเยอะ ตอนนั้นก็ทำงานเป็นผู้ช่วยผกก.ในจีทีเอช เพื่อฝึกวิชาไปด้วย เขียนบทไปด้วย มีวันนึงฟุตบอลโลกเตะ เราอยากทำตามความฝัน เราก็ลาออกจากจีทีเอช ไปทำตามความฝัน ไปดูฟุตบอลโลกเตะให้ครบทุกวัน กำเงินประมาณ 1.5 หมื่น ใช้ชีวิตดูได้แค่รอบ 8 ทีมสุดท้าย เงินหมด ก็เลยต้องไปทำงาน บังเอิญมีพี่โจ้ กับพี่แอ๊ะเขาเปิดเฮ้าส์โฆษณา ก็เลยชวนผมไปทำงานโฆษณา ชีวิตเหมือนขึ้นสุดไปแล้ว เคยจะได้กำกับหนังกับค่ายจีทีเอช แล้วก็ร่วงลงมา เขาชวนไปอีกหนทางนึงไปทำโฆษณา ย้อนกลับไปเมื่อ 16 ปีที่แล้ว ยูทูปยังไม่ดัง ไม่มีใครรู้จัก ก็ได้เจอกับลูกค้าเอเจนซี่ที่เขาไปสัมมนาเมืองนอกเมืองนา เขารู้จักเรา ก็บอกว่าต้านิสัยเหมาะกับยูทูป ลงคลิปออนไลน์ได้ ยุคนั้นไม่มีคนรู้จัก ผมก็เชื่อผู้ใหญ่ ก็เลยลุกขึ้นมาทำ ตอนนั้นชื่อช่องเฟ็ดเฟ่บอยแบนด์
มีสมาชิกกี่คนที่ทำ?
ต้า : ไล่ๆ รวมแล้ว 10 คนครับ ตอนนั้นมียัตด้วยครับ เข้ามาเป็นคนที่ 9
แต่หัวเรือคือคุณเลย?
ต้า : ใช่ครับ
จากนั้นยังไงต่อ?
ต้า : เราก็ปลุกปั้นบริหาร ตอนแรกยูทูปมันใหม่สังคมยังไม่ยอมรับ ไม่รู้จะได้รายได้จากไหน ยูทูปยังไม่ให้เงินจากยอดวิว เพื่อนก็ไม่เชื่อ เราบอกจะบอกจะทำให้ดู แค่นัดมาถ่าย ก็มากันแล้วกัน ผมก็ถ่าย มันก็สนุกกัน ต่อตัด อัปโหลดลงไป คลิปแรกยังเงียบๆ แต่คลิปสองปัง แล้วดังเลย
ทำงานร่วมกับยัต ปรากฏดัง อยู่กันนานมั้ยถึงแยกย้าย?
ต้า : ประมาณ 6-7 ปี
ทำไมแยกย้าย?
ต้า : กระแสโซเชียลที่เปลี่ยนไป รายจ่ายเราสูง เราเหมือนบริหารแบบบ้านๆ ใครอยากได้เงินเดือนเท่าไหร่เขียนมาเลย เรารักเพื่อน เพื่อนอยากได้เท่าไหร่เราให้หมดเลย ตอนนั้นเราบริหาร เวลาเพื่อนได้เงินเยอะๆ เราก็มีความสุขด้วย เราก็ดีใจ วันที่เพื่อนดาวน์รถมา เอารถออกมาวันแรก เราก็โห ยิ้มมีความสุข เพื่อนทุกคนจนด้วยกันมาก่อน เห็นเพื่อนไปซื้อบีเอ็ม ซื้อเบนซ์ เราโคตรมีความสุขเลย
คุณซื้ออะไร?
ต้า : ฟีโน่คันนึง (หัวเราะ)
อ้าว เอาเงินให้เพื่อนไป?
ต้า : ณ ตอนนั้นรู้สึกว่าเป็นความสุข เรารัก เราให้ได้ ผมได้ทำตามความฝันแล้ว ผมชอบทำคลิปทำสื่อบันเทิง โดยหลักผมทำเบื้องหลัง แค่นั้นก็คือรางวัลชีวิตแล้ว
คุณคิดว่าเดี๋ยวคุณหาใหม่ได้?
ต้า : ก็ใช่ครับ แต่ว่าผมชอบทำงาน ชอบทำคลิป แค่นั้นก็ฟินจนมีความสุขสุดๆ จนไม่ต้องการอะไรแล้ว
แยกย้ายแล้วคุณมาเริ่มใหม่กับ?
ต้า : กับเพื่อนรัก
กับยัต คุณกับยัตเลยตกลงทำยูทูปขึ้นมาใหม่ 1 ช่อง?
ต้า : ครับ โดยขณะทำเฟ็ดเฟ่ ผมก็สร้างฟนเพจ และสร้างยูทูปส่วนตัวของผมชื่อต้าเฟ็ดเฟ่ครับ สร้างแยกส่วนตัวด้วย
เฟ็ดเฟ่ปิดไปมั้ย?
ต้า : บริษัทก็ปิดครับ ส่วนเพจก็ร้างไม่ได้ใช้ต่อ
คุณมาเปิดใหม่ คือต้า เฟ็ดเฟ่ ของคุณคนเดียว ทั้งแฟนเพจและยูทูป?
ทนายไข่มุก : ไม่ได้เปิดใหม่ แต่มีมาตลอดอยู่แล้ว
ต้า : ทำไว้อยู่แล้ว ไว้ลงคลิปเล่นกับน้องชาย แคสเกมส่วนตัว
อย่างผมมีโหนกระแส ผมก็มีหนุ่ม กรรชัยด้วย คุณมีเฟ็ดเฟ่ ก็มีต้า เฟ็ดเฟ่ แล้วคุณมาเปิดช่องใหม่อีกช่อง?
ต้า : ไม่ได้เปิดใหม่ เอาต้า เฟ็ดเฟ่นั่นแหละเปลี่ยนชื่อใหม่กับเพื่อนซี้
เหมือนผมเอาหนุ่ม กรรชัยไปเปิดกับพี่ตุ๋ย ก็เปลี่ยนชื่อใหม่ไป จากหนุ่มกรรชัยก็เปลี่ยนเป็นเช็ดโด้ เมนหลักตอนนั้นคือใคร?
ต้า : ก็คุยกันทั้งคู่ครับ
ตอนนั้นมีบริษัทมั้ย?
ต้า : มีครับ
คุณเปลี่ยนช่องต้า เฟ็ดเฟ่ เป็นชื่อ?
ต้า : ต้ายัตชัยโสโรครับ
ยัตติดต่อมาเรียบร้อยแล้วนะ อย่างน้อยจะได้ฟังสองมุม เคยมีใครเป็นคนกลางให้คุยกันบ้างมั้ย?
ทนายไข่มุก : พี่แอ๊ะ แต่ไม่จบค่ะ พี่ยัตเขาเหมือนไม่รับอะไรตอบกลับมา
คุณแอ๊ะมีบทบาทสำคัญพยายามผลักดันให้สองคนได้เคลียร์กัน จากนั้นพอคุณเปิดเป็นต้ายัตชัยโสโร เป็นไงต่อ?
ต้า : เริ่มทำคลิปกัน โดยใช้บ้านผมเป็นออฟฟิศ บ้านก็ไม่ได้ใหญ่ เป็นทาวเฮ้าส์หลังเล็กๆ 18 ตารางวา ใช้ห้องด้านล่างเป็นห้องตัดต่อ ใช้โถงบ้านเป็นที่ถ่ายเป็นที่ประชุม มีโต๊ะๆ นึง พนักงานมีต๊วยคนแรก ฝ่ายตัด ฝ่ายครีเอทีฟ มีฝ่ายบัญชีชื่อ บ. เป็นน้องสาวยัตทำบัญชี แต่ไม่ได้เป็นน้องสาวแท้
มาจากยัต น้อง บ. ทำบัญชีการเงิน?
ต้า : แล้วมีภรรยาของเขามาช่วยเขาดูแล ซึ่งภรรยาเขาก็สนิทกับ บ.
ในตอนที่คุณเองมีการเปิด ต้ายัต ชัยโสโร คุณเปิดบริษัทควบคู่เพจด้วยมั้ย?
ทนายไข่มุก : บริษัททีหลังค่ะ ย้อนเล่าว่าชัยโสโร เป็นชื่อที่พระตั้งให้ ไปขอทีหลัง บริษัทที่จด ตอนแรกจดเป็นชื่อบริษัทอื่นก่อน แล้วพี่ต้าไปใช้ชัยโสโร เปลี่ยนอีกทีนึง ซึ่งบริษัทนี้เป็นบริษัทญาติพี่ยัต ฤทธี
บริษัทเปิดมาเพื่อ?
ทนายไข่มุก : เปิดมาเพื่อรับเงิน เวลามีจ้างแสดงหรือจ้างอะไร ส่งใบเสนอก็จะเป็นชื่อบริษัทนี้ค่ะ
ฤทธีเป็นบริษัท?
ต้า : พี่สาวภรรยาเขา ที่ไม่ได้ใช้ เราจะได้ไม่ต้องจดใหม่
พอว่าบริษัทไม่ได้มาทางคุณ มาอีกทางนึง ทางเมีย ญาติเมียเขาเปิดมาเป็นฤทธี แล้วเปลี่ยนจากฤทธีเป็นชัยโสโร อำนาจไปอยู่ตรงหัวนี้ด้วยเหมือนกัน?
ทนายไข่มุก : เหมือนร้างเฉยๆ ค่ะ เพราะว่าการเปลี่ยนบริษัทไม่ได้ใช้งานแล้ว จากนั้นเปลี่ยนเป็นต้ายัตชัยโสโร โดยพี่ต้าถือหุ้น 49 เปอร์เซ็นต์ พี่ยัตถือหุ้น 49 เปอร์เซ็นต์ แล้วภรรยาคุณยัตอีก 2 เปอร์เซ็นต์ค่ะ
ทนายตุ๋ย : พูดง่ายๆ เอาบริษัทเก่ามาเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนกรรมการ เปลี่ยนผู้ถือหุ้น
ก็ดำเนินการมาเรื่อยๆ แล้วเป็นยังไงต่อ?
ต้า : ก็ใช้บ้านผมเป็นออฟฟิศ ผมก็นอนชั้นสอง จริงๆ ด้วยความที่เราเป็นเพื่อนรักกัน เล่นมุกเข้าขากัน ผมเป็นตัวปู เขาเป็นตัวตบชง ตอนอยู่เฟ็ดเฟ่ เขาตำแหน่งนักแสดงอย่างเดียว เราไม่เคยทำงานร่วมกัน เราแค่แสดงร่วมกัน ตอนเฟ็ดเฟ่ผมก็คิด เตรียมงาน วางแผน ส่วนยัตมีหน้าที่เป็นนักแสดง มาเข้าฉาก เจอวันถ่ายอย่างเดียว นานๆ ทีประชุมเพื่อน เราไม่เคยทำงานทำคลิปร่วมกัน การทำต้ายัตชัยโสโร เหมือนการร่วมงานกันครั้งแรก มันเลยมีครั้งแรกที่ร่วมงานกันแล้ว ถกเถียงเรื่องความคิด ไม่ลงรอยกันตั้งแต่สัปดาห์แรก เขาเป็นคนอารมณ์ร้อน ปากไว พูดเหน็บพูดด่า อารมณ์ขึ้น เราไม่เคยเจอ ก็คิดว่ามันไม่ใช่แล้ว เราขอลาออกเลยตั้งแต่สัปดาห์แรก ก็พูดกันแบบเพื่อนว่าไม่รู้กูทำให้มึงหงุดหงิดหรือเปล่า ดูไม่ดีเลย ทะเลาะกันต่อหน้าลูกน้อง บางทีก็ต่อหน้าเมียมึงด้วย ต่อหน้าลูก กูว่าเราไม่เหมาะ มึงทำคนเดียวไปเลยแล้วกัน แต่ก็ยังงงๆ ว่ามาตั้งออฟฟิศที่บ้านผมแล้ว ชื่อถือหุ้นไปแล้ว แต่ตอนนั้นตัดสินใจเด็ดขาด ว่าไปต่อลำบากแน่เลย เขาก็เฮ้ย เพิ่งเริ่มเอง มันจะแยกกันเลยเหรอวะ ปรับๆ กันไป ผมก็เออว่ะ เพิ่งสัปดาห์เดียวเอง เราคงปรับตัว ไม่ทะเลาะกันแล้วแหละ โอเค ได้ อยู่ต่อ
ก็ลุยกันต่อ?
ต้า : ลุยกันต่อ ก็เป็นเหมือนเดิม ทะเลาะกันอีก ผมก็อดทน แล้วเริ่มโดน Gaslighting เป็นการครอบงำทางความคิด หลอกความจริง ต้องการควบคุมความคิด จะพูดว่าเราผิดเสมอ ต้องให้เชื่อฟังเขา พูดว่าผมทำโน่นผิดทำนี่ผิดให้เชื่อเขา จนเราด้วยความรัก เขาพูดว่าตอนทำเฟ็ดเฟ่ มันใช้ความคิดต้าไปแล้ว เขาเห็นบางจุดที่มีข้อเสียที่ต้าบริหารตอนเฟ็ดเฟ่ พอมาเป็นอันนี้ เขาขอความคิดเป็นหลัก เขาบอกว่าคิดว่าการเผด็จการจะทำให้เร็วกว่า เพราะบริษัทเราเป็นบริษัทเล็ก ไม่ควรประชาธิปไตย จะพูดแบบนี้โน้มน้าวเรา บวกกับบอกว่าเราสมองเสื่อมแล้ว ฟอร์มตก คิดไม่ดีแล้ว อันนั้นผิด อันนี้ผิด เวลาผมคิดไอเดียตัดต่อ เขาก็บอกไม่ดีๆ มึงทำงานไม่ได้แล้ว เราก็เชื่อ ตอนแรกไม่เชื่อ แต่พอโดนทุกวัน เราเป็นคนที่รักและศรัทธาเขา เราเป็นแฟนคลับเขาด้วย เป็นแฟนคลับคนแรกในชีวิตเขา ย้อนไปตั้งแต่ม. 1 ผมยืนเกาะลูกกรงที่โรงเรียน ยืนมองเขา เฮ้ย ไอ้คนนี้ตลกจังวะ ทำไมถูกชะตา เราอยากเป็นเพื่อนจังว่ะ จนผมหาวิธีไปเป็นเพื่อนกับเขา จนความฝันเป็นจริง ได้เป็นเพื่อนกับเขาตอนม.4 ได้มาอยู่ห้องเดียวกัน เรามีความสุข เวลาได้อยู่กับเขา เขาเอนเตอร์เทนเก่ง ผมก็บอกว่ากูเป็นแฟนคลับมึงนะ แค่ได้อยู่กับมึงก็มีความสุขแล้ว
ทนายตุ๋ย : ที่เขาบอกว่าไม่ดี เขาหยิบงานต้ามาใช้มั้ย
ต้า : ใช้ครับ ด่าๆ บ่นๆ แต่จบที่ว่ามึงทำเลย กูปวดหัวแล้ว สุดท้ายก็ทำอยู่ดี มีเขาร่วมคิดด้วย แต่เขาบอกว่าเขาความคิดดีกว่า
ทนายไข่มุก : ปัญหาหลักๆ ไม่ใช่แค่เรื่องคำพูด แต่รวมถึงเราสามารถทำอะไรกับเพื่อนคนนี้ก็ได้ อย่างเช่นอยู่ดีๆ ไปโดนหัวพี่ต้า แล้วลงท้ายว่ามึงดังแน่ถ้ากูทำแบบนี้ เขาจะทำอะไรกับพี่ต้าก็ได้ เขาพูดยังไงคะ
ต้า : จะมีเหตุผลดีๆ โน้มน้าวเสมอ ว่ามันฮา ทำให้วิวเยอะ
ทนายไข่มุก : มีวางยานอนหลับเกินขนาดให้กิน
ต้า : อันนั้นก็เป็นคอนเทนต์ครับ ร่วมกันครับ
แต่ตบหัว มาจากที่เขาคิด?
ต้า : ไม่ใช่ครับ เป็นชีวิตเรียลๆ ประจำวันที่ผมโดน พนักงานฝ่ายบัญชี เหมือนผมเป็นตัวโบ๋ ใครก็ได้ ลูกน้องทุกคนจะแกล้งหมด ผมจะโดนด้อยค่า จนผมก็ยอม แล้วกลายเป็นคนกระจอกในออฟฟิศที่ใครจะทำอะไรกับผมก็ได้
พูดง่ายๆ ถ้าเป็นละคร คุณถูกวางบทบาทให้เป็นตัวตลก ใครจะแกล้งจะทำอะไรก็ได้ ถ่ายมาเรียลๆ ถามจริงคุณเต็มใจมั้ย?
ต้า : ไม่ครับ ไม่มีใครเต็มใจ แต่เหมือนเราถือตำแหน่งเจ้าของบริษัท ตำแหน่งพี่ใหญ่ที่เราไม่อยากให้บรรยากาศในออฟฟิศมันไม่ดี เราเลยยอมทุกคนเพื่อให้บรรยากาศมันดีต่อไป เราทำงานเอนเตอร์เทน เลยต้องยอม
ทนายไข่มุก : ตอนแรกพี่ต้าบอกว่ามันสนุก ก็เล่นแกล้งกัน เฟ็ดเฟ่เหมือนสู้กันแรงๆ ยิงปืน เพ้นต์บอลกัน หรือกระโดดจากบ้านสูงๆ พอมาเป็นชัยโสโรเหลือแค่สองคน พี่ต้าเป็นทั้งเจ้าของบริษัท ผู้ถือหุ้น เป็นซีอีโอด้วย เหมือนอยู่กันสองคน ก็ต้องตีกันสองคน ต้องมีตัวโดนตัวนึง พี่ยัตเขาวางว่าเขาจะเป็นผู้บริหารแล้ว กลายเป็นว่าคนทั้งบริษัทจะมองว่าพี่ยัตคำสั่งสูงสุดเด็ดขาด แล้วประกอบกับที่ผ่านมาเอาตรงๆ ต้องยอมรับความจริงว่าพี่ยัตดังที่สุด ซัคเซสที่สุด ทุกคนก็เลยจะยอม
ง่ายๆ จากคอนเทนต์กลายเป็นความลำบากใจของผู้ถูกสร้างมาให้เป็นแบบนั้น?
ต้า : ใช่ครับ แต่ว่าผมโดน Gaslighting หลังกล้องในชีวิตประจำวันตลอดเวลา หน้ากล้องเป็นแค่คอนเทนต์ ยกตัวอย่างไปถ่ายต่างจังหวัดแล้วเบิกเงินออฟฟิศไม่ทัน ผมก็แอดวานซ์ไปก่อน แล้วมีหน้าที่ถ่ายทำตัดต่อ กำลังจะมาเบิก ก็มีคำพูดว่างานไม่ผ่าน ยังจะกล้ามาเบิกอีกเหรอ ต้องรับผิดชอบเองแล้วล่ะมั้ง เราก็เชื่อว่ามันไม่ดีเหรอ งั้นออกเองก็ได้ เราไม่อยากทะเลาะ เราไม่อยากให้บรรยากาศมันเสีย เราก็ยอมกลืนเลือดเข้าไป
ทนายไข่มุก : ทุกคนรู้กันหมดว่าพี่ต้าป่วย ป่วยเป็นอะไรเขาก็ทราบกัน ก็เกิดจากเขาเป็นแกสไลต์ตรงนี้ด้วย
เหมือนถูกกระทำไปเรื่อยๆ มึงคือตัวตลกๆ โดนด้อยค่า กูตบหัวมึงก็ได้ โกนหัวมึงก็ได้ ออกกองมึงจ่ายตังค์ไป แต่เบิกไม่ได้เพราะทำไม่ดีนี่หว่า มีหน้ามาเบิกอีก โดนแบบนี้ไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะหน้ากล้องหรือหลังกล้องจนส่งผลให้กลายเป็น?
ทนายไข่มุก : จิตเวชค่ะ
แล้วมีใบรับรองการเป็นจิตเวชออกมาด้วยนะ ต้าไม่เคยออกมาพูดเลย แล้วครั้งนี้เพราะอะไรถึงลุกขึ้นมาพูด ลุกขึ้นมาต่อสู้?
ต้า : ก็อยากเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับชีวิตเราบ้างครับ พ่อผมป่วยหนักจนต้องกลับไปรักษาที่บ้านตามมีตามเกิด เพราะไม่มีเงิน แม่ก็ลำบาก ทุกคนลำบากหมด แฟนก็ต้องเลิก เพราะเราไม่มีอนาคตเลี้ยงเขา ตอนแรกผมยอมแพ้ไปแล้ว เพราะผมเคยออกมาพูดแล้วย้อนไปเมื่อ 1 ปีที่แล้ว ผมไม่มีแฟนคลับเลย เพราะหลักๆ ผมอยู่เบื้องหลังและเป็นพิธีกร ไม่ใช่ตัวมีมตัวตบมุก ไม่มีซีนเด่น ไม่มีแฟนคลับ ผมดังมาจากกลุ่มและจากคู่ ซึ่งแฟนคลับส่วนใหญ่ชอบเขามากกว่า ตอนแรกผมพูดคนเดียว สู้คนเดียว พูดคนเดียว สู้ไม่ได้ พอผมพูดๆ แล้วกลายเป็นคนไม่เชื่อ กระแสตีกลับ ทัวร์ลงหนักเลย เขาไปรวมกลุ่มกับเพื่อนเก่าเฟ็ดเฟ่และรุ่นน้องโฮอาน่า รวมกันครบเลย แล้วมีคำพูดว่าเฟ็ดเฟ่มากันครบ ยกเว้นเบียร์สดกับจะเด็จ ไม่มีชื่อผม ทุกคนรวมกันชื่นมื่น มีการไปสงสารยัต กอดยัตว่าน่าสงสารจังเลย ถูกกระทำ
ทนายไข่มุก : เขาถูกกระทำจากอะไรคะ ที่บอกพี่ต้าโกงเกิดจากอะไร
ต้า : เขาเหมือน Gaslighting ว่าบริษัทเฟ็ดเฟ่ไม่ใช่ของผม มีเงินยูทูปของเฟ็ดเฟ่ ก่อนหน้านี้ขึ้นอยู่กับผม เพราะผมเป็นผู้ก่อตั้ง แล้วผมถือหุ้น 98.5 เปอร์เซ็นต์ มีเงินค่ายอดวิวเก่า ผมจะใช้เองหรือแบ่งให้เพื่อนก็ได้ วันที่เราฟู่ฟ่ากับชัยโสโร เราไม่จำเป็นต้องใช้เงินส่วนนี้
ทนายไข่มุก : ต้องเล่าก่อนว่ามันมีเงินจำนวนนึงที่พี่ต้าเอาออกมา บริษัทเฟ็ดเฟ่หยุดไปแล้ว แต่มีเงินจากค่าวิวยูทูป พี่ต้าเอาเงินส่วนนั้นออกมาเพื่อจ่ายค่าภาษี ค่าทำบัญชี เพราะบริษัทยังไม่ถูกปิด พี่ต้าเล่าว่าเงินส่วนนี้เอามาใช้เสร็จปุ๊บ พี่ยัตก็มองว่ามันไม่ถูกต้อง ให้พี่ต้าพิมพ์เข้าไปในกลุ่มว่าขอโทษเพื่อนๆ ทุกคนที่เอาเงินมาใช้ เพื่อนๆ ทุกคนก็เลยมองว่าพี่ต้าเป็นคนไม่ดี มันมีแชตที่ก่อนหน้านี้ไม่รู้ใครเอาหลุดออกมา ประมาณว่าพี่ต้าขอโทษที่เอาเงินเพื่อนไป ซึ่งเหตุการณ์ตอนนั้นพี่ต้าเอาเงินไปใช้จัดการเรื่องบัญชีกับภาษี รวมถึงในประเด็นที่เกิดขึ้น พี่ต้าไม่จำเป็นต้องพิมพ์ไปก็ได้ เพราะมันเอาไปใช้กับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นจริงๆ
ถูกเอาไปอ้าง?
ทนายไข่มุก : ให้เพื่อนๆ เกลียด
จริงๆ คนละส่วนกัน เป็นส่วนของต้าเอง?
ต้า : ครับ แล้วผมมีปัญหาเรื่องเงินกับชัยโสโร ตอนแรกผมเงินเดือนแสนห้า ถูกเขาหักเหลือ 4 หมื่น
ทนายไข่มุก : แสนห้าเท่ากันสองคน
วันนี้คุณดับเครื่องชนแต่ไม่เป็นไร คุณถูกหักค่าอะไรเหลือ 4 หมื่น?
ต้า : ครอบงำ Gaslighting ว่าผมทำงานไม่ดี ไอเดียไม่ผ่าน หรือคลิปที่ผมทำออนไปแล้วบอกว่าไม่ดี ให้ปรับก็ไม่ดี เริ่มทะเลาะกัน เขาบอกว่าเฮ้ยเราจะได้ไม่ต้องทะเลาะกัน เดี๋ยวจ้างพนักงานเพิ่มสองคน มึงไม่ต้องทำแล้ว จะได้ไม่ต้องทะเลาะกัน ขอหักเงินส่วนนี้ไปจ้างพนักงานเพิ่มสองคน หักไปแสนนึง ไปจ้างเพิ่มสองคน
เพราะคุณทำไม่ดี ต้องเอาคนอื่นเข้ามาแทน?
ต้า : ผมก็เชื่อ ตอนนั้นเริ่มมีอาการจิตเวชแล้ว
มีคนแย้งมั้ยว่าคุณป่วยตั้งแต่อยู่เฟ็ดเฟ่?
ต้า : จริงครับ
ทนายไข่มุก : พี่ต้าป่วยหลายโรคค่ะ ตอนอยู่เฟ็ดเฟ่ทำงานหนักมากๆ ถึงขั้นเกือบตาย เพื่อนๆ ต้องสั่งให้ไปรพ. ถึงจะไป แล้วก็ป่วยอาการทางจิตจากที่คุยกับพี่ต้า เขาเป็นมาตลอด จนทุกวันนี้จะมีอาการไม่รู้ตัวทุกครั้ง จะมีอาการดิ่ง
ต้า : ถ้าพูดถึงเขาผมกลัวเลย เป็นบาดแผลชีวิตแล้ว
ตอนนี้คุณดีขึ้นแล้ว?
ต้า : ไม่ครับ
คุณไหวเหรอที่พูดถึงเขา?
ต้า : มันต้องไปให้ได้ บาดแผลติดตัวไปตลอดชีวิตแล้วครับ ผมไม่อยากให้เรื่องมันเกิด ผมก็เสียใจมากที่ต้องพิพาทกับเขา เพราะผมรักเขามาก
เท่าที่ทราบ คุณสิ้นไร้ไม้ตอก แม้แต่ทนายก็หาไม่ได้ คุณเดินไปหาไข่มุกจริงมั้ย เดินกี่กิโล?
ต้า : เดินจากสุขุมวิท พระโขนง ไปนนทบุรีครับ
เพื่อไปหาทนาย ทำไมไม่นั่งรถไป?
ต้า : มันก็เดินคิดไปเรื่อยๆ ครับ เป็นวันที่ทัวร์ลงหนักมาก ผมโดนแบนงานในวงการ ผมไลฟ์สดขายของ คนก็ตามมาด่า ไอ้ต้าขายเพื่อน ไอ้ต้าเกาะเพื่อน ไม่มีเขาแล้วมึงก็โบ๋
อับจบหนทาง เงินไม่มี ไม่มีทางไป?
ต้า : พ่อก็ป่วยหนัก
เขาเดินมาหาเรา เขาว่ายังไง?
ทนายไข่มุก : ก่อนนั้นมีพี่พี่แอ๊ะ ชาติฉกาจ ไวกวี พี่แอ๊ะพาพี่ต้ามาก่อนรอบแรก ทำคดีไปก็ทำได้ประมาณ 1 คดี จากนั้นมีคดีตามมาเยอะมาก เพราะพี่ต้าถูกฟ้องเป็นจำเลยหลายคดี มีที่ฟ้องผ่านศาลประมาณ 2-3 คดี ที่สน.คลองด่านอีก 4 คดี สิ่งที่เกิดขึ้นคือพี่ต้าเหมือนไปปฏิบัติธรรมด้วย แล้วพี่ต้าเคยบอกทนายว่าผมไม่มีเงินเยอะขนาดนั้น มันจะมีแค่คดีแรกๆ ที่พี่แอ๊ะช่วยออกเงินค่าทนายความ พอตอนหลังพี่ต้าถูกฟ้องเยอะๆ เขาคิวตี้ว่าเขาไม่มีเงิน ที่จะจ้างทนายความ แกก็ใช้ชีวิตเดินบ้าง ทำอะไรบ้าง พยายามกอบกู้ชีวิตตัวเองโดยการทำคลิปทำอะไร แล้วมาหาทนายความแล้วเล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น วันนั้นพี่ต้าเล่าให้ฟังว่าผมเกือบตายแล้ว ผมซื้อปืนผ่านเพจ แล้วเขาก็บิดผม ผมเลยไม่ตาย
จริงๆ ประสานยัตไปตั้งแต่เมื่อคืน แต่ติดต่อไม่ได้ เขาอาจไม่รับเบอร์แปลก ก็ให้โอ๊ต ปราโมทย์เป็นธุระในการติดต่อไปให้ มุมข้อเท็จจริงของยัตก็อีกเรื่องนึงเลยนะ อดีตพนักงานก็มีเรื่องบอบช้ำกับยัตเหมือนกัน คุณโดนเรื่องอะไร?
ก้อง : ผมโดนไล่ออก ลบเพจ ลบช่อง ช่องผมเอง
เขาลบได้ไง?
ก้อง : แต่ก่อนผมอยู่บริษัทชัยโสโรด้วย แล้วผมเข้าแอดเขาอยู่ในคอมพ์ฯ นั้นด้วย
ชื่อของคุณ คุณเปิดเอง แต่คุณทำงานที่นั่น บริษัทนั้น คุณใช้คอมพ์ฯ ล็อกอินเข้าไป พาสเวิร์ดค้างอยู่ในนั้น วันดีคืนดีลบออกเลยหายหมด ช่องคนตามเท่าไหร่?
ก้อง : 3 แสน เกือบ 4 แสนครับ ตอนนั้นชื่อช่องก้องทรงเอ เป็นช่องทำกับข้าวครับ
ต๊วย : เขาชื่อเชฟก้องครับ
ต๊วยก็มีประเด็น?
ต๊วย : ออกมาพร้อมกัน ก็โดนเหมือนกัน
ก้อง : เขาโดน Gaslighting หนัก
พี่ตุ๋ยถามก่อนเข้ารายการ ถามมาคำนึง ถามดีเหมือนกัน ว่าเป็นไปได้มั้ยการที่เราเป็นนักแสดงแล้วเหมือนเราอินมาก จนเราไม่รู้ตัวเองว่าเราเป็นใคร ผมก็ตอบไปว่าถามว่าเป็นไปได้มั้ย มุมนึงผมว่าไม่น่าจะ แต่ผมเคยเป็น เพราะสมัยก่อนผมเล่นละครเยอะมาก เล่นทุกวันๆๆ จนวันนึงตอนนั้นไม่ได้เป็นพิธีกร ตื่นมาแล้ววันนี้กูเป็นใครวะ นี่เรื่องจริง กูเป็นใครวะวันนี้ กูเป็นธงฉาน หรือกูเป็นคนเหี้xหรือเปล่า กูเป็นคนดีนี่หว่า คิดอย่างนั้นเลยนะในสมองประมวลมาอย่างนั้นเลย เราติดอยู่กับตัวละคร ติดอยู่กับสิ่งที่เราต้องตื่นมาวันนี้เป็นคนนี้ พรุ่งนี้เป็นคนนี้ เมื่อก่อนผมไม่ได้เป็นพระเอก ผมก็รับงานคละเคล้า วันนี้เป็นคนร้าย พรุ่งนี้เป็นคนดี พรุ่งนี้เป็นตัวตลก ชีวิตก็เลยมีแบบนี้ทุกวัน แต่ขณะเดียวกัน คนเล่นเป็นพระเอก เขาก็จะรับงานแบบ วันนี้กูเป็นพระเอก ก็ยึดแบบนี้ตลอด แต่อย่างผมไม่ได้เป็นแบบนั้นไง ก็เลยมีภาวะแบบนั้นได้เหมือนกัน แต่ในขณะเดียวกัน ชีวิตก็ต้องอยู่ในโลกความเป็นจริงด้วย แต่ขณะเดียวกัน คุณเองเท่าที่ฟังมา และถ้าเป็นอย่างที่ต้าพูดนะ ชีวิตต้าเหมือนไม่มีโลกความจริงอยู่เลย?
ต้า : ผมไม่ออกจากบ้านเลยครับ
ชีวิตต้าเหมือนกับว่า ชีวิตกูต้องเป็นไอ้ขี้แพ้ เป็นตัวตลกให้เขาแกล้ง ชีวิตกูต้องเป็นคนไม่มีค่า ลูกน้องจะตีหัวกูก็ได้ ชีวิตไม่ได้อยู่กับข้อเท็จจริงเลย ทำให้เราเพี้ยนไปได้นะ?
ต้า : ชีวิตผมไม่มีเพื่อนเลย ผมอยู่แต่ออฟฟิศ แต่ก่อนผมนอนออฟฟิศด้วย นอนตลอด 4 ปี ช่วงย้ายออฟฟิศก็กลับมาบ้าน และไม่เคยออกไปเที่ยวไหน ไม่มีสังคม ไม่มีออกไปก๊วนรถ ไม่มีออกไปดื่มเหล้า ชีวิตผมมีแต่เขาเท่านั้น ผมก็รักและยกให้ เขาว่าอะไรก็เชื่อตามนั้น และอยากให้เขามีความสุข สมมติเขาหงุดหงิดอะไรในตัวเรา เราก็ไม่ตอบโต้ เรายอมเพื่อให้เขาหายหงุดหงิด
คุณไม่ได้เป็นแบบเพื่อนกูรักมึงว่ะใช่มั้ย?
ทนายไข่มุก : เป็น
ห๊า?
ต้า : เคยโดนอย่างเดียว แต่ไม่เคยทำเขา ไม่ได้จะหนมน้าเขา
ทนายไข่มุก : เป็นเรื่องตลกๆ ค่ะ แฟนคลับจะเรียกว่าต้ารักกรึ๊บ รักมั้ยคะ
ต้า : ไม่รักครับ วันไนท์สแตน รักแท้ในคืนหลอกลวง
อะไรทำให้คุณแตกหักกันได้ขนาดนี้ อาจเป็นคุณโดนรังแกไปเรื่อยๆ คุณอาจใช้คำว่าโดนระบบเผด็จการ อยู่ดีๆ ทำไมคุณถึงไปถอนชื่อออกจากการเป็นผู้ถือหุ้น อันนี้ผมสงสัย?
ต้า : ไม่รู้เรื่อง เพิ่งมารู้ทีหลัง สมมติวันที่อยู่กันไม่ได้ ผมก็หนีออกมา ถ้าจะเปรียบเทียบก็เหมือนผัวกับเมีย ก็ง้องอนกัน ผมก็เป็นเหมือนเมีย ขอเก็บกระเป๋าหนีออกมาก่อน เขาก็โทรตามง้อ ผมก็ยอมในบางอย่างที่เขาต้องการเพื่อสมานฉันท์ มันง้องอนไปมา เลยไม่มีการคุยเรื่องหุ้น และทรัพย์สินบริษัท เพราะไม่ได้เลิกกันขาด เหมือนแยกกันอยู่
ทนายไข่มุก : พี่ต้าเพิ่งไปพบว่ามีรายงานการประชุมแล้วมีสัญญาซื้อขายหุ้น ไปพบที่ศาลนี่แหละ พี่ต้าตกใจว่าเฮ้ย ไปเซ็นตอนไหน เพราะตัวรายงานการประชุมวันนั้นพี่ต้าไลฟ์อยู่ ในการไลฟ์พี่ต้าไลฟ์อยู่ที่บ้าน
11 ก.พ.2568 พิจารณาเรื่องเปลี่ยนกรรมการผู้มีอำนาจของนาย..คือคุณ?
ทนายตุ๋ย : ถ้าดูหัวเขาเรียกประชุมผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นมีกี่คนก็ต้องมาประชุมให้ครบตามจำนวนหุ้นถึงประชุมได้ แต่ทีนี้ทนายไข่มุกบอกว่าต้าไม่ได้เข้าร่วมประชุมจริง เขาเลยมองว่าการประชุมนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจริงและเป็นเท็จ
ฉะนั้นคุณเอาหลักฐานมาให้ดูว่า วันที่ 11 ก.พ. 68 สิบโมง คุณไลฟ์อยู่ ไม่ได้ประชุมด้วยแน่ๆ?
ต้า : ครับ
ขอดูภาพไลฟ์ วันที่ 11 ก.พ. เวลาบ่ายโมง 54 นาที?
ทนายไข่มุก : จะมีข้อความที่พี่ต้าตอบไลน์ลูกค้า เริ่มตั้งแต่ 10 โมงกว่า พี่ต้าบอกว่าผมงง ไม่รู้ว่านี่คือเอกสารอะไร แล้วปกติในการประชุม ต้องมีผู้ถือหุ้นจำนวน 1 ใน 4 อย่างน้อยต้องมีสัก 2 คน ผู้ถือหุ้นมี 3 ท่าน พี่ต้า ภรรยาพี่ยัต แล้วก็พี่ยัต แต่พี่ยัตเคยพูดแล้วว่ารายงานการประชุมตัวนี้ พี่ยัตไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ว่าในเอกสารพี่ยัตมีการเซ็นรับรอง แล้วจะปรากฎลายเซ็นพี่ต้าและภรรยาพี่ยัตแค่สองคนเท่านั้น ซึ่งพี่ต้าบอกว่าตัวเองไลฟ์อยู่ค่ะ
คุณมีหลักฐานยืนยันว่าคุณไม่ได้อยู่ในที่ประชุม ทำไมถึงมีเอกสารฉบับนี้ส่งมา?
ทนายตุ๋ย : จริงๆ ในรายงานการประชุมต้องเขียนด้วยว่ามีผู้ถือหุ้นเข้าร่วมกี่คน นับจำนวนหุ้นได้เท่าไหร่ แต่เหมือนในเอกสารจะไม่มีข้อความตรงนี้ มันเหมือนเป็นการปลอมเอกสารขึ้นมาเพื่อนำรายงานการประชุมนี้ไปทำนิติกรรมอื่นๆ ในส่วนของการจดทะเบียนบริษัท เปลี่ยนแปลงกรรมการ อำนาจกรรมการครับ
ทนายไข่มุก : นอกจากนี้ยังมีเอกสารตัวนึงเป็นสัญญาซื้อขายหุ้น ซึ่งเคยสอบถามพี่ต้าแล้ว ว่าวันที่ 28 พี่ต้าได้เซ็นมั้ย พี่ต้าบอกว่าพี่ไม่ได้เซ็นเพราะมันใส่รายละเอียดมาเยอะมาก แต่ก่อนหน้านี้ที่พี่เข้าใจ เขาบอกว่าพี่มีการเซ็นโอนหุ้นแล้ว พี่ต้าถ้าอีกฝ่ายพูดอะไรพี่ต้าก็จะเชื่อ พี่ต้าบอกทนายว่าพี่มีเซ็นแต่ไม่รู้เซ็นอะไร คิดว่าเขาต้องหลอกเป็นเอกสารโอนหุ้นแน่เลย นี่คือคำบอกเล่านะคะ ทนายเชื่อตามนั้น จนเจอเอกสารสองตัวนี้ คือรายงานการประชุม และตัวสัญญาซื้อขาย ซึ่งมีการบอกว่าตอนนั้นซื้อขายหุ้นพี่ต้าถูกมาก ประมาณ 3 แสนบาท ซึ่ง 3 แสนตัวนี้สลิปตัวนี้เมื่อไปเทียบแล้ว เป็นสลิปตัวที่พี่ต้าคุยกับภรรยาคุณยัต แล้วพี่ต้าก็มีการเซ็นบัตรประชาชนว่าของขวัญแคมเปญเสื้อสวัสดีปีใหม่ ปรากฏตามภาพนี้ ซึ่งไม่ใช่เงินค่าหุ้น
ทนายตุ๋ย : ในสัญญาใช่ลายเซ็นต้ามั้ย
ต้า : ไม่ใช่ครับ ยืนยันครับ
ทนายไข่มุก : คนทั่วไปมองก็จะรู้สึกว่าเป็นลายเซ็นพี่ต้า พี่ต้าเล่าให้ฟังสิคะว่าลายเซ็นตัวนี้มีที่มาที่ไปยังไง แล้วเวลาอยู่ในบริษัททำยังไงกัน
ต้า : บางทีเราถ่ายงานข้างนอก พูดตรงๆ ว่าเราเปิดบริษัททำกันแบบชาวบ้าน ไม่มีระบบ ไม่มีระเบียบ
ทนายไข่มุก : ตั้งแต่ตั้งมาเคยประชุมมั้ยคะ
ต้า : ไม่เคยมีประชุม บ้านๆ เลยครับ มีเซ็นอันนี้เอามั้ยวะ ต้องส่งแล้ว บัญชีเซ็นไปเลย
ทนายไข่มุก : หรือคนอื่นเซ็นก็ได้ พี่ต้าเล่าให้ฟังว่าเวลาถ่ายงานข้างนอกก็มีการซ้อมให้น้องเซ็นแทน เอกสารตัวนี้พี่ต้าพยายามเรียกตัวจริงมาในคดี แต่ศาลมองว่าอาจไม่เกี่ยวกับประเด็น ตอนถามค้านพี่ต้าตกใจ ว่าเอกสารตัวนี้มาได้อย่างไร ทำไมที่มาที่ไปเป็นอย่างนี้
ทนายตุ๋ย : เหมือนต้ายอมให้เขาเซ็น นิติกรรมนั้นถ้าต้าไม่อยู่ก็ยอมให้เขาเซ็น ต่อให้เป็นลายเซ็นต้า แต่ต้าไม่ได้มีเจตนาผูกพันนิติกรรมนั้นๆ คุณก็ไปต่อสู้ในมุมนั้นๆ ได้ต่อให้เป็นลายเซ็นคุณ แต่คุณไม่ได้สมัครใจหรือยินยอมผูกพันโอนหุ้นก็ไปว่ากันตามกฎหมาย
โฟนอิน “ยัต” ต้าเองบอกว่าที่ผ่านมาเขาโดนควบคุมการกระทำของเขาอยู่ตลอดเวลา มุมยัตเป็นยังไง?
ยัต : ควบคุมตลอดเวลา (หัวเราะ) ควบคุมอะไรบ้างครับพี่ (หัวเราะ)
ต้าบอกเขาโดนรังแก เหมือนให้คนในบริษัทโกนหัว ตบหัวต่างๆ นานา เขาไม่ได้อยากทำ แต่เขารักตัวยัต เขาเลยยินยอม เพื่อเป็นตัวตลกในบริษัท ทั้งที่เขาเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นและเป็นกรรมการ?
ยัต : หมายถึงงานในคอนเทนต์เหรอครับพี่
รวมถึงโลกจริงด้วย ที่เขาโดนบูลลี่ รังแกตลอดเวลา อยากให้ยัตชี้แจงข้อเท็จจริงตรงนี้?
ยัต : โอ้โห (หัวเราะ) ตัวผมนี่คือ โอ้โห (หัวเราะ) ถ้าให้โฟกัส โดนแบบนั้น ผมโดนจนชินมั้งครับ อันนี้พูดเรื่องผมได้มั้ย (หัวเราะ)
เอาเรื่องผู้ถือหุ้น ต้าบอกไม่ได้ยินยอมเซ็นถอนหุ้นออกไป และเงิน 3 แสนที่เป็นค่าตอบแทนเขาก็ไม่ได้รับมา มันไม่สมเหตุสมผลกับตัวมูลค่าหุ้นด้วยซ้ำไป จะชี้แจงยังไง?
