ปิดฉากดรามาแบรนด์เนม “ดิว อริสรา” นำเช็คเงินสด 1.75 ล้านบาทจากน้ำพักน้ำแรงชำระหนี้ “เมย์ วาสนา” ครบถ้วนก่อนกำหนด ทนายยืนยันไม่ได้เบี้ยวหนี้ แต่ตั้งใจรวบจ่ายก้อนเดียว ย้ำสัมพันธ์พี่น้องยังดี จบสวยทุกฝ่าย ไม่ฟ้องชาวเน็ต ขอแค่อย่าเกินเลย
ถือเป็นการปิดฉากกรณีดรามาอย่างงดงาม สำหรับเรื่องราวระหว่างนักแสดงสาว “ดิว อริสรา ทองบริสุทธิ์”และ “เมย์ วาสนา อินทะแสง”จากกรณียืมสินค้าแบรนด์เนมและภาระค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเคยเป็นประเด็นข่าวดังเมื่อปีที่ผ่านมา โดยหลังจากเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยและถอนฟ้องกันเป็นที่เรียบร้อย ล่าสุดทั้งสองฝ่ายได้ข้อยุติสมบูรณ์แล้ว
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) “ทนายเอี้ยง นิติศักดิ์ มีขวด” ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก ดิว อริสรา ได้เดินทางมาส่งมอบเช็คเงินสดจำนวน 1,750,000 บาท ให้แก่ “นายอรรถชัย แจ้งอรุณ”ทนายความผู้แทนของ เมย์ วาสนา ต่อหน้าเจ้าพนักงานสอบสวน เพื่อชำระยอดเงินคืนทั้งหมดตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ (ซึ่งกำหนดเดิมคือภายในวันที่ 21 สิงหาคม 2569) หลังจากที่ก่อนหน้านี้ฝั่งดิวได้นำสินค้าแบรนด์เนมมาส่งคืนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ไปแล้ว
สำหรับกระแสข่าวลือเรื่องการเบี้ยวหนี้หรือไม่ชำระเงินตามงวดรายเดือน ทนายความของดิวได้ชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องว่า ลูกความมีความตั้งใจที่จะรวบรวมเงินชำระคืนเป็นก้อนเดียวในคราวเดียว จึงไม่ได้ผ่อนชำระเป็นรายเดือน ซึ่งประเด็นนี้ทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยทำความเข้าใจกันเป็นอย่างดีแล้ว ส่วนยอดเงิน 1.75 ล้านบาทดังกล่าว มาจากน้ำพักน้ำแรงและการทำงานจริงของดิว ทั้งงานในวงการบันเทิงและค่าตัวจากการเป็นพรีเซ็นเตอร์
ยืนยันว่า ดิว และ เมย์ ไม่ได้มีความขัดแย้งส่วนตัว แต่ยังคงมีความรู้สึกดีๆ และช่วยเหลือเกื้อหนุนกันเสมอมา พร้อมกันนี้ดิวยังฝากข้อความขอบคุณเมย์ที่ให้โอกาสและมอบเวลาให้ตนได้ทำงานหาเงินมาชำระคืนจนครบถ้วน
ส่วนประเด็นเรื่องการดำเนินคดีกับชาวเน็ตที่เข้ามาคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์หรือดิสเครดิตในช่วงที่มีข่าวลือก่อนหน้านี้ ทนายเอี้ยงเปิดเผยว่า ดิว อริสรา เข้าใจสถานการณ์เป็นอย่างดี เนื่องจากในช่วงเวลานั้นสังคมหรือผู้คอมเมนต์อาจจะยังได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วน จึงไม่ได้คิดที่จะฟ้องร้องหรือดำเนินคดีกับใคร และเชื่อว่าหลังจากทุกอย่างเคลียร์จบอย่างชัดเจนในวันนี้ สังคมและทุกคนจะเข้าใจความจริงทั้งหมด
