xs
xsm
sm
md
lg

“ณวัฒน์” แฉแรง! กรรมการเกินครึ่งไม่เลือก “ฟาติมา บอสซ์” เป็น MU ฟาดเดือดนี่มัน M-Money

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ณวัฒน์” เปิดหน้าชน “ฟาติมา บอสซ์” ลั่นคิดผิดที่มาสู้ด้วย ยันคดีหมิ่นประมาทเดินหน้าสู่ขั้นตอนออกหมายจับ แฉกรรมการเกินครึ่งไม่ได้เลือกเป็นผู้ชนะ ฟาดเดือดไม่ใช่ “Empower” แต่เป็น “Money” ลั่นจะสู้เพื่อนางงามที่ถูกเอาเปรียบ ไม่ให้พลังผู้หญิงถูกใช้เป็นเครื่องมือ

จากกรณีที่ “ณวัฒน์ อิสรไกรศีล” ออกมาโพสต์ก่อนหน้านี้ว่าอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการออกหมายจับ “ฟาติมา บอสซ์” มิสยูนิเวิร์ส 2025 ในคดีหมิ่นประมาท ใส่ร้าย และเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จ จนกลายเป็นประเด็นร้อนสะเทือนวงการนางงาม

เดือดก่อนรอบตัดสิน! “ณวัฒน์” เร่งออกหมายจับ “ฟาติมา บอสซ์” มิสยูนิเวิร์ส 2025 คดีหมิ่นประมาท

ล่าสุดเมื่อวานนี้ (23 ส.ค.) ก่อนเริ่มการประกวด “Miss Universe Thailand 2026” รอบตัดสิน “ณวัฒน์” ได้เปิดใจถึงเรื่องดังกล่าว ยืนยันขณะนี้ยังไม่ได้มีการออกหมายจับ แต่คดีอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการเพื่อขอออกหมายจับ พร้อมชี้แจงถึงสาเหตุที่ต้องแจ้งความ หลังถูก “ฟาติมา” กล่าวหาว่าเจ้าตัวใช้คำว่า “Dumbhead” ด่าทอ ย้ำในเหตุการณ์วันนั้นพูดเพียงคำว่า “Damage” และมีหลักฐานดิจิทัลฟุตพริ้นท์ยืนยัน ขณะเดียวกันยังเปิดข้อมูลเบื้องหลังการตัดสิน Miss Universe 2025 อ้างกรรมการเกินครึ่งไม่ได้เลือก “ฟาติมา” เป็นผู้ชนะ พร้อมประกาศเดินหน้าต่อสู้เพื่อความยุติธรรมและพลังของผู้หญิงทั่วโลก

“ผมยังไม่ได้ออกหมายจับ เพียงแค่สู่ขั้นตอนการจะออกหมายจับ เพราะว่าเรื่องนี้เราแจ้งความมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แล้วก็ดำเนินการมาอยู่ตลอด ประมาณ 7 ถึง 8 เดือน สิ่งที่เราจะต้องแจ้งความ เพราะว่าทางฟาติมา พูดได้เลยเพราะว่าทุกคนก็ทราบ เขากระทำการหมิ่นประมาทโดยซึ่งหน้า ก็คือหลังจากเขาเดินออกมาจากห้อง แล้วเขามาพูดกับคนอื่นว่าผมพูดคำว่า Dumbhead ซึ่งเป็นคำด่า เหมือนกับว่าผมไปด่าเขา ซึ่งเป็นคำไม่สุภาพ แล้วเป็นคำที่รุนแรง ผมก็ได้บอกเขาแล้ว แล้วได้พยายามสื่อสารกับเขาในทุกรูปแบบ แล้วก็พยายามทำดีกับเขา แม้กระทั่งจบการประกวด ผมก็พยายามจะเข้าหาเขา เพื่อให้ทุกอย่างมันเรียบร้อยและกลับไปด้วยได้ดี”

“แต่เนื่องจากเขากลับไปถึงอเมริกา กลับไปถึงไมอามีแล้วไปออกรายการ ให้สัมภาษณ์อะไรสักอย่างนึง ซึ่งในรายการเขาก็ดันมาพูดคำนี้อีก ว่าผมไปด่าเขาว่า Dumbhead ซึ่งผมได้โพสต์ไปแล้ว แล้วผมเอาคลิปมาโพสต์เรียบร้อย ทุกคนต้องไม่ลืมนะครับ ว่าคนเราดิจิทัลฟุตพริ้นท์มันแก้ไม่ได้ ในการสนทนา ไม่ว่าจะดี หรือร้ายในห้องวันนั้นไม่มีคำว่า Dumbhead มีอยู่คำเดียวว่า Damage ซึ่งเขาอาจจะเข้าใจภาษาอังกฤษไม่ถ่องแท้ ผมก็ว่ามันก็ไม่น่าใช่ เพราะว่าเขาก็สื่อสารภาษาอังกฤษรู้เรื่องกับเรา”

