ศึกนางงามระอุอีกระลอก “ฟาติมา บอสซ์” มิสยูนิเวิร์ส 2025 ออกแถลงการณ์ยืนยันไม่เสียใจที่ลุกขึ้นปกป้องศักดิ์ศรี พร้อมชี้ผู้หญิงไม่ควรถูกข่มขู่เพียงเพราะกล้าเปล่งเสียง ขณะที่ Miss Universe Organization ประกาศยืนข้างฟาติมาเต็มตัว ท่ามกลางความเคลื่อนไหวของ “ณวัฒน์ อิสรไกรศีล” ที่ระบุว่ากำลังเร่งดำเนินการออกหมายจับในคดีหมิ่นประมาท ใส่ร้าย และเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จ
เรื่องราวความขัดแย้งระหว่าง “ณวัฒน์ อิสรไกรศีล” และ “ฟาติมา บอสซ์” มิสยูนิเวิร์ส 2025 ยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง หลังมีรายงานว่า ณวัฒน์ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมสตอรี ระบุว่าอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการออกหมายจับฟาติมาในคดีหมิ่นประมาท ใส่ร้าย และเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จ พร้อมระบุว่ามีหลักฐานประกอบอย่างชัดเจน
ล่าสุดในวันเดียวกัน “Miss Universe Organization” ได้เผยแพร่แถลงการณ์ผ่านอินสตาแกรมอย่างเป็นทางการ พร้อมโพสต์ร่วมกับบัญชีของฟาติมา บอสซ์ ในหัวข้อ “Statement in support of Fátima Bosch and the dignity of women” หรือ “แถลงการณ์เพื่อสนับสนุนฟาติมา บอสซ์ และศักดิ์ศรีของผู้หญิง” โดยประกาศจุดยืนสนับสนุนฟาติมาอย่างชัดเจน
ในแถลงการณ์ Miss Universe Organization ระบุว่า องค์กรเป็นมากกว่าเวที มงกุฎ หรือการแข่งขัน แต่เป็นชุมชนของผู้หญิงจากหลากหลายประเทศ วัฒนธรรม และช่วงวัย ซึ่งควรมีพื้นที่ให้ผู้หญิงได้รับการมองเห็น ได้รับการรับฟัง และสามารถใช้เสียงของตัวเองได้อย่างมีความหมาย
องค์กรยังระบุว่า ความรุนแรง การข่มขู่ การทำให้อับอาย การไม่ให้เกียรติ และการปฏิบัติต่อผู้หญิงอย่างไม่เหมาะสมในทุกรูปแบบเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ พร้อมย้ำว่า ผู้หญิงไม่ควรรู้สึกว่าตนจำเป็นต้องนิ่งเงียบเพื่อรักษาโอกาส ตำแหน่ง มงกุฎ หรือความฝันของตัวเอง
ช่วงหนึ่งของแถลงการณ์มีการกล่าวถึงณวัฒน์โดยตรง โดยระบุว่า เมื่อฟาติมา บอสซ์ “เปล่งเสียงเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเอง หลังจากการปฏิบัติที่เธอได้รับจาก Mr. Nawat Itsaragrisil” เหตุการณ์ดังกล่าวได้ส่งสารสำคัญไปยังผู้หญิงทั่วโลกว่า “ความเคารพไม่ใช่สิ่งที่เราต้องแลกมาด้วยการนิ่งเงียบ แต่มันคือสิทธิ”
อย่างไรก็ตาม ข้อความดังกล่าวเป็นจุดยืนและคำกล่าวของ Miss Universe Organization โดยข้อพิพาทและข้อกล่าวหาระหว่างคู่กรณียังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกระบวนการและข้อมูลจากทุกฝ่ายต่อไป
Miss Universe Organization ยังระบุว่า ผู้ดำรงตำแหน่ง นางงามระดับประเทศ อดีตผู้ชนะ Miss Universe ผู้เข้าประกวด ตลอดจนผู้หญิงที่เคยมีส่วนร่วมกับองค์กรจากหลายประเทศ ได้ร่วมแสดงจุดยืนเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับฟาติมา และต่อต้านพฤติกรรมที่มุ่งทำให้อับอาย ข่มขู่ ลดทอนคุณค่า หรือทำให้ผู้หญิงต้องเงียบเสียง
พร้อมย้ำว่า ประเด็นนี้ “ไม่ใช่เรื่องของสัญชาติ การแข่งขัน ตำแหน่ง หรือมงกุฎ แต่เป็นเรื่องของศักดิ์ศรี”
แถลงการณ์ยังระบุด้วยว่า คำว่า “ผู้หญิงสนับสนุนผู้หญิง” ไม่ควรเป็นเพียงวลี แต่ต้องหมายถึงการรับฟัง ปกป้อง ยืนเคียงข้างกัน และกล้าที่จะพูดเมื่อความเงียบอาจเปิดทางให้การปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมดำเนินต่อไป
“เราต้องสร้างองค์กรที่การเสริมพลังให้ผู้หญิงไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่พูดบนเวที แต่เป็นสิ่งที่ปฏิบัติจริงในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด และเป็นพื้นที่ที่ผู้หญิงทุกคนสามารถพูดได้ว่า ‘สิ่งนี้ไม่ถูกต้อง’ โดยไม่ต้องหวาดกลัว และรู้ว่าการยืนหยัดเพื่อตัวเองจะไม่หมายถึงการต้องยืนเพียงลำพัง”
ก่อนทิ้งท้ายข้อความถึงฟาติมาว่า “เราเห็นคุณ เราได้ยินคุณ และเรายืนอยู่เคียงข้างคุณ” พร้อมประกาศว่าจะร่วมเปล่งเสียงต่อต้านการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม การข่มขู่ และการละเมิด และยืนหยัดปกป้องศักดิ์ศรี ความปลอดภัย และการได้รับความเคารพของผู้หญิงทุกคน
ด้านฟาติมา บอสซ์ ได้เผยแพร่ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวเช่นกัน โดยระบุว่า “วันนี้ถึงคราวที่ฉันต้องเล่าเรื่องนี้ และความปรารถนาของฉันคือ วันพรุ่งนี้จะไม่มีผู้หญิงคนไหนต้องเผชิญกับสิ่งที่ฉันเคยเจอ”
ฟาติมาระบุว่า เป็นเรื่องน่ากังวลที่ในศตวรรษที่ 21 ผู้หญิงยังอาจเผชิญกับความพยายามข่มขู่เพียงเพราะลุกขึ้นใช้เสียงของตน กำหนดขอบเขต และเรียกร้องให้ได้รับการปฏิบัติด้วยศักดิ์ศรีและความเคารพ
เธอยืนยันว่าไม่เสียใจที่ได้ปกป้องจุดยืนของตัวเองในวันเกิดเหตุ แม้เรื่องดังกล่าวจะยังส่งผลกระทบตามมาอีกหลายเดือน พร้อมฝากถึงผู้หญิงคนอื่นว่า “การปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองไม่ควรกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้ต้องหวาดกลัว”
ฟาติมายังระบุว่า ไม่มีคำข่มขู่ใดควรทำให้ผู้หญิงถอยจากการเรียกร้องสิทธิในการเปล่งเสียงโดยไม่ต้องหวาดกลัวการตอบโต้ พร้อมกล่าวว่า “คนทั้งโลกเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้น ทุกอย่างถูกบันทึกไว้แล้ว ไม่มีอะไรต้องพูดเพิ่มเติม”
ขณะที่แคปชันของโพสต์ระบุว่า “วันนี้ฉันทำลายความเงียบ เพื่อที่วันพรุ่งนี้จะไม่มีผู้หญิงคนไหนต้องเลือกระหว่างศักดิ์ศรีของตัวเองกับความปลอดภัยของตัวเอง”