ทนายเอี้ยง : “อย่างที่ทราบ
คุณเมย์กับคุณดิว เขายังมีหนี้ยอดที่ค้างกันอยู่ ครั้งก่อนที่เรามากองปราบฯ
มีการคืนแบรนด์เนมทั้งหมดให้คุณเมย์ไป แล้วมียอดจำนวนหนึ่งซึ่งยังค้างชำระอยู่ ซึ่งได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้ คุณเมย์ก็มีความกรุณาว่าให้ชำระภายใน 1 ปี รายละเอียดไม่ได้มีเนื้อหาไว้ว่าจะชำระเท่าไหร่ ที่ผ่านมามีกระแสข่าวว่าคุณดิวผิดนัดบ้างอะไรบ้าง จริงๆ แล้วข้อเท็จจริงในสัญญา ทางผมกับคุณเมย์ และทนายคุณเมย์ รู้ข้อเท็จจริงกันอยู่ว่าในสัญญาระบุชัดเจนว่าให้ชำระภายใน 1 ปี เพราะฉะนั้นเมื่อไหร่ก็ได้
ซึ่งจริงๆ คุณดิวเขาพร้อมมาสักระยะนึงแล้ว พร้อมชำระหนี้คืนทั้งหมด ก่อนครบกำหนด ซึ่งได้ประสานทางผม ด้วยวันเวลาทั้งสองฝ่าย ทางผมก็ติดสืบพยานด้วย วันนี้สะดวกก็เลยนัดประสานทางทนายคุณเมย์เพื่อมากองปราบฯ เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ครั้งก่อนที่เราทำบันทึกกันไว้ ก็มีการลงประจำวันกันไว้ วันนี้ก็ได้ประสานสารวัตรเจ้าของสำนวนเพื่อมาชำระหนี้ทั้งหมดคืนให้คุณเมย์”
เผยยอดหนี้ 1.75 ล้าน เป็นเงินที่ “เมย์ วาสนา” จ่ายแทน “ดิว อริสรา” ไปก่อน เปิดโอกาสให้ดิวใช้หนี้ภายใน 1 ปี
อรรถชัย : “ตอนคืนแบรนด์เนมก็หลายชิ้นอยู่ แต่มีเงินคงค้าง ที่คุณเมย์ชำระแทนคุณดิวไป 1.75 ล้าน ในสัญญาระบุว่าชำระภายใน 1 ปีโดยไม่ได้กำหนดวัน แต่ภายใน 1 ปี ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่คุณเมย์เปิดโอกาสให้คุณดิว เพื่อที่จะทำงานหาเงิน ก็เป็นลักษณะแบบนี้ครับ”
ยันดิวไม่ได้เบี้ยวหนี้ ขอบคุณเมย์ที่ให้โอกาสหายใจ
อรรถชัย : “ไม่มีครับ คุณดิวรักษาสัญญาตามหนังสือรับสภาพหนี้ทุกประการ ถือว่าเรื่องจบลงด้วยดี ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อไปครับ”
ทนายเอี้ยง : “อย่างที่ทราบ หลังเกิดเหตุขึ้น ทางคุณเมย์ก็ให้โอกาสคุณดิวกลับมาทำงาน ถ้าเราเห็นหลังเกิดเหตุ คุณดิวเดินทางกลับมาประเทศไทยหาเงิน สลับกับการไปดูแลลูกที่ไต้หวัน ตอนนี้ครบกำหนด ก่อนครบกำหนดด้วยซ้ำ ก็มาชำระคืนในยอดที่ค้างกันอยู่ ส่วนแบรนด์เนมทั้งหมด ได้คืนให้คุณเมย์หมดแล้วเมื่อครั้งก่อน ฉะนั้นตอนนี้หนี้สินระหว่างคุณดิวกับคุณเมย์ไม่มี จบสิ้น คุณดิวก็ฝากขอบคุณทุกฝ่าย พี่ๆ สื่อมวลชน ขอบคุณทางคุณเมย์ที่ให้โอกาส เหมือนที่ผมพูดครั้งก่อนว่าคุณดิวขอโอกาสหายใจ พอมีโอกาส คุณดิวก็ทำโอกาสนั้นสำเร็จ ทำหน้าที่ของตัวเองหาเงินชดใช้ครบหมดทุกอย่าง ถึงมีวันนี้ได้ ต้องขอบคุณทุกคน ขอบคุณคุณเมย์ด้วย”
