xs
xsm
sm
md
lg

“อนันดา” เผยชีวิตคุณพ่อยุค AI ยอมใจความทุ่มเทของเมีย จ้างครูมาสอนเลี้ยงลูกยกบ้านมาราธอน 3 วัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม” เปิดใจชีวิตพ่อลูกอ่อนยุค AI สุดเปลี่ยนไป ยอมใจความทุ่มเทของเมีย ถึงขั้นจ้างครูมาสอนวิชาเลี้ยงลูกยกบ้านแบบมาราธอน 3 วันเต็ม ยอมรับห่วงลูกชายทุกฝีก้าว แต่ยังรับตำแหน่งแผนกบันเทิงประจำบ้าน ขำๆ ไม่คิดว่าชีวิตนี้ต้องมานั่งคุยเรื่องลูกกับ “เจมส์จิ”

กลายเป็นคุณพ่อเต็มตัวแบบชีวิตเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง สำหรับพระเอกหนุ่มสายชิล “อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม”ที่ล่าสุดออกมาอัปเดตชีวิตหลังมีลูกชาย “น้องภูคิญ” วัย 6 เดือน เข้ามาเติมเต็มครอบครัว ภายในงานแถลงข่าว Bangkok International Film Festival 2026 ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน หนุ่มอนันดาเผยชีวิตคุณพ่อมือใหม่มีเรื่องให้ห่วงตลอดเวลา โดยเฉพาะยามลูกป่วย พร้อมเปิดเผยเคล็ดลับสุดเอ็กซ์คลูซีฟของบ้านที่ถึงขั้นจ้างครูมาสอนวิชาเลี้ยงลูกแบบยกบ้าน งานนี้ภรรยาจัดเต็ม คอร์สมาราธอน 3 วัน

ไม่ได้เป็นคุณพ่อตลอด 24 ชั่วโมง 24 ชั่วโมงก็ตายสิ แต่ว่าเมื่อคืนก็เกือบเพราะว่าเขาป่วย ตอนนี้น้องเขาเริ่มสื่อสารกับเราได้แล้ว เขาอาจจะไม่ได้พูดเป็นคำได้ แต่ว่าเขาก็ใช้สายตา ใช้สัมผัส การสื่อสารมันชัดขึ้น ความสัมพันธ์มันก็เลยลึกขึ้น คือมันเหลือเชื่อ 6 เดือนที่ผ่านมา ไม่มีช่วงไหนที่น่าเบื่อเลย

เรื่องป่วย เขาก็เคยเกิดขึ้นมาสองสามครั้ง มันน่ากลัวทุกครั้ง ไม่ได้ง่าย เราก็ต้องเตรียมตัวแล้วเราก็ต้องเชื่อในตัวหมอ เอาจริงๆ เราก็เป็นห่วงลูกเราแหละ ผมเป็นพ่อแมนๆ ปล่อยให้ลูกลุย แต่ในความเป็นจริงมันก็ห่วง ถึงเวลาเราอาจจะไม่ได้ออกตัวเหมือนคุณแม่เขา คุณแม่เขาก็จะละเอียดทุกดีเทล ว่ากินอาหารตัวนี้ กินยาตัวนี้ ต้องดูแลตัวเองอย่างนั้นอย่างนี้ ผมก็เป็นอย่างนี้ เป็นแผนกบันเทิง เอนเตอร์เทนทุกวัน ตอนนี้ครอบครัวค่อนข้างจะครอบครัวใหญ่ ก็เห่อหลานกัน ก็เฉลี่ยกันไป รุ่นใหญ่ๆ เขาก็ตื่นเช้า ก็เลยเอาเลยครับ ไปอยู่กับยายๆ ก่อนเลย ช่วงเที่ยงเขาก็มาอยู่กับผมแล้ว ส่วนใหญ่เวลาอยู่กับผมก็อยู่กันสองคน เหมือนให้คนอื่นไปพัก”

แฮปปี้ปู่ย่ายายช่วยเลี้ยง รับเคยเถียงกันต่อหน้าหมอจนหมอตกใจ
“ดีเลย เพราะว่าเราทุกคนก็จะกลัวเรื่องนี้ ทัศนคติของคนเรามันไม่สามารถเหมือนกันได้ ผมกับคุณแฟนก็เถียงกันตลอดเวลา เถียงกันจนหมอตกใจแต่สุดท้ายมันก็เพื่อสิ่งที่ดีที่สุด ก่อนที่เราจะมีเขา เราไม่รู้ เราก็จะระแวงไปหมดทุกอย่าง ความเห็นไม่ตรงกัน ทะเลาะกันเอง เพราะเราเห็นในครอบครัวอื่น บางทีเถียงกันต่อหน้าหมอ สุดท้ายก็ยอมกัน ใครยอมก็แล้วแต่เรื่อง

