“ปันปัน สุทัตตา” เปิดใจชีวิตคุณหนูที่เพิ่งเข้าใจว่าถูกสปอยหนัก แค่บ่นไม่อยากตื่นเช้าเดินทางไกล พ่อแก้ปัญหาด้วยการซื้อคอนโดหรูกลางเมืองให้ทันที แถมมีคนรถส่วนตัวรับส่งถึงมหาวิทยาลัย
กลายเป็นประเด็นที่แฟนๆ ให้ความสนใจไม่น้อย เมื่อนักแสดงสาวมากความสามารถ “ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์” ได้มาเปิดใจผ่านรายการ 3 แซ่บ บอกเล่าเรื่องราวชีวิตในวัยเด็กที่เจ้าตัวยอมรับว่าเคยได้รับการเลี้ยงดูแบบประคบประหงมอย่างดีเยี่ยม แต่กลับไม่เคยรู้ตัวเลยว่านั่นคือการ “สปอย”
ปันปัน เผยว่า ในช่วงวัยเยาว์ชีวิตประจำวันจะมีทั้งพี่เลี้ยงและคนขับรถคอยดูแลอย่างใกล้ชิด โดยพี่เลี้ยงจะคอยเช็กความเรียบร้อยและนั่งรอรับกลับบ้านอยู่เป็นประจำ จนกระทั่งเข้าศึกษาต่อที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยความที่บ้านอยู่ย่านบางนา ทำให้ต้องตื่นนอนตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าเพื่อเดินทางไปเรียน เมื่อปรึกษาคุณพ่อว่าไม่อยากตื่นเช้าและไม่อยากเดินทางไกล คุณพ่อจึงตัดสินใจซื้อคอนโดมิเนียมย่านชิดลมให้ทันทีเพื่อความสะดวกสบาย
นอกจากนี้ เจ้าตัวยังเล่าด้วยรอยยิ้มว่า แม้คอนโดจะอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยมากชนิดที่นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างเพียง 10 นาทีก็ถึง แต่ก็ยังมีคนขับรถไปรับจากชิดลมเพื่อไปส่งที่สยามเป็นประจำ ทั้งนี้เธอยืนยันว่าขึ้นรถไฟฟ้าเป็น เพียงแต่ไม่ค่อยได้ขึ้นเท่านั้น
“ที่ผ่านมาไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นคุณหนูนะ ด้วยความที่หนูใช้ชีวิตแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก รู้สึกว่านี่คือเรื่องปกติของเรา หนูเลยคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติของคนทั่วไป ซึ่งจริงๆ ไม่ปกติ ตอนนี้เรารู้ตัวแล้ว
เด็กๆ หนูไม่รู้ตัวว่านั่นคือความสปอยที่เกิดขึ้น แต่พอมองย้อนกลับไปก็หนักอยู่นะ ตอนเด็กๆ หนูอยู่บางนา สุขุมวิท 101 ก็ติดรถไฟฟ้าอยู่นะ ถ้าไปเรียนจุฬาฯ 9 โมง เราอาจต้องตื่นตั้งแต่ 7 โมง เพื่อนั่งรถไฟฟ้าไปต่อรถให้ทัน 9 โมง หนูก็บอกพ่อว่าขี้เกียจนั่งรถไกลๆ ไม่อยากตื่นเช้า
พ่อหนูซื้อคอนโดให้หนูตรงชิดลม ข้างๆ มหาวิทยาลัย หนูก็โอเค แล้วมีคนขับรถจากบ้านมารับหนูจากคอนโดที่ชิดลมเพื่อไปส่งที่สยาม ซึ่งใกล้มาก นั่งวินฯ 10 นาที แต่ไม่นั่ง มันไม่เคยนั่ง รถไฟฟ้าขึ้นเป็นแต่ไม่ค่อยขึ้น คนรถมารับไปสยาม แล้วก็คนรถรอสี่โมงเย็นเลิกเรียน ขับรถกลับมาส่งที่คอนโดชิดลม
ตั้งแต่เด็กๆ ที่หนูเรียนที่โรงเรียน คนรถจะมาส่งปันปัน พี่ชาย พี่สาวไปเรียนที่โรงเรียนเดียวกัน มีพี่เลี้ยงคนนึงไปด้วย ดูแลความเรียบร้อยของเด็กๆ แล้วไปถึงคนรถก็จอดรอ จนเลิกเรียน พี่เลี้ยงก็รออยู่นั่นแหละ ตอนนี้มองว่าไม่ปกติเลย แต่ตอนเด็กๆ เราได้พรีวิลเลจตรงนี้มา เราไม่รู้ตัวว่ามันคือความโชคดีของเรา ที่พ่อให้เรามาขนาดนี้ ตอนนี้หนูเลยคิดว่าชีวิตเราดีมากแล้ว อย่าไปเปรียบเทียบกับคนอื่น แล้วเข้าใจคนอื่นมากๆ”


