"บอย ปกรณ์" ร้องไห้ คว้ารางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม เชื่อถ้าแม่ยังอยู่คงภูมิใจ หลังรับรางวัลไปแอดมิดรพ.ต่อ รักษาต่อมน้ำเหลืองอักเสบ เครียดแทบเป็นบ้ารักษามา 2 ปีแล้ว
คว้ารางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่างเรา ของทาง GDH บนเวทีประกาศรางวัลสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 34 ได้สำเร็จ สำหรับพระเอกหนุ่ม "บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์" ที่ทำเอาเจ้าตัวกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เพราะเป็นภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายที่แม่ได้ไปดูบ่อยที่สุดในช่วงสุดท้ายของชีวิต
“ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณทางสมาพันธ์ฯ ขอบคุณทางสุพรรณหงส์ ที่มอบรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมให้ผมจากภาพยนตร์เรื่องแฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่างเรา ของทาง GDH แล้วก็ขอบคุณทาง GDH ด้วยครับ ก็ไม่รู้ว่าเห็นอะไรในตัวผมที่ให้มารับบท อาตอง แล้วได้รางวัลด้วย ขอบคุณมากๆ ครับ"
"ที่กลั้นน้ำตาไม่อยู่ ความจริงแล้วมันเป็นหลายๆ ความรู้สึกกับรางวัลนี้ เพราะว่ามันเป็นเรื่องจริงที่ผมเคยพูดเป็นหลายๆ ครั้ง การที่ผมได้เล่นหนังจีดีเอช คล้ายๆ เป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดอันนึงเลยในอาชีพการแสดงของผม ก็ไม่รู้ว่าทำไมผมอยากเล่นหนังกับที่นี่มาก ผ่านมาเกือบ 20 ปี ผมได้เล่น แล้วยังโชคดีได้รางวัลหลายๆ รางวัลจากหนังเรื่องนี้ด้วย โดยเฉพาะได้รางวัลสุพรรณหงส์ เป็นเกียรติมากๆ มันก็เลยเป็นความรู้สึกดีใจ ไม่เคยคาดคิดด้วยแหละว่าตัวเองจะได้มาอยู่ตรงจุดนี้"
"อย่างที่บอกไปมันก็มีความสำคัญมากๆ กับผม เป็นความรู้สึกเกี่ยวกับคุณแม่ด้วย เพราะว่าความจริงแล้ว แม่ผมเป็นคนประเภทที่ว่าพูดไม่ค่อยเยอะในแง่จะชมลูก เขาจะไม่ค่อยพูดชื่นชมเราว่าเล่นเป็นยังไง แต่เขาจะซัปพอร์ตเราด้วยการไปดูผลงานเราซ้ำๆ แอบไปดูบ้าง ไปดูกับกลุ่มเพื่อนกับกลุ่มแฟนคลับ ไปดูกับเราวนๆ ซ้ำๆ เวลาหนังฉาย"
"อย่างตอนหนังฉายแฟลตเกิร์ล ก็คือกุมภาฯ ปีที่แล้ว ก็เป็นช่วงที่แม่เขาเริ่มไม่แข็งแรงแล้ว แต่ว่าเขาก็ยังออกไปดูสามรอบ มันก็เลยเป็นผลงานสุดท้ายที่แม่ได้ดูผมผ่านหน้าจอ รางวัลนี้ผมก็ให้แม่ เพราะว่าก่อนหน้านี้ผมได้รับมาแล้ว 2 รางวัล จากสมาคมผู้กำกับฯ และจากชมรมวิจารณ์ฯ ทุกวันนี้ถ้วยรางวัลผมก็ตั้งอยู่ที่หน้ารูปแม่ แต่วันนี้ต้องไปโรงพยาบาล เดี๋ยวถ้ากลับบ้านเมื่อไหร่ผมจะเอาถ้วยรางวัลนี้ไปตั้งที่รูปแม่เหมือนกัน”
บอกเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่แม่ไปดูบ่อยที่สุด