“เพราะฉะนั้นเราก็ขอร้องเขาว่าให้หยุดพูดคำนี้ ซึ่งเขาไม่ยอมหยุด เราก็ต้องใช้กฎหมาย เพราะว่าอันนี้ถือว่ามันเป็นสิทธิมนุษยชน เป็นสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา ที่จะโต้แย้งว่าเราไม่ได้พูดแบบนั้น มันเป็นเรื่องของกฎหมาย เราก็เลยต้องแจ้งความเขาในขณะที่เขาไม่ยอมหยุดพูดซะที ก็อยากให้คนทั่วโลกเข้าใจด้วย ผมไม่อยากตกเป็นเหยื่อของเขา ผมจึงต้องแสดงตัวตนในการต่อสู้ในสิ่งที่ถูกต้อง แล้วสิ่งนั้นก็กำลังดำเนินการไปสู่ขั้นตอนการออกหมายจับ”

“ซึ่งก็ถือว่าเป็นขั้นตอนที่ถูกต้อง ถ้าเขาคิดว่าผมเคยพูดคำว่า Dumbhead และสิ่งที่ผมแจ้งความเขาผิด เขาสามารถเอาหลักฐานออกมาได้ ว่าเขามีหลักฐานอะไรที่ผมพูดคำว่า Dumbhead แล้วเขาสามารถที่จะไปดูย้อนหลังในเฟซบุ๊กได้ เพราะยังไม่ได้ลบทิ้ง ดิจิทัลฟุตพริ้นท์ยังอยู่ครบ ถ้าไม่เห็นด้วยหรือไม่ยินยอม ผมไม่ว่าเลยเป็นสิทธิที่เขาทำได้ ให้เขาไปดูย้อนหลังตั้งแต่ต้นจนจบงานของวันนั้น เรายังคงโพสต์ทิ้งเอาไว้”

เชื่ออีกฝ่ายตั้งใจใส่ร้าย
“เขาใส่ร้ายครับ เขาตั้งใจใส่ร้าย คือคนๆ นี้เนี่ย ตั้งใจมาประกวด ผมนะเอ็นดูเขา แล้วผมรักผู้หญิงทุกคนทั่วโลก แต่เขาพยายามใช้ผู้หญิงคนอื่นเป็นเหยื่อ อย่างการมาประกวดทุกคนก็รู้ ว่าเขาได้ทำอะไรบ้างเป็นสิทธิพิเศษ เราเองเราได้บอกกับผู้ใหญ่ของทางองค์กร ซึ่งตอนนั้นคือคุณมาริโอ้ เราก็บอกว่าอย่าทำสิทธิพิเศษแบบนั้นให้กับฟาติมา ซึ่งมาจากเม็กซิโก แล้วมาจากบริษัทที่เป็นคุณราอูลซึ่งเป็นเจ้าของ เพราะมันจะดูไม่ดี แต่ว่าเขาก็ไม่ฟัง”

“อย่างเช่น ตั้งแต่วันแรกที่มาถึง อันนี้ผมแอบถ่ายด้วยตัวเอง ตั้งแต่วันแรกที่มาถึง เขาจะมีซีเคียวริตี้ส่วนตัว พกเครื่องช็อตไฟฟ้าอยู่ข้างเอว เดินตามหลังคุ้มครองเขาเป็นระยะ อันนี้เหตุเกิดที่โรงแรมแกรนด์ลิชมอนด์ ผมอยู่ในลิฟต์ แล้วก็มีคนอื่นอยู่ด้วยอีก 2 คน แล้วลิฟต์เปิดชั้นของน้องเขา น้องเขาเข้ามาพร้อมซีเคียวริตีการ์ด 1 คน ซึ่งเป็นเพศหญิง ใส่ชุดสีน้ำเงินยูนิฟอร์ม และตรงเอวก็จะมีเครื่องช็อตไฟฟ้า ผมถ่ายในที่มืด ผมก็เอาโทรศัพท์ขึ้นมา เขาไม่เห็นผม แต่ว่าตอนหลังรู้สึกเขาจะรู้สึกว่ามีผม แต่ลิฟต์มันปิดไปแล้ว ลิฟต์กำลังเคลื่อนที่แล้ว ผมก็เลยเอาโทรศัพท์สแนปช็อต”

