xs
xsm
sm
md
lg

“ทาทา-ชาคริต-อ้น-หลิว” อาลัย “เร แม๊คโดแนลด์” นิยามแก๊ง “O-Negative” เป็นความสัมพันธ์สุดพิเศษ จากเพื่อนในจอสู่เพื่อนในชีวิตจริง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ทาทา-ชาคริต-อ้น-หลิว” สุดอาลัย “เร แม๊คโดแนลด์” ย้อนมิตรภาพ “O-Negative” 28 ปี จากเพื่อนในจอสู่เพื่อนในชีวิตจริง เผยเรเป็นคนมีเอกลักษณ์ ไม่มีใครแทนได้ เชื่อเพื่อนไม่อยากให้ทุกคนเศร้านาน

เป็นอีกหนึ่งข่าวเศร้าของวงการบันเทิง ที่ทำให้หลายคนช็อกและใจหายเป็นอย่างมาก สำหรับการจากไปอย่างกะทันหันของ “เร แม๊คโดแนลด์” ล่าสุดวันนี้ (20 ส.ค.) ในพิธีรดน้ำศพและสวดอภิธรรมคืนแรก ณ ศาลารัตนพราหมณ์ วัดยาง พระอารามหลวง แก๊งเพื่อนรักอย่าง “ทาทา ยัง”, “ชาคริต แย้มนาม”, “อ้น ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์” และ “หลิว มนัสวี กฤตตานุกูล” นักแสดงจากภาพยนตร์ “O-Negative รัก-ออกแบบไม่ได้” ได้เดินทางมาร่วมแสดงความอาลัย พร้อมเปิดใจถึงความผูกพันและมิตรภาพที่มีต่อกันมายาวนานถึง 28 ปี ตั้งแต่ร่วมงานกันในภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวเมื่อปี 2541 โดยเผยว่าเป็นช่วงเวลาที่กลายเป็นความทรงจำสำคัญในชีวิต และทำให้ทั้ง 5 คนกลายเป็นเพื่อนกันจริงๆ จนถึงวันนี้

หลิว : “อันนั้นเป็นหนังเรื่องแรกของหลิวด้วยค่ะ แล้วก็ได้เจอทุกคนครั้งแรกยกเว้นทาทา ก็เลยรู้สึกแบบ เจอคนใหม่ๆ ที่เขามีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก เป็นคนที่เล่นหนังได้เก่งมากๆ เล่นแบบธรรมชาติ ทำให้หลิวต้องเรียนรู้จากเขา เวลาถ่ายเสร็จแล้วทุกคนมาดู ก็จะแบบอุ้ย ทำไมเรเล่นดีขนาดนี้ แล้วระยะเวลาที่เราอยู่ด้วยกันมันนาน เพราะว่าในแต่ละครั้งที่จะถ่ายแต่ละอาทิตย์ จะต้องมาเวิร์กช็อปกันทุกอาทิตย์ก่อน ก็เลยอยู่ด้วยกันนานมากในช่วงนั้น”

คาแรกเตอร์ของ “เร” ในบท “อาร์ท” ไม่มีใครมาเล่นแทนได้
หลิว : “ทุกคนก็จะมีคาแรกเตอร์เป็นของตัวเอง เรก็ จะมีคาแรกเตอร์เป็นของตัวเอง ก็เล่นในบทบาทที่เหมาะสมสำหรับเขามากๆ คิดว่าใครก็เล่นแทนเขาไม่ได้”

การถ่ายทำภาพยนตร์ “O-Negative รัก-ออกแบบไม่ได้” เป็นความทรงจำที่ดีที่สุด ในช่วงหนึ่งของชีวิต
ทาทา : “ก็เป็นความทรงจำที่ดีที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิตของทาเลยค่ะ เพราะว่าได้มีเพื่อนกลุ่มโอฯ แล้วหนึ่งในเพื่อนกลุ่มโอฯ ก็คือ เร แม๊คโดแนลด์ แล้วทากับเร แล้วก็ชาคริตเอง แล้วก็ทุกๆ คนตรงนี้ คือเหมือนที่พี่หลิวพูดเมื่อกี้ ว่าเราได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันเยอะมากจริงๆ แล้วมันเป็นช่วงเวลาที่เราค่อนข้างเป็นวัยรุ่น มีความทรงจำ มีความจดจำอะไรดีๆ ต่อกันและกันเยอะมาก หนังเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงหนังที่สะท้อนเกี่ยวกับเรื่องเพื่อน เราในฐานะนักแสดง ได้ผูกพันและเป็นเพื่อนกันจริงๆ แล้วก็รักกัน จริงๆ (เสียงสั่น)