ยัต : อันนี้อยู่ในกฎหมายที่ไปศาลและคุยดำเนินการอยู่หมดเลยครับ คำให้การอยู่ในศาล เดี๋ยวศาลตัดสินมา ว่ากันตามกฎหมายที่ถูกต้องเลยครับ ไม่งั้นผมพูดอีกแบบ เขาพูดอีกแบบ มันก็ไปจบที่ศาลดูความจริง แล้วดูข้อเท็จจริง ว่ากันตามกฎหมายเลยครับ ผมก้ไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงเหมือนกัน ผมพูดอีกแบบ เขาก็พูดอีกแบบ
เท่าที่ดู มีข้อมูลอันนึง ในมุมต้าเองเขาบอกว่าในวันที่มีการประชุมผู้ถือหุ้น ถ่ายหุ้นออกไป หรือเปลี่ยนผู้ถือหุ้น เขาบอกวันนั้นเขาไม่ได้เข้าประชุมด้วย เขามีหลักฐานเป็นภาพจากคลิปจากไลฟ์ ขณะเดียวกัน หนังสือประชุมผู้ถือหุ้นกลับลงวันเดียวกันกับที่เขาไลฟ์อยู่ เขายืนยันว่าเขาไม่ได้เข้าแน่ๆ มันเหมือนหนังสืออันนี้เป็นหนังสืออันเป็นเท็จที่ออกมา?
ยัต : มันคุยกันไว้ก่อนนานมากหลายครับแล้วครับพี่
เพื่อให้ตัวต้าออกจากการเป็นผู้ถือหุ้น ถูกมั้ย?
ยัต : เขาเป็นคนจะออกเองครับพี่
ออกเองโดยยอมเอาหุ้นทั้งหมดให้ยัตไปเนี่ยนะ?
ยัต : ใช่ครับ เพราะเขาจะไปเอาเฟ็ดเฟ่ไงครับ เขาจะไปเอาเฟ็ดเฟ่คนเดียว
มีการแบ่งทรัพย์สินต่างๆ นานามั้ย?
ยัต : ก็เขาจะออกไปเองหมดทุกอย่างเลย เขาไม่เอาอะไรเลยครับ เขาบอกว่าเขาจะไปเอาเฟ็ดฯ เป็นของเขาคนเดียว ซึ่งเฟ็ดเฟ่เป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นมา มันยังไม่ได้ถูกปิดนะครับ เฟ็ดเฟ่ตอนทำด้วยกันกับเพื่อนๆ ทุกคน เฟ็ดเฟ่คุยกันไว้ว่าหลังจากที่จะปิดตัวลง หรือพอมีปัญหา หลังจากพวกเราจะแยกย้ายกัน ก็คุยกันว่า เฟ็ดเฟ่ ต้าจะเอาเป็นของต้ามั้ย เพราะต้าเป็นคนทำ เป็นคนริเริ่มมา ต้าเขาก็บอกว่าตรงนี้เราทำมาเหนื่อยด้วยกัน มันก็เป็นสิทธิของเพื่อนๆ ด้วยกันทุกคน เฟ็ดเฟ่แค่ชื่อ แต่จริงๆ คือตัวคน ที่อยู่ด้วยกัน ทำอยู่ในนั้น ความผูกพัน เพื่อน ทุกอย่าง ผมนี่โอ้โห ซึ้งมาก
ขณะเดียวกัน ถ้าจะแย้งไป ต้องแย้งว่า เพจเฟ็ดเฟ่ ไม่ได้ขยับแล้ว รายได้ที่ข้ามาไม่ได้มีอยู่ในนั้นอยู่แล้ว?
ยัต : มีครับ
ขณะเดียวกันชัยโสโรมีเงินเข้าอยู่ตลอดเวลา คนๆ นึงที่จะเลิก ไปอยู่ในเพจที่เงินเข้ามาน้อยกว่า มันฟังแล้วมันไปไม่ได้นะ?
ยัต : นี่ไงพี่ ต้นตอเกิดจากเฟ็ดเฟ่นั่นแหละพี่ มีปัญหาด้านความรู้สึกกัน เพื่อนมีปัญหากัน เพราะเพจเริ่มต้นจากเฟ็ดเฟ่ แล้วก็มาถึงชัยโสโร คุยกันไว้ว่าเงินหลังบ้าน ที่บริษัทเฟ็ดเฟ่ทำรายได้ของมันอยู่ ก็คุยกันไว้ว่างั้นแบ่งทุกคนหารเท่ากัน ตีเป็นเงินสวัสดิการแล้วกัน เงินเฟ็ดเฟ่ก็มีเข้าหลังบ้านอยู่ ก็ทำแบบนี้มาตลอด แต่ด้านกฎหมายเป็นชื่อพี่ต้าถือ เพราะเป็นเพื่อนกัน ไว้ใจกัน ก็จะได้ไม่ต้องถูกจิกกดหัวเรื่องทำธุรกรรม แต่ก่อนเคยทำธุรกรรมอื่นๆ ถือกันหมด ก็มีปัญหา เฟ็ดเฟ่ก็อยู่ของมัน มีรายได้ปันผล เป็นสวัสดิการของทุกคน เพื่อนทุกคนแบ่งเท่ากัน จนมีวันนึงบัญชีมาบอกว่าเงินในบริษัทเฟ็ดเฟ่หาย เพราะต้องมีการไปเคลียร์ภาษี เราก็ไปดูว่าเงินหายได้ยังไง ทางบัญชีแจ้งว่าอำนาจการเอาเงินออก ก็มีแค่พี่ต้าคนเดียว ผมรู้เรื่องแล้วว่าพี่ต้าเอาเงินออกไป พอมาดู เงินที่เอาออกไป เอาออกไป 5 เดือนติดต่อกัน ไม่ใช่แค่เดือนที่เคลียร์ภาษี พอผมรู้เรื่องแล้ว ผมก็รอว่าเขาจะมาบอกผมมั้ย จะมาคุยกับผมมั้ย ผมก็รอ สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่บอก
เฟ็ดเฟ่เป็นของใคร?
ยัต : ถ้าตามกฎหมายเป็นของต้าครับ
แล้วเขามีสิทธิ์ที่จะเอาเงินออกมั้ย?
ยัต : มีสิทธิ์เอาเงินออกครับ
แล้วความผิดเกิดขึ้นตรงไหน?
ยัต : ตรงที่ตกลงกับเพื่อนไว้ครับ ทุกคนตกลงปากเปล่าเพราะไว้ใจต้า ไม่ใส่ชื่อเข้าไปเป็นเจ้าของร่วม หรือใส่ชื่อเข้าไปเป็นชื่อกรรมสิทธิ์ของทุกคน หรือถือหุ้นเท่ากันทุกคน
เรื่องตกลงกันปากเปล่า หรือไม่ปากเปล่า ไม่มีใครยืนยันข้อเท็จจริงได้ เวลาเข้าสู่กระบวนการ มันว่ากันด้วยหลักฐาน ถ้าวันนี้ตัวต้าบอกว่าก็วันนั้นเพจเป็นของเขา ชื่อเป็นชื่อเขา เขามีสิทธิ์ ที่ยัตบอกว่าเดี๋ยวต้าจะแบ่งเงินให้ เขาไม่แบ่งก็ได้นะ เพราะเป็นสัญญาปากเปล่า ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ นะ ขณะเดียวกัน ถ้าในโลกความเป็นจริง ชัยโสโรน่าสนใจมากกว่า เพราะมีชื่ออยู่ร่วมกันทั้งสองคน ขณะเดียวกัน มุมพี่เองมองว่าต้าถือ 49 ยัตถือ 49 ภรรยาถือ 2 ถ้านับจริงๆ เนี่ย ยัตเองถือมากกว่าเขาอีกนะ เพราะมีภรรยาถืออีก 2 ทำอะไรก็ได้นะ?
ยัต : ไม่รู้ครับ ตอนถือผมก็ไม่ได้คิดเรื่องหวังผลประโยชน์
แต่ขณะเดียวกัน ตอนนี้ประเด็นสำคัญคือการเอาชื่อในผู้ถือหุ้นเอาออกจากระบบโดยเขาไม่ยินยอม และไม่ใช่ลายเซ็นเขา ยัตมองยังไง?
ยัต : เอกสารตอนนี้อยู่ในกระบวนการกฎหมาย ผมก็มีหลักฐานของผม แล้วก็เป็นข้อเท็จจริงเยอะมาก รบกวนพี่หนุ่มว่าขอพื้นที่ให้ผมและเพื่อนๆ ได้ออกไปปกป้องตัวเอง
ยินดี เอาหลักฐานมาเลย เมื่อคืนพยายามติดต่อไปแล้วเหมือนกัน แต่ติดต่อไม่ได้?
ทนายตุ๋ย : ที่คุณยัตบอกว่าหนังสือสัญญาโอนหุ้น ถ้ามูลค่าหุ้นที่ตกลงซื้อขายกันต่ำกว่าทรัพย์สินทั้งหมดของบริษัทและเงินที่มีอยู่ ที่ตกลงกัน 3 แสน ต้ามองว่าไม่ยุติธรรม คำถามคือในความเป็นเพื่อนกัน ทำธุรกิจมาร่วมกัน ไม่พูดเรื่องเอกสาร เราสามารถนำบริษัทชัยโสโร มาดูว่ามีอะไรเท่าไหร่แล้วแบ่งกันตามสัดส่วนผู้ถือหุ้นในส่วนของคุณยัต 51 เปอร์เซ็นต์ ของต้า 49 เปอร์เซ็นต์แล้วแยกย้าย เป็นไปได้มั้ย
ยัต : มันมีรายละเอียดอีกเยอะมากเลยครับ มีเหตุการณ์ มีการกระทำเยอะมากเลยครับ
ทนายตุ๋ย : ถ้าศาลไม่เชื่อว่าต้าเซ็นจริง สุดท้ายต้าก็กลับมาเป็นผู้ถือหุ้นเหมือนเดิม ก็ต้องแบ่งและแยกย้ายกันอยู่ดี วันนี้คุณอาจร่วมธุรกิจกันไม่ได้แล้ว ถ้าเราไม่รอผลของศาล แต่เรามาคุยกันเลยในเรื่องของหุ้นที่ถืออยู่ ผมว่าดีกว่ามั้ยครับ
ยัต : อย่างที่ผมบอกว่ามีรายละเอียดอีกเยอะมากที่มีปัญหา ผมเลยขออนุญาต
ทนายไข่มุก : เราเคยเจอกันในศาล ขอถามพี่ยัตคำเดียวได้มั้ยคะว่า พี่ยัตแบ่งเงินให้เพื่อนบ้างได้มั้ยคะ
ยัต : โห ทำไมคำดูน่าสงสารจัง แล้วผมดูแย่ไปเลย
ทนายไข่มุก : พี่ยัตไม่ได้ดูแย่ค่ะ ทนายเห็นความสัมพันธ์นี้มาตั้งแต่แรก แล้วเชื่อในทุกๆ วันว่าพี่สองคนจะกลับมาเป็นตำนานได้เหมือนเดิม และเชื่อว่าตัวพี่เอง จริงๆ ในใจพี่ จากที่ฟังจากปากพี่ต้า พี่โคตรดีเลย เป็นคนที่พี่ต้าเขารักมากๆ อยากให้พี่ยัตกับพี่ต้า ได้คุยกันสองคน โดยไม่มีคนอื่นเลยสักครั้ง ปรับความเข้าใจกับ อะไรบาดหมางกัน มาคุยกัน ส่วนเงิน คิดว่าถ้าวันนี้มาคุยกับพี่ต้า แบ่งเท่าที่พี่แบ่งได้ หรือมีเหตุผลยังไงก็ว่ามา พี่ต้าพูดเสมอว่าไม่ว่าทรัพย์สินจะอะไรยังไง ผมมองว่าลูกพี่ก็คือหลานผม สุดท้ายเข้าใจมาตลอดว่าเราสองคนจะเป็นเพื่อนรักกันจนตาย ทีนี้อยากถามพี่ยัตว่าแบ่งเงินให้พี่ต้าบ้างได้มั้ยแบ่งทรัพย์สินให้พี่ต้าตั้งตัวบ้างได้มั้ยคะ
ยัต : โห ทำไมพูดดูผมแย่ไปหมดเลย มันดูเศร้า (หัวเราะ)
อยากให้เอาหลักฐานทั้งหมดของยัตเอง ใช้ทนายอาร์มใช่มั้ย ฝากชวนทนายมาด้วย เอาข้อเท็จจริงมาเปิดในมุมยัต เรื่องผู้ถือหุ้น มาเปิดอีกทีนึงนะ แต่เรื่องที่มีการฟ้องต้า 20 ล้าน ยัตฟ้องเขาคดีอะไรบ้าง?
ยัต : พรบ.คอมพ์ฯ ครับ กับลิขสิทธิ์ ตัวงานคลิปครับ
เป็นคลิปอะไร?
ยัต : เป็นคลิปที่ทางบริษัททำ และคิด วางไว้ทุกอย่าง ตอนถ่าย ทำเป็นตัวเดโม่ขึ้นมาเพื่อใช้วิเคราะห์งานเพื่อทำต่อ จะมาใช้ในช่องครับ แต่ว่าถูกเอาไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตครับ
อันนี้ฟ้อง 10 ล้าน?
ยัต : ใช่ครับ
โดยต้าเอาไปลง?
ยัต : ใช่ครับ
เป็นคลิปที่ชัยโสโรทำ แล้วมีตัวต้าอยู่ในนั้นมั้ย?
ยัต : มีครับ
คนผลิตเป็นใคร?
ยัต : บริษัทชัยโสโรเป็นคนผลิตครับ
ทำในช่วงไหน ช่วงที่ต้าเป็นผู้ถือหุ้นอยู่มั้ย?
ยัต : ใช่ครับ
เรื่องพรบ.คอมพ์ฯ เรื่องอะไร?
ยัต : เพจชัยโสโรถูกลบครับ
ทนายตุ๋ย : มองว่าคด่ที่มีการฟ้องร้องกันอยู่ทั้งหมด สุดท้ายผลคดีมีคนชนะอยู่แล้ว ผมแค่มีความเห็นว่าถ้าเราพูดคุยตกลงกันได้ ชัยโสโร เป็นข้อกฎหมาย ผู้สร้างสรรค์ได้สิทธิ์ตามกฎหมาย เว้นแต่ตกลงกัน การว่าจ้างกัน ไม่อยากให้สู้กันเรื่องกฎหมาย อยากให้สู้กันเรื่องความเป็นเพื่อนกับหุ้นส่วนที่มีอยู่ 49 กับ 51 อย่าเสียเงินจ้างทนายเลยครับเงินจ้างทนายถ้า 10 20 คดี ผมว่ามันมหาศาล เรามาคุยกันต่างแยกย้ายทำธุรกิจกัน ผมว่าเป็นเรื่องดี ความสัมพันธ์จะได้กลับมาเหมือนเดิม ตรงนี้คุณยัตว่าเป็นยังไง ถ้าผมเป็นทนายแทนน้องไข่มุกผมก็ใช้วิธีนี้เหมือนกัน คิดว่าทนายอาร์มก็น่าจะมีมุมนี้ด้วย
ยัต : ที่พี่พูดมามันก็ดีครับ แต่เรื่องราวมีอะไรซับซ้อนมาก ผมก็เลยขอพื้นที่รายการโหนกระแส
มาแน่ใช่มั้ย อย่าหายไปนะ พี่ตามไปถึงที่เลยนะ รับปากแล้วนะ?
