xs
xsm
sm
md
lg

“บิวกิ้น” สุดทน ซาแซงตามแอบถ่ายคลิปคู่กับสาว ปล่อยข่าวปั่น ลามด่าแม่ - แช่งเพื่อน ล้ำเส้นจนอยู่เฉยไม่ได้!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“บิวกิ้น พุฒิพงศ์” สุดทนถูกซาแซงคุกคามหนัก หลังโดนแอบถ่ายคลิปกับสาวๆ สร้างเรื่องเท็จจนลามปามด่าแม่-แช่งเพื่อน ลั่นนี่คือการล้ำเส้นเกินไปแล้ว ประกาศเดินหน้าเก็บหลักฐานเพื่อดำเนินคดีเอาผิดให้ถึงที่สุด

กลายเป็นประเด็นร้อนติดเทรนด์โซเชียล หลังนักร้องนักแสดงหนุ่ม “บิวกิ้น พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล” ถูกมือดีแอบถ่ายคลิปและภาพขณะใช้ชีวิตส่วนตัวกับกลุ่มเพื่อน แล้วนำไปโพสต์ลงบน X (ทวิตเตอร์) เพื่อปลุกปั่นให้คนเข้าใจผิดว่าเจ้าตัวแอบไปกับสาว จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก รวมถึงมีแฟนคลับบางส่วนไม่พอใจที่ทางค่ายไม่ออกมาเคลื่อนไหว

ล่าสุดในงาน ‘Coke’ Zero Zero Limit Night หนุ่มบิวกิ้นได้ออกมาเคลียร์ชัดถึงประเด็นดังกล่าว พร้อมเปิดใจถึงความรู้สึกหลังต้องเผชิญกับการถูกซาแซงละเมิดความเป็นส่วนตัวมาโดยตลอด

“มันมีสิ่งนี้เกิดขึ้นมาโดยตลอดในหลายๆ ปีที่ผ่านมา แต่ผมรู้สึกว่ามันยังไม่ได้มาล้ำเส้น เหมือนเราจะต้องจัดการกับมันอย่างจริงจังแล้ว อย่างกรณีล่าสุดที่เกิดผมรู้สึกว่ามันเริ่มมาถี่ มันมาใกล้เราขึ้นเรื่อยๆ เราได้ข้อมูลจากรอบๆ ตัวเรา ก็ค่อยๆ เก็บหลักฐานมาเรื่อยๆ ก็รู้สึกว่ามันเริ่มมาถี่และใกล้ตัวเราขึ้นเรื่อยๆ เราก็พยายามหาช่องทางจัดการกับมันอยู่จนกระทั่งมีการปลุกปั่น ตั้งใจโจมตี สร้างข่าวชี้นำให้คนเข้าใจไปว่าผมไปกับผู้หญิง แบบนี้มันอาจจะเริ่มล้ำเส้นเราคงต้องออกมาจัดการหรือทำอะไรสักอย่าง

ที่ผ่านมาเราพยายามจัดการกับมันตลอด ถ้าจะแชร์กันตรงๆ ผมรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องยากมาก การที่เขามาตามเรา มันอยู่ในที่สาธารณะ มันพิสูจน์ได้ยาก การพิสูจน์ว่าเขาตามมันก็ยาก พอมันเกิดความเสียหายแล้วการจะพิสูจน์ว่าเขาทำมันก็เป็นเรื่องยาก ทุกอย่างมันเป็นเรื่องของการที่เราต้องค่อยๆ เก็บหลักฐาน รวบรวมดำเนินการเพื่อดำเนินคดีกับคนเหล่านั้น จริงๆ แล้วหาตัวก็ไม่ง่าย ไม่ว่าคนที่เป็นซาแซงหรือคนที่เจตนาไม่ดี ปล่อยคลิป ปล่อยรูปออกมา ผมเคยพยายามลองทำแล้ว คืออยู่ต่างประเทศบ้าง หาตัวไม่เจอบ้าง มันไม่ง่ายเลยกับการที่จะจัดการกับซาแซง หรือผู้ไม่ประสงค์ดีเหล่านี้ ส่วนนึงคือเราได้รับผลกระทบจนเราต้องออกมาพูดอะไรสักอย่าง ช็อตนี้มันทำให้เรื่องมันไปไกล

มันมีคลิปอยู่ 2 อัน อันแรกคือคลิปที่อยู่ในบาร์ ผมไปกับเพื่อน 7-8 คน คนๆ นั้นเขาก็เป็นเพื่อนผมที่รู้จักกันมาเป็น 10 กว่าปี รวมถึงรูปที่อยู่ริมถนนอันนั้นก็เป็นอีกคนนึงที่เป็นเพื่อนที่ผมรู้จักกันมาตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยผมว่ามันเริ่มเห็นแพตเทิร์น เห็นเจตนาเหล่านี้ตั้งใจมาเพื่อจะเก็บโมเมนต์บางอย่างที่เอาไปชี้นำให้คนเข้าใจเราไปในทางที่ผิด ตรงนี้เป็นจุดที่เราต้องออกมาพูด ออกมาเทกแอคชั่นกับเรื่องนี้ เพราะผมกระทบมันออกไปในหลายทิศทาง”

สุดทน! ลามปามด่าแม่-ดีเอ็มแช่งเพื่อน ล้ำเส้นจนอยู่เฉยไม่ได้
บางคนที่เขาไม่ทราบข้อเท็จจริง เขาโดนชี้นำ โดนปลุกปั่น ทักมา ดีเอ็มมาอยู่เรื่อยๆ แต่มันเริ่มลามไปถึงเพื่อนผม ครอบครัวผม โดยเฉพาะแม่ ล่าสุดคอนเทนต์วันแม่ แม่ผมก็โดนคนดีเอ็มมา มันเริ่มจะล้ำเส้นมากเกินไป ตัวเนื้อหาที่เขาเพิ่มมามันก็ค่อนข้างรุนแรง ผมรู้สึกไม่สบายใจ เพื่อนเราบางคนก็เป็นผู้หญิงที่เขาไม่ได้รู้เรื่องอะไร เขาก็ใช้ชีวิตของเขาปกติ แต่ถูกเอาไปคิดว่าเป็นคนนั้นหรือเปล่า เป็นคนนี้หรือเปล่า มาตั้งคำถามแล้วก็ไปด่าเขาเสียๆ หายๆ ไปแช่งเขา ไล่เขาไปลงนรก ผมรู้สึกว่ามันล้ำเส้นไปไกลมาก ถ้าผมจะอยู่เฉยๆมันก็เหมือนปล่อยให้คนที่อยู่รอบๆตัวเรา คนที่เรารักต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้ ผมเลยต้องออกมาพูด

ถามว่าใครโดนบ้าง หลักๆ จะเป็นคนรอบตัวผม พ่อแม่ผมโดนแน่ๆ ทีมงาน ผู้จัดการโดนแน่ๆ เพื่อนผมที่ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงบางคนเขาอาจจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคนนั้นก็จะโดนโจมตีบ้าง ซึ่งมันไม่ได้เป็นความจริงแล้วเขาก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้เขาไม่สมควรที่จะต้องมาได้รับผลของการกระทำเหล่านี้

ผมว่ามันพิสูจน์ได้ยาก เราพอจะมีข้อมูลว่ารถคันไหนตามเรามา ซึ่งเขาก็มีวิธีลู่ทางของเขา บางทีเขาก็เปลี่ยนรถมา บางทีเขาไม่ได้เข้ามาในพื้นที่ส่วนบุคคลของเรา เขามาดักรอเราในที่สาธารณะแล้วก็ตามเราไป เขารู้ว่ามันทำให้เกิดการพิสูจน์เจตนาที่ไม่ดีได้ยาก”

ถึงกฎหมายจัดการยากแต่ทีมกฎหมายก็พยายามมากๆ เก็บทุกหลักฐาน เอาผิดให้ได้
“ผมคิดว่าจับยากมาก จากการประกอบไทม์ไลน์แล้วมันมีปัจจัยหลายๆ อย่างที่มันบ่งชี้ว่ามันมีคนตามไป จริงๆ แล้วที่ถ่ายมาผมเพิ่งจะเข้าไปเลย พอมันมาประติดประต่อกัน มันมีคนตามจากทั้งสองสถานการณ์ คนรถผมเองก็เริ่มบอกมาสักพักแล้วว่าเริ่มมีคนตามในช่วง 2-3 เดือนนี้มากขึ้น จับยากครับ เราไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร รู้แค่ว่ารถคันไหนผมก็ขอความร่วมมือ ขอความเห็นใจ ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากจะดำเนินคดี หรือรักษาสิทธิ์ของเรานะ มีแฟนๆ หลายคนออกมาบอกว่าทำไมถึงไม่ทำอะไร ทำไมเราไม่ดำเนินการหรือรักษาสิทธิ์ของเรา ก็จะบอกว่าในกรณีนี้มันเป็นเรื่องค่อนข้างยาก

เราพยายามมากๆ เรามีทีมกฎหมายค่อยเก็บหลักฐาน เราพยายามจะทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นให้ได้ เอาผิดให้ได้แต่มันต้องมีหลักฐานมากพอ ต้องเชื่อมโยงกันมากพอ ต้องพิสูจน์เจตนาให้ได้

เราพยายามจะเอากล้องหน้ารถ กล้องหลังรถ กล้องวงจรปิด รวมถึงโพสต์ต่างๆ ในโซเชียล พยายามรวมแล้วเอามาประกอบเรื่องให้เกิดเป็นเคสที่จับได้ว่าเขาเข้าข่ายกระทำผิด แฟนๆ คนไหนมีหลักฐานก็ส่งมาให้ผมได้เลยนะครับ ผมจะได้เอามารวมๆ กัน”

ระแวงหนัก กระทบการใช้ชีวิตจนกลายเป็นคนติดมองซ้ายมองขวา
พูดตรงๆ มันก็เซ็ง จริงๆ แล้วผมไม่ค่อยออกจากบ้านอยู่แล้ว ผมจะพูดตลอดว่าผมชอบชวนเพื่อนมาที่บ้าน ผมไปบ้านเพื่อน นานๆ ผมจะออกไปทีแล้วผมก็มาโดนแอบถ่ายแล้วเอามาทำแบบนี้ ก็ต้องคอยระวังตัว กลายเป็นคนติดมองซ้ายมองขวา ดูรอบรถว่าจะมีใครมาแอบทำอะไรไม่ดีกับเราไหม อยู่ที่บ้าน ผมคิดว่าเขาก็คงรู้ว่าบ้านผมอยู่ไหน ทำให้ทุกครั้งที่เราออกจากบ้านก็พะวง

ส่วนสำหรับรูปและคลิป คนแรกเป็นเพื่อนของผมที่รู้จักกันมา 10 กว่าปี เป็นเพื่อนที่เรียนพิเศษด้วยกัน ส่วนคนที่สองเป็นเพื่อนมหาวิทยาลัย คนที่เป็นแฟนคลับเขารู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นใคร ก็น่าจะรู้ว่าเราเป็นเพื่อนกันมานาน มันไม่ได้มีอะไรเราก็เลยไปใช้ชีวิตกันตามปกติ โดยที่ไม่ได้คิดอะไร”