“กลัฟ คณาวุฒิ” ปัดสัญญาลูกผู้ชาย หาก “ต้าเหนิง” ไม่แต่งงาน ห้ามเพื่อนในแก๊งแต่งก่อน ลั่นรับฟัง แต่ไม่มีใครรับปาก บอกโสดนาน 6 ปี ขอโอกาสอินเลิฟบ้าง
หล่อครบเครื่องแถมใจบุญสุดๆ สำหรับพระเอกหนุ่ม “กลัฟ คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์” ที่ล่าสุดลงพื้นที่เป็นตัวแทนโครงการ “Little Miracle ปาฏิหาริย์แห่งชีวิต ช่วยน้องพิชิตมะเร็ง” พาเยี่ยมชมศูนย์ปลูกถ่ายไขกระดูกและสเตมเซลล์เด็ก พร้อมเดินหน้าระดมทุนเพื่อช่วยเหลือป่วยเด็ก ซึ่งในปีนี้ตั้งเป้ายอดสูงถึง 57 ล้านบาท
นอกเหนือจากเรื่องงานบุญแล้ว หนุ่มกลัฟยังได้เปิดใจถึงประเด็นฮาๆ หลังมีข่าว “สัญญาลูกผู้ชาย” ระหว่างก๊วนเพื่อนกับ “ต้าเหนิง กัญญาวีร์ สองเมือง” ว่าห้ามใครแต่งงานก่อนหากต้าเหนิงยังไม่แต่ง โดยกลัฟเผยว่าวันเกิดต้าเหนิงได้นัดกินข้าวร่วมกับ “ไบร์ท วชิรวิชญ์ ชีวอารี” และ “สกาย วงศ์รวี” บรรยากาศแฮปปี้ดี ส่วนเรื่องสัญญาจริงๆ แล้วไม่ได้ตอบตกลง เป็นเพียงสิ่งที่เหนิงพูดขึ้นมาเองลอยๆ ทุกคนแค่รับฟัง แต่ไม่มีใครรับปาก
“ว้นเกิดพี่เหนิงพวกเราก็ทักชวนพี่เหนิงกินข้าว ไบร์ทก็ชวนกินข้าวพอดีก็เลยจับมัดรวมกัน สรุปไปหน้างานจริงๆ ก็เจอสกายด้วย ก็แฮปปี้ดีครับ ส่วนเรื่องสัญญาลูกผู้ชายผมจริงๆ แล้วผมไม่ได้สัญญานะครับ เหมือนเป็นการพูดลอยๆ ขึ้นมา ไม่ได้มีใครตอบตกลง พี่เหนิงเป็นคนเริ่มเองคนเดียว ทุกคนไม่ได้ตอบรับ แค่รับฟัง”
ไม่รับปากต้าเหนิงยังไม่ได้แต่งงานทุกคนก็ห้ามแต่งงานก่อน บอกโสดมานาน ให้โอกาสผมบ้าง
“ไม่รับปากนะครับอันนี้ แต่ก็ไม่ได้บอกพี่เขาไป ตอนนั้นไม่มีใครตอบรับอะไรพี่เหนิงเลย พี่เหนิงก็เลยคงคิดว่าทุกคนตอบตกลง แต่มาตอบในรูปไบร์ทไปคอมเมนต์ว่า ไม่จริงๆ ส่วนผมขอไม่รับปากแล้วกันครับ พี่เหนิงเขาเพิ่งเป็นสาวโสด ตัวผมโสดมานานแล้ว ให้โอกาสผมบ้าง ผมขอโอกาสอินลงอินเลิฟบ้าง ตอนนี้ก็กำลังหาอยู่ อยากมีกับเขาเหมือนกัน”
ไม่มีแฟน 6 ปี เคยคุยแต่ไม่คลิก ไปต่อไม่ได้
”ผมไม่ใช่สายมูขอพรความรัก ถามว่ามีเข้ามาบ้างไหม มันก็มีที่เคยๆคุ ย แต่ด้วยอะไรหลายๆ อย่างมันอาจจะไม่ได้คลิก ไม่ได้มีเวย์ที่ไปกันต่อได้ ถามว่าโสดนานแค่ไหน ถ้าไม่นับคนคุย ก็โสดมาเข้าปีที่ 6 แล้ว ไม่มีแฟนมา 6 ปีแล้ว คุยๆ ก็มีแหละ มีเรื่อยๆ แค่อะไรหลายๆ อย่างมันไม่ได้ทำให้เราไปถึงคำว่าแฟนได้
เป็นเพราะเรางานเยอะไหม อาจจะเป็นหนึ่งในเหตุผลนะ เพราะไม่ค่อยได้ตอบด้วยในบางที คิดว่าผมก็มีเวลาให้กับเรื่องหัวใจอยู่นะ แต่อาจจะต้องเป็นจังหวะเจอคนที่เข้าใจตรงนี้ของเราด้วย เป็นจังหวะที่เราอยากโฟกัสงาน ซึ่งเขาก็ต้องเข้าใจเรื่องงานของผม ส่วนเรื่องนิสัยใจคอให้เป็นเรื่องอนาคตที่ได้ศึกษากันต่อไป และต้องรักครอบครัวด้วยนะครับ ต้องรักพ่อแม่รักครอบครัวผมด้วย”