“ผมไม่อยากให้คนในนั้นที่อยู่ด้วยเขาสงสัย นี่คือซีเคียวริตีที่เขาพามาส่วนตัว ซึ่งนางงามหลายคนทราบดี แต่นางงามหลายคนก็พยายามมาแจ้ง ว่ารู้สึกไม่สบายใจ เหมือนถูกคุกคาม เหมือนถูกเอาเปรียบ เหมือนลดทอนพลังผู้หญิงของเขา ผมก็พยายามจะช่วยนะ พยายามไปเจรจากับองค์กร ว่าอย่าทำอย่างนี้ได้ไหม อย่าจัดช่างแต่งหน้าทำผมแยกได้ไหม อย่าดูแลเป็นพิเศษแบบขนาดนี้ได้ไหม แต่มันก็ไม่เป็นผล”

“เพราะฉะนั้น ผมว่าการที่เขาใส่ร้ายผมมันเป็นเกม ที่เขาจะเอาไปสร้างเรื่อง เพื่อให้มีเรื่องพูด แล้วเขาตั้งใจ จงใจหมิ่นประมาท เพราะเขาถือว่าจะพูดอะไรก็ได้ เราดูพฤติกรรมของเขา อย่างเช่นเขาไปสัมภาษณ์ที่รายการ เวลาพิธีกรถามไม่ถูกใจ เขาก็ลุกออกจากรายการแล้วก็ไม่กลับมาเลย แล้วไม่นานมานี้ไม่รู้ประเทศไหน คนสัมภาษณ์อยู่ ไปสัมภาษณ์อะไรเขา เขาปัดไมค์ทิ้งเลย เขาเป็นคนแบบนี้ ซึ่งเราอดทน”

“ต้องแยกประเด็นออกมาระหว่าง Empower women เขาชอบใช้วลีปลุกพลังหญิง ซึ่งต้องบอกก่อนนะครับ ว่าเหตุการณ์ที่เกิดในห้องผมไม่ได้ติดใจเขาเลย ผมเห็นใจเขา เพราะฟาติมาเขาก็เป็นเด็กคนนึง ที่ผมเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขา บางครั้งเขาควบคุมตัวเองไม่ได้ แล้ววันนั้นที่เกิดเรื่อง พูดไปมันก็ซ้ำ ผมไม่ได้พูดกับเขา ผมพูดกับเขาเสร็จแล้ว แล้วผมพูดกับคนอื่น แล้วอยู่ๆ เขาก็ลุกขึ้นยืน แล้วก็บอกว่า ฉันมีเรื่องอยากจะคุยด้วย เราก็เลยบอกว่านั่งก่อน เรากำลังคุยกับคนอื่น”

“ซึ่งเขาบอกไม่ได้ เขาจะพูดเดี๋ยวนี้ แล้วเราก็บอกว่า I still talking with other, could you please have a seat นะ แล้วเดี๋ยว I will continue with you แต่เขาบอกไม่ได้ ฉันต้องพูดเดี๋ยวนี้ เราก็บอกไม่ได้ ก็ฉันพูดกับคนอื่นอยู่ เขาก็เลยกรี๊ดขึ้นมา แล้วก็กระทืบเท้าเดินออกมาชับๆ แล้วเขาก็บอก I come to the wrong place แล้วก็เดินออกไป เพราะฉะนั้นผมมั่นใจว่าพลังของผู้หญิง พลังของยูนิเวิร์สเป็นพลังอันศักดิ์สิทธิ์ เราจะให้ผู้หญิงแบบนี้ มาทำลายพลังของผู้หญิงทั้งโลกที่มีความหวังไม่ได้ เราจึงออกมาต่อต้านและต่อสู้”

“สิ่งที่สำคัญที่สุดเลยผมรู้สึกสงสารนางงามหลายคน รวมถึงไทยแลนด์ด้วยก็ได้ ผมมีส่วนได้ส่วนเสียผมก็อยากพูด ผมสงสารครับ เพราะว่าคนเหล่านี้ ถูกผู้หญิงคนนึงเอารัดเอาเปรียบ และคำว่าพลังของผู้หญิงเนี่ย ผมเป็นคนศรัทธา แล้วผมทำนางงามมา 20 ปี ผมส่งเสริมพลังของผู้หญิงอย่างเต็ม เต็มความสามารถ เต็มพิกัดผม ผมสร้างผู้หญิงให้พ้นทุกข์มาเยอะ เพราะฉะนั้นผมดูจากสิ่งที่เกิดขึ้น ฟาติมากำลังทำลายพลังของผู้หญิง กำลังเอาเปรียบผู้หญิง การประกวดมิได้ เป็นการประกวดโดยเท่าเทียม นั่นคือการเอาเปรียบ การประกวดโดยมีซีเคียวริตี เดินตาม การประกวดโดยไม่ไปร่วมกิจกรรมสปอนเซอร์ การประกวดโดยไม่ใส่ใจคนอื่น มันก็เท่ากับไม่เท่าเทียม นั่นคือการทำร้ายพลังของผู้หญิงที่เท่าเทียม”

แจ้งความข้อหาหมิ่นประมาท เผยเพิ่งได้เข้าถึงข้อมูล และรู้ว่ากรรมการเกินครึ่งไม่ได้เลือก “ฟาติมา” เป็นผู้ชนะ
“ก็หมิ่นประมาทเรื่องใส่ความเท็จ คำว่า Dumbhead เนี่ยแหละเป็นคำหลัก ที่ผมพูดถึงหลายประเทศ เพราะว่าสาระสำคัญเลย พอผมมาเป็น CEO ฝั่งนี้แล้ว ผมได้เข้าถึงเอกสาร เข้าถึงข้อมูล เข้าถึงหลายๆ อย่าง รวมถึงเข้าถึงตัวกรรมการตัดสินในวันนั้น แล้วผมก็ยืนยันตรงนี้ว่ากรรมการเกินครึ่ง ไม่ได้เลือกฟาติมาเป็นผู้ชนะ แต่เราก็ต้องยอมรับในสภาพนี้ใช่ไหม ผู้หญิงทั้งโลกและผู้เข้าประกวดทั้งโลก คุณจะยอมเป็นเหยื่อ คุณจะยอมเป็นเครื่องมือ ไม่มีการ transparent ใดๆ ทั้งสิ้น ไม่สามารถพิสูจน์ได้เลย ปัจจุบันได้ทำลายหลักฐานทิ้ง แต่อย่าลืมนะครับ หลักฐานที่ดีที่สุดคือมนุษย์ ซึ่งนั่งให้คะแนน ถ้าแน่จริง สิ่งที่ผมพูดไม่ถูก ติดต่อกรรมการได้เลย ทุกคนไปติดต่อได้ กรรมการเท่าที่คุณจะติดต่อได้ ถามเขาว่าเลือกใคร”

“ผมถามแค่นี้ครับ นี่คือสิ่งที่ผมต้องรณรงค์ อยากให้เขาเอาคำว่า พลังหญิง เขากำลังทำร้ายพลังของผู้หญิงที่มีความฝัน เขากำลังเอาเปรียบผู้หญิง ที่ต้องลงทุนลงแรงมาประกวดปีที่แล้ว ย้ำนะครับ กรรมการเกินครึ่งไม่ได้เลือกเขาเป็นผู้ชนะ แล้วดูลักษณะองค์กรเขาสิมีแต่คดี มีแต่ความแปลกประหลาด CEO ก็มีคดีคุกคามทางเพศ คุณราอูลมีคดีอะไร แล้วตัวเขาทำยังไง แล้วแต่ใครจะเชื่อ หลังจากนี้ใครจะพูดอะไร ผมไม่ได้สนใจแล้ว ผมรอให้กฎหมายเป็นตัวยืนยัน เพราะว่าสิ่งที่เขาอุปโลกน์ขึ้นมามันก็อาจจะมีพรรคพวก ก็พูดด้วยแล้วก็ดูไปเพลินๆ แต่ว่าคนเรา ความจริงเป็นสิ่งที่ไม่ตาย และคนบางคนต้องตายกับความจริงเร็วๆ นี้ครับ”

เปิดหน้าสู้! ยันผลการตัดสินมิสยูนิเวิร์ส ปี 2025 ไม่ได้มาจากกรรมการทั้งหมด
“ผมถามนิดนึงว่าห้องหลังเวที มีใครเข้าไปในห้องได้บ้าง อันนั้นก็ช่างมันเถอะ เรื่องของเรื่องอย่าไปสนใจ แต่เราสนใจว่าเราสามารถติดต่อคณะกรรมการได้ แล้วเราก็เข้าไปเห็นบางอย่าง เพราะฉะนั้นคำถามผมถามทิ้งไว้ ว่าคณะกรรมการเกินครึ่ง ผมไม่อยากระบุจำนวนนะ ถ้าฟังจำนวนแล้วอาจจะตกใจ คณะกรรมการเกินครึ่งไม่ได้เลือกเขาเลย แล้วไม่ได้ว่าไม่ได้เลือกเขารอบสุดท้ายนะ ไม่ได้เลือกเขารอบอื่นด้วย”

ลั่น Empower women จะต้องไม่ตกอยู่ภายคอิทธิพลมาเฟียแก๊งนี้
“ผมถามว่าแล้วชัยชนะของเขา เป็นชัยชนะที่ทำร้ายผู้หญิง ซึ่งมีพลังมาจากทั่วโลก ทำร้ายความหวังของผู้หญิง เขาเป็นยูนิเวิร์สคิลเลอร์ เขาเป็นแบบโฮปคิลเลอร์ เขาเป็น Empower women killer ผมยอมไม่ได้ เพราะผมยืนอยู่ตรงนี้ 20 กว่าปี ผมจะนำพา ช่วยเหลือ Empower women กลับมาให้ได้ จะต้องไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพล ของแก๊งมาเฟียแก๊งนี้”

ไม่สนใจฟีดแบ็กหลังจากนี้ จะเป็นยังไงก็แล้วแต่
“ก็แล้วแต่ครับ เราก็ไม่สนใจ ผมขอพูดในหน้าที่ CEO ผม แล้วผมเป็น CEO ในฝั่งตะวันออก อย่ามามั่วว่าไม่ได้เป็น ผมมีจดหมายเชิญ ผมเซ็นรับถูกต้องทางกฎหมาย ผมทำอะไรผมถูกต้อง คนถูกต้องเท่านั้นจะยืนอยู่บนที่สง่างามได้ สุดท้ายผมคิดว่าหลายคนคงเอาคำพูดผมไปแปลเป็นทุกภาษา ผมอ้อนวอนผู้หญิงทั้งโลก วอนแฟนนางงามทั้งโลก วอนผู้เข้าประกวดนางงามทุกคน เราต้องรัก Empower ของเรา อย่า ปล่อยให้ถูกทำลายด้วยการจัดการที่มีความแปลกประหลาด ทำให้เราตั้งข้อสงสัยว่าแล้วชนะมาด้วยวิธีอะไร ในเมื่อกรรมการเกินครึ่งไม่ได้เลือกเขา แล้วยังมาเชิดหน้าชูตาหา Empower เพื่ออะไร”

“Empower ที่แท้จริงอยู่ที่ตั้งแต่รอง 1 ถึงรอง 130 นั่นคือ Empower ที่อดทน ผมขอสรรเสริญทุกคน ที่มาประกวดว่า อดทนต่อการถูกเอาเปรียบอย่างดีเยี่ยม ปรบมือ เพราะฉะนั้นต่อจากนี้ไป เขาจะโพสต์อะไรปล่อยเขาไป อย่ารู้สึกสะเทือน กฎหมายมันมีความเป็นสากล หมิ่นประมาทสามารถทำเป็นอินเตอร์เนชั่นแนลได้ครับ”

ยังไม่ถึงเวลาระบุตัวตน ว่าผลการตัดสินมาจากใคร แต่จะช่วยผู้หญิงทั้งโลกที่มาประกวด แล้วถูกโกงชัยชนะ
“อ๋อ ยังไม่ถึงเวลาครับ แต่ทุกอย่างมันต้องถูกคลี่คลาย จะให้คนมาเอาเปรียบผู้หญิงที่มาประกวดแบบนี้ไม่ได้ แล้วผู้เข้าประกวดทุกคนต้องมีสติ เราอย่าตกเป็นเหยื่อเขา เอะอะเขาก็พูดถึงเรื่องเขาคิดถูกแล้วที่เขาลุกขึ้นยืนในห้อง ผมไม่ได้พูดถึงเรื่องในห้อง ผมพูดถึงเรื่องที่คุณใส่ร้ายผมนอกห้อง เรื่องในห้องมันจบไปแล้ว ผมก็ได้ร้องไห้ไปแล้วว่าผมอึดอัด มันจบไปแล้ว เรื่องนอกห้องที่คุณพูดว่า Dumbheads คือการใส่ร้ายซึ่งหน้าซ้ำๆ จนถึงขนาดไปออกทีวี เพราะฉะนั้นอย่าหลงประเด็น เขาไม่มีทางที่จะสู้อะไรได้หรอก นอกจากไปเล่าเรื่องเดิมๆ มาผสมผสาน ผมจะช่วยผู้หญิงทั้งโลกที่มาประกวดแล้วถูกคนโกงชัยชนะ ไม่ว่าเวทีไหนก็ตาม พูดก่อน”

ลั่นอย่ามานั่งด่ากันเสียเวลา ดีแต่ปาก ถ้าคิดว่าใครเลือกให้ได้มงฯ พูดออกมาเลย
“ตำรวจบอกคืบหน้าแล้ว เดี๋ยวก็อาจจะต้องออกหมายจับต่อไป เพราะว่าออกหมายเรียกก็ไม่รู้จะเรียกยังไง ก็คงออกหมายลอย เรื่องนี้เป็นแค่เล่าให้ฟัง ผลสรุปเป็นยังไงผมไม่รู้ ข้อเท็จจริงอยากให้ทาง คุณราอูล คุณโรนัล เดย์ คุณเอ็มเจ คุณฟาติมา ออกมาอธิบายได้นะครับ อธิบายในเรื่องนี้นะ อย่ามานั่งด่ากันเสียเวลา ดีแต่ปาก ตีหน้าเศร้าเล่าเรื่องเท็จ ไม่เอานะ ถ้าคุณคิดว่า นาตาลี เกลโบวา เลือกคุณ พูดมาเลย เดี๋ยวนาตาลีจะออกมาเอง คุณคิดว่า นก ชลิดา เลือกคุณ พูดมาเลย เดี๋ยวเขาจะออกมาเอง คุณคิดว่า หลุย เลือกคุณ พูดมาเลย คุณพูดมาเลย พูดมาให้หมด พูดออกมาดีที่สุด เราตรงไปตรงมา”

แจงในกรณีนี้ ตำรวจไม่สามารถเรียกตัวคู่กรณีมาได้
“เรียกไม่ได้ครับ ถ้าไม่มาก็คือไม่ได้ แต่ว่าเข้ามาไม่ได้ เท่านั้นเอง ถ้าออกหมายจับก็จะติด Immigration คือทั้งหมดทั้งมวลเราตั้งข้อสังเกตนะ ว่าอย่างนี้แล้วมันเป็นยังไงกันแน่ เรารอความแน่ของเขา ช่วยอธิบายหน่อย แล้วก็อย่าลืมว่าสุดท้ายเราซัปพอร์ตทุกพลังของผู้หญิง พลังของผู้หญิงต้องไม่ถูก ไม่ว่าเพศหญิงด้วยกันหรือผู้ชายทำลายลง จากการใช้กลยุทธ์ ที่มันไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้แบบนี้”

เผยแจ้งความเพราะรักษาสิทธิ์ของตัวเอง อยากให้อีกฝ่ายหยุดใส่ร้าย
“ผมอยากให้เขาหยุด สำคัญที่สุดคือผมปกป้องสิทธิ์ของผม ผมไม่ได้พูด สมมติคนด่าคุณ ว่าคุณไปด่าเขาว่าชั่ว แต่คุณไม่ได้ไปบอกว่าชั่วสักคำหนึ่ง ครั้งหนึ่งเราก็รู้สึกอึดอัด สองครั้งก็อึดอัด นึกว่าจบ แต่มันไปครั้งที่สาม ครั้งที่สี่ แล้วมันไปถึงขนาดออกทีวี มันเป็นสิทธิ์ที่เราต้องปกป้องตัวเองเท่านั้น แล้วส่วนเรื่องที่ผมเล่าให้ฟัง ผมก็เห็นข้อพิรุธมันเป็นแบบนี้ มาเล่าให้ฟังในข้อเท็จจริงที่เห็น จริงไม่จริงเดี๋ยวรอบทสรุปอีกครั้งก็ได้ หรือรอฟังเขาก็ได้ครับ”

ชี้แถลงข่าวตอบโต้ขององค์กรมิสยูนิเวิร์สกับทาง “ฟาติมา” ออกมาเหมือนคุยคนละเรื่อง
“ได้ดูครับ ก็คนละเรื่องไง ผมคุยเรื่องผิดกฎหมายหมิ่นประมาท เขาไปคุยบรรยากาศในห้องอีกแล้ว แล้วก็ปลุกพลังหญิง แต่ผมกำลังจะบอกว่า ผู้หญิงอย่าเป็นเหยื่อ เดี๋ยวผมจะขึ้นแฮชแท็กใหม่ ผู้หญิงอย่าเป็นเหยื่ออาชญากรรม อย่างนั้นดีกว่า ง่ายดี เราต้องแบ่งให้ออกว่า Empower หรือคนทำผิด ถ้าคนทำผิดอย่ามาใช้คำว่า Empower คุณไม่มีสิทธิ์ใช้คำนี้ตั้งแต่แรก องค์กรที่ทำผิด เป็นองค์กรที่ไม่น่าศรัทธาอยู่แล้ว นะฮะ”