“(กลั้นสะอื้นเสียงสั่น) เสียดายแหละที่ว่าเราไม่ได้มีโอกาส ที่จะอวดรางวัลนี้ต่อหน้าแม่ ตอนที่เขายังอยู่ (เช็ดน้ำตา) ขอโทษที่ร้องไห้นะ คิดว่าแม่ภูมิใจครับ สำหรับผมในสายอาชีพนักแสดง ผมล้มลุกคลุกคลานมาเยอะนะ ผมเป็นนักแสดงประเภทที่ว่ามีทั้งเสียงชื่นชมและเสียงวิจารณ์ แต่ผมก็เลือกที่จะเอาสิ่งเหล่านั้นเป็นแรงผลักดันให้กับตัวเอง แล้วผมก็ยอมรับทุกๆ คำติชมเลย ผมก็เอาคำติชมมาดูว่าตัวเองเป็นอย่างนั้นต้องปรับยังไงมาตลอด พอโตมากขึ้นเรื่อยๆ ก็พยายามที่จะเลือกรับงานที่รู้สึกว่า มันเข้ากับเราจริงๆ ทำให้เราได้สามารถแสดงศักยภาพจริงๆ ถึงแม้ว่าจะไม่เคยคาดหวังเลย แต่ปีนี้ที่ผมได้รางวัลอย่างน้อยสำหรับผมแล้วมันน่าจะเป็นผลตอบแทนสำหรับความพยายามของผม มันได้ตอบแทนความพยายามของผมแล้วครับ"
"คือตลอด 20 ปีที่ผ่านมาผมก็ได้รางวัลบ้างประปราย แต่ถ้าจะนับแล้วน่าจะเป็นปีแรกที่ผมได้รางวัลจากภาพยนตร์เรื่องเดียวถึง 3 รางวัล ก็น่าจะเป็นครั้งที่เยอะที่สุดครับ แน่นอนแหละมันเป็นกำลังใจ มันเติมไฟ เพราะว่าทุกๆ รางวัลก็มาจากคนดูด้วย แล้วก็มาจากคนที่อยู่ในวงการเบื้องหลังด้วย เราก็ดีใจว่าเราได้แสดงความสามารถให้ผู้ชมได้ดู ให้คนเบื้องหลังได้เห็น มันก็เป็นการเติมไฟให้เราในการทำงานชิ้นต่อๆ ไป ความจริงผมก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รางวัลต่อๆ ไป แล้วก็ไม่รู้ว่าผมจะได้รางวัลอีกหรือเปล่า ผมก็รู้สึกว่าแค่นี้มันก็ไกลเกินกว่าที่เราเคยคาดคิดเยอะแล้ว แค่นี้ก็ดีใจมากแล้ว”
อัพเดทอาการต่อมน้ำเหลืองอักเสบ
“เมื่อต้นปีผมไปผ่าตัดมาแล้วรอบนึง ที่เกี่ยวกับเรื่องต่อมน้ำลายอักเสบ ล่าสุดก็คือเพิ่งไปผ่ามาอีกรอบนึง เมื่อต้นเดือน ส.ค. ผ่าเรียบร้อยดี ออกมาทำงานบ้างประปราย แต่ล่าสุดเมื่อวันศุกร์ ก็มีอาการเหมือนอักเสบ ก็เลยไปหาคุณหมอ หมอแนะนำว่าให้แอดมิตเลยดีกว่า จะได้ให้ยาทางสายน้ำเกลือมันจะออกฤทธิ์เร็วกว่า ก็ให้พวกยาฆ่าเชื้อ ก็ดีขึ้น ยุบลง แต่ว่าความจริงคุณหมอก็อยากให้อยู่โรงพยาบาลประมาณ4-5 วัน ผมก็เพิ่งมาจากโรงพยาบาลถอดสายน้ำเกลือมา เดี๋ยวหมดวันนี้ก็กลับไปโรงบาลแอดมิตต่ออีกสัก 2-3 วัน"
"หมอบอกว่ามันเป็นโรคที่มันเป็นมาแต่กำเนิดแหละ แต่มันเพิ่งแสดงอาการ เป็นเรื่องเกี่ยวกับต่อมน้ำลายอุดตัน ทำให้เกิดการบวม แต่ว่าล่าสุดที่แอดมิตเพราะมันอักเสบ หมอบอกว่ามันเป็นได้หลายทางมาก อาจจะมีการติดเชื้อข้างในจากการกิน หรืออาจจะมีจากการที่มันเข้าไปทางรูขุมขนก็ได้ ถึงแม้ว่าแผลมันจะปิดแล้ว แต่ร่างกายยังไม่แข็งแรง เชื้อจากผิวหนังเข้าไปรูขุมขน มันก็ไปก่อให้เกิดการอักเสบได้”
ยอมรับกังวลว่าจะไม่หายขาด
"พอได้ยาฆ่าเชื้อไปก็ดีครับ มันยุบลง เมื่อวันศุกร์มันบวมกว่านี้เยอะเลย แต่วันนี้ยุบลงเยอะ หมอบอกว่าตามโดสยาต้องให้ต่ออีกสัก 3 วัน ก็เดี๋ยวอยู่ต่ออีกสัก 3 วัน ถามว่ามันจะเรื้อรังไหม ความจริงแล้วเราก็รักษากันไปตามอาการ ผมก็อยู่กับอาการต่อมน้ำลายอักเสบมาจะ 2 ปีแล้ว เบื่อมากเหมือนกัน ผมก็อยากให้มันหายขาดเหมือนกัน"
"คุณหมอเขาก็ทำไปได้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ ตัดออกไปเยอะ ตัดพวกต่อมน้ำลายที่มันอักเสบออกไปเยอะสุดเท่าที่ทำได้แล้ว แต่คุณหมอก็บอกตามตรงว่าโรคนี้มันมีเปอร์เซ็นต์สถิติจะกลับมาเป็นซ้ำได้ แต่เขาก็หวังว่ามันจะไม่กลับมา เพราะเขาก็เลาะออกไปค่อนข้างเยอะ"
"ผมก็กังวลแหละ เราก็ต้องคอยติดตามอาการ เพราะว่ารักษากับตรงนี้มานาน ผมเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยมาก ผมก็ไปเจาะดูดบ่อยๆ บางทีน้ำคั่งก็ต้องเจาะดูดออก ดูดไม่ออกก็ต้องผ่า แต่ก็หวังว่าครั้งนี้ซึ่งเป็นการผ่าตัดที่ใหญ่ที่สุด ผ่าแล้วก็เลาะพวกถุงน้ำต่อมน้ำลายออกไปที่คาดว่าจะเป็นสาเหตุ ก็หวังว่ามันจะไม่กลับมาเป็นใหม่"
"การกลืนน้ำลายมีปัญหาไหมเหรอ ความจริงช่วงนี้เป็นช่วงพักฟื้น ก็ไม่ได้ส่งผลมากขนาดนั้น แต่ถ้าเกิดว่ากินอะไรที่เหนียวๆ เคี้ยวเยอะๆ ก็จะมีอาการปวดนิดหน่อย กับพูดไม่ค่อยชัด ตอนนี้ก็รู้สึกว่าพูดไม่ค่อยชัด มันคล้ายๆ มีพังผืดอยู่ตรงใต้ลิ้นด้านซ้าย ลิ้นมันก็เลยขยับได้ไม่ธรรมชาติ วิธีแก้ก็คือรอเหมือนกับเป็นช่วงพักฟื้นครับ”
บอกไม่ได้เป็นเนื้อร้าย เพราะตัดชิ้นเนื้อตรวจตลอด
“เฟย์เขาก็เป็นห่วง ตามปกติที่เขาเป็น เรื่องของเรื่องตอนที่ผมไปผ่ามาต้นเดือน แล้วพอผมออกจากโรงบาล แกะพลาสเตอร์แผลปิดสนิท คุณหมอก็บอกว่าใช้ชีวิตปกติได้แล้ว ผมก็เชื่อฟังไง ผมก็ใช้เต็มที่ ปรากฏว่าเลยต้องมากลับมาแอดมิตใหม่ ก็โดนดุนิดหน่อย (หัวเราะ) เดี๋ยวรอออกจากโรงพยาบาลรอบนี้ หมอคงบอกแหละว่ารอบนี้มันเป็นยังไง แผลสมานดีหรือยัง ต้องระวังอะไรเพิ่มเติมไหม"
"โอกาสพัฒนาไปเป็นเนื้อร้ายเหรอ ไม่ครับ เพราะมันมีการตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจแล้ว ตลอด 1-2 ปีที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ผมไปผ่าตัดเจาะส่งตรวจชิ้นเนื้อตลอด ก็ไม่เคยพบว่าเป็นเนื้อร้าย รอบนี้ที่ผ่าตัดใหญ่ ก็ตัดออกไปแล้วเอาไปส่งตรวจชิ้นเนื้อเหมือนกัน ก็ไม่ใช่เนื้อร้ายครับ แล้วคุณหมอก็บอกว่าโรคนี้มันไม่พัฒนาไปเป็นเนื้อร้ายครับ"
"ผม 42 แล้วครับทุกคน ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง แต่ผมก็กังวลเหมือนกัน เอาจริงๆ ผมก็กังวลจนเป็นโรคประสาทแล้ว ส่องกระจกทุกวัน มันเป็นยังไงมันบวมอยู่หรือเปล่า คอยเช็คอาการ ได้เช็คดวงไหมเหรอ โดยปกติไม่ได้เป็นคนดูดวงด้วยแหละ ผมคิดว่ามันก็เป็นเรื่องของการดูแลตัวเองด้วย บางทีมันก็เป็นเรื่องที่เราไม่สามารถควบคุมได้ เช่นที่คุณหมอบอกว่ามันเป็นโรคที่เป็นแต่กำเนิด แต่มันเพิ่งมาแสดงอาการตอนโต"


