“ภิญโญ รู้ธรรม” ย้อนวันแรกที่ได้เจอ “เร แม๊คโดแนลด์” ก่อนร่วมสร้างตำนาน “ทีนทอล์ก” เผยอึ้งทั้งวันหลังรู้ข่าว ลั่นฟื้นเหอะ มาทำอะไรสนุกๆ กันอีก ย้ำแม้เติบโตและมีผลงานมากมาย แต่เรยังเป็นเรคนเดิมเหมือนตอนอายุ 17 ปี
เป็นอีกหนึ่งคนที่อยู่ในเส้นทางชีวิตของ “เร แม๊คโดแนลด์” มาตั้งแต่ก้าวแรกๆ ในวงการ สำหรับ “ภิญโญ รู้ธรรม” หัวหน้าโปรดิวเซอร์รายการทีนทอล์ก และกรรมการผู้จัดการ บริษัททีนทอล์ก จำกัด ที่ได้รู้จักและร่วมงานกับเรมาตั้งแต่ปี 2537 และเห็นการเติบโตของเรมาโดยตลอด ซึ่งล่าสุดวันนี้ (20 ส.ค.) เจ้าตัวได้เดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยที่วัดยาง พระอารามหลวง พร้อมเปิดใจถึงความผูกพันและความทรงจำที่มีต่อกัน โดยยอมรับยังอึ้งกับข่าวการจากไป เพราะไม่เคยคิดว่าจะต้องมาส่งเรในวันนี้ หลังเคยพูดคุยกันไว้ว่าน่าจะได้เห็นกันไปจนถึงวันที่กลายเป็น “ลุงเร” และ “คุณตาเร”
“เราได้รู้จักกันเมื่อปี 2537 นะครับ ตอนนั้นโปรดิวเซอร์ของรายการจริงๆ คือคุณอ้อยไปทาบทามคุณเร ว่ามาทำรายการ ตอนนั้นเราได้เวลาที่ช่อง 5 แล้วก็คิดว่าจะทำรายการเพื่อวัยรุ่นกัน แล้วก็เชิญเรมาพูดคุย แล้วก็พูดถึงอุดมการณ์ พูดถึงเป้าหมายกัน แล้วเรก็ให้เกียรติกับทีมงาน บอกว่ามาร่วมงานกัน เรก็เลยเป็นพิธีกรหลักของรายการทีนทอล์ก แล้วก็ได้รู้จักกันมาตั้งแต่นั้นแหละครับ 2537”
มีออร่าความเป็นพิธีกร ตั้งแต่แรกเจอ
“จริงๆ เรเขามีออร่า มีรัศมีของเขาอยู่แล้ว แล้วก็มีความสามารถของเขาอยู่แล้วนะครับ เพียงแต่ว่า ตอนนั้นคือ ถ้าจำไม่ผิด เรจะเป็นวีเจอยู่สถานีโทรทัศน์ช่องนึง ทีนี้อยากจะให้เรเขามาเป็นผู้บุกเบิกรายการวัยรุ่นในยุคนั้น เห็นศักยภาพแล้ว แล้วรูปร่างหน้าตาไม่ต้องพูดถึง เรเป็นนักกีฬาที่หล่อที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา ก็ทาบทามแล้วคุยกัน เรก็บอกว่าเอาสิ ลองกันดูสักตั้งหนึ่ง จากนั้นเป็นต้นมา เราก็ทำรายการทีนทอล์ก แล้วในเครือจักรวาลทีนทอล์กทั้งหมด ก็มีเรเป็นผู้นำของทีมทั้งหมดครับ”
ความเป็น “เร” คือคอนเซปต์ที่รายการทีนทอล์ก ต้องการนำเสนอ
“เรคือทีนทอล์ก คือด้วยความที่เราตั้งใจว่าวัยรุ่นไทย น่าจะเป็นผู้นำได้ เยาวชนก็สามารถเป็นผู้นำในสังคมได้ แล้วเรก็เป็นคนหนึ่งที่มีความคิดความอ่านเป็นตัวของตัวเอง เรียกว่าไม่ค่อยตามแบบใคร ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ เรก็ยังเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งเราก็มีความคิดว่า วัยรุ่นหรือเยาวชนไทย ควรมีความคิดของตัวเอง ไปในแนวทางที่ถูกต้อง แล้วก็คิดอะไรใหม่ๆ คิดได้แปลกๆ ครับ”
สมัยก่อนยังไม่รู้ฟีดแบ็กความดังของรายการ เพราะไม่มีโซเชียลมีเดีย ที่สื่อสารกับผู้ชมได้รวดเร็วอย่างทุกวันนี้
“ต้องบอกว่าเมื่อก่อนเราไม่ค่อยรู้ฟีดแบ็ก เทียบกัน เมื่อก่อนนี่คือ การสื่อสารระหว่างรายการกับคนดูมันคือไปรษณียบัตร หรือบางทีก็มีโทรศัพท์ มันไม่มีการคอมเมนต์ ไม่มีกดไลก์กดแชร์แบบเหมือนปัจจุบันนี้ สิ่งที่เรารู้คือเวลาออกไปข้างนอกแล้วมีคนทักทาย กลับมารู้ทีหลัง ว่ารายการในเครือทีนทอล์กเป็นที่นิยมของวัยรุ่น ซึ่งเชื่อว่าเท่าที่เห็นๆ อยู่หลายๆ คนก็น่าจะเป็นแฟนทีนทอล์ก แล้วก็เติบโตมาจนเป็นยุคนี้นะครับ”
ภูมิใจที่รายการทีนทอล์ก ได้เป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ไทย
“พวกเราภูมิใจครับ ที่เราได้ทำประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของประเทศไทยประดับเอาไว้ อย่างน้อยประเทศไทยก็รู้จักคำว่าทีนทอล์ก แล้วเราก็คิดว่าเราน่าจะเป็นแรงบันดาลใจ เป็นตัวอย่าง ที่จะให้เยาวชนไทย หรือว่าวัยรุ่นไทย คิด ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ แล้วก็เป็นตัวอย่างสำหรับคนรุ่นหลังๆ ต่อๆ ไปครับ”
ยอมรับมีคิดอยากทำรายการ “ทีนทอล์ก” อีกครั้ง เสียดายที่ “เร” มาจากนำไปเสียก่อน
“จริงๆ ก็เคยคิดอยู่เหมือนกันนะครับ แต่ทีนี้เรามองว่าปัจจุบันวัยรุ่นทุกคน ที่มีโทรศัพท์มือถือ ที่มีอินเทอร์เน็ต สามารถเป็นสื่อของตัวเองได้ สร้างตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องไปอยู่ค่าย หรือเป็นบริษัทใหญ่ เพราะฉะนั้นตอนนี้ถ้าคิดจะทำ ในแพลตฟอร์มที่เป็นปัจจุบันนี้ ก็เคยคิดอยู่เหมือนกัน ว่าเอออยากจะทำอะไรดีๆ กับทีม น้องๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรเนี่ยนะครับ แต่ว่าก็เสียดายน้องก็เดินทางไปซะก่อน นำหน้าเราไปแล้ว”
คาดเหตุผลที่หลายคนยกให้ “เร” เป็นไอดอล เพราะความมีเอกลักษณ์และความเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมงานทีนทอล์กให้ความสำคัญมาโดยตลอด
“ความเป็นเอกลักษณ์ของเขาครับ จริงๆ ก็ไม่ได้บอกว่ามีเรคนเดียวในวงการนี้นะครับ ในวงการนี้ก็มีอีกหลายๆ คนที่เป็นคล้ายๆ เร แต่ทุกคนจะไม่เหมือนกันหมด ทุกคนจะไม่เหมือนกัน ซึ่งทีมเราก็ชอบสนับสนุนคนที่มีเอกลักษณ์แบบนี้ คือไม่ได้แบบตามๆ เขาไปครับ”
อึ้งไปทั้งวัน หลังทราบข่าวการจากไป เพราะได้เจอกันแบบนานที หลายปีหน
“ครั้งสุดท้ายเรามีมีตติ้งกัน เราไม่ได้เจอกันบ่อยๆ นะครับ นานทีหลายปีหน หลังสุดนี่เจอที่ร้านของเร ที่เยาวราช นั่นคือครั้งสุดท้ายที่เจอเร ก็ได้พูดคุยกัน แล้วก็ได้เห็นผลงานของเรบ้าง แล้วเมื่อวานนี้ได้ข่าว ก็ อึ้งไปทั้งวันเลยครับ เราเคยคุยกันว่า เราน่าจะอยู่กันไปได้ถึงขั้นเรียกว่าเป็นลุงเร เป็นคุณตาเร ทุกคนก็จะคิดแบบนั้น เมื่อวานผมก็ท่องอยู่อย่างเดียวว่า เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป แต่พอถึงเมื่อคนใกล้ตัวแล้ว ก็ต้องใช้เวลาทำใจอยู่พอสมควรแหละครับ”
คนมอง “เร” พูดไม่รู้เรื่อง แต่จริงๆ แค่เหมือนอยู่กันคนละความถี่ ซึ่งนี่คือสิ่งที่ทำให้รักในตัวเร
“คนส่วนใหญ่ที่มองเร บอกว่าเป็นคนที่พูดไม่รู้เรื่อง แต่จริงๆ คือมันเหมือนกับว่า เราอยู่คนละความถี่กับเขาครับ บางทีคุยเรื่องนี้อยู่ เรอาจจะคิดเรื่องอื่นอยู่ เรารักเขา เพราะเขาเป็นแบบนี้ครับ เราก็อารมณ์ดีไปกับเขา ไม่ได้ซีเรียสอะไร”
เผยบอกกับ “เร” ว่าให้ฟื้นเหอะ แล้วมาทำอะไรสนุกๆ กันอีก
“เอาจริงๆ เหรอ ผมบอกว่าเรฟื้นเหอะ แล้วมาทำอะไรสนุกๆ กันอีก”
แม้จะเติบโตขึ้น มีประสบการณ์มากขึ้น และสร้างผลงานไว้มากมาย แต่สำหรับตนแล้ว เรยังคงเป็น “เร แม๊คโดแนลด์” คนเดิมที่ได้รู้จักตอนอายุ 17
“เรเติบโตมากมายเลยนะครับ แต่สำหรับผม เรก็ยังเป็น เร แม๊คโดแนลด์ คนนั้นอยู่ ณ ปี พ.ศ. นั้น 2537 เรอายุ 17 ปี ทุกวันนี้ก็ยังเหมือนเรอายุ 17 ปี แต่มีประสบการณ์มากขึ้น แล้วก็สร้างผลงานไว้มากมายทีเดียว ก็ลองไปติดตามดูนะครับ คนที่ไม่รู้จัก เร แม๊คโดแนลด์ ก็ไปติดตามดูว่าผลงานของเรเขาเป็นยังไงบ้าง”
โปรเจกต์รำลึกถึง “เร” ทุกคนอยากจะทำอยู่แล้ว แต่ในส่วนของรายการทีนทอล์ก ยังบอกอะไรไม่ได้
“แยกเป็น 2 เรื่อง เรื่องหนึ่ง เรื่องรำลึกถึงพี่เร ผมเชื่อว่าทุกคนอยากจะทำ ทีมเราก็อยากทำ ส่วนในเรื่องของทีนทอล์ก ในเรื่องของเอาเป็นว่ากลุ่มเป้าหมายวัยรุ่น ก็คิดอยู่นะครับ แต่ว่ายังไม่ตกตะกอน ตอนนี้ยังบอกอะไรไม่ได้เป็นแนวทางครับผม”