แจงข้อสงสัย ทำไมไม่จ่ายเป็นรายเดือนแทนเงินก้อน ลั่น “เมย์-ดิว” ไร้ขัดแย้ง
ทนายเอี้ยง : “มันเป็นการพูดคุยกัน คุณดิวกับคุณเมย์ มีความสัมพันธ์กันในฐานะพี่น้อง เขารักใคร่กันมานาน ฉะนั้นคุณเมย์เขากรุณาว่าจะจ่ายเมื่อไหร่ก็ได้ จะจ่ายทีละ 2 หมื่น 3 หมื่น หรือจ่ายยอดเดียวก็ได้ แต่จ่ายภายใน 1 ปี ทั้งสองฝ่ายเขาเข้าใจกัน คุณดิวก็บอกผมตลอดว่าเดี๋ยวจ่ายคืนทีเดียวเลยดีกว่าพี่เอี้ยง เพราะคุณดิวเขาทำงานเขาได้ยอดเป็นก้อน ยอดนี้ที่ประสานทางผมเอามาคืน ก็เป็นเงินที่เขาทำงาน ได้เงินมาก้อนนึงจากพรีเซ็นเตอร์ที่เขาไลฟ์สดขายของ พอได้มาเขาก็เอามาคืนตามข้อตกลง ฉะนั้นข่าวคลาดเคลื่อนไป ผมก็ไม่อยากชี้แจง ตอนแรกอยากอยู่เฉยๆ
แต่วันนี้มาจะได้เคลียร์ทุกอย่างว่าจริงๆ แล้วระหว่างคุณเมย์กับคุณดิว เขาไม่ได้มีความขัดแย้งกัน เขาช่วยเหลือเกื้อหนุนกันมา เรื่องชำระเงินก็ระบุในสัญญาชัด รู้ทั้งสองฝ่าย วันนี้ก็ครบก่อนกำหนด และได้ประสานกัน นำเงินมาคืนที่กองปราบ (สบายใจทั้งสองฝ่าย?) ผมว่าทั้งสองฝ่ายสบายใจกันมาตั้งแต่ต้นแล้วไม่ได้มีความขัดแย้งอะไรกัน แต่ติดขัดกันเรื่องของ ในเมื่อคืนครบทุกอย่าง เงินที่คงค้างก็มาชำระคืน ก็จบด้วยดี ตอนคืนสินทรัพย์ มันปีที่แล้ว คุณดิวเริ่มเกิดเรื่องใหม่ๆ หน้าที่การงานก็ไม่ได้ลงล็อก ในเมื่อมีโอกาสมาถึงวันนี้ก็ทำงานขยันขึ้น มีพรีเซ็นเตอร์มากขึ้น มีเงินที่จะมาใช้หนี้”
เผยหาก “ดิว อริสรา” ไม่เข้มแข็ง ไม่น่าจะผ่านมาได้
ทนายเอี้ยง : “จริงๆ คุณดิวเขาเข้มแข็ง ถ้าเขาไม่เข้มแข็ง ไม่น่าจะผ่านมาได้ เขาเข้มแข็งและตั้งใจแน่วแน่ ที่มากองปราบฯ ไม่ได้จะมาชนะคะคานกันด้วยกฎหมาย แต่มาเพื่อรับผิดชอบเพื่อเคลียร์ทั้งหมด เวลาผ่านมา 1 ปี เขาตั้งใจทำงาน อย่างที่เราทราบกันอยู่ เขาไลฟ์สดขายของ เป็นตัวแทนพรีเซ็นเตอร์ ซึ่งหลังจากนี้วันที่ 1 เท่าที่เขาโพสต์ ก็รับเป็นพรีเซ็นเตอร์อีกเพื่อหาเงินมาเคลียร์ เขามีหลายส่วน ต้องดูแลลูกที่อยู่ไต้หวันด้วย และดูแลตัวเอง ใช้ชีวิตประจำวัน และใช้หนี้ จนถึงวันนี้ผมว่าน่าจะครบทุกอย่าง ตั้งแต่ต้นก็แสดงความรับผิดชอบและยืนยันว่าหนี้ทุกอย่างที่ค้างอยู่ สามารถเคลียร์ได้ จนวันนี้ก็สามารถทำได้”