ยัต : ครับพี่
พรบ.คอมพ์ฯ ไกล่เกลี่ยเจรจากันได้มั้ย?
ยัต : ตอนนี้อยู่ในกระบวนการศาลครับ
ตัวยัตทราบใช่มั้ย สุดท้ายพอเรื่องนี้ไปพิพาทกัน ต้องมีการขุดเรื่องเก่าๆ ขึ้นมาอยู่ในสำนวน มันอาจมีผลเสียกับทางยัตด้วยส่วนนึง?
ยัต : โห ตอนนี้ทางสื่อก็ไปยันลูกผมหมดแล้วครับ
สื่ออย่าเพิ่งไปว่ายัตนะ ต้องรอหลักฐานจากยัตด้วย เราไม่ใช่ศาล แค่กระบอกเสียงให้ออกมาพูด วันนี้มีก้องอีกคน เขาบอกว่าเคยทำงานที่ชัยโสโร พอล็อกอินมาเพจเขาโดนลบ เกี่ยวข้องกับทางยัตมั้ย?
ยัต : ไม่รู้เลยครับ เขาจะพูดอะไรไป (หัวเราะ) ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการลบ หรือสิ่งที่เขาบอกเลยครับ
ทนายตุ๋ย : ถ้าคุณก้องพิสูจน์ว่ามีใครไปลบ จริงๆ ทางเทคโนโลยีทำได้จริงๆ เชื่อว่าคุณยัตออกมาชี้แจงได้
ยัต : ได้ครับ ยินดี
พรุ่งนี้เลยมั้ยล่ะ?
ยัต : พรุ่งนี้ผมไปศาลถึงวันศุกร์มั้งครับ ทนายไข่มุกก็ทราบครับ
วันจันทร์ก็ได้ พี่รอ พี่ล็อกเลยนะ จะได้ฟังอีกมุมนึง เอาหลักฐานมาเลย แต่มุมนี้ขอให้เขาระบายก่อน ตัวยัตก็เก็บข้อมูลแล้วมาแก้ววันจันทร์เลยนะ แต่ขอจากใจพี่น้องเลยนะ ที่เราคุยกันวันนี้ ไม่มีการฟ้องร้องกันนะ ให้เขาได้มีการพูดแล้วเราก็เป็นผู้ใหญ่แล้ว จะได้เอาข้อมูลมาบอกว่ามันไม่ได้เป็นแบบนี้ๆ?
ยัต : ครับ วันที่ผมไปชี้แจง ก็ขอว่าเขาไม่ฟ้องด้วยได้มั้ยครับ
ทนายไข่มุก : ยินดีค่ะ
ต้า : ไม่มีเงินจ้างฟ้องครับ
ต้าอยากพูดอะไรกับยัต?
ต้า : คิดถึงนะเพื่อน เรื่องที่เกิดขึ้นเราไม่ได้รู้สึกดีเลย เราแค่อยากได้ส่วนที่เราเหนื่อยทำไปบ้างเพื่อไปรักษาพ่อ ซ่อมบ้านให้พ่อ เราอยากแค่มาตั้งตัว แค่เราทำช่องใหม่ นายฟ้องเราทำไม (ร้องไห้)
ยัต : ดูผมแย่อีกแล้ว (หัวเราะ)
ต้า : เราไม่ได้ยินดีที่นายดูแย่ เราก็ยังรักนายเสมอมีวันคืนดีๆ ด้วยกัน เราก็พยายามคิดแต่วันคืนดีๆ เราก็ไม่ได้ยินดีเลยที่นายทัวร์ลง เราก็ยังเปิดคลิปดูของเรา เราก็ขำ เรายังเป็นแฟนคลับนาย เราเป็นแฟนคลับนายตลอด เราไม่ยินดีเลยที่นายถูกคนเกลียด เราอยู่กันมานานเหมือนเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว เราแค่อยากไปตั้งหลัก เราแค่อยากไปทำคลิปของเราไปเรื่อยๆ (ร้องไห้) ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เราจะไม่ทะเลาะกับนาย เราจะเป็นเพื่อนกับนายเว้ย ยิ่งย้อนกลับไป เราจะเป็นแค่เพื่อนกัน (ร้องไห้) ถึงแม้วันนี้ต่อให้เราชนะหรือยังไง บาดแผลนี้ก็อยู่กับเราไปจนตาย เราก็เสียใจไปจนตาย (ร้องไห้) ถ้ามีอะไรที่นายเจ็บปวด เราก็ต้องขอโทษด้วยนะเว้ย เราลำบากมากเลยเพื่อน นายฟ้องเราทำไมวะ (ร้องไห้) เราต้องทำงานทุกวันเลย เราเหนื่อยมาก เพื่อให้มีเงินไปรักษาพ่อ ให้แม่ เพื่อเอาไปผ่อนบ้าน เราทำยูทูปมา 15 ปี เรายังลำบากอยู่เลย ทั้งที่เราควรสบายได้แล้ว (ร้องไห้) นายฟ้องเดโม่เรา เราทำคลิปให้นาย ตั้ง 2-3 พันคลิป แต่นายฟ้องเราด้วยเดโม่คลิปเดียว เราเจ็บปวดมากเลย
ยัต : ทำไมมันดูผมแย่ไปหมด คุณดูดีไปหมด (หัวเราะ)
มันเป็นความรู้สึกของเขา อาจกระทบไปที่ยัตบ้าง แต่อดีตเขาก็เป็นเหมือนที่ยัตรู้สึกวันนี้ เขาก็โดนทัวร์ลง โดนด่า แต่เชื่อว่ารอยัตมาชี้แจงมุมยัตด้วย ทุกคนจะได้เข้าใจว่าเป็นยังไง วันนี้เขาอยากแค่ระบาย หรือยัตจะพูดตอนนี้เลยก็ได้ว่าสิ่งที่เขาพูดไม่ถูกต้องตรงไหน เชื่อว่าหลายคนรอฟัง?
ยัต : มันไม่ใช่ทุกอย่าง เดี๋ยวขอพื้นที่ แล้วจะไปหาพี่หนุ่มครับ
มีอะไรอยากบอกต้า?
ยัต : เดี๋ยวผมไปบอกวันนั้นก็ได้ครับพี่ เจอกันวันจันทร์ครับ
ถ้าเป็นไปได้ สามวันนี้ ถ้าศาลไกล่เกลี่ยได้ก็จะเป็นเรื่องที่ดี หวังว่าจะไปจบที่ชั้นศาลก่อน วันจันทร์ก็จบ ไม่ต้องมา ผมถือว่าศาลมีเมตตาในการไกล่เกลี่ยแล้ว ถ้าจบกันได้ก่อน ไม่ต้องมานั่งหยิกเล็บเจ็บเนื้อกันทีหลัง แต่ถ้าไม่จบ คุณเข้ามาชี้แจงดีกว่า หวังว่าสามวันนี้รอบารมีของศาลว่าท่านจะว่ายังไง เป็นกำลังใจให้แล้วลองดูอีกทีนะ?
ยัต : ครับ
นี่มุมของยัต เขาพูดอะไรไม่ได้มาก เพราะเขาต้องพูดด้วยหลักฐาน?
ทนายตุ๋ย : อาจเป็นเพราะพรุ่งนี้เตรียมสืบพยาน เลยไม่อยากพูดอะไร
คลิปนั้นเป็นคลิปอะไรที่เขาฟ้อง?
ต้า : คือรายการไม่ใช่ไอศกรีมครับ ทำทุกขั้นตอน ไม่มีเขาอยู่ในคลิปด้วย
คดีพรบ.คอมพ์ฯ เรื่องอะไร?
ทนายไข่มุก : พี่ต้าใช้ชื่อเต้ เฟ็ดเฟ่เปลี่ยนเป็นชัยโสโร เขาบอกตอนเพจชัยโสโรโดนแฮ็กล่มไป พี่ต้าเป็นคนทำ มีการลบแอดมิน ลบต่างๆ ทำลายข้อมูลขัดขวางต่างๆ แต่จริงๆ ข้อเท็จจริงที่ทนายพูดได้มันชัดเจนอยู่แล้ว อีกฝ่ายตอบมาหมดแล้ว ว่าพี่ต้าเป็นเจ้าของเพจจริงก่อนหน้านั้น ขณะนั้นพี่ต้ามีอีกแอ็กเคานต์นึงซึ่งไม่เคยเอาออก ถามว่ามีการซื้อขายกันมั้ย เขาก็ตอบว่ายังไม่ได้มีการซื้อขาย ยังไม่ได้มีการจ่ายเงินกัน คดีตรงนี้จบด้วยที่ว่ามันคือเพจของพี่ต้า ในเคสนี้พี่ต้าเป็นเจ้าของอยู่นะคะ ดังนั้นมันจึงไม่ใช่
ย้อนกลับมาอีกสักนิด ผมเห็นมีการลงกันเยอะมาก เรื่องบ้าน มันคืออะไร เงินบริษัทมีการเอาไปซื้อบ้านหลังนึง เป็นชื่อของใคร?
ต้า : ชื่อของเขาครับ เป็นเงินบริษัทครับ
ขณะนั้นคุณเป็นผู้ถือหุ้นอยู่มั้ย?
ต้า : เป็นครับ
ทนายตุ๋ย : ทำไมคิดว่าเป็นเงินบริษัทครับ
ทนายไข่มุก : แคปชั่นที่ทางภรรยาคุณยัตเขียนว่า ความสำเร็จอีกขั้นที่ยิ่งใหญ่มาก ดีใจและภูมิใจที่สามีและพี่ต้าทำได้นะคะ ครอบครัวชัยโสโร
ภรรยาคุณยัตยืนยันแล้วว่าความสำเร็จนี้เกิดขึ้นจากคนสองคน คุณทราบได้ไงเขาเอาเงินออกมาจากบริษัท?
ต้า : เส้นเงิน เป็นคนไปร่วมกันเบิกเงินจากบริษัทไปจ่ายให้เจ้าของบ้าน
ตอนไปซื้อคุณไปด้วย เบิกเงินสดเหรอ?
ต้า : ตีเช็คครับ ผมเซ็นด้วย
เอาเช็คให้เจ้าของบ้าน ซื้อมาในชื่อของใคร?
ต้า : ตอนแรกมันไม่ต้องคิดเลย ต้องเป็นชื่อบริษัทอยู่แล้ว
แต่ขณะเดียวกันเป็นชื่อของใคร?
ต้า : ของเขาครับ เขา Gaslighting ว่า ถ้าเป็นชื่อบริษัทจะโดนภาษีที่ดินนะ
ทนายไข่มุก : อันนี้ใช่เหตุการณ์ที่พี่ต้าไปกรมที่ดินแล้วโดนไล่มั้ยคะ
ต้า : อีกหลังนึงที่ซื้อครับ
เราหลังนี้ก่อน เขาบอกจะโดนภาษีที่ดินแล้วยังไง?
ทนายตุ๋ย : โดนภาษีจริง แต่ต่อให้เป็นชื่อเขา ต่อให้เป็นบ้านหลังที่สอง เขาก็โดนภาษีเหมือนกัน มันเป็นแค่เรื่องเหตุผล อาจเป็นเพราะคุณเชื่อในสิ่งที่เขาพูด
ต้า : เขามีเหตุผลดีๆ
ทนายไข่มุก : ทำไมอะไรๆ เป็นชื่อพี่ยัตทั้งหมด
ต้า : มีทั้งบอกและไม่บอก บางอย่างก็บอก บางอย่างก็บอกว่ายืม หมายถึงเงินบริษัทนะครับ ถ้าไม่เป็นชื่อบริษัท เป็นชื่อใครล่ะ อย่างบ้านหลังนี้ ตอนนั้นมีพระประจำออฟฟิศคนที่ตั้งชัยโสโรให้ เขาบอกว่าเอาดวงผมกับดวงเขาไปให้พระท่านดู ท่านบอกว่าดวงผมไม่ดีมาก ถ้าเอามาตั้งเป็นออฟฟิศล่มจมแน่ ดูสภาพมึงสิ เราก็เออว่ะ ก็ต้องเชื่อพระ พระบอกว่าดวงเขาดีกว่า ถ้าเป็นชื่อเขาดวงจะรุ่งโรจน์ บริษัทจะพุ่ง เหมือนน้ำมันไร้สารจุดระเบิดแล้วพุ่ง
ทนายตุ๋ย : คุยกันเองใช่มั้ย ไม่ได้คุยต่อหน้าพระ
ต้า : จริงๆ ผมไม่ได้สนิทหลวงพ่อ เรารักช่อง รักบริษัท ถ้าเป็นชื่อเขาแล้วมันดี มันโคตรไว้ใจเลย วลีเด็ดคือเรากอดคอรักกัน สัญญาอยู่กันจนตาย ก็เลยคิดว่าก็ได้
ตกลงใส่ชื่อเขา หลังจากนั้นบ้านหลังนี้ยังอยู่มั้ย?
ต้า : ไม่อยู่ครับ อยู่ได้ 1 ปี เขาจะต่อยกับข้างบ้าน ก็เลยอยู่กันไม่ได้แล้ว
ใน 1 ปี บ้านหลังนี้ใครอยู่?
ต้า : ใช้ทำออฟฟิศครับ แล้วผมนอนอยู่ชั้น 2 มีห้องผมห้องนึง ห้องเขาห้องนึง แต่โดยหลักเขานานๆ มานอนที ผมจะนอนเป็นหลัก
จากนั้นมีปัญหากับข้างบ้าน?
ต้า : ครับ มีปัญหาในหมู่บ้าน พวกผมเสียงดัง ถ่ายงาน
ขายบ้าน เงินกลับเข้าบริษัทใช่มั้ย?
ต้า : ไม่ใช่ครับ เข้าบัญชีเขาครับ ก็มีเหตุผลดีๆ มาให้ผม ถ้าเข้าบริษัทจะเสียภาษี เงินตั้ง 10 ล้าน โดนภาษีหนักแน่
ทนายตุ๋ย : ภาษีโดนตั้งแต่วันโอนกรรมสิทธิ์อยู่แล้ว
สรุปเบ็ดเสร็จบ้านหลังนี้ใช้เงินบริษัทไปซื้อ ใช้ชื่อของยัต ผ่านไป 1 ปี ขายบ้านเงินกลับเข้าไปอยู่ในบัญชียัต ก็รอยัตออกมาชี้แจง เป็นเรื่องน่าสนใจ?