บอก “โรนัล เดย์” CEO คนสำคัญขององค์กร Miss Universe ให้ไปแก้ปัญหาเรื่องของตัวเองก่อน
“เรื่องคุณโรนัลผมไม่อยากยุ่ง แต่วันนี้ก็มาโพสต์เรื่องของผม ก็อยากให้เขาไปแก้ปัญหาเรื่อง Sexual Harassment ซึ่งแพร่หลายอยู่ เพราะว่าองค์กรยูนิเวิร์ส ไม่ควรจะมี Sexual Harassment เป็นผู้นำ มันเป็นการกระทำที่เจ็บปวด กับชื่อเสียงขององค์กร แล้วเขาเขียนหนังสือด้วย เขาออกบรรยายเรื่องพลังนู่นพลังนี้ ในขณะที่เขาทำร้ายเด็กผู้ชายคนหนึ่ง ให้ต้องย่ำแย่ จริงหรือเปล่า นี่เอาตามข่าว ที่ปรากฏทางสเปนและอังกฤษ ก็อยากให้เขาออกมาอธิบายด้วย แล้วน้องผู้ชายคนที่อยู่ในภาพข่าว ถ้าสะดวกก็ติดต่อมาที่ MGI ด้วยนะครับ เราจะช่วยเหลือเต็มความสามารถทางด้านกฎหมาย เราจะไม่ให้ใครเป็นเหยื่อใครเด็ดขาด เพราะว่าเราต้องการความยุติธรรม แล้วก็เราต้องการพลังที่ถูกต้อง เราไม่ต้องการให้ใครกดขี่ใคร หยุดกดขี่นางงาม หยุดเอาเปรียบนางงาม หยุดเอาตำแหน่งเป็นของเล่น ของลูกเต้า หยุดสักที”

ขอพูดเป็นครั้งสุดท้าย จะเกิดอะไรก็เป็นเรื่องของเขา
“ผมพูดแค่นี้เป็นครั้งสุดท้ายนะครับ แล้วมันจะเกิดอะไรก็เป็นเรื่องของเขา แล้วก็เรื่องของใคร แล้วผมทำงานตามหน้าที่ ตั้งแต่พรุ่งนี้ผมจะคุยเรื่อง Miss Grand International ที่อินเดียครับ จะเริ่มวันที่ 18 กันยายนนี้แล้ว พอแล้วนะ”

มั่นใจตัวแทนสาวไทยที่ต้องไปประกวด จะไม่มีปัญหา
“ไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไร ก็ผมบอกแล้วไง Top 100 ก็ Top 100 ก็เหมาะสม (คนห่วงเรื่องความปลอดภัย?) ไม่เป็นไรหรอก เราก็เต็มความสามารถ เพราะว่าพลังที่แท้จริงคือพลังของผู้หญิงที่ไม่เอาเปรียบใคร และซื่อสัตย์ และให้เกิดความแฟร์กับการประกวด ถ้าเรากลัว เราก็แพ้ตั้งแต่แรก ชัยชนะของเราไม่ได้อยู่ที่มงกุฎ ชัยชนะของเราก็คือ เราได้ทำความบริสุทธิ์ในการเข้าร่วมอย่างถูกต้อง”

จะไม่มีการยื่นมือไปช่วยในการประกวด “MU 2026” ที่เปอร์โตริโก เพราะไม่ใช่หน้าที่ของฝั่งตน
“ไม่ช่วยครับ ปล่อยเขาไปครับ หน้าที่เขา ฝั่งนี้ปีนี้เป็นหน้าที่เขา แล้วผมพูดขนาดนี้ ไม่ต้องถามผมแล้วนะ ผมจะไปเปอร์โตรีโกไหม ไปทำไม”

ไม่กลัวจะส่งผลกับตัวแทนสาวไทย เคลียร์เรื่องชัดเมื่อไหร่ ค่อยอยากได้มงฯ สาม
“ไม่เป็นไรครับ (อาจจะทำให้ไม่ติด Top ไหนเลย?) ไม่ติดก็ไม่แปลกครับ เคลียร์เรื่อง Empower women ให้ชัดก่อน อย่าเอา Empower women ไปเป็นเครื่องมือในการกระทำการเรื่องอื่น ถ้าเคลียร์ชัดเมื่อไหร่ แล้วอยากได้มงฯ สาม เมื่อนั้นครับ ผมบอกเลยนะใครที่มองวันนี้ จะเป็นคนที่ดังมาก ในขณะที่ไม่จำเป็นต้องมีมงกุฎผู้ชนะที่เปอร์โตรีโก เพราะเขาก็จะเป็นตัวแทนพลังของผู้หญิงแบบจริงจัง”

“ใครที่จะชนะผมจะให้เขาเริ่มทำโครงการ Empower women around the world ทันที เขาจะเป็นแบบอย่างที่รวมพลัง Empower ทันที เพราะฉะนั้นโครงการนี้ผมบอกแล้วว่า ผมจะให้ Miss Universe Thailand คนปัจจุบันที่กำลังจะเกิดขึ้น เป็นหัวหน้าโครงการ ซึ่งจะคัดกรองผู้หญิงที่เป็น Empower ที่เป็น Clean Empower และไม่ใช้ Empower ปลอมๆ เพื่อไปเอาเปรียบคนอื่น”