เป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ของเพื่อน ที่รักกันยาวนานมาจนถึงวันนี้
ทาทา : “ใช่ คือแปลกมาก ตรงที่ว่าเรามาจากคนละที่เลย แต่พอเรามาอยู่ด้วยกัน มันมีเคมีบางอย่างที่…ไม่ได้เจอกันนาน แต่พอมาเจอกัน ก็เหมือน...”

ชาคริต : “พูดไม่หยุด”

ทาทา : “พูดกันไม่หยุด ก็ไปได้เรื่อยๆ แล้วก็เข้าใจกันทุกคน คือเอาเป็นว่าทากล้าพูดว่าเพื่อนกลุ่มนี้ไม่เคยทะเลาะกันเลย ไม่เคยน้อยใจ เป็นเพื่อนกลุ่มที่สบายใจ อยู่ด้วยกันแบบสบายใจ เข้าใจกันทุกๆ อย่าง มันคงเป็นความพิเศษบางอย่าง ที่เราต้องเกิดมาแล้วมาเจอกัน แล้วก็มีบุญแบบนี้ด้วยกัน ไม่เคยทะเลาะกันเลย”

ชาคริต : “เป็นการพาพวกเรามาเจอกัน พอหนังจบไปแล้ว เฟรนด์ชิฟมันยังไปต่อ”

อ้น : “มันไม่มีเวลาที่จะทะเลาะกันค่ะ เพราะเราก็นอนข้างถนนมาด้วยกัน”

ทาทา : “เออจริง”

อ้น : “คือเราต้องสามัคคีกันเพราะว่าเรื่องงาน แล้วเราก็ได้เล่นสนุกกันด้วย ในช่วงเวลาที่เราวัยรุ่น อย่างอ้นเนี่ย อ้นดีใจมาก มาเจอซูเปอร์สตาร์ในดวงใจ ทุกวันนี้ยังร้องเพลงเขา ล่าสุดก็ร้องเพลงเขา อ้น เร ชาคริต ชาคริตกับเรสนิทกันอยู่แล้ว อ้น, เร, ชาคริต มาจากโรงเรียนทีนทอล์ก หลิวก็มาป๊ะกันที่นี่ ไม่มีเวลาจะตีกันเลยค่ะ มีแต่เรื่องสนุกสนาน มีความสุข”

ชาคริต : “แล้วจริงๆ มันก็เป็นการเจอกันที่วิเศษ ประหลาด แล้วก็วิเศษ คือเฟรนด์ชิฟความเป็นเพื่อนที่มันอยู่ในจอ มันยังเป็นอะไรที่มันเป็นอมตะ จนถึงทุกวันนี้”

อ้น : “แล้วแต่ละวันก็ไม่เหมือนกันเลยค่ะ โดยเฉพาะพี่เรเรานี่แหละค่ะ พี่เรคือเด็ดเดี่ยว ปราดเปรียว และไม่เหมือนกันเลยสักวัน โดยเฉพาะฉากที่ไปถ่ายที่ทะเล รวมถึงพี่คริตด้วย ก็จะไม่เจอเขาในห้องนอน ก็จะไปอยู่ตามริมทะเล”

ทาทา : “เขาจะไปนั่งกันอยู่ข้างนอก”

อ้น : “อยู่กับแม่ของคุณค่ะ (แม่ทาทา)”

ทาทา : “อยู่กับแม่ดิฉัน แล้วตอนนี้ก็ไปอยู่กับแม่แล้ว

อ้น : “ตอนนี้ไปเจอแม่แล้ว”

อ้น : “นอนดีๆ ไม่ได้ ต้องไปนอนริมทะเล”

ทาทา : “นี่ (ชาคริต) ยังดีนะ คนนี้ยังนั่ง คนนั้นน่ะ (เร) นอน”

อ้น : “คนนั้นนอนเลย แล้วก็ให้น้ำทะเลซัดเข้ามา เขาเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ไม่มีใครเหมือน แล้วตอนนี้ไม่มีแล้วไงบนโลกใบนี้ เขาไปแล้ว”

ทาทา : “ใช่ แล้วเป็นคนมีความคิด...คือบทจะถามอะไรขึ้นมาเนี่ย บางทีตอบไม่ได้ เฮ้ย…พวกมึงว่ามันเป็นอย่างงั้นเปล่าวะ เดี๋ยวนะ เป็นคนอาร์ตเลย อาร์ตจริงๆ อาร์ทสมชื่อในเรื่อง (ยกตัวอย่างคำถามได้ไหม?) โอ้ย เยอะค่ะ มันไปได้ตั้งแต่ใบไม้ใบหญ้าอะไรของมัน มึงว่าทำไมใบนั้นมันโบกวะ หรืออะไรอย่างนี้ คือแล้วกูจะรู้ไหม”

ให้นิยามว่าเป็นความสัมพันธ์ที่พิเศษและประหลาด ทำงานด้วยกัน จนสนิทกันในชีวิตจริง
ชาคริต : “ผมว่าเราโชคดีมั้งครับ กับการที่เราทุกคนก็เป็นตัวตนในแบบของเรา แล้วเราใช้ความจริงใจ ใช้ใจนำในการทำงานด้วยกัน จนมันสนิทกันเกิน เกินสคริปต์ มันสนิทกันจนมันออกไปอยู่ในชีวิตประจำวันที่มันกลายเป็นเพื่อนกัน อยู่ในกลุ่มเดียวกัน ถึงแม้นานๆ จะเจอกัน แต่พอเจอปุ๊บ ก็เหมือนเพิ่งเจอเมื่อวาน”

อ้น : “พอย้อนนึกถึงช่วงชีวิตตอนนั้น มันมีความสุขมากเลย มีความสุขที่ปัจจุบันไม่สามารถจะให้ได้แบบนั้นค่ะ”

ทาทา : “จริง”

อ้น : “คือมันไม่มีอีกแล้ว มันสนุกสนานมาก ไม่มีโซเชียลมีเดีย เราจะกลิ้งอยู่ตรงขอบไหนก็ได้”

ชาคริต : “ไม่มีอะไรให้ก้มหัว”

ทาทา : “ใช่ คือหันไปก็ต้องเจอกันเอง ก็ต้องคุยกัน ชวนกันออกไปกินข้าว กินข้าวในกองก็ต้องกินพร้อมกัน เพราะเดี๋ยวถ่ายก็ต้องถ่าย เข้าฉากก็ต้องเข้าฉากพร้อมกัน”

อ้น : “เมื่อวานพี่อ้นโทร.ไปบอกทาทา กว่าทาทาจะรู้ว่ามันคือความจริงก็คุยกันอยู่นาน จนวางหูไปแล้วเขาก็โทร.กลับมาใหม่ ตอนแรกเขานึกว่าอ้นจะโทร.ไปคุยเรื่องที่เอาเพลงเขาไปร้องบนเวที แต่ว่าไม่ใช่ จะโทร.มาบอกว่าเรเสียชีวิตแล้วนะ อมิตา…เรมันไม่อยู่แล้ว”

ทาทา : “แล้วตอนแรกนี่ก็ตกใจ เดี๋ยวก่อน เรไหน พี่อ้นบอกว่า เร แม๊ค ห๊ะ จนต้องย้ำ”

อ้น : “กว่าเขาจะเชื่อ โทร. 19 ครั้ง พี่อ้นนี่มันจริงใช่ไหม แต่ไม่กล้าโทร.หาคริต ก็โทร.หาพี่หลิว”

