“เบนซ์ พริกไทย” เผยถึงสถานะกับ “ปอ” สามี ยังซับซ้อนแต่ยังเป็นครอบครัว การแต่งตัวโป๊ไม่ใช่ปัญหาครอบครัวและคนรอบข้างเป็นการสร้างคาแรกเตอร์ให้คนจำและมีงานทำ ใครชอบก็ติดตาม ไม่ชอบก็เลื่อนผ่าน
ชื่อของผู้หญิงที่ชื่อว่า “เบนซ์ พริกไทย” หรือ “ดริณทร์รัฎ มีนะวานิชย์”อดีตนักร้องนำวง พริกไทย เจ้าของเพลงฮิตยุค 2000 “รักสามเศร้า” แม้เวลาจะผ่านมา 20 กว่าปี แต่ปัจจุบันเบนซ์ก็ยังร้องเพลงทำมาหากิน ความฮอตไม่มีแผ่ว เพราะคาแรกเตอร์สุดแซบ แต่งตัวเซ็กซี่อวดหุ่นสุดเป๊ะ แม้จะเป็นจุดขายที่น่าสนใจกลายเป็นกระแสโด่งดัง แต่ก็เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าโป๊เกินไปไหม ซึ่งเบนซ์เปิดใจว่าเรื่องนี้ครอบครัวคนใกล้ตัวไม่มีปัญหา และมันก็เป็นการสร้างคาแรกเตอร์ให้คนจดจำและทำให้มีงานมีเงินหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย
ล่าสุดเจ้าตัวก็ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่'Habibi' feat. YOUNGGUได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ด้านความสัมพันธ์กับ “ปอ ตนุภัทร เลิศทวีวิทย์” นักธุรกิจไฮโซ หนึ่งในบุคคลที่อยู่บนเรือที่ “แตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์” ตกเรือเสียชีวิต ที่หลายคนจับตาว่า ยังคงสถานะสามีภรรยากันหรือไม่ เพราะตั้งแต่มีเรื่องเกิดขึ้น ก็ไม่ค่อยเห็นเบนซ์โพสต์ภาพคู่ออกมาให้เห็นบ่อยๆ จะมีแต่ภาพเบนซ์ลุกขึ้นมาแต่งตัวเซ็กซี่ร้องเพลง จนเป็นที่มาของการตั้งคำถามว่า เซ็กซี่ได้ขนาดนี้เพราะเลิกสามีแล้วหรือเปล่า ถึงได้แซ่บขนาดนี้ วันนี้เจ้าตัวเปิดใจให้ฟังว่า.....
“หลังจากเกิดเหตุการณ์บนเรือถึงจะไม่ใช่เรื่องของเรา แต่ก็ได้รับผลกระทบมากตอนนั้นโซเชียลคนตาม 1 ล้านกว่า แต่เราปิดเลย เพราะต้องมาเจอคนด่าในทุกๆ คอมเมนต์และโดนด่าในทุกๆ วัน มันเป็นอะไรที่ Toxic ก็เลยอยากจะปิดไปเลย ไม่อยากเล่นแล้ว ไม่อยากเป็นนักร้อง ไม่อยากเป็นคนมีชื่อเสียง อยากอยู่เงียบๆ อยากอยู่เฉยๆ การเป็นคนธรรมดา มันสบายกว่าเนอะ”
“ถามว่ามันเป็นปัญหาใหญ่ไหม มันก็เป็นปัญหาใหญ่ ที่เปลี่ยนทำให้ชีวิตดีขึ้น ทำให้เราเป็นคนที่เก่งขึ้น หลายคนอาจจะเจอแบบนี้แล้ว ฉันเป็นซึมเศร้าไปเลย ฉันแบบเลิกไปแล้ว ฉันตายไปแล้ว ถ้าฉันเจอปัญหาแบบนี้ แต่เบนซ์กลับมองว่า เราจะทำยังไงให้เราผ่านจุดนั้นไปได้ แล้วเบนซ์ต้องเรียนรู้กับมัน เรียนรู้กับคนที่พูดถึง เรียนรู้กับเพื่อนที่ไม่จริงเรียนรู้กับสังคมที่ มันปลอม”
“แม้จะถูกมองว่าเป็นจำเลยของสังคม เรื่องจริงก็คือเรื่องจริง เราก็รู้อยู่แก่ใจ ตัวเราก็รู้ดี เพราะเรื่องที่มันเกิดขึ้นมันก็ไม่ใช่เรื่องของเรา แต่เราก็พูดอะไรมากไม่ได้ ก็เป็นไปตามสิ่งที่ควรจะเป็น ก็ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์เอาว่า อันไหนใช่ อันไหนไม่ใช่ ส่วนเบนซ์ก็ทำหน้าที่ของเบนซ์ปกติไป แล้วเราก็เรียนรู้ว่าใครเป็นยังไง“