แม่เขาคือความรักของเขาที่มีต่อลูก เหมือนแม่เสือ เขาจะออกสายนักรบ เราจะสายชิล อะลุ่มอล่วยไปหมด ซึ่งสุดท้ายมันก็ต้องหาบาลานซ์ โชคดีที่น้องเขาน่ารักและเลี้ยงง่าย โปรยเสน่ห์ทุกคนให้รัก หลงใหล อยากอยู่กับเขา ลูกมาถึงวัยที่เริ่มแยกคนออกแล้ว เริ่มรู้แล้วว่าใครเป็นใคร อยู่กับคนนี้จะต้องอย่างนี้อย่างนั้น แต่ก่อนจะยิ้มสาธารณะมาก กับทุกวันนี้เขาเริ่มมีหวงตัว แต่ก่อนเรายังคุยกับคุณแฟนอยู่เลยว่า ลูกเราเฟรนด์ลี่จังเลย เดี๋ยวเขาอุ้มหายไปเลย แต่ทุกวันนี้เขาจะรู้แล้วว่าใครเป็นคนในครอบครัว แต่ที่เห็นเราดูชิลแต่คิดเยอะ เราพูดตรงๆ ก็ไม่รู้จะเทียบกับใคร ไม่เคยมีลูกมาก่อน“

รับไม่คิดว่าชีวิตนี้จะได้มานั่งคุยกับ “เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข” เรื่องลูก
”ผมยังไม่ได้มีโอกาสได้คุยกับเขาลึกซึ้งมาก คือเดี๋ยวเขามีพอร์ตแคสต์อะไรสักอย่าง คือนัดกันว่าจะไปคุยอยู่ เดี๋ยวจะไปซักถามเอาเคล็ดลับของเขามาใช้บ้าง ลูกเขาตัวใหญ่มาก ผมว่าลูกผมตัวใหญ่แล้วนะ ลูกผมนี่เกณฑ์บนแล้วนะ เขาเกณฑ์บนกว่าผมอีก รู้สึกว่าลูกจะห่างกันสองอาทิตย์ด้วยมั้ง ถ้าจำไม่ผิด วันนั้นพี่แอน (แอน ทองประสม) ไปด้วย เขาก็แซวเป็น พบยักษ์ แต่น่ารักครับ มันก็แปลกดีที่เป็นสังคมใหม่ๆ มีเพื่อนแบบใหม่ ๆ แชร์กันเรื่องใหม่ๆ ไม่คิดว่าชีวิตนี้ผมจะได้มานั่งคุยกับเจมส์จิ เรื่องเลี้ยงลูกเมื่อก่อนก็คุยกันเรื่องหนัง

สมาคมพ่อพ่อก็สนุกดี ถามว่าเขินไหม ถามว่าเขินไหม ก็ไม่ เพราะมันก็ไปตามธรรมชาติ เพราะว่ามันมีหลายอย่างที่เราสนใจในเคล็ดลับ วิธีการของเขา เราคือพ่อแม่มือใหม่ ไม่ได้รู้ทุกอย่างอยู่แล้ว แล้วโดยเฉพาะที่สมัยนี้มี AI เสิร์จหาทุกอย่างได้ มันดีนะ แต่ข้อมูลมันกระจายและเยอะมาก แล้วหาคำตอบได้ในทุกทิศทาง อยากให้ตอบอย่างนี้ มันก็จะตอบแบบนี้ ส่งเสริมแบบนี้ก็จะตอบแบบนี้ จนโอ้โห จะเลือกทางไหน”

เผยพี่เลี้ยงออนไลน์บางคนมาหาแสง
“โชคดีผมอ่านภาษาไทยไม่ค่อยคล่อง แต่คุณภรรยาก็จะทักผมอยู่บางครั้ง ก็ขำๆ ถ้ามองในแง่ดีมันก็คือคนใส่ใจ บางคนก็อาจจะแบบมาหา attention อยากให้คนสนใจ มาหาแสง มาคอมเมนต์รูปดาราดีกว่า ผมค่อนข้างเปิด ก็เลยเฉยๆ ใครจะพูดอะไรก็พูดไปเหอะ สุดท้ายมันก็ต้องกู เราก็อยู่กับเรา เราก็เห็นเขาอยู่ทุกวัน เราก็รู้ว่าเขารู้สึกยังไง เขารู้สึกดีไม่ดียังไง เราก็ต้องตามเขา”

ครอบครัวจ้างครูสอนมาราธอน ตั้งแต่ก่อนคลอด
คือจริง ๆ มันมีครูคนหนึ่งที่เข้ามาเหมือนมาช่วยสอนที่ครอบครัวจ้าง แล้วเอาทั้งครอบครัวเขามานั่งฟังด้วย ปกติเขาจะจัดไม่ได้เป็นคอร์ส เขามาสอนเป็นคอร์ส 3 วัน วันละ 8 ชม. อะไรสักอย่าง แม่xมาราธอนมาก สุดท้ายแกสอนหมดเลยนะ ตั้งแต่ก่อนคลอด ขั้นตอนในเชิงวิทยาศาสตร์มากด้วยว่า เกิดมามีเซลล์ สมองกี่เซลล์ แล้วพอโตไปมันจะพันธุกรรมของมนุษย์มาจากไหน คือแกจะลึกซึ้งขนาดนั้น แต่ว่าสุดท้ายคือเขาแค่พยายามจะให้เหมือน ให้เรามี perspective อยู่ ให้มีโลกทัศน์ที่กว้างพอที่จะเข้าใจว่าเด็กมันคืออะไร แต่สุดท้ายก็มาจบที่ธรรมชาติ เขามีลูกกันมากี่พันกี่ล้านปี ก็มีกันมาได้ตลอด มันก็ธรรมชาