"โย ยศวดี" เตือนนักกีฬาทุกคน HYROX ไม่ฟิตอย่าแข่งถึงตาย ถ้าไม่ใช่นักกีฬาต้องซ้อมไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ควรตรวจร่างกาย ตรวจเลือดและหลอดเลือด เพื่อความปลอดภัย อย่าแข่งเพราะเป็นแฟชั่น
การแข่งขันกีฬา HYROX กลายเป็นจุดมุ่งหมายของเหล่านักกีฬา ศิลปินดารา และเหล่าอินฟลูเอ็นเซอร์มากมาย ซึ่งมีทั้งลงแข่งเพื่อสุขภาพ วัดขีดความสามารถของตัวเอง แแแแม้แต่ลงแข่งเพื่อถ่ายคอนเทนต์ตามกระแส แต่ล่าสุดข่าวการเสียชีวิตของโค้ชฟิตเนสชื่อดังชาวแอฟริกาใต้ "ลีรอย ซอนเดอร์ส" หลังจบกสรแข่งขัน BYD HYROX Bangkok 2026 เมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมายถึงความปลอดภัยในการแข่งขันเพราะขนาดระดับโค้ชยังเสียชีวิต
ซึ่งโค้ชลีรอยนับเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันสังคมฟิตเนสในไทย และเป็นผู้ก่อตั้ง Fight by Design แพลตฟอร์มการกีฬาที่ช่วยแนะนำระบบฝึกความแข็งแกร่ง และการเตรียมสภาพร่างกาย ให้กับนักกีฬาต่อสู้โดยเฉพาะ
ด้าน "โย ยศวดี หัสดีวิจิตร" ดารานางแบบผู้ที่ผันตัวเองมาเป็นนักกีฬาไตรกีฬาแบบเต็มตัว ได้เผยกับทางทีมข่าวบันเทิง manager online ว่าขนาดตนเป็นนักไตรกีฬา แต่สำหรับ HYROX นั้นเหมือนกับเป็นไตรกีฬายุคใหม่ ที่รวมหลายๆ อย่างเข้าด้วยกัน และที่สำคัญถ้าร่างกายไม่ฟิตจริงๆ ไม่สมควรที่จะลงแข่งเลย ถึงแม้จะออกกำลังกายเป็นประจำ แต่ถ้าไม่ตรวจสุขภาพก่อนแข่ง อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น
"ปีนี้โยไม่ได้ลงแข่งค่ะ เพราะลงแข่งติดกันมา 2 ปี คือต้องบอกว่าครั้งแรกที่เข้ามา มันก็ค่อนข้างใกล้เคียงกัน เข้ามาเดือนพฤษภาคมปี 2025 แล้วก็มาอีกทีมีนาคม 2026 พอแข่งติดๆ กัน แล้วคิดว่าปีละครั้งมันน่าจะมากพอ แล้วอยู่ดีๆ เขาก็มีแมตช์งอกโผล่มาตอนเดือนสิงหาคม ทางเขาก็เขียนมาหานะคะ คือทางที่แข่งเขาก็รู้จักเราอยู่แล้ว เขาก็เขียนมาบอกว่าได้ลงแข่งหรือเปล่า เขาจะมีทิคเก็ตให้ เป็นทิคเก็ตฟรี เราก็บอกปีนี้ไม่ได้แข่งนะ แต่จะลงตอนปีหน้าของเขาก็น่าจะช่วงประมาณเดือนมีนาคมค่ะ"
"จริงๆ โยแข่งไตรกีฬาค่ะ คือเป็นนักไตรกีฬาแล้วก็แข่งไอรอนแมนมาก่อน แล้วเขาก็พูดกันว่า Hyrox มันคือไตรกีฬายุคใหม่ ที่เราไม่ต้องไปปั่นจักรยาน ไม่ต้องไปว่ายน้ำให้มันเหนื่อย ก็มาฝึกซ้อมยิม เวทเทรนนิ่ง แล้วก็นำมาใช้ในการแข่งขัน โยมองว่ามันก็สนุก แล้วมันก็ง่ายกว่าเยอะแหละ แต่ถ้าใครที่ไม่เคยเวทเทรนนิ่งเลย โยมองว่ามันเป็นกีฬาที่ค่อนข้างอันตราย และหลายคนเองก็ควรจะต้องตรวจสุขภาพก่อนที่จะแข่งขัน Hyrox บอกได้เลยว่ามันไม่ง่าย มันไม่ยาก แต่มันเป็นกีฬาที่ค่อนข้างใช้กำลังหัวใจเราค่อนข้างเยอะ ปอดต้องแข็งแรง แล้วช่วงพักมันไม่มี เพราะฉะนั้นถ้าใครที่ไม่ได้ฟิตจริงๆ มันก็จะเสี่ยงต่อการที่จะเกิด หัวใจวาย น็อก หมดสติ หรืออะไรแบบนี้ได้ค่ะ"
บอกการตรวจสุขภาพก่อนแข่งสำคัญมาก
"คือจริงๆ เราเป็นนักกีฬามา 11 ปี ในช่วงที่เราเป็นนักกีฬา เอาจริงๆ นักกีฬาเองไม่ค่อยได้ตรวจสุขภาพโดยละเอียดนะ เขาก็จะตรวจแต่เรื่องกล้ามเนื้อ การบาดเจ็บ เช่นถ้าเกิดว่า เราเริ่มบาดเจ็บตรงนี้ เขาจะไปโฟกัสตรงนั้น แต่ถามว่าได้ตรวจเช็คเลือด เช็คตรวจหัวใจ คาร์ดิแอก พวกนี้ไหม บอกได้เลยว่าแทบจะไม่มี อันนี้คือในฐานะที่เป็นนักกีฬา พอเราเลิกเป็นนักกีฬาอาชีพมา เราเริ่มมาใส่ใจเรื่อง Longetivity (ชีวิตที่ดีไปพร้อมกับการมีอายุที่ยืนยาว) เราก็เลยมาคิดว่าจริงๆ มันสำคัญมากนะ จะเล่นกีฬาแล้วคุณไม่รู้เรื่องสุขภาพตัวเองเนี่ยคุณเล่นไม่ได้เลย เพราะจะถามว่าวันๆ นึงตื่นเช้ามาไม่เคยเป็นอะไร ไม่เคยรู้สึกวิงเวียนหัว ไม่เคยมีอะไรเลย แต่เราไม่สามารถรู้หรอกว่าพอเราออกกำลังกายที่มันหนักๆ ขึ้นมา ในช่วงที่มันพีกสุดๆ ในช่วง 1 ชั่วโมงนั้นเนี่ย มันอะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ"
"เพราะฉะนั้นสิ่งที่จำเป็นคือ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักกีฬาหรือไม่ได้เป็นนักกีฬาคุณต้องตรวจสุขภาพโดยละเอียด และต้องตรวจเช็คเลือด อันนี้สำคัญมาก ดูเรื่องหลอดเลือดของเราว่าโฟลว์ดีไหม หลอดเลือดมีปัญหาในการอุดตันหรือเปล่า การสูบฉีดหัวใจโอเคไหม ถึงบอกว่าหลายคนที่ลงแข่งขัน Hyrox ในปีนี้ พูดได้เลยว่ามันค่อนข้างน่ากลัว เพราะมันออกไปเรื่องแฟชั่นมาก มีบางคนแม้กระทั่งเขียนโพสต์ว่า แทบจะไม่ได้ซ้อมเลยถึงวันแข่งอีกแล้ว เราก็เลยแบบ เฮ้ย เดี๋ยวนะ ไม่ซ้อม ไปแข่งได้ยังไง เอาอะไรไปแข่งกับเขา เอาอะไรไปใช้ในสนามการแข่งขัน"
"ไม่อยากให้คนมองว่ากีฬา Hyrox ว่าคือกีฬาแฟชั่น ไม่ใช่ค่ะ อันนี้ไม่ใช่สนามวิ่ง ไม่ใช่สนามปั่นจักรยาน มันเป็นสนามที่ค่อนข้าง Intensive คือเรียกว่าใช้ความแรงดันสูงของร่างกายเยอะมากๆ คือชะล่าใจอยู่แล้วแหละ สมมุติว่าเป็นนักกีฬาวิ่งได้อยู่ 10 กิโล ก็โอเค แล้วก็อย่างที่บอกว่า มนุษย์เราพอตื่นขึ้นมา ใช้ชีวิตได้ปกติ ก็คิดว่าเราแข็งแรง ทุกคนจะคิดแบบนี้หมด แต่เมื่อถึงจุดนึงที่หัวใจเราทำงานอย่างหนัก มันจะออกอาการมาอย่างชัดเจนค่ะว่าคุณอยู่ในสเตจไหนของเรื่องสุขภาพบ้าง แต่ถ้าคุณยังไม่ได้ไปถึงหัวใจเต้นแรงขนาดนั้นคุณก็ยังไม่รู้ไง เพราะฉะนั้นสิ่งที่คุณจะรู้ได้ ก็คือคุณต้องตรวจสุขภาพ แค่นั้นเอง"
เผยการฝึกซ้อม HYROX ที่ถูกต้องควรต้องมีสัก 6 เดือนหรืออย่างน้อยต้อง 3 เดือน
"ถ้าพูดถึง Hyrox อย่างเดียวนะ ไม่พูดถึงอย่างอื่นนะคะ ณ ปัจจุบัน คุณเคยวิ่งได้เกิน 10 กิโลโดยที่ร่างกายปกติโอเค ไม่ได้เหนื่อยล้าจนเกินไปหรือเปล่า โดยการวิ่งติดต่อกันนะ ไม่ใช่วิ่งไปโลนึงแล้วพักโลนึง ถึงแม้ว่า Hyrox จะเป็นกีฬาที่วิ่ง 1 กิโลแล้วพักเข้าฐาน แต่มันคือการเล่นที่ติดต่อกัน ไม่หยุด ใครจะเล่น 2 ชั่วโมง ใครจะเล่นชั่วโมงเดียว ทุกคนเหมือนกันหมด ไม่มีจุดให้คุณหยุดพักนะคะ เพราะฉะนั้นถ้าคุณวิ่งได้ติดต่อกัน 10 กิโลเมตร โดยที่คุณไม่เหนื่อยหอบ โอเค คุณเริ่มเข้ายิมได้ ถามว่าเล่น Hyrox เคยยกเวท เคยเล่นเวทเทรนนิ่งไหม ถ้าไม่เคยเล่นเลย คุณไม่เหมาะกับกีฬานี้ เพราะกีฬานี้จริงๆ คือกีฬาที่ต้องใช้น้ำหนักอย่างอื่นเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น Sandbag เอย ไม่ว่าจะเป็น Kettlebell ที่ต้องแครี่เลย Farmer carry คือทุกอย่างมันคือการใช้น้ำหนัก"
"เพราะฉะนั้นก็คือเอาตัวเองเข้าไปในยิมก่อน ฝึกซ้อมยิมให้มันแข็งแรง เล่นแต่ละ Rep ได้เท่าไหร่ เล่นยิมอยู่สักประมาณ 3 เดือน คุณถึงค่อยตัดสินใจไปลงแข่งขัน Hyrox ให้รู้แล้วว่าเวลาคุณลิฟต์น้ำหนักขึ้นมาแล้วคุณเดินไหวไหม พอลิฟต์น้ำหนักเสร็จแล้วคุณต้องกลับไปวิ่ง 1 กิโล คุณต้องกลับมาเข้าฐานอีก ร่างกายคุณไหวไหม จริงๆ การฝึกซ้อม Hyrox ที่ถูกต้องจริงๆ 3 เดือนไม่พอค่ะ สำหรับคนที่มือใหม่และไม่เคย ไม่ได้เป็นนักกีฬาและไม่เคยเล่นกีฬามาก่อน ต้องให้เวลาตัวเองอย่างน้อย 6 เดือน ถึงจะลงแข่งขันได้ แต่สำหรับคนที่มีประสบการณ์ในเรื่องกีฬาแล้ว เล่นกีฬามาก่อน ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ วิ่ง ทำนู่นทำนี่มา เวทเทรนนิ่งมาแล้วหลายปี ไม่มีปัญหา อันนี้ 3 เดือนได้ เข้าสู่โปรแกรมการฝึกซ้อม Hyrox ได้เลย"
เผยการเสียชีวิตระหว่างแข่งมีตลอด เพียงแต่จะเป็นข่าวหรือไม่
"เราเห็นจากสนามวิ่งค่ะ ซึ่งจริงๆ ก็คือเกิดขึ้นเยอะ เป็นข่าวบ้างและไม่เป็นข่าวบ้าง จริงๆ คือการวิ่งมาราธอนสนามที่ใหญ่ๆ ก็มีคนที่หมดสติอะไรค่อนข้างเยอะ แต่พอท้ายที่สุดเขาก็เข้าโรงพยาบาลไป เขาไปเสียชีวิตก็ไม่ได้เป็นข่าวใดๆ ทั้งสิ้น เราเจอในไตรกีฬาด้วยนะ คนที่จมน้ำ วันนั้นในสนามแข่งเดียวกัน แต่ยังไม่เคยเห็นคนที่เสียชีวิตในสนาม Hyrox เอาจริงๆ น่าจะเป็นประเทศไทยประเทศเดียว คือคนที่เสียชีวิตอาจจะไม่ใช่มือใหม่นะ แต่สนามของไทยสนามเดียวที่มือใหม่ลงแข่งขันเยอะมาก โดยที่ไม่ได้ใส่ใจหรือไม่ได้ศึกษาในกีฬานี้อย่างแท้จริง"
"แต่ในสนามต่างประเทศต่างๆ ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเจอพวก Beginner จะผ่านการแข่งขันมาแล้วค่อนข้างเยอะ ส่วนโค้ชคนนี้ที่มาเสียชีวิตที่นี่คิดว่าน่าจะด้วยของความที่ไม่ได้ตรวจเช็คร่างกาย เขาไม่ใช่มือใหม่ แต่คงไม่ได้เคยตรวจเช็คร่างกายมาก่อน แล้วก็เหนื่อยหอบเนื่องจากอากาศบ้านเรามันก็ร้อนมาก ก่อนที่จะเข้าไปแข่งขันพักผ่อนได้เพียงพอหรือเปล่าก็ไม่รู้ อันนี้คือสิ่งที่สำคัญ คือในวันแข่งขันก็สำคัญนะ แต่วันที่สำคัญที่สุดคือวันก่อนแข่งขันที่คุณฝึกซ้อมเก็บแต้มมาแล้วก็พักผ่อนได้อย่างเพียงพอ Taper พอไหม คำว่า Taper คือการพักผ่อนก่อนวันแข่งอย่างน้อยต้องมี 3-5 วัน ที่คุณต้องไม่ได้ทำอะไรอย่างหนักนะให้ร่างกายรีแลกซ์ จ็อกกิ้งเบาๆ ถามว่านักกีฬาที่ไปลงแข่งขัน Hyrox มีคนรู้จักเรื่องนี้กันสักเท่าไหร่ บอกได้เลยว่า 20% 80% ก็คืออยากจะแต่งตัวไปวิ่ง ไปออกกำลังกาย ไปถ่ายรูป ไปโพสต์ลงว่าแข่ง Hyrox ประมาณนั้นนะ 80% เลยแหละ"
HYROX กลายเป็นเทรนด์ มากกว่าเป็นการออกกำลังกายจริงๆ
"อันนี้คือเทรนด์ค่ะ Hyrox บอกได้เลยว่ามาหนักกว่าสนามวิ่งเยอะมาก อย่างสนามวิ่งมันยังมีเฉพาะกลุ่มคนนะ เพราะมันเป็นเอาท์ดอร์ คนที่อยากจะรักสวยรักงาม แต่งตัวเซ็กซี่หน่อยเขาก็อาจจะไม่ชอบ เพราะว่ามันร้อน แต่ Hyrox มันแข่งในอินดอร์ มันเปิดโอกาสให้ทุกกลุ่มคนจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนที่อยากเล่นกีฬาเป็น หรือไม่เล่นกีฬาเป็น ฉันอยากจะเข้าไปอยู่ในสังคมนี้ ฉันก็จะไปลงแข่ง ทั้งที่ค่าสมัครเอง 4,000 กว่าบาทนะ แต่ไม่ได้ใส่ใจหรอกว่าจะต้องแข่งจบหรือไม่จบ บางคนก็เลือกไปแข่งเป็นคู่ อาศัยให้คู่แบกเราแล้วกัน เอาคู่เก่งๆ ไว้ก่อนเขาจะได้แบกเราไว้จบ"
"คือ Hyrox จริงๆ มันไม่ใช่สนามนักกีฬาจริงๆ ที่มัน 100% นอกจากนักกีฬาที่เขาแข่งขันเดี่ยวนะคะ พวกรุ่นโปรแข่งขันคนเดียวเลย อันนี้เราถึงจะเรียกว่าเขาเป็นนักกีฬา เพราะนักกีฬาคู่หรือต่างๆ ส่วนใหญ่ก็เล่นเพื่อความสนุกสนาน เล่นเพื่อความบันเทิง เล่นเพื่อความผูกกระชับมิตร เพราะเอาจริงๆ คือไม่ได้ Improve อะไรมากมายว่าคนที่ไปเป็นคนที่เก่งหรือคนที่แข็งแรงเนอะ เพราะโดยทั่วไปเขาก็จะให้คนที่แข็งแรงกว่าแบกเขา"
เผยไม่รู้จักคนที่เสียชีวิต แต่เชื่อว่าอาจจะไม่ได้เช็คร่างกายก่อนแข่ง
"โยไม่รู้จักค่ะ แต่ว่าฟังจากหลายๆ คนที่พูดๆ กันมา เอาจริงๆ โยว่าถ้าเขารู้ตัวว่าร่างกายไม่แข็งแรง เขาคงไม่มาแข่งหรอก เขาก็คงประเมินตัวเองได้ทแต่เขาไม่รู้ไง เพราะฉะนั้นเราก็โทษอะไรเขาไม่ได้ คือถึงต้องบอกว่าเวลามีอะไรเกิดขึ้นในสนามแข่งครั้งนึง ก็จะทำให้คนตระหนักได้ ว่าต่อไปสนามหน้าฉันขอไปตรวจสุขภาพก่อนดีกว่า ในขณะที่คนที่เป็นโค้ชดูร่างกายแข็งแรงมากยังล้มได้ขนาดนี้ ตัวเราจะเอามาตรฐานอะไรวัด โยว่าจริงๆ คือทุกสนามมันก็มีบทเรียนให้เราถอดอยู่เสมอค่ะ
"ครั้งนี้ก็ถือว่าคนที่บาดเจ็บอะไรไปหลายๆ อย่างก็น่าจะมีบทเรียน ตัวโยเองขนาดเป็นนักกีฬาที่แข็งแรงนะ ช่วงที่โยฝึกซ้อม Hyrox อยู่โยก็ยังบาดเจ็บเลย เพราะเราถือว่ากีฬานี้จริงๆ มันไม่สามารถควบคุม Control ร่างกายและกล้ามเนื้อเราได้ 100% อย่างเวลาเราวิ่ง เราปั่นจักรยาน เราว่ายน้ำ เรารู้ลิมิต แต่เวลาเราวิ่งเสร็จแล้วเราเข้าไปยกเวท เราไม่รู้หรอกว่าเราหมดไปสักเท่าไหร่ คิดว่าแรงกำลังก็ยังมีอยู่ จนมันผ่านไปสักระยะนึงถึงจะโอ้ มันมีเสียงปิ๊ดป๊าด เส้นตึง เส้นยึด เส้นนู่นนี่นั่น อาการรอยช้ำเจ็บมันก็จะมาช่วงที่เราเริ่มระหว่างที่เราแข่งนี่แหละ เพราะฉะนั้นก็คือต้องบอกว่าฟังเสียงร่างกายตัวเราช่วงซ้อมให้ดีที่สุดพอแล้ว"
เทคนิคคือให้ฝึกซ้อมตามโปรแกรมให้ได้
"คำว่าออกกำลังกายมาอย่างหนักก็อย่างที่บอกเนอะ Hyrox เป็นอะไรที่คุณต้องเว้นวรรคไว้เลยว่ามันไม่ใช่กีฬาปกติที่คุณเคยทำ ถ้าทุกวันคุณสามารถบอกว่าคุณวิ่งอยู่ 2 กิโล คุณเข้าไปในยิมเสร็จคุณยกเวทต่ออีกประมาณ 15 นาที คุณกลับมาวิ่ง ถ้าคุณทำแบบนี้บ่อยๆ ก็โอเคไม่มีปัญหา แต่ใครจะเทรนแบบนี้ เอาตามจริงมันไม่มีอยู่ในหลักสูตรของการออกกำลังกายว่าวิ่งเสร็จแล้วไปยกเวท ยกเวทเสร็จแล้วกลับมาวิ่ง มันไม่มี"
"เพราะฉะนั้น Hyrox มันเป็นอะไรที่คุณต้องยกขึ้นมาเหนือระดับที่คุณต้องซ้อมตามโปรแกรมเขาทั้งนั้น ซ้อมโปรแกรมเขาให้ถึงจนกว่าคุณจะรู้สึกว่าคุณผ่านขีดจำกัดนั้นไปแล้ว คุณไม่บาดเจ็บอะไรระหว่างซ้อม ตัวโยในระหว่างซ้อมก็ยังบาดเจ็บ แต่วันแข่งขันเราก็ใจสู้ถือว่าคุณหมอบอกว่าไหว ได้อยู่ ไม่ได้ทำให้กล้ามเนื้อเราบาดเจ็บไปมากกว่านี้ เราถึงลงแข่งขัน ถ้าคุณหมอห้ามว่าไม่ได้แล้วนะ ต้องหยุดเลยมันอันตรายมาก เราก็หยุดนะ เราจะไม่ดื้อ เถียงว่าฉันจะต้องลงไปวิ่งเอาภาพนู่นนี่ ไม่ เราต้องฟังเสียงร่างกายเราก่อน มันสำคัญมาก"
บอกกรณีเสียชีวิตในการแข่งขัน ทางผู้จัดงานไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ เราต้องรับผิดชอบตัวเอง
"คือเอาตามจริง เวลาเราสมัคร มันมักจะมีข้อจำกัดอยู่ในการไปสมัครอยู่แล้วที่เราเซ็นลายเซ็นไป เขาไม่รับผิดชอบอะไรหรอกค่ะ ตามความจริงก็คือว่าเขาจะรับผิดชอบก็ต่อเมื่อมันเป็นอุบัติเหตุที่เกี่ยวกับตัวเขา เช่นสมมุติว่าคนในการแข่งขันตอนนั้นจมน้ำ แล้วไม่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอยู่ในสนามนั้นเลย แต่ถามว่ากีฬาไตรกีฬา Ironman Hyrox Hybrid Spartan กีฬาเหล่านี้เป็นกีฬาที่เราส่วนใหญ่ต้องรับผิดชอบตัวเอง มันจะไม่เหมือนกับพวกจักรยานชนกันแล้วคนที่ชนใครจะรับผิดชอบหรืออะไรต่างๆ แบบนี้ คือสิ่งเหล่านี้มันต้องรับผิดชอบตัวเองก่อน ถ้าถามว่าคุณแข่งขันเสร็จแล้วคุณหัวใจวาย ทางงานผิดไหม อันนี้ก็พูดจากใจนะ เขาจะผิดตรงไหน ในเมื่อทุกคนก็สามารถแข่งขันได้จบเหมือนกันหมด คุณไม่รู้จักลิมิตของตัวเอง สนามเขาจะไม่มาดูแลเราตรงนี้"
"อย่างที่บอกว่าไตรกีฬา คุณว่ายน้ำแล้วจม อันนี้ต้องกลับไปดูที่เจ้าหน้าที่นะว่าเขามีการดูแลเพราะคนที่จมเนี่ยหายไปนานมาก เรียกว่าเขาแข่งขันเสร็จแล้วเพิ่งจะมารู้ว่ามีคนหายไปจากสนาม เพราะไม่ได้ขึ้นมาจากน้ำเลย อันนี้อาจจะเป็นการผิดของการจัดงาน เราต้องแยกกันว่าแต่ละเรื่องเวลามีคนเสียชีวิตในสนาม ใครต้องรับผิดชอบ คนที่วิ่งเข้าเส้นชัยเสร็จหัวใจน็อกหัวใจวาย ปั๊มชีวิตมาแล้วมันไม่ขึ้น เสียชีวิตไปเลย อันนี้ถามว่าสนามวิ่งต้องรับผิดชอบไหม มันก็ไม่ใช่หน้าที่ของสนามวิ่งเนอะ อย่างที่บอกว่าทุกอย่างถ้าเราดูแลตัวเราดี เรารู้เรื่องสุขภาพเราได้ดี เราไม่ต้องไปหวังเอาชีวิตเราไปฝากไว้กับคนอื่น"
อย่าคิดว่ามา HYROX เพื่อมาถ่ายคอนเทนต์
"อย่างที่พูดไปเรื่องนั้น เพราะมันจะทำให้ระดับการแข่งขันของกีฬาอะไรต่างๆ มันดูไม่มีมาตรฐาน เพราะอะไรเวลาเราเปิดการแข่งขันเยอะๆ สมมุติคนสมัครกันที 10,000 คน แต่คนไม่จบประมาณ 5,000 สนามก็จะรู้สึกว่าไม่มีมาตรฐานหรือเปล่า ทำไมคนถึงแข่งไม่จบ แต่เอาจริงๆ คนที่แข่งไม่มีมาตรฐานหรือเปล่า เราวางมาตรฐานตัวเราไว้ก่อนเลยว่าเราเหมาะกับกีฬานี้มากน้อยแค่ไหน ถ้าเรายังไม่ไหวจริงๆ อย่าได้คิดลงแข่งขันเดี่ยว หาคู่ที่เขาแข็งแรงมาประกบเรา ช่วยกันฝึกซ้อมไป 2 คนนะ ถ้าไม่ไหวหาคนมาประกบการแข่งขัน เขามีถึง 4 คนนะ จริงๆ ก็คือเป็นอะไรที่มันง่ายที่สุด คนดูแลของคุณไปแค่ 2 ฐาน แล้วก็ฝึกวิ่งไป 2 กิโล แต่เอาตามจริงคือคุณต้องทำงานทีมเวิร์คกันให้ดีที่สุด"
"เพราะฉะนั้นเมื่อไหร่ที่คุณจะตัดสินใจลงแข่งขัน Hyrox อย่าคิดแต่เรื่องว่าจะแต่งตัวอะไร จะจ้างช่างภาพไปถ่ายอะไร ให้คิดก่อนว่าแต่ละฐานเรามีการวางแผนการแข่งขันไว้แบบไหน เอาเรื่องสุขภาพเป็นหลัก ช่วงที่เราวิ่งบอกได้เลยว่าวิ่งประมาณกิโลที่ 4 ขึ้นไปคุณจะรู้สึกว่าร่างกายมันบอกตัวเราได้เยอะมากเลย คุณไหว ไม่ไหว การหายใจของคุณบ่งบอกถึงอะไรบ้าง อุปกรณ์ที่ใช้ช่วยต้องมีทุกครั้งที่แข่งขัน Hyrox นะคะ ไม่ว่าจะใส่สายรัดหน้าอก สายรัดแขนเพื่อฟังเสียงของหัวใจตัวเองว่า Heart rate ของคุณขึ้นสูงไปหรือเปล่านะ โยมั่นใจว่าคนที่เป็นโค้ชเนี่ย จริงๆ นาฬิกาน่าจะเตือนนะ ถ้าเกิดว่าถึงขนาดที่หัวใจต้องเต้นเกินกว่า 190 ครั้งต่อนาที แต่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงไม่ฟังเสียงร่างกายเขานะ อันนี้แล้วแต่แหละ มันอาจจะเกิดขึ้นในช่วงที่ไม่คาดคิดก็ได้ แต่ถ้าเราวางแผนได้อย่างดี เตรียมพร้อมแล้วฝึกซ้อมมาให้เต็มที่ ไปสมัครเลยค่ะ แต่ถ้าคิดว่าสมัครก่อนแล้วเดี๋ยวเรื่องซ้อมเอาไว้ทีหลัง เดี๋ยวพอถึงวันใกล้แข่งเสร็จ ไม่ได้ซ้อม ลงไปวิ่งเลย ไม่เอา การเล่นกีฬาแบบนี้จะทำให้คุณเล่นกีฬาไม่สนุก เพราะคุณจะบาดเจ็บบ่อยมาก"
เผยสิ้นปีนี้มีแข่งวิ่งเทรล 2 รายการ และปีหน้าลง HYROX อีกแน่นอน
"ปีนี้พี่โยมีลงแข่งเทรลค่ะ ช่วงท้ายปีก็จะวิ่งเทรลตลอด ไปวิ่งเทรลที่เกาะช้าง 15 กิโล แล้วก็ไปที่หัวหินต่อตอนเดือนพฤศจิกายน 15 กิโลเหมือนกัน ก็ได้สายธรรมชาติหน่อย มันไม่ร้อนมาก วิ่งอยู่ในป่า จริงๆ คือช่วงนี้ที่อ่อนแอเพราะว่าเราทำศัลยกรรม 4 เดือนยอมรับว่าไม่ได้ออกกำลังกายเลย เนื่องจากเจ็บหน้า มันทำอะไรไม่ได้ทเราก็พยายามพักเหมือนพักตัวเองให้ให้ร่างกายฟื้นตัวจากการที่เราฝึกซ้อมและแข่งกีฬามาอย่างหนัก เพราะตอนแข่ง Hyrox เสร็จเดือนมีนาคมก็บินไปเกาหลีทันทีเลยในวันรุ่งขึ้น เพื่อไปผ่าตัดหน้า ตั้งแต่นั้นมาก็หยุดยาวมาตลอด 4 เดือน เพื่อจะได้เริ่มมาจ็อกกิ้งทำอะไรต่างๆ ตอนเดือนกรกฎาคมนี่เอง"
"แต่ปีนี้ไม่ได้ Hyrox อย่างที่เราได้ประกาศไปแล้วว่าเราไม่พร้อม คิดดูว่าขนาดคนที่ดูฟิต คนที่ดูแข็งแรง คือไม่ซ้อม ไม่พร้อมแน่นอน ถ้าไม่ซ้อมลงไม่ได้ Hyrox บอกได้เลย ไม่เอาแบบว่าวิ่งเพื่อให้ได้ภาพนู่นนี่นั่น คนก็ Expect ที่อยากจะเห็นเราแข่งอย่างจริงจังเนอะ จะไปวิ่งให้คนอื่นแบกเรา แล้วเราดูเล่นกระหยุมกระหยิมไม่เอาๆ มันไม่ใช่แนวเรา ซึ่งกีฬานี้ต้องบอกว่าเป็นกีฬาแบบ HIIT (High-Intensity Interval Training) จำเป็นมากที่คนที่จะเข้าแข่งขันต้องมีร่างกายที่สมบูรณ์ ต้องตรวจเช็คหัวใจ ตรวจเช็คเรื่องเลือดด้วย นี่คือหลักสำคัญนะคะ"
"แต่ปีหน้าลงอยู่แล้วค่ะ แต่ไม่เล่นเดี่ยวค่ะ เพราะเรารู้สึกว่าร่างกายเราไปไม่ถึง เราก็ยังเล่นคู่กันกับพาร์ทเนอร์ที่เป็นเพื่อนๆ กันคู่เดิมที่จะเล่นด้วยกัน แต่อาจจะลง 2 สนาม คือจะเล่นคู่กับผู้ชายครั้งนึง แล้วก็เล่นคู่กับผู้หญิงครั้งนึงค่ะ"