หลิว : “ทาทาร้องไห้หนักมาก เราก็ร้องต่อไม่ได้ค่ะ ต้องคอยปลอบน้อง เพราะว่าฮึกฮักๆ ยาวนานมาก”

โพสต์เศร้ายังไม่ได้พูดขอโทษ “เร” ต่อหน้า หลังย้อนกลับมาดูหนัง แล้วรู้สึกว่าตัวเองผลักเพื่อนแรงมากในฉากหนึ่ง
ทาทา : “ใช่ คือพอนึกถึงฉากนั้นขึ้นมา คือทากับคริต จะมีฉากที่ซ้อมแล้ว ซ้อมอีก แต่กับเรฉากนี้ เป็นฉากที่แคสฯ ด้วยกันตั้งแต่แรกแล้วเลย คือแคสฯ ด้วยกันก็คือเจอฉากนี้เลย แล้วเราก็ค่อยๆ พัฒนาในการแสดงฉากนี้ขึ้นมาด้วยกัน จนในวันนั้นที่ถ่ายจริงๆ ทารู้สึกว่าเรารักกันไปแล้ว เราเป็นเพื่อนจริงๆ กันไปแล้ว เราเป็นเพื่อนกลุ่มนี้กันไปแล้ว ก็ผลักจริง เล่นจริง ทุกๆ อย่าง จนวันนี้มาดู เพราะว่ามันนึกถึง พอย้อนกลับไปดูแล้วรู้สึกว่าโห เล่นกับเพื่อนแรงมากเลย ก็ล้มจริงค่ะ (เสียงสั่น) ของตรงนั้นก็ระเนระนาดขนาดนั้น เรา ก็เลยรู้สึกว่ายังไม่ได้ขอโทษเพื่อนเลยต่อหน้า ทาว่าเวลาคนเราสูญเสีย มันจะคิดไปหมด ว่าเรายังไม่ได้ทำอะไรเลยกับเพื่อนคนนี้ มันมีอะไรบ้างที่เรายังไม่ได้พูด ยังไม่ได้ทำ

นั่งร้องไห้ขอโทษไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน จนลูกชายต้องเข้ามาปลอบ
ทาทา : “ขอโทษตั้งแต่รู้สึกตัวเมื่อวานแล้วค่ะ คนเดียวที่ทำให้เราดีขึ้นได้ก็คือลูก เขาจะเดินมาปลอบ เช็ดน้ำตาให้ เขาบอกว่าหม่ามี้รักคนนี้มากสิเนอะ เป็นเพื่อนสนิทหม่ามี้มากใช่ไหม เราก็บอกหม่ามี้รักมาก เร”

รักทุกอย่างในความเป็น “เร แม๊คโดแนลด์” เป็นคนที่มีนิสัยน่ารักมาก
ทาทา : “ทุกอย่างเลยค่ะ คือคงไม่มีใครเป็นแบบนี้อีกแล้ว เขาเป็นคนน่ารักมากเลย”

อ้น : “เขาน่ารักนะคะ นิสัยใจคอเขาเป็นคนน่ารักนะคะ คือวันนี้ และทุกๆ วันต่อจากนี้ คนจะต้องมาเยอะมาก เพราะไม่ว่าเขาจะไปที่ไหน กับคริตด้วย ความน่ารักของเขา ทุกคนจะรักเขา คืออาจจะมีดื้อบ้าง ซนบ้าง แต่สุดท้ายแล้ว เนื้อแท้ที่เป็นนิสัยของเร เขาเป็นคนน่ารัก แล้วเขาขี้สงสารด้วย ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหน ไม่ว่าเรจะมีชีวิตหรือไม่มีชีวิต ต่อจากนี้เรไปไหน ก็จะมีแต่คนรักเรตลอด เพราะเขาน่ารักมาก”

ฝากคุณพ่อคุณพ่อ ให้ไปรับ “เร” ด้วย อยากให้ได้เจอกัน
ทาทา : “ใช่ คือคุณแม่ทากับเร ค่อนข้างสนิทกัน”