ทนายไข่มุก : เจ้าของบ้านยังอยู่มั้ยคะ
ต้า : น่าจะยังอยู่ครับ คนมาซื้อต่อ
คุณเครียดมาก ถึงขั้นอยากทำร้ายตัวเอง?
ต้า : มันกลัว ผมนั่งอยู่จะอาการเป็นจิตเวชแล้ว แค่ได้ยินเสียงท่อรถเขามา ผมสั่นทั้งตัวเลย เหมือนผมรูทีนคือเขามาถึงก็ด่าผมต่อหน้าลูกน้อง ผมก็อาย ด่าๆ แล้วทำงาน ด่าๆ แล้วกลับบ้าน ถ้าได้ยินเสียงรถเขามา จิตเราก็บอกว่ากูต้องโดนด่าแน่เลย ก็สั่น ก็กลัว ต่อให้ไม่เจอกัน ก็โทรมาด่า ด่าจนชินครับ ขนาดวันเกิดผมจะเลยเที่ยงคืนแล้ว จะหมดวันอยู่แล้ว 9 ก.ย. ผมก็ไม่เห็นเขาโทรมาแฮปปี้เบิร์ธเดย์เลย อ้อ เขาโทรมาแล้วประมาณ 4-5 ทุ่ม พอรับสายเขาก็ด่าเป็นชุดเลย มึงทำไรของมึง แล้วจบที่กูล้อเล่น สุขสันต์วันเกิด กูไม่ด่ามึงวันนึงแล้วกัน เราเสียใจมากเลย กูเป็นอะไรวะเนี่ย เขามองเราเป็นอะไร แล้วเอาไม้เรียวตีตูด ตีมือ สั่งให้ไปวิ่ง วิ่งกลางแดด วิ่งไปกลับปากซอย วิ่งรอบลานจอดรถ มีให้ไปเปลี่ยนศาสนา
ทำไม?
ต้า : เหมือนเขาสงสัยในสิ่งนั้น ให้ผมไปเปลี่ยนศาสนา แล้วมาเล่าให้เขาฟังหน่อย ตอนนั้นช่วงปลายๆ แล้วไม่ไหวแล้ว แล้วมีสั่งให้ผมทำคลิป มีเวลาอยู่ 16 วัน สั่งผมให้ทำให้ได้ 16 คลิป เขาไม่เข้าออฟฟิศ ผมต้องทำให้ฮา มีมาตรฐานด้วย ตอนนั้นคิดแง่ดีว่าโอกาสนี้แหละจะเป็นการพิสูจน์ตัวเองให้เพื่อนกลับมาภูมิใจ ให้เพื่อนรัก ผมก็บ้าอัดถ่ายทุกวันเลย บางอันก็ใช้ได้ บางอันใช้ไม่ได้ก็ทิ้ง ก็ได้ 14 คลิป ทิ้งไป 2 คลิป แล้วออน เขาก็เฮ้ย ลงคลิปอะไรไปผมก็บอกว่าก็คลิปนั้นไงที่สั่งให้ทำ เขาก็ห๊ะ กูแกล้งมึงเล่นนะนั่นนะ กูพูดเล่น กูแกล้งมึง แล้วตอนนั้นทำรายการเชิญแขกรับเชิญมา เขาบอกให้ผมติดต่อแขกรับเชิญ เอาแบบดังที่สุดของประเทศ รายชื่อแรก คุณหนุ่ม กรรชัย
เรื่องจริงเหรอ?
ต้า : เรื่องจริง ผมก็โอ้โห แกดังจริง แกจะมีคิวให้เร้อ
ไม่บอก วันนั้นไปเลยนะ หนุ่มเยxเข้ เฮ้ย ไม่ใช่ เฟ็ดเฟ่ พูดผิด ขอโทษๆ?
ต้า : รายชื่อที่สอง ซุปตาร์ระดับโลก พี่ป๋อง เดอะช็อก พี่เบิร์ด ธงไชย พี่โน้ส อุดม พี่แอ๊ด คาราบาว พี่เสก โลโซ โมเดิร์นด็อก ดังๆ ทั้งนั้นที่เขาเขียนมา แล้วบอกให้ผมไปติดต่อให้ได้ ผมก็เหมือนเดิม อยากให้เพื่อนภูมิใจ ที่โดนด่าทุกวันอยากให้กลับมารักด้วยผลงานนี้ ผมก็ไล่โทรๆ เป็นบ้าเลย บางท่านก็คิวเยอะ บางทีกว่าจะหาคอนแทคได้ 9 ชิ้งกว่าจะได้เบอร์
คุณเป็นเจ้าของบริษัทจริงๆ ใช่มั้ย แล้วเขาทำอะไร?
ต้า : เขาเป็นฝ่ายบริหาร นักแสดง เป็นมันสมอง
ทนายตุ๋ย : ทุกคลิปเงินเข้าบริษัทหมด
ต้า : ช่วงหลังเงินเปลี่ยนจากเข้าบริษัทเป็นบัญชีส่วนตัวเขา เงินยูทูปครับ ผมต้องติดต่อกับเอเจนซี่ที่ดูแลเงิน ว่าเขาเปลี่ยนบัญชี เหตุผลดีๆ เหมือนเดิมว่าเข้าบริษัทก็เสียภาษี ผมก็โทรติดต่อซูเปอร์สตาร์จริงๆ เข้าถึงหมด ผมก็ไปรายงานเขาว่าคนนี้ว่างอีก 3 เดือนเลย พี่เสกผมก็คุยกับพี่กานต์ ผมเอาไปรายงานเขา เขาบอกว่ากูพูดเล่น กูแกล้งมึง ผมแม่xโอเค ไม่เป็นไร ส่วนเงินแสนห้า หักเหลือ 4 หมื่น เอาไปจ้างคนอื่น เราจะได้ไม่ต้องทะเลาะกัน ผมก็คิดว่าผมมีธุรกิจขายเสื้อยืดมือสอง ผมก็ไปขายอันนั้นเสริมเอาจะได้ไม่ต้องกระทบกระทั่งกัน ผมก็ยอม แต่จริงๆ ก็ไม่ยอมหรอกครับ แต่ว่าเขากดดันหนัก จนเราทนไม่ไหวแล้ว ก็ได้วะ แล้วก็เหตุผลดีๆ จะไปจ้างผกก.สองคน แต่ไม่มีการจ้างครับ เขาบอกผมไม่ต้องทำงาน แล้วผมก็ได้ทำงานเหมือนเดิม ด้วยเงินเดือน 4 หมื่นอีก 2 ปี แล้วมันก็เริ่มห่างเหินกันเรื่อยๆ ครับ บางทีเขาไล่กลับบ้านไปพักงาน เห็นหน้าแล้วหงุดหงิด ไม่อยากทำงาน น้องๆ ก็ไม่ได้ทำงานไปด้วย บรรยากาศออฟฟิศก็มืดมน มึงไปๆ ก็โดนพักงาน 7 วัน มีวันนึงเขาไม่ได้มา เขาตื่นสาย ต้องเซ็นเอกสาร ทางบัญชีให้ผมเข้ามาเซ็นหน่อย เขาก็เข้ามาพอดี พอเขาเห็นผมเขาก็โมโห ใครสั่งให้มึงมา กูอนุญาตแล้วเหรอ แล้วเขามองไปที่ข้าวกล่อง อ๋อ มึงจะมาแดxข้าวฟรีล่ะสิ กูสั่งไว้เลยนะทุกคน ไม่ต้องให้ข้าวมันแดx เอาให้หมาแดx มันก็เจออะไรแบบนี้จนใจมันเสีย เป็นคนหลอนไปแล้ว เป็นซึมเศร้า แพนิก ไม่เป็นคนปกติแล้วครับ
ทนายตุ๋ย : สิ่งที่ต้าพูดมีคนได้ยินด้วย
ต้า : มีครับ พนักงานในออฟฟิศครับ
ทนายไข่มุก : พี่ก้อง พี่ต๊วยเคยเห็นบ้างมั้ยครับ
ต๊วย : ในพาร์ตนั้นผมโดนออกไปแล้วครับ
ก้อง : แต่ก่อนหน้าจะออก เคยเห็นเขวี้ยงชามข้าวใส่ต้าครับ โกรธเรื่องงานนี่แหละว่าต้าทำงานไม่ได้ดั่งใจ โชคดีไม่โดน
ต้า : เฉียดหูไป
ที่ต้าพูด คุณยืนยันข้อเท็จจริงว่าโดนแบบนั้นจริงๆ?
ก้อง : จริงครับ โดนด่าซะมากกว่า ต้าโดนด่ามาก
เขาอยู่ในสภาพไม่ได้เป็นเจ้าของบริษัทเลยเหรอ?
ก้อง : เหมือนเป็นลูกน้องมากกว่า
ต๊วย : ถ้าคนมองข้างนอกก็จะคิดว่าเพื่อนเล่นกัน ตัวนึงเป็นตัวโง่ตัวเซ่อ ทุกคนจะมองภาพเป็นทางนั้น แต่ไม่ได้มองว่าพี่ต้าจะรู้สึกยังไง
เดกับไต๋เคยเห็นเขาโดนแบบนี้มั้ย?
ไต๋ : เคยครับ ผมอยู่ในเหตุการณ์โดนตีก้น ตีมือ เอาไม้หวาดฟาดที่ตูด ทำงานไม่ถูกใจก็เอาไม้หวายตีที่ตูด ไม่ได้ถ่ายคอนเทนต์ด้วย จังหวะประชุมงาน พี่ต้าอธิบายงานไป เขาไม่ชอบ ไม่ผ่าน ก็ลงโทษด้วยการเอาไม้หวายตีก้น ตีมือ สองครั้งแล้วครับ ไม่ได้ตีเล่นๆ แรงครับ
เขายอมให้ตีเหรอ?
ไต๋ : ครับ
ต้า : ผมรู้สึกว่าบรรยากาศมันอึมครึม ผมต้องยอมเพื่อให้งานมันรันต่อไปได้ ตลอด 6-7 ปี ผมโดนบอกว่าผิดทุกวันจนผมเชื่อว่าผมผิด ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาไม่อยากเข้าออฟฟิศ ลูกน้องไม่มีความสุข มันเป็นความผิดของผม ผมอยากไถ่โทษ ผมก็ยอมทุกอย่าง หรือเขาบอกพาลูกน้องไปเลี้ยงข้าว แต่พอเช็คบิลก็เป็นผมจ่ายทุกครั้ง ตลอด 6 ปี ผมเคยนับเล่นๆ ก็ 6 แสแล้ว อย่างน้อยต้องมีเดือนสองสามหมื่น ผมรู้สึกว่าอยากให้มันมีสนุกสนานบ้าง เพราะมันตึงเครียดทุกวัน ก็สงสารลูกน้องทุกคนโดนด่าทุกวัน
ทนายตุ๋ย : ไม่มีคนห้ามพี่ยัต
ต้า : ไม่มีเลย คนอยู่ในเหตุการณ์ พนักงาน บ. ก็คนของเขา ภรรยาก็คนของเขา ลูกน้องเขาก็คนของเขา แต่ก่อนเคยมีก้อง ก็โดนไล่ออก
ก้อง : เวลาผมอยู่ มันไม่ค่อยกะไอ้ต้าเท่าไหร่ เวลามันด่าไอ้ต้ามันก็เกรงๆ ใจ ต้า ยัต ก็เป็นเพื่อนกัน เวลาผมอยู่กับไอ้ยัตก็บอกว่ามึงอย่าไปด่ามันมากเลย สงสารมัน บางทียัตเข้ามาออฟฟิศ ไอ้นี่จากร่าเริงเปลี่ยนเป็นคนละคนเลย เหมือนแค่เดินผ่าน เดินไปเหยียบเงาก็โดนแล้ว
เดล่ะ?
เด : พี่ ย. เขาก็อารมณ์รุนแรงมากครับ วันที่เขาปาจานผมก็อยู่ด้วย ฝาผนังสะเทือน จานแตกกระจาย พอด่าคนนึงก็พาลด่าทุกคน ทุกคนต้องมีความผิด ยกเว้นคนของเขาที่ไม่ผิด ไอ้นี่เมา ไอ้นั่นกินน้ำท่อม ไอ้นี่มาสาย พาลทุกคนเลย นี่คือนิสัยที่ลูกน้องทนไม่ได้
กลัวเขามั้ย?
เด : ไม่กลัว ให้เกียรติเรียกพี่ ย. เขาบอกให้เกียรติกูบ้าง
เอ็งแต่งเหมือนจอมขมังเวทย์ยังกลัวเขาอีก?
ก้อง : บางทีพอด่าเสร็จแล้วเรียกประชุม แล้วก็ขอโทษ รวมพลังสู้กันใหม่ เป็นแบบนี้มาเรื่อยๆ จนหลังผมออก ไอ้นี่โดนหนักเข้าไปอีก
ต๊วย : อย่างน้อยเรายังแชร์พี่ต้ามา พอไม่มีเรา เขาก็โดนคนเดียวเลย ผมทำงานครีเอทีฟ กำกับ เขียนบท หน้าที่ผมคือคิดคอนเทนต์ เอาไปขายเขา พอ 3-4 โมงเขาจะมาตรวจคอนเทนต์ แล้วก็ด่า ด้อยค่า มึงทำไม่ดี อยู่อย่างนี้ทุกวัน พอ 4 โมง ไอเดียไม่ผ่านทำไงต้องส่งลูกค้า ก็ต้องลากนั่งอยู่กับพี่ต้าถึงเที่ยงคืนตีหนึ่ง วนลูปอยู่อย่างนี้ ต้องปรับจนถึงที่สุด จนพี่ต้าบอกว่ามันได้แค่นี้แหละ สุดท้ายก็กลายเป็นส่งๆ ลูกค้าไป แทบจะทุกงานที่เรารู้สึกไม่มั่นใจในงานเราแล้ว เราคิดไอเดียไปก็โดน ตั้งแต่ทำชัยโสโรมา 3-4 ปีเขาเอาสองตัวเองมั้ง ผมทำมากี่ร้อยคลิปไม่รู้ ถ้าเขามีแพสชั่นเขาเป็นคนเคาะเขาก็ทำได้เลย แต่ผมเป็นพาร์ตลูกน้อง คิดไอเดีย 3 ไอเดีย ไม่เอา ไปปรับ ปรับเท่าไหร่ไม่ได้ก็เอาอันนี้แล้วกัน โดนด่า อีกวันก็มาชม แล้วก็ด่า เหมือนเขาพยายามพูดว่าเราไปอยู่ที่อื่นไม่ได้หรอก ผมยังคิดเลยว่าแค่นี้ยังทำไม่ได้เลย แล้วจะไปอยู่ที่อื่นได้ไง ไม่เคยเจอโลกภายนอก จบมาก็อยู่นี่แล้ว
ตอนนี้ล่ะ?
ต๊วย : ผมออกมาแล้ว ทำอยู่สแตนดาร์ด
ก้องล่ะ?
