xs
xsm
sm
md
lg

“พีท ทองเจือ” ช็อก! สูญเสีย “เร แม๊คโดแนลด์” เผยวางตัวร่วมโปรเจกต์หนัง “น้องเซย่า” แต่ยังไม่ทันได้ร่วมงาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“พีท ทองเจือ” ยอมรับช็อก สูญเสีย “เร แม๊คโดแนลด์” รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก อยู่ในชีวิตกันมาทุกช่วง เผยมีโปรเจกต์หนังลูกสาว วางตัวเรไว้ร่วมงาน ฝากข้อคิดชีวิตสั้นกว่าที่คิด ใช้ชีวิตให้มีความสุข อย่าเสียเวลากับเรื่องท็อกซิก

เป็นอีกหนึ่งความสูญเสียที่ทำให้ทุกคนใจหาย สำหรับการจากไปของ “เร แม๊คโดแนลด์” วัย 49 ปี ล่าสุดวันนี้ (20 ส.ค.) ก่อนมีพิธีรดน้ำศพ ที่วัดยาง พระอารามหลวง นักแสดงชื่อดัง “พีท ทองเจือ” ได้เดินทางมาร่วมแสดงความอาลัย พร้อมเปิดใจถึงความผูกพันที่มีต่อกันมายาวนาน ตั้งแต่เรยังเป็นเด็ก ก่อนจะเติบโตเข้าสู่วงการบันเทิงและมีเส้นทางเป็นของตัวเอง โดยเจ้าตัวยอมรับว่ายังรู้สึกช็อกและไม่ชิน กับการต้องมาพูดถึงเรในวันที่เจ้าตัวไม่ได้อยู่กับทุกคนแล้ว

“จริงๆ แล้ว เรก็เป็นน้องชายที่ผมรู้จัก ซึ่งรู้จักกันก่อนที่น้องเขาจะเข้าวงการนะครับ มันมาจากที่ว่าน้องชายคนเล็กของผม เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับเร ตอนเขาเด็กๆ สักประมาณ 10-14 ปี เขาจะอยู่บ้านผม ซึ่งบ้านผมอยู่ใกล้ๆ วัดนี้ อยู่ตรงอ่อนนุชนี่แหละ ที่บ้านก็จะมีน้องๆ ที่มาเที่ยวเล่นอยู่บ้าน เพราะที่บ้านเรามีพื้นที่เยอะ น้องๆ ก็จะมาทำกิจกรรม ขี่จักรยาน เล่นแฮงก์เอาต์กัน ก็เร มีชาคริต (ชาคริต แย้มนาม) แล้วก็มีน้องๆ คนอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในวงการ

ในไทม์ไลน์นั้นน้องยังไม่ได้เป็นนักแสดง ยังไม่ได้เข้าสู่วงการ เราก็อยู่กับน้องๆ มาตั้งแต่เด็กๆ ครับ แต่ว่าไทม์ไลน์เราก็เห็นเขาเจริญเติบโต แล้วก็พัฒนาการในตัวเอง จนกระทั่งเข้ามามีชื่อเสียงอยู่กับทางแกรมมี่ ทำรายการ แล้วก็เจริญเติบโตเป็นนักแสดง เป็นพิธีกร สุดท้ายก็ผันตัวเองไปเป็นผู้ทำคอนเทนต์ที่อยู่ในยูทิวบ์ ก็เห็นทุกการเจริญเติบโต จนกระทั่งเขามีครอบครัว มีน้อง เราก็อยู่กับเขามาตลอดครับ”

ยังช็อกและตกใจ เจอกันครั้งสุดท้ายเมื่อ 3-4 เดือนที่แล้ว มีการวางตัวไว้ในโปรเจกต์หนังของลูกสาว
“น่าจะสัก 3-4 เดือนที่แล้วนะครับ แต่ว่าคุยกันเพลิน ซึ่งน้องเซย่าก็เพิ่งพล็อตบทภาพยนตร์เรื่องหนึ่งเสร็จ แล้วก็วางตัวพี่เรเอาไว้ ก็บอกว่าปะป๊าให้โทร.ไปคุยกับพี่เร ก็ส่งทุกอย่างให้เรดู แล้วเรก็ว้าวมากๆ ก็เลยมีการวางตัวไว้ แต่ก็…ไม่ได้ทำงานร่วมกัน ซึ่งคาแรกเตอร์นี้ที่วางไว้ เป็นพี่เรคนเดียวเลย ตอนนี้ก็ยังไม่ได้คิดต่อว่าจะต้องทำยังไงต่อไป แต่ก็เป็นอะไรที่ตกใจ แล้วก็ช็อกมาก แล้วก็รู้สึกยังไม่ชินกับการที่ได้มาเจอทุกๆ คน ผู้สื่อข่าวที่นี่ที่มาถามถึงน้องที่ไม่ได้อยู่กับพวกเราแล้ว จริงๆ วันนี้เป็นวันที่คนที่สนิทกัน นัดกันมาเจอตอน 16.00 น. เพื่อที่จะมาเคารพศพก่อนที่จะเปิดให้ทุกๆ คนเข้าไปเคารพศพได้ บรรยากาศข้างในก็… (นิ่งไปสักพัก) ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ครับ”

จุดธูปบอกตั้งแต่เมื่อวาน ขอให้พบการเดินทางที่ดี
ผมบอกเขาตั้งแต่วันแรกที่เขาเสียชีวิตไปแล้วครับ ก็จุดธูปแล้วก็บอกเขาว่า ขอให้เขาพบกับการเดินทางที่ดีครับ

เป็นน้องชายที่มีความเสมอต้นเสมอปลาย ตั้งแต่ก่อนเข้าวงการ จนถึงวันที่มีชื่อเสียง ก็ยังเป็น “เร” คนเดิม
“ก็เป็นน้องชายที่มีความเสมอต้นเสมอปลาย ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะเป็นนักแสดง ก่อนเข้าวงการบันเทิง จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เขาก็ยังเป็นเรคนเดิมนะครับ เราก็รักในตัวเขานะครับ วันนี้ก็มาซัปพอร์ตครอบครัวของน้องเร แล้วก็มาร่วมกันส่งวิญญาณเร ไปในที่ที่ดีกว่าเดิมครับ

ครั้งสุดท้ายที่เจอ ยังพูดคุยกันตามปกติ ไม่มีสัญญาณผิดปกติใดๆ
“ไม่เลยครับ วันนั้นก็เจอกันปกติครับ น้องไม่มีอาการอะไร สำหรับอาการต่างๆ ที่เราเห็นของน้อง ผมจะคุ้นเคยกับอาการของน้องอยู่แล้ว คาแรกเตอร์น้องจะเป็นคนที่น่ารัก กวนๆ หน่อยนะครับ แล้วในเจนของเขาเนี่ย จะเป็นอะไรที่ใหม่มากๆ ในคาแรกเตอร์นั้น แต่ว่าในไทม์ไลน์นี้ เราก็จะคุ้นกับคาแรกเตอร์น้องแล้ว ก็ค่อนข้างโอเค ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับคาแรกเตอร์นั้น”

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากชีวิตของ “เร” คือการตระหนักว่าชีวิตมันสั้นกว่าที่คิด ควรใช้ชีวิตให้มีความสุข อย่าเสียเวลากับเรื่องท็อกซิก
เอาง่ายๆ สั้นๆ เลยคือ ชีวิตของพวกเราทุกคน มันสั้นกว่าที่เราคิดเอาไว้เยอะมากๆ นะครับ โดยเฉพาะวาระต่างๆ ที่มันสามารถเกิดขึ้นกับเราได้ โดยที่เหนือความคาดหมาย ก็อยากให้ทุกคนใช้ชีวิตที่เหลือให้มีความสุขที่สุดดีกว่านะครับ อะไรที่มันท็อกซิกก็อย่าไปใช้เวลาอยู่กับมันมาก เพราะว่ามันไม่มีประโยชน์เลยนะครับ สำหรับท่านผู้ชม แฟนๆ ของน้องเร FC หรือแม้กระทั่งท่านผู้ชมทุกท่านที่ดูอยู่ในไทม์ไลน์นี้ ถ้าใครมีโอกาสได้สวดมนต์ ได้ทำบุญใดๆ ก็ขออนุญาตให้ทุกคนมอบผลบุญนั้นให้น้องเรยด้วย“

กรณีที่หลายคนมองว่า “เร” มีบุญ เพราะจากไปอย่างสงบโดยไม่ต้องทรมาน เป็นอีกมุมมองที่สามารถคิดได้ แต่ในอีกด้านหนึ่ง สิ่งที่ควรนึกถึงคือครอบครัวของที่ยังต้องเดินหน้าต่อ โดยเฉพาะลูกที่กำลังเติบโตและอยู่ในวัยน่ารัก
“มันก็เป็นทฤษฎีทางความคิดที่น่าสนใจนะครับ แต่ว่าเขาไปสบายแบบนี้มันก็โอเค ในรูปแบบของความคิด มันคิดแบบนั้นได้ครับ แต่ว่าถ้าคิดในอีกมุมที่ก้าวข้ามไปอีกขั้นหนึ่ง โอเค เขาไปสบาย เราก็ให้กำลังใจความรู้สึกของเรา ที่เรากำลังสูญเสียคนที่เรารัก คนที่เราชอบ คนที่เราคิดถึง คนที่เรารู้จัก แต่ว่าเราก็ต้องนึกด้วยว่าแล้วครอบครัวเขาจะอยู่กันยังไงต่อไปด้วย ผมเป็นห่วงตรงนั้นมากกว่า เพราะว่าน้องก็กำลังโต กำลังน่ารัก แล้วก็ทุกอย่างกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี ก็อย่างที่ผมเรียนให้ทราบครับ ก็ถ้ามีโอกาส ใครที่สวดมนต์ตอนนี้ ทำบุญตอนนี้ ก็ส่งผลบุญไปช่วยเร ให้เขาเดินทางไปด้วยความสงบ แล้วก็ไปในที่ที่เขาอยากจะอยู่ครับ”