นอกจากจะโดนหางเลขข่าวแตงโมแล้ว พอเจ้าตัวลุกขึ้นมาแต่งตัวเซ็กซี่ ก็เจอกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมาย
“ในพาร์ตของเรื่องราวนักร้อง เบนซ์แต่งตัวเซ็กซี่ลูกก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่คนที่มีปัญหา น่าจะเป็นโซเชียลมากกว่า สำหรับเรื่องของเบนซ์ และลูกเบนซ์ไม่ได้มีปัญหาอะไรตรงนี้ ครอบครัวและคนใกล้ชิด เขาก็ไม่ได้สงสัยอะไร เบนซ์ไม่ได้เป็นคนผิดปกติ เบนซ์ไม่ได้แต่งตัวแบบนั้นเดินข้างนอก แต่แต่งแบบนั้นมันคือออนสเตจ หรือเราแต่งหน้าเข้ม ฮัลโหล..ทำไมเบนซ์จะต้องไปนั่งอธิบายให้คนอื่นฟัง เพราะสิ่งที่เบนซ์แต่งตัว เราแต่งเพื่อขึ้นเวที แล้วในไอจีเราก็ไม่ได้มีชุดปกติ แต่ที่เราลงชุดพวกนั้นไป เพราะว่าเราอยากสร้างคาแรกเตอร์ แต่ถามในชีวิตแล้วใส่ชุดเสื้อยืด กางเกงยีนส์อยู่บ้านไหม เราก็ใส่ แต่สิ่งที่เราลงในไอจี เราก็อยากให้คนอื่นเห็นในคาแรกเตอร์นี้มากกว่า อย่างบางคนทั้งไอจีมีแต่รถมอเตอร์ไซต์ เราไม่ไปถามเขาหรอกว่า เขาไม่เลี้ยงลูกเหรอ แต่นี่มันมันคือไลฟ์สไตล์ที่เขาอยากจะสื่อสาร กับคนข้างนอก ว่าอยากให้เห็นอะไร เราคือมนุษย์ เราก็แค่อยากนำเสนอ ว่าเราอยากให้คนอื่นเห็นอะไรในตัวเรา”
คำถามที่โลกอย่างรู้! สถานะความรักเรากับ “ปอ ตนุภัทร”
“สถานะเหรอ สถานะก็คือครอบครัว แต่มันก็ยังซับซ้อนอยู่นิดหน่อย แต่ทุกอย่างมันก็ยังปกติอยู่ ก็ยังปกติอยู่ ยังเป็นครอบครัว มันแยกจากกันไม่ได้ คือเรามีลูก แล้วเขาก็เป็นผู้ชายที่ดี ซึ่งถ้ามองในมุมของเราเขาเป็นคนที่ดีสำหรับเรา และเขาเป็นพ่อที่ดีให้ลูกเบนซ์ แล้ววันนี้ที่เรามาสัมภาษณ์นี่ก็คือออฟฟิศเขา ชีวิตเราก็ปกติ แต่อาจจะไม่ได้โชว์ใครว่า เป็นรักหวือหวา เบนซ์คิดว่าการที่โชว์ออกไป มันไม่ได้มีประโยชน์ การที่เบนซ์โพสต์สิ่งที่ลงในโซเชียลไปแบบนั้น มันทำให้เบนซ์มีงาน มีคนรัก มีเงิน แต่การที่มาโพสต์ว่ารักสวีต เหมือนว่าเบนซ์ไปสร้างความอิจฉาให้คนอื่นมาอิจฉาเรา (แล้วทำไมไม่โพสต์แสดงความเป็นเจ้าของ?) ก็มีโพสต์อยู่ แต่ว่ามันน้อยมาก ล่าสุดไปมัลดีฟส์ด้วยกันอยู่ เราโพสต์ในเทศกาลสำคัญเท่านั้น วันเกิด วันครอบครัว”
“เบนซ์ พริกไทย” อยากให้คนจำภาพเราแบบไหน
“อยากให้มองว่าสิ่งที่เบนซ์ทำ คือสิ่งที่เบนซ์รัก คือถ้าชอบก็อยากให้ติดตาม แล้วถ้าไม่ได้ชอบ เราก็ไม่ได้สนใจ ก็แค่เลื่อนผ่าน ก็แค่ทำในสิ่งที่เบนซ์รักอยู่ เบนซ์ไม่ได้คาดหวัง ว่ามันจะต้องดีเด่นอะไร แต่มันดีที่สุดในความสามารถที่เบนซ์มีอยู่ มันคือแพสชั่นของเบนซ์ เบนซ์ก็ทำเต็มที่”