ส่งเสริมการประกวดนางงาม แบบที่มีการบริสุทธิ์ยุติธรรม
“ก็ส่งเสริมการประกวดนางงาม ให้เกิดการบริสุทธิ์ยุติธรรม ให้เกิดการตรวจสอบได้ เหมือนที่เราทำอยู่ทุกวันนี้ ให้เป็นแบบอย่าง แล้วก็กำจัดคนที่ผิดกฎหมาย พยายามช่วยกันแฉคนที่ทำกระทำผิด ก่อให้เกิดการลงโทษเพื่อเป็นแบบอย่างครับ”

ตอบยาก “MU 2026” จะมีโอกาสเป็นไทยแลนด์ไหม
“ตอบยากครับ ไม่ตอบฮะ คืออย่าเลยดีกว่า เอาตรงๆ นะเราเหนื่อย เพราะว่าทำไปก็ไม่ได้ดี เอาเป็นว่าให้เขาทำดีแล้ว แต่เราไม่รู้ว่าเป็นยังไง เราก็หวังว่าเขาจะได้ทำ มันมีเรื่องอื่นอีกเยอะ ย้ำนะ แปลให้ถูก คนสเปน คนอังกฤษ ยังมีเรื่องอื่นอีกเยอะที่ผมรู้และทุกคนยังไม่รู้”

ไม่ใช่การขู่ แค่พูดข้อเท็จจริง ลั่นคิดผิดที่จะมาสู้กับผม
“คนอย่างณวัฒน์ ผมว่าเขาคิดผิดนะ ที่จะมาสู้กับผม อื้ม คิดผิดนะ เงียบๆ ดีกว่าไหม เงียบๆ ก่อนไหม ถ้าผมพูดอะไรบางอย่าง ผมว่าเปอร์โตรีโกอาจจะลุกขึ้น ตื่นตะลึงก็ได้ อย่าให้ผมถึงจุดนั้น เพราะว่าผมยังรัก Universe เซฟ Universe เซฟ Empower women เราจะไม่ให้ใครเอาคำว่า Empower women ไปเป็นเครื่องมือทำร้ายคนเด็ดขาด ทำร้ายที่ผมได้คนเดียวครับ เขาจะโพสต์อะไร ทำร้ายผมเลย แต่อย่าทำร้ายคนอื่น จากนี้เป็นต้นไป จากปีที่แล้วทำร้ายไปร้อยกว่าประเทศแล้วครับ แต่ถ้าใครไม่รู้สึกตัวว่าโดนทำร้าย ก็ช่วยไม่ได้ สติเป็นของเรา ความคิดเป็นของเรา เปิดให้ดูแล้วบางอย่าง บอกแล้วบางสิ่ง คิดเอง ถ้าคิดไม่ออก คนๆ นั้นก็คือ ไม่เหลือพาวเวอร์ในตัวเองแล้ว นะฮะ ยินยอมที่จะเดินตาม”

ศรัทธาในคำว่า “ยูนิเวิร์ส” ที่เป็นแบรนด์ ไม่ใช่ตัวคน
“ดีฮะ ผมศรัทธาคำว่า Universe ผมไม่ได้ ผมไม่ศรัทธาคน แต่ผมศรัทธาแบรนด์ ผมแครี่แบรนด์เพื่อแฟน แฟน Universe ทั้งโลก ผมไม่ได้ต้องการแครี่คนแปลกๆ หรือคนมีปัญหา แน่นอนผมยืนอยู่ตรงนี้ผมโดนหนักสุด เพราะใครจะมายืนสู้ ถ้าเราไม่สู้ Universe จะเหลือเปล่า ก็สู้เพื่อทุกคน เพราะฉะนั้นผมศรัทธาในแบรนด์ ผมไม่ได้ศรัทธาที่ตัวบุคคล เพราะฉะนั้นหวังว่าแบรนด์จะเอาตัวรอด ปลอดภัย ในภาวะ มรสุม และจังหวะชีวิตของแบรนด์ ที่มันผิดพลาดหนักหนาสาหัส นี่คือ First and ever Universe life 75 years”

ยอมรับเห็นด้วย ถ้าอยากกอบกู้ทุกอย่างกลับมา ต้องเปลี่ยนตัวเจ้าขององค์กร
“อ๋อ ผมไม่อยากออกความคิดเห็นครับ ผมก็เห็นด้วย แต่ว่ามันทำยังไง เขาไปสร้างปัญหาทางคดีไว้เยอะ เพราะฉะนั้นมันพูดยาก ต้องให้คดีขี้คลาย ช่วงรอคดีคลี่คลายก็เงียบๆ กันบ้าง Empower อะไรมากมาย มันไม่มีจริงหรอก พูดไปอย่างนั้นแหละ เอาเปรียบคนอื่นจะเป็น Empower ได้ยังไง กรรมการเกินครึ่งไม่เลือกแต่ชนะ นี่เหรอ Empower ไม่ต้องใช้ Em หรอก M คือ Money เข้าใจได้”