อ้น : “ลูกรัก”

ทาทา : “ลูกรักเขาจริงๆ นี่ก็ลูกรัก (ชาคริต) เขาก็จะอยู่ด้วยกัน 3 คน เวลาอยู่กอง ทาจะไม่ได้อยู่หรอก ทาจะอยู่กับพี่อ้นกับพี่หลิว ทาก็จะไปอยู่ในแก๊งผู้หญิงกัน ก็จะไปมะม่วงอะไรกินกัน นี่เขาก็จะไปอยู่กัน ก็ได้แต่คิดอย่างเดียวว่า (เสียงสั่น) ก็อยากให้เขาได้เจอกัน อยากให้แม่กับพ่อไปรับ จริงๆ รู้จักกับทั้งคู่เลย ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ แต่จะสนิทกับคุณแม่มากกว่า ก็ขอให้ได้เจอกันนะจ๊ะ อยากให้ได้เจอ”

ทำงานไม่มีหยุด เหนื่อยมาเยอะแล้ว
หลิว : “ก็เหนื่อยมาเยอะแล้ว เขาทำงานมาตั้งแต่เด็ก แล้วก็ไม่มีวันหยุด เหมือนเขาหยุดไม่ได้ เขาจะต้องหาอะไรทำไปเรื่อยๆ จนถึงวันที่เขาสร้างครอบครัวเขา ซึ่งแหม่ม (ภรรยา) ก็เป็นคนที่เขารักมาก เหมือนชอบมานานแล้ว แต่ว่าเพิ่งมาจีบตอนโตอะไร แล้วก็กว่าจะได้เป็นแฟนกันได้ ก็ใช้เวลานาน ในที่สุดเขาก็ได้คบกับแหม่ม แล้วเขาก็มีความสุขมากๆ แล้วก็มีลูก 1 คน แล้วในช่วงที่เขาสร้างครอบครัว เขาก็มีความสุขมากๆ แล้วเขาก็ทำงานไม่หยุด ตอนนี้ก็ได้พักผ่อนแล้ว ก็เหนื่อยมานานมากๆ แล้วค่ะ”

โปรเจกต์ “O-Negative” คงไม่มี เพราะหนังจบสมบูรณ์แล้ว หากทำใหม่โดยไม่มี “เร” ก็ไม่สมบูรณ์ เชื่อเจ้าตัวไม่อยากให้ทุกคนเศร้านาน
ชาคริต : “ผมว่ามันสมบูรณ์ของมันอยู่แล้วครับ ปล่อยมันไว้อย่างนั้นดีกว่า เพราะว่าสิ่งที่เราได้มาจากตรงนั้น ก็คือความสัมพันธ์ของเราที่มันไปต่อ มันมีค่า”

อ้น : “เพราะถ้าทำใหม่โดยที่ไม่มีเร มันก็ไม่สมบูรณ์ มันจบไปตรงนั้นแล้ว

ทาทา : “ในชีวิตจริงมันก็ต้องเป็นแบบนี้ มันจะช้าหรือเร็วเท่านั้นด้วย ตอนนี้สิ่งที่ทาพยายามบอกตัวเอง แล้วก็เชื่อว่าเป็นสิ่งที่เรน่าจะอยากให้ทุกคนทำ นั่นก็คืออยากให้ทุกคนยิ้ม แล้วเดินต่อ เพราะเขาเป็นคนแบบนั้น เขาเป็นคน positive thinking แบบว่า เฮ้ย อย่ามาเศร้ากันนาน พวกมึงอะไรวะ นึกเสียงมันออกเลย ว่าเฮ้ย อะไรวะ ไม่เอาดิวะ ไม่ได้ ไปต่อ กูไปแล้ว อะไรอย่างนี้ (หัวเราะ) ก็พยายามจะยิ้ม อยู่ให้ได้ แต่ก็ยังคิดถึงเพื่อน และก็คงจะคิดถึงตลอดไป แล้วก็จะพยายามฟื้นใจกันให้เร็วที่สุด เพื่อพี่เร และเพื่อพวกเราด้วย”