“ต้าร์ บาร์บี้” เผยหลายคนไม่รู้ “อี๊ด FLY” คือสารตั้งต้นทำให้เกิดรายการ “พุฒ-ต้า-เร” ที่พาทั้ง 3 คนกลับมาเจอกันทำให้เกิดโปรเจกต์นี้ขึ้น เรื่องงานบริษัทเร่ร่อน ไว้จบงานก่อนค่อยเคลียร์ บอกตลกเหมือนกันชีวิตเรชอบความลำบากมาโดยตลอด แต่ตอนจากไปง่ายสบายๆ ถือว่าเป็นการชดเชยกัน
ร่วมเป็นเจ้าภาพในคืนสวดอภิธรรม “เร แม๊คโดแนลด์” ในคืนที่ 2 สำหรับ “สำราญ ช่วยจำแนก” หรือ อี๊ด fly และ “ระหัส ราชคำ” หรือ กบ Taxi โดยทั้งคู่ร่วมเปิดใจถึงน้องรัก เร ร่วมกับ “เผ่าพล เทพหัสดิน ณ อยุธยา” หรือ ต้าร์ บาร์บี้ โดยต้าร์เผยว่ารายการ “พุฒ-ต้าร์-เร” เกิดขึ้นได้มาจาก อี๊ด เป็นคนจัดสรรให้กลับมาเจอกันอีกครั้ง
อี๊ด : “เรสำหรับผมเป็นน้องรักผมอีกคนหนึ่ง ที่เราก็เคยทำงานด้วยกันตั้งแต่สมัยสัก 20 ปีที่แล้ว แต่จริงๆ ผมก็รู้จักกับเรในบริษัทแกรมมี่ก่อนหน้านั้นด้วยนะครับ ก็ถือว่าเป็นน้องคนหนึ่งที่มันอยู่ในความทรงจำ ซึ่งก็ใจหายที่น้องจากพวกเราไปเร็ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่เรารู้จักกับน้อง ผมผูกพันกับน้อง สิ่งที่ผมซึมซับ ความเป็นสไตล์ของเร เราก็เหมือนกับรู้กันดี เราก็เป็นพี่ เรก็เป็นน้อง ซึ่งเราคุยกันแบบพี่น้อง คุยกันมาตลอดนะครับ เสียใจ คิดว่าวันนี้ออกจากบ้านมาก็รู้ว่าน้องจากเราไปแล้ว คิดว่าก็คงจะทำใจได้ แต่พอมาเจอลูก มันก็ย้อนหลายสิ่งหลายอย่างกลับมาที่เราเคยทำงานร่วมกันครับ"
กบ : “ผมก็เป็นคนที่มีความผูกพันค่อนข้างน้อย กับเพื่อนๆ หน่อย กับพี่ๆ หน่อย เพราะว่าครั้งเดียวที่ได้ร่วมงาน เรมาแสดงเป็นพระเอกมิวสิกวิดีโอให้ในเพลง นางฟ้ากับควาย ตอนนั้นเราสัมผัสได้ว่าน้องน่ารักมาก เป็นกันเองกับทีมงาน แล้วก็เต็มที่กับงานที่น้องทำทุกอย่าง แล้วก็หลังจากนั้นมาก็ได้ทราบข่าวว่าได้ร่วมงานกับพี่อี๊ดด้วย แล้วก็ พุฒ (ลีโอ พุฒ) ต้าร์ด้วย หลายอย่างก็ติดตามตลอด เพราะผมก็ผูกพันกับพี่อี๊ด ก็ทราบข่าวตลอดว่าการทำงานของพี่อี๊ด เขากับเรหรือทางทีมงาน พุฒ ต้าร์ เร หรืออะไรก็ตามก็จะดูตลอด ติดตาม ก็จะสนิทกับพี่อี๊ดมากที่สุด”
อี๊ด : “อย่างผมก็ในฐานะพี่ แต่คนที่สำคัญที่สุดคือในฐานะทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นเพื่อนสนิทกันมายาวนาน คือต้าร์นี่แหละครับ ต้าร์เข้มข้นสุดแล้ว”
ต้าร์ : “เมื่อวานไม่ได้มา เพราะเมื่อวานติดงาน ก็เข้าใจได้ วันนี้ก็มา ก็แผลยังสดเนอะ ก็นิดหนึ่ง แผลสดก็ให้เวลา น่าเป็นห่วงคือทางลูกเมียมากกว่า แต่ทีนี้ก็เชื่อว่าทุกอย่างก็น่าจะผ่านไปด้วยดีครับ”
“ต้าร์” ห่วงความรู้สึกภรรยาและลูกชาย “เร” หลังจากเสร็จสิ้นงาน ส่วนตัวจะพยายามไม่เล่นโซเชียลเพราะแผลการจากลาของตัวเองก็ยังสดอยู่เหมือนกัน
ต้าร์ : “เราคุยกันตลอดอยู่แล้ว เราสนิทกัน เพราะฉะนั้นเรื่องกำลังใจก็จะเป็นเรื่องปกติที่ต้องคุยอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าคือตอนนี้ส่วนตัวเรานะ ตอนนี้ทุกอย่างมันยังแป๊บหนึ่งมันมีอะไรให้ทำเยอะแยะเลย แต่พอเมื่อทุกอย่างสิ้นสุดลง เมื่อทุกคนกลับสู่ลูปชีวิตปกติ อันนี้เป็นสิ่งที่ผมเป็นห่วงในวันข้างหน้า ก็หวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้นโดยเร็ว
การสูญเสียมันเป็นเรื่องปกติของมนุษย์อยู่แล้ว เพียงแต่มันอาจจะตกใจ บางทีความตกใจ ความมึนงงหลายๆ อย่างมันต้องให้เวลามัน การเยียวยาสำหรับผม ผมเชื่อว่าเวลามันก็จะจัดการทุกอย่างเองแหละ แต่ว่าอย่างช่วงนี้ผมพยายามไม่เล่นโซเชียล ซึ่งผมก็ไม่ค่อยเล่นอยู่แล้วพอมีเรื่องเรอยู่ในรอบตัวเราตลอดเวลา มันทำใจลำบากเหมือนกัน ก็จะคิดถึงพวกเสียงหัวเราะ
ตอนเราหัวเราะเรื่องปัญญาอ่อน เรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง เราจะชอบขำเรื่องไม่เป็นเรื่อง เพราะฉะนั้น ผมว่าเรื่องอย่างนี้มันจะหาไม่ได้ไง ผมรู้สึกว่าไอ้เรื่องพวกนี้ที่จะคิดถึงมันมากๆ เลย”
เผยมี “พุฒ-ต้าร์-เร” ได้เพราะ “อี๊ด” พากลับมาเจอกัน
อี๊ด : “แล้ววันนี้ส่วนตัวผมเอง ผมมาส่งบอส ผมมาลาบอสผม เพราะว่าเขาให้ผมเรียกเขาว่าบอส”
ต้าร์ : “คือทุกคนอาจจะไม่รู้ว่าจริงๆ แล้ว พุฒ ต้าร์ เร เกิดจากพี่อี๊ด พี่อี๊ดเป็นคนเริ่มตรงนี้ พี่อี๊ดเป็นคนเริ่มจัดการให้เรา 3 คนมาเจอกัน ทำรายการด้วยกันในสมัยโน้นแล้วครับ ตอนแรกๆ เลย กับพี่อี๊ดเราคุยกันทุกเรื่อง คุยกันแบบวัยรุ่น แบบพี่ชาย น้องชาย เรื่องงาน เรื่องอะไร เราคุยกันทะลุทะลวง ก็เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน”
อี๊ด : “มันคือการกลับมาเจอกันอีกครั้งหนึ่ง”
ต้าร์ : “กลับมาเจอกันอีกครั้งหนึ่ง เราเคยเล่นหนังกัน แล้วห่างกันไป พี่อี๊ดบอกว่าชวนมาทำด้วยกัน”
อี๊ด : “ก็คิดขึ้นมาว่าทำรายการกันเว้ย แบดบอย ทำความดี ก็ชวน”
ต้าร์ : “แกเป็นสารตั้งต้น”
อี๊ด : “เขา 3 คนตรงกับรูปแบบรายการที่คิดด้วยในตอนนั้น แล้วก็อีกอย่างหนึ่ง 3 คนนี้เราก็รู้จักหมด แล้วก็รู้จักกันอยู่แล้ว แค่ยังไม่มาทำงานร่วมกัน แต่งานหลักๆ ส่วนใหญ่ 3 คนนี้เป็นคนคิด เราแค่อยู่ข้างหลัง เฉยๆ เวลาเขาตกผลึกอะไรกันในเรื่องการไปถ่าย เรื่องคอนเทนต์ ก็อยู่กับ 3 คน พุฒ ต้าร์ เร หมดเลยครับ เขาเป็นเพื่อนกันที่เหนียวแน่นนะครับ 3 คนนี้ไม่เคยแยกกันเลย”
ต้าร์ : “ก็อาจจะมีช่วงที่ห่างกันบ้าง แต่ช่วงที่สนิทกันก็มาทำงานด้วยกัน กลับมาทำงานด้วยกัน ก็สนิทกัน”
อี๊ด : “ห่างกันบ้าง แต่ก็ยังคุยกัน คุยโทรศัพท์กันตลอด”
ต้าร์ : “เป็นเรื่องปกติ ก็เป็นเพื่อนที่…จริงๆ พูดไม่ถูกเหมือนกัน”
“กบ” เลือก “เร” เป็นพระเอก MV เพราะความธรรมชาติที่ดูเท่
กบ : “อันนั้นก็ค่อนข้างชัดเจนครับ เพราะว่าเขามีสไตล์ และสไตล์ของตัวเองค่อนข้างชัดเจน ทุกคนก็ทราบดีว่า เรคนนี้มีสไตล์ เป็นช่วงเด็กแนว รุ่นแรกๆ เลยแล้วกัน ทุกคนก็พูด ทุกคนจะยอมรับในเรื่องของความมีสไตล์ ความธรรมชาติ ธรรมชาติในการแสดง ไม่ว่าจะบทบาทไหนก็ตาม แล้วเขาก็... ผมว่าเหมาะที่สุด ตอนนั้นเรเหมาะที่สุด แล้วก็เรื่องราวถ่ายทอด MV ได้ตรงนะครับ ตรงมากๆ เลย แล้วก็ธรรมชาติ”
“ต้าร์” เผยชีวิต “เร” ชอบความลำบากมาโดยตลอด แต่ตอนจากไปง่ายสบายๆ ถือว่าเป็นการชดเชยกัน
ต้าร์ : “คือเรทั้งชีวิตเขาชอบความลำบาก เดินทางก็ชอบลำบาก ชอบไปผจญภัย อันนี้มันตลกมากเลยสำหรับผมนะ เวลานี้เขาไปสบายๆ นะ อันนี้... ก็ถือว่าก็ได้ชดเชยกัน”
อี๊ด : “เมื่อกี้ก็ไปดูหน้าน้อง ก็ยังใส่หมวกเดินทาง”
ต้าร์ : “ใช่... ยังใส่หมวกเดินทางอยู่”
อี๊ด : “การเดินทางครั้งนี้มันคงไม่ต้องเสียค่ารถ เดินทางด้วยความเป็นทิพย์ของเขา ในสิ่งที่เขาชอบ ผมคิดอย่างนั้นนะครับ คิดว่าน้อง... ไปในที่ที่น้องอยากไป ได้อย่างไม่ต้องห่วงอะไรทั้งสิ้นครับ”
เรื่องงานที่เหลือยังไม่พร้อมเคลียร์ เผยบริษัทเร่ร่อนหลักๆ เป็นของ “เร” ตนแต่เข้ามาร่วมแจม
ต้าร์ : “เพิ่ง 2 วันที่ผ่านมา ผมไม่ได้ทำงานเลย ผมก็พยายามจะไม่... อย่างที่เพิ่งบอกเมื่อกี้ ยังไม่ได้อัปเดตกันอะไรแต่ก็กำลังคิดว่าคงจะต้องอัปเดตกันว่ายังไงอะไร เดี๋ยวทุกอย่างต้องรอแหม่มตัดสินใจด้วย เพราะว่าหลักๆ แล้ว เร่เร่อน มันเป็นของเร ผมแค่มาช่วยแจม แต่ผมเข้าใจทุกอย่าง เพียงแต่ว่ารู้ว่าทุกคนอยากรู้ว่าเป็นยังไง เดี๋ยวต้องรอ เพราะว่ายังไงไม่น่านานน่าจะพอรู้ว่าเป็นยังไงต่อครับ
งานเก่าเรายังมีครับ มีค้างงานอยู่ก็ต้องสะสางบ้าง แต่พอ 2 วันมานี้ ก็เริ่มค่อยๆ คิดแล้วว่า เออ... มีอะไรต้องสะสางบ้าง ก็ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป แต่ใดๆ ก็ตาม ตอนนี้ผมว่าควรจะเอาช่วงนี้ ส่งเพื่อนก่อน ผมคิดว่าจะส่งเพื่อนให้เพื่อนสบายก่อน ผมว่านั่นน่าจะเป็นเรื่องหลัก เพราะเรื่องงานสำหรับผมตอนนี้ไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่าเรื่องอยากให้เพื่อนแฮปปี้ (เราได้ชื่อว่าเป็นคนที่รู้ใจเรที่สุด หลังจากนี้เราจะดำเนินต่อไปยังไง เพื่อสานต่อเร? )ไม่รู้ว่ารู้ใจที่สุดไหม แต่ก็จะพยายามเข้าใจมันให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ ใช้คำนี้แล้วกันนะ”