ก้อง : ผมทำช่องใหม่ครับ
เต้ : ผมก็ทำช่องใหม่ เริ่มใหม่เลย
เด ทำอะไร?
เด : ทำอยู่กับต้ากับก้องด้วย
ทนายไข่มุก : ตอนนั้นพี่ต๊วยเคยมีปัญหาเรื่องน้ำท่อมด้วยมั้ย
ต๊วย : เราเลิกงานดึก พี่ต้าต้องอยู่เคาะงานสุดท้ายเพื่อทำพรีเซนต์ส่งลูกค้า พี่ยัตเขากลับไปแล้ว เราก็อยู่กันอย่างนี้ เราเลิกตีหนึ่งตีสอง ตอนนั้นคนทำงาน หาอะไรรีแล็กซ์ ตอนตีหนึ่งตีสองตีสาม จะมีอะไรมารีแล็กซ์กับเรานอกจากน้ำท่อม (หัวเราะ) แต่หลังๆ เราคิดงานไม่ได้ คิดได้แต่ไม่ถูกใจ เขาบอกว่าเป็นเพราะน้ำท่อมทำให้สมองช้า ไม่ได้บอกว่าน้ำท่อมมันดีนะครับ มันโอเวอร์โหลดด้วย คิดงานดึก ตื่นสาย ไปแอบหลับในห้องน้ำ คนดื่มท่อมมันไม่มีที่รีแล็กซ์เพราะถ้าเลิกงานปุ๊บกลับบ้านนอนเลย มันต้องหาเวลารีแล็กซ์ มันอาจมีวิธีรีแล็กซ์แบบอื่นแหละ แต่ตอนนั้นผมคิดได้แค่นั้น เขาก็เตือนแล้ว
ก้อง : เอาจริงๆ ยัตไม่ผิดนะที่ไล่พวกผมออก ผมก็ยอมรับ เพราะเขาบอกแล้วว่าถ้ายังกินอยู่ มึงออกนะ โอเคผมก็ยอมรับ ผมผิด ผมออก แต่วันที่ผมโดนไล่ออก เป็นวันหยุดผมวันอาทิตย์ ผมกินน้ำท่อมสามคน แต่ไล่ออกสองคน โอเคผมยอมรับ ผมผิดผมก็ออก แต่จะมาลบช่องผมทำไม
เขาบอกเขาไม่รู้เรื่อง?
ก้อง : งั้นใครลบล่ะ ใครก็มองออก ผมออกมาแล้วช่องก็โดนลบเลย อาจไม่ใช่เขาก็ได้ อาจเป็นคนอื่น
ต๊วย : พอออกมากันอยู่สองคน อยู่ดีๆ ก็ตามก้องกลับ อีกวันบอกนัดเจอร้านกาแฟ จะชวนกลับไปทำ เอ๊ะ กูเป็นตัวอะไร
ต้า : ตอนผมออกก็มาตามตื๊อผมทุกวัน ผมใจอ่อนกลับไปด้วยรอบนึง พอกลับไปก็โดนด่าเหมือนเดิม ผมก็ออกมาอีก แล้วมันก็ตาม
ต้าชอบพูดบ่อยๆ มั้ยว่าจะให้หุ้นคืน จะไปแล้ว?
ต้า : เรื่องหุ้นไม่มีครับ
ทนายไข่มุก : มีเป็นแชตมั้ย พี่ต้าลองพิจารณาดีๆ
ต้า : เป็นแชตมี
ทนายไข่มุก : เป็นแชตพี่ต้าตัดพ้อ ช่วงนั้นเขาทะเลาะกับพี่ยัต
คุยกับพี่ยัตแล้ว ขอโทษจากใจจริง โดนเขาด่ายาว พี่บอกเขาแล้วว่ายังรัก ยังอยากทำงานด้วย แต่เข้าใจความอึดอัด ไม่อยากเจอพี่ คุณคุยกับใคร?
ต้า : คุยกับภรรยาเขาครับ
เรื่องถอดชื่อพี่ออกต้องทำอยู่แล้วครับ ทรัพย์สินก่อนหน้าต้องเป็นของพี่ยัตอยู่แล้ว ไม่เคยคิดว่าเป็นเจ้าของอยู่แล้ว รอบนี้หนักกว่ามาก ถ้าไม่เฟดออกมาจะซวยกันหมด พี่ผิดเอง นิสัยพี่เหี้xด้วย เขารู้นิสัย ธาตุแท้นานแล้ว แต่มันหนักเขาแล้ว พี่ต้องใช้เวลาปรับปรุงร่างเหี้xเห็นแก่ตัว ขอออกมา จะบอกทุกคนว่าผิด ไม่มีทางพาดพิงให้พี่ยัตและบริษัทเสียหายแน่นอน นี่คือช่วงที่ต้าซึมเศร้า ตัดพ้อ เข้าใจว่าตัวเองเป็นคนผิด โทษตัวเองเพราะบังคับให้เซ็นหุ้น ไข่มุกยืนยันว่า?
ทนายไข่มุก : ยืนยันว่าช่วงนี้เริ่มมีเอกสารรายงานการประชุมและสัญญาซื้อขายหุ้น ไทม์ไลน์ตอนนั้น ภายหลังจากแชตนี้ มีการส่งใบเสนอกัน ภรรยาคุณยัตก็ให้พี่ต้าเซ็นเอกสารต่างๆ พี่ต้าบอกว่าตัวเองไม่รู้เลยว่าตอนนั้นถูกถอดออกจากการเป็นหุ้นส่วนบริษัทแล้ว มารู้ทีหลังตอนออกมาแล้วเต็มตัว โดนฟ้องโดนอะไรค่ะ
ต้า : เป็นช่วงอาการทางจิตคือพีก ก่อนหน้านี้รักษาแล้วประชดชีวิตไม่ยอมกินยา ตอนเราขอเขาออก เขาไม่ยอมให้เราออก เขาก็ไปตามที่บ้านบ่อยๆ เหมือนมีวันนึงหลับอยู่ เขาโทรมาย้ำๆ ตั้งแต่หกโมงเช้า เขามาหน้าบ้าน เฮ้ย ออกไปกินโจ๊ก เราก็งงๆ เขาชวนออกไปกินโจ๊ก พอขึ้นรถปุ๊บเขาบอกพาไปราชบุรี ไปปรับความเข้าใจกัน เราก็ทั้งกลัว และไม่อยากกลับไปแล้ว เราไม่ไหวแล้วจริงๆ จนเราคิดปิดตัวเองแล้ว เราอึดอัดมาก เราไม่รู้จะทำยังไง เขารู้จักบ้านเรา เราอยู่ใกล้ออฟฟิศ ผมก็ตัวคนเดียว ไม่ได้มีใครเลย เราไม่รู้จะทำยังไงให้เขาปล่อยเราไป เราเจ็บปวดทรมานทุกเวลาที่หายใจ บางทีไม่อยากตื่น เรากลับไปอยู่ก็เจ็บปวด ก็เป็นภาวะที่พิมพ์เพื่อให้เขาปล่อยเราไปเถอะ เลยเป็นแชตนั้น ณ ห้วงนั้นเขาคงอยากได้ยินคำว่าไม่เอาเงิน ถอดชื่อออกได้เลย เขาคงพอใจและปล่อยเราไป เราคิดสั้นแค่ว่าพูดให้แล้วกัน เพื่อจะได้ออกมา ผมไปปรึกษาจิตแพทย์ เขาบอกคุณลองหนีออกมาจากสิ่งแวดล้อมนั้น มันจะทำให้คุณดีขึ้น ผมก็พิมพ์ไปทุกอย่าง
คุณมีใบรับรอง มีภาวะซึมเศร้า อารมณ์เปลี่ยนแปลง คุมตัวเองไม่ดี มีความคิดฆ่าตัวตาย วินิจฉัยโรคซึมเศร้า ส่งผลต่อการคิด การควบคุมตัวเอง
ทนายไข่มุก : มีที่บอกว่าคิดฆ่าตัวตายกี่เดือนแล้ว อย่างไรด้วยค่ะ
มีหลายใบมากนะ ของรพ.ลาดพร้าว บอกเป็นโรคจิตเวช ติดตามอาการตลอด มีอีก รับยาจิตเวช เครียดเรื่องงาน เหงื่อออกฝ่ามือ หงุดหงิดง่าย เป็นมานานแล้ว หลังจากใบนี้มีอีก?
ทนายไข่มุก : ที่มีใบรับรองแพทย์เยอะๆ ตอนนั้นพี่ต้าเกิดสภาวะซึมเศร้าพูดไม่รู้เรื่อง จะทำร้ายตัวเอง ทนายพยายามบอกให้พี่ต้าไปหาหมอ พี่ต้าให้สาเหตุว่าที่ไม่ไปหาหมอเพราะไม่มีเงิน ผมเพิ่งมีเงินวันนั้น หมอบอกว่าคิดฆ่าตัวตายติดต่อกันนาน 6 เดือนแล้ว
เรื่องรถ?
ต้า : ไล่ปีเลยนะครับ ปีแรก เปิดกันมา ก็ค่อนข้างไปได้ดีไว เพราะมีฐานเดิมจากเฟ็ดเฟ่ พอเริ่มมีลูกค้าปี 62 ช่วงปลายปี เริ่มมีลูกค้าเยอะ วิวเยอะ ตอนแรกเราตั้งเงินเดือนคนละ 4 หมื่น อยู่ๆ เขาก็ขึ้นเงินเดือนให้ตัวเอง แต่ผม 4 หมื่นเหมือนเดิม
ผู้ถือหุ้นอนุญาตหรือเปล่า?
ต้า : ไม่ได้มีการประชุม แต่ ณ ตอนนั้นเรารัก เราคิดในแง่ดี เราไม่มีลูก ไม่มีเมีย บ้านเราก็เล็กนิดเดียว ผ่อนถูกๆ เขาภาระเยอะ ให้เขาไปเถอะเพื่อนรัก
ทนายไข่มุก : จริงๆ มีสามเสียง พี่ต้าเสียงเดียว
ต้า : โอเค ไม่เป็นไร เขามีภาระเยอะ ให้เขาไป เราก็มีเงินเก็บจากเฟ็ดเฟ่ พอปลายปีเข้าโครงการรถคันแรก นิสสันโน้ต เป็นเงินบริษัท รถเป็นชื่อเขาครับ
ทนายตุ๋ย : ต้าพูดทุกครั้งว่าเป็นเงินบริษัท เขาอาจเอาเงินเดือนไปซื้อก็ได้ เพราะเขาขึ้นเงินเดือนเขาเอง นิสสันโน้ตไม่เท่าไหร่
ต้า : แค่ 3 แสน
คุณรู้ได้ไง?
ต้า : มีการให้ผมกดอนุมัติโอนเงิน จากเงินบัญชีบริษัท การทำอันนี้ต้องเข้าที่โน้ตบุ๊กก่อน ฝ่ายบัญชีทำการคีย์เบิกแล้วเอาโอทีพีที่เขา แต่ขั้นตอนสุดท้ายต้องกดอนุมัติในแอปฯ โทรศัพท์ ซึ่งผมมีหน้าที่กดอนุมัติ เราก็ถามตัวเองว่าให้ได้มั้ย เป็นรถรับส่งลูกเขา ก็หลานเรา เราก็รักหลาน รับส่งหลาน หลานจะได้สบาย เอาไปเลยเพื่อน ถือว่าให้หลาน จากนั้นอีกก็มีฮาเล่ย์ สีฟ้า
เงินจากที่ไหน?
ต้า : เงินบริษัทครับ
รถฮาเล่ย์ชื่อใคร?
ต้า : เขาครับ ผมเป็นคนกดอนุมัติให้เหมือนเดิม มีป้าคนนึงที่รับโอนรถเขามาที่บริษัท ซื้อรถทุกครั้งป้าคนนี้ก็จะมา เพื่อรับจ้างไปโอนที่ขนส่งให้
มีอีกมั้ย?
ต้า : นี่ปีแรกครับ ปีที่สองคันสีส้ม จีทีโอ
เงินที่ไหน?
ต้า : เงินออฟฟิศส่วนนึง ของเขาส่วนนึง เงินบริษัทล้านนึงครับ ส่วนเขาขายรถเก่ารวมกันก็น่าจะอีกล้าน
คุณรู้ได้ไงว่าเป็นเงินบริษัท?
ต้า : ก็เหมือนเดิมครับ ผมเป็นคนกด มันจะมีวลีรู้กัน ว่ามึงจดไว้ แล้วมึงจะมาเอาเมื่อไหร่มึงก็มาเอา เขาก็มีความแฟร์นะ ณ วันนั้น
ใช่เหรอ ให้จดว่าเอาเงินจากบริษัท?
ต้า : ณ ตอนนั้นปีแรกที่สัมพันธ์ดีกันมาก มึงจดไว้ กูเอาไปเท่านี้ มึงก็ครึ่งนึง เอาไปเท่านี้ มึงจะเอาเลยมั้ย หรือจะเอาทีหลัง ถ้าไม่เอาก็จดไว้ เขาแฟร์ เขาเอาไปล้านนึง ผมจะเอาไปล้านนึงก็ได้ แต่ผมไม่ได้เอาไป
ทนายตุ๋ย : คงบริหารบริษัทกันแบบง่ายๆ เชื่อใจเพื่อนฝูง แล้วเงินทั้งหมดขอเขาแล้วหรือยัง
ต้า : โทรไปขอครับ เขาไม่พูดเรื่องนี้ เขาเรียกผมว่าคุณลิขิต คุณเป็นแค่พนักงาน คุณมาขอผมทำงาน ผมเลยบอกว่าเฮ้ย เราทำมาด้วยกัน เขาบอกเราทำด้วยกันตอนไหน คุณมาขอผมทำงาน ผมก็บอกว่าอ้าว ช่องเป็นช่องเก่าผม เมล์ยูทูปยังเป็นชื่อผมอยู่เลย เขาบอกเป็นหน้าที่งานของคุณที่ผมสั่งให้คุณไปจด ไปเปิดช่อง มันเลยเป็นสมบัติของบริษัท คุณเป็นแค่พนักงาน จะเอาสิทธิ์ที่ไหนมาขอแบ่งส่วนแบ่ง ผมก็งงๆ ทำไมเขาพูดแบบนี้ จากนั้นก็เลยไปเช็กหุ้น หุ้นผมโดนโอนไปแล้ว มันก็เลยจบที่ตรงนั้น ไปต่อไม่ได้
มีคันต่อไปอีก?
ต้า : ระบบจดครับ ปีที่สาม ก็ดูกำไรปลายปี ปันผลกัน เขาบอกว่าปันผลคนละล้านห้า แต่เขาปันให้จริงๆ นะ เขาตั้งใจจะให้จริงๆ พรุ่งนี้ทำการโอนคนละล้านห้า ก็คุยแบบเพื่อนกัน ลังเลรถอยู่สองคัน คันสีเหลืองกับสีขาว จะเอาล้านห้าไปซื้อ มันล้านห้าพอดี เมียอยากได้สีขาว กูอยากได้สีเหลือง เขาเป็นคนชอบรถ เวลาคุยเรื่องรถ เขามีความสุขมาก ก็จะยิ้มแย้มกับผม ผมก็มีความสุขไปด้วย เวลาทำงานกันผมไม่ได้รับความรักจากเขาเลย ผมก็จะชอบเวลาเขาลั้ลลาเรื่องรถ เขาก็จะพูดว่าเขาเหนื่อยในการทำงาน เขาอยากมีเป้าหมาย เขาชอบเป็นหนี้แล้วมีแรงทำงาน อยากซื้อรถฮีลใจ บางทีก็จริง เวลาเขาซื้อรถ เขามีแรงทำงาน เขาแฮปปี้ พออีกวันที่ต้องโอน เขาก็เฮ้ย มึงมีเงินเก็บเท่าไหร่ เอามาดูสิ ผมก็ให้ดู มีเงินเก็บ เขาก็เฮ้ย มึงมีเงินเก็บนี่ มึงรีบใช้เงินมั้ย ก็ไม่รีบนะ กูก็ไม่มีไลฟ์สไตล์อะไรเลยในชีวิต ทำงานแล้วก็นอน ดูบอล ถ้าไม่รีบใช้ งั้นขอยืมนะ เพราะตกลงกับเมียไม่ได้งั้นซื้อแม่xสองคันเลย เมียเอาสีขาว กูเอาสีเหลือง เงินบริษัท ผมกดอนุมัติเองกับมือ รถคันนั้นผมก็ไม่รู้เหตุผลในการซื้อ เพราะรถที่ขายปลายทางก็ไม่รู้ใครเอามาขาย แล้วปีก่อนหน้านั้นเขายืมเงินผม 5.5 แสน ก็คำเดิม มึงจด ซื้อรถโน่นนี่ วลีเด็ดคือมึงจดๆ เราอยู่กันยันตาย ซื้อรถบ้านมาตั้งที่ออฟฟิศ 2 ล้านบาท
ใส่ชื่อใคร?
ต้า : ชื่อเขาครับ เป็นเงินเขา แต่เป็นเงินที่ขายบ้านออฟฟิศ 10 ล้าน ตอนนั้นยังเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ครับ
ทนายตุ๋ย : ต้องดูเจตนา พอทางนี้ยินยอมเขาก็หลุดยักยอก เพราะต้ายินยอม
แต่เขาต้องเอาเงินกลับมาบริษัท ขณะเดียวกันถ้าออกจากเป็นผู้ถือหุ้น ทรัพย์สินต้องแบ่ง ต้องหารตามสัดส่วน คุณต้องได้ส่วนที่ถือ 49 เปอร์เซ็นต์ ต่อให้ยินยอม จดๆ ไว้ ตีสัก 5 ล้าน คุณออกมา เงิน 5 ล้านต้องย้อนกลับไปอยู่ในบริษัท และหารให้คุณ ตอนออกมาคุณได้เท่าไหร่?
ต้า : ไม่ได้แม้แต่บาทเดียว โดนฟ้องตามอีก 20 ล้าน ตอนทำช่องใหม่ ผมไม่มีกล้องถ่ายเลย ใช้มือถือถ่าย
ยัตบอกต้าไปเอาเพจเฟ็ดเฟ่ หลักตามจริงไม่ถูกต้อง เพราะอันนั้นเป็นชื่อต้าคนเดียว?
ทนายไข่มุก : จริงๆ ทนายรู้ว่าวันจันทร์พี่ยัตต้องการมาพูดประเด็นอะไร จริงๆ จะบอกว่าตอนที่ปิดเฟ็ดเฟ่ พี่ต้าเอาเงินของทุกคนไปใช้ใช่มั้ย ซึ่งจริงๆ บริษัทเฟ็ดเฟ่ พี่ต้าคุยกับทุกคนก่อนปิดว่ามีใครจะเอามั้ย สรุปไม่มีใครเอา เพราะต้องมีภาระค่าใช้จ่ายและค่าอื่นๆ ด้วย ภายหลังการแบ่งเงินอาจมีการแบ่งเงินกันก็จริง แต่ภายหลังพี่ต้าบอกว่าใครเอาคลิปมาลงก็จะได้เงิน ส่วนตรงนี้มีแชตชัดเจน ว่าใครเอาคลิปมาถึงจะได้เงินตรงนี้ เวลาไทม์ไลน์ที่พี่ยัตกำลังจะบอกว่าพี่ต้าโกงเงินไปแสนกว่าบาท ตรงนี้พี่ต้าบอกว่าเอาไปจ่ายค่าเกี่ยวกับภาษี ค่าทำบัญชีรายปี และอะไรที่ค้างๆ อยู่ รวมถึงตอนนั้นพี่ต้ามีภาระติดเตียง เพจชัยโสโร พี่ต้าได้เงิน 4 หมื่นซึ่งเขาไม่พอ เข้าใจว่าที่เขาจะมาพูดน่าจะเป็นตรงนี้มากกว่า
เดี๋ยวจะหาว่าไปดักทางเขา ให้เขาพูดเองดีกว่า ธงวันนี้ต้าต้องการอะไร?
ต้า : ต้องการทรัพย์สินส่วนที่ผมร่วมสร้างมา 7 ปี ในการเป็นหุ้น 49 เปอร์เซ็นต์
เช็กหรือยังบริษัทมีทรัพย์สินอะไร?
ทนายไข่มุก : จริงๆ บริษัทนี้ทำกันแบบง่ายๆ ไม่ได้มีอะไร ประชุมเพิ่งครั้งเดียวเองค่ะคือครั้งที่ประชุมเอาพี่ต้าออก จริงๆ กระบวนการต้องเอาพี่ต้ากลับไปเป็นผู้ถือหุ้นให้ได้ก่อน จึงจะรู้ว่าบัญชีมีการโอนไปอย่างไร และเรียกทรัพย์สินคืน
ถ้าออกมาในมุมต้าเล่า ยัตมีความผิดมั้ย?
ทนายตุ๋ย : ไม่มีความผิดเรื่องยักยอก เพราะเขายินยอม แต่เรื่องที่มีการโอนหุ้น ต้ายืนยันว่าไม่ใช่ลายเซ็นก็ไปพิสูจน์กันว่าปลอมหรือเปล่า มูลค่าการขายหุ้นในสัญญา 3 แสน มันน้อยกว่าทรัพย์สินที่มีอยู่ของบริษัท การเอาเขาออกจากการเป็นผู้ถือหุ้น ถ้าเขาไม่ยินยอม ปลอมเอกสาร ใช้เอกสารปลอม ลงลายมือชื่อบุคคลอื่นปลอม สองสามข้อหานี้
คุณเซ็นมั้ยเอกสารผู้ถือหุ้น?
ต้า : ไม่ครับ
ทนายไข่มุก : มีปรากฏลายเซ็น แต่พี่ต้าบอกว่าไม่ได้เซ็นค่ะ
ทนายตุ๋ย : แต่เขาอาจออกในรูปว่าเขาสองหุ้น ครบแล้วตามกฎหมาย ก็ประชุมได้ แต่ก็ต้องมีเขียนว่าผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมกี่คน นับจำนวนหุ้นได้เท่าไหร่
ต้า : ส่วนเส้นเงินยักยอก ก็มีส่วนที่ผมไม่ทราบด้วย มีวันนึงเงินบริษัทโอนให้ใครสักคน 2 ล้าน โดยผมไม่รู้
ทราบได้ไงว่ามีการโอนไป?
ต้า : ฝ่ายบัญชีเดินมาบอกว่าขอโทรศัพท์ รู้รหัสปลดล็อก และเขาก็กดโอน เขายืนอยู่ด้วยกัน 3 คน เอาโทรศัพท์จากผม แล้วไปที่โน้ตบุ๊กแล้วกดอนุมัติ ผมก็ไม่รู้ด้วยว่าเป็นเงินจ่ายอะไร ไปทำอะไร แล้วมีการปันผลคืนไปที่เขาด้วยเงินก้อนนั้น
ทนายตุ๋ย : ถ้าเป็นเพื่อนฝูงกัน ทุกอย่างคุยกันจะง่าย ดีกว่าไปจบบนศาลเสียค่าทนาย ขึ้นศาลไม่สนุก ทนายจะทราบดี แต่ผมคิดว่าแยกกัน ความสัมพันธ์เหมือนเดิมดีกว่า
ล่าสุดคุณแอ๊ะมีการโพสต์ บอกว่าเจอกันแน่ มัดรวมมาได้หมดทั้งแก๊งเลย จะกวาดให้หมด คนที่อยากจะมาออก เขาเลยกังวลใจ กลัวว่าจะโดนฟ้องเพราะมีการพาดพิงถึงที่ทำงานด้วย อยากให้พี่หนุ่มปกป้องว่าอย่าฟ้อง จะได้พูดให้เต็มปากเต็มคำ อย่างที่บอกสองฝั่งยินดีพูดในมุมข้อเท็จจริงแต่ละคน แต่หวังในใจว่าที่จะไปขึ้นศาล จะไกล่เกลี่ยจบด้วยดี ทางนี้เขาไม่ได้ต้องการอะไร นอกจากในส่วนของเขา ถ้าจะต่อรองเขาก็ว่ากันมา เขาก็รับฟัง ถ้าฝั่งโน้นไม่มีการยอมก็สู้กันไปตามกระบวนการ แล้วมาว่ากันวันจันทร์
ต้า : ถ้าเป็นพวกเพื่อนเก่าเฟ็ดเฟ่เป็นคู่กรณีของผมแล้ว ดังนั้นเขาจะใส่ความผม ก็ไม่มีน้ำหนักที่จะเป็นคนกลาง
ทนายตุ๋ย : จะให้เขาเป็นกลางก็คงไม่ได้ ก็คงต้องยอมรับ
ต้า : มีเคสที่เขาดักผมที่ทำงาน ให้ผมโอนหุ้นเฟ็ดเฟ่ให้เขา เขาบอกเขาจะไปทำต่อ เขาประชุมกับเพื่อนๆ มาแล้ว จะทำช่องใหม่กับเพื่อนๆ ทำเสื้อขาย ทำอีเวนต์มีตติ้ง มีเมกะโปรเจกต์กับเพื่อนๆ ขายฝัน เพื่อนจะได้ตังค์มั่นคง เราจะกลับมาดัง พวกมึงจะมีตังค์ พวกเขาก็เชื่อยัตหมด ด้วยเมกะโปรเจกต์อันนี้ บริษัทเป็นผมของผม ผมถือ 98.5 เปอร์เซ็นต์ เขาเลยมาให้ผมเซ็นโอนหุ้นให้เขา เขาจะไปทำกันต่อ แต่ผมไม่ได้เซ็น
มีอะไรเพิ่มเติมมั้ย?
ต้า : อยากฝากผู้ชม ขอบคุณที่รับชม คำพูดใดไม่สุภาพก็ขอโทษด้วย อยากอุทิศเรื่องตัวเองให้เป็นอุทาหรณ์ทุกท่าน เงินมันคม อย่าเพิ่งไปไว้ใจ อย่าโง่เหมือนผม ถ้าผมไม่ได้ทรัพย์สินคืนยังไงก็ขออุทิศเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ใครมีปัญหากับชีวิตก็ขอเลยอย่าท้อต้องสู้ อดทนไว้ ผู้วิจารณ์มีมากมาย แต่ผู้ให้กำลังใจไม่มากพอ วันที่ทัวร์ลงผม ผมต่อสู้คนเดียว สิทธิผมดูไม่น่าเชื่อถือ ผมโดนทัวร์ลง โดนตามด่า เหมือนผมตุยไปแล้ว เหมือนต้นไม้ที่ตายไปแล้ว ขณะที่ทัวร์ลงผม มีแมสเสจนึงเด้งเข้ามาว่าผมเชื่อพี่ต้า โดยที่คนหลายล้านไม่เชื่อผม เหมือนหยดน้ำต้นไม้ตาย แค่หยดเดียว เรามีกำลังใจที่อยากจะฟื้น ผมจำไม่ได้ว่าเขาเป็นใคร ก็ขอบคุณด้วย และเคล็ดลับในชีวิต ที่ผมผ่านประสบการณ์มา อยากให้ทุกคนตั้งใจทำงานออกมาให้ดี รากฐานชีวิตคือการทำงานครับ เมื่อคุณตั้งใจทำงาน จะถูกบังคับให้คุณคิดดี พูดดี ทำดี แล้วชีวิตคุณจะดี ถ้ารากฐานงานคุณดี คุณจะแข็งแกร่ง คุณจะสบาย อย่าขี้เกียจงาน ให้รักงาน ที่ผมกลับมาได้ ก็เพราะทุกคนให้กำลังใจและสนับสนุน ผมไม่ได้กลับมาได้เพราะดราม่าหรือความน่าสงสาร ผมกลับมาได้เพราะผลงาน มีงานท่องเที่ยวแฝงธรรมะ แฝงความฟีลกู้ด เรียบง่าย ก็เริ่มมีคนเชื่อผม มีคนรับฟังผม ในสิ่งที่ผมพูดว่าผมไม่ได้ขายเพื่อน เชื่อผมว่าการขึ้นศาลไม่สนุก ถ้าไม่จำเป็นอย่าเป็นศัตรูกับใคร อย่ามีปัญหากับใครเลย ขอให้พบเจอแต่สิ่งดีๆ ครับ สาเหตุที่เขาอยากฟ้องผมเยอะ เพราะเขาอยากเจอทนายผม ทนายเกิร์ลกรุ๊ป แต่เขาเก่งครับ
อยากฝากอะไรถึงยัต?
ต้า : เขาอาจเดินทางผิด หรือขึ้นหลังเสือแล้วลงไม่ได้แล้ว หรือเจอเวย์ที่เลี้ยวทางผิด กลับไม่ได้ ก็อยากให้เขามีสติว่าเขายังมีภรรยา มีลูก ถ้าเอาแต่ใจตัวเอง ทำอะไรผิดพลาดจะกระทบภรรยาและลูก มันกลับมาทันเพื่อน เรายังกลับมาได้เลย ขอให้ตั้งสติคิดถึงลูกเมีย เรายังกลับมาทัน
พรุ่งนี้เจอหน้ากันจะทำยังไง?
ต้า : ก็ยิ้มครับ คราวที่แล้วไปไม่เจอเขา เจอภรรยาเขา ก็ยิ้มให้เขา เขางง
ถ้าเจอยัตจะเข้าไปกอดมั้ย?
ต้า : ยิ้มก่อน ถ้าเขายิ้มรับก็อาจจะกอดครับ
คลิปเสียงด่ากันคืออะไร?
ต้า : ผมโทรไปขอคุยเรื่องแบ่งทรัพย์สิน เขาบอกว่าผมเป็นแค่พนักงาน