ไม่ฟ้องคนปล่อยข่าวลือเบี้ยวหนี้ แต่อย่าเกินเลย มองคนพูดไม่ได้รู้ข้อเท็จจริงทั้งหมด
ทนายเอี้ยง : “คือไม่อยากให้ถึงขนาดนั้น คุณดิวเขาเข้าใจนะครับว่าบางคนเขาไม่ทราบข้อมูลที่แท้จริง ก็มีข่าวปล่อยมา เดี๋ยวนี้โซเชียลไปไกล ถ้าคนไม่ทราบข้อเท็จจริง ก็คงไม่ถึงขนาดจะไปดำเนินคดีเขา แต่วันนี้ทราบกันแล้ว ถ้าทราบกันแล้ว ยังมีพฤติการณ์อะไรกันอีก เดี๋ยวค่อยว่ากัน ที่ผ่านมาคงไม่มีอะไรครับ(เฉพาะเรื่องเมย์หรือทุกเรื่อง?) ทุกเรื่อง สมัยนี้โซเชียลคนเข้าถึงกันง่าย บางคนก็สนุกมือ สนุกปาก พูดกันไปเรื่อย เพื่อหวังยอดไลก์บ้าง หวังอะไรบ้าง ซึ่งตรงนี้คุณดิวเขาเป็นดารา เขาเป็นคนสาธารณะ เขาเข้าใจ รับได้ ถ้าไม่เกินเลยจนมากเกินไป ไม่น่ามีปัญหา ซึ่งก็คุยกับผมตลอด คุณดิวก็คุยกัน ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น มีกระแสข่าวก็ปรึกษาผม ในฐานะเป็นนักกฎหมายด้วยว่าในช่องทางกฎหมายสามารถทำอะไรได้บ้าง
เวลามีข่าวคราวมาคุณดิวก็ปรึกษาข้อกฎหมาย เราก็ให้แง่คิดว่ามีผลกระทบอะไรบ้าง สุดท้ายคุณดิวเขาก็ตัดสินใจว่าไม่เป็นไร เขาบุคคลสาธารณะ สามารถวิพากษ์วิจารณ์กันได้ ถ้าไม่เกินเลย จนทำให้เสียหายเยอะ ก็ไม่เป็นไร”
ยังไม่ฟ้องใคร อยู่ในกรอบที่ยังรับได้
ทนายเอี้ยง : “ยังไม่ฟ้องใคร แล้วเท่าที่คุยก็น่าจะไม่ฟ้องใคร ที่ผ่านมายังอยู่ในกรอบที่สามารถรับกันได้ เรื่องแต่ละเคส แต่ละคน ก็ไม่อาจก้าวล่วงได้ ในส่วนคุณดิว คุณเมย์ เขามีสัมพันธ์พี่น้อง มีการพูดคุยกัน ให้โอกาสกันทั้งสองฝ่าย เรื่องการต่อสู้ก็ดี ก็ต้องดูอีกส่วนนึง แต่เราเข้ามาตั้งแต่ต้น ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้
ผมก็บอกตลอดว่าเราเข้ามาไม่ใช่จะมาเอาชนะเรื่องข้อกฎหมาย ถ้าเจรจากันได้ พูดคุยกันได้ เรื่องอาญาก็ส่วนนึง เรื่องแพ่งก็ส่วนนึง เรื่องอาญาเราอาจชนะในส่วนอาญา แต่ส่วนแพ่งยังไงทรัพย์สินก็ต้องคืนเขา ฉะนั้นถ้าคุยจบทุกอย่าง อย่าให้เลยเถิดกันไป ผมว่ามันดีกับทุกฝ่าย เราเป็นทนายความเราไม่จำเป็นต้องไปเอาเงินจากส่วนนั้นเพื่อมาทำวิชาชีพ เพื่อต่อยอด ผมว่าไม่จำเป็น เอาสิ่งที่ดีที่สุด แนะนำแต่สิ่งที่ถูกต้องที่สุดให้กับตัวความของเรา สุดท้ายเขาตัดสินใจเอง ทุกอย่างผมไม่ได้ตัดสินใจเอง คุณดิวตัดสินเองว่าเขาจะเอายังไง ผมแค่แนะนำข้อกฎหมาย ถ้าจะสู้คดีไปลักษณะนี้นะครับ จะได้อย่างนี้ ฉะนั้นคุณดิวเขาตัดสินใจ สุดท้ายเขาเลือกวิธีที่ดีที่สุดสำหรับเขา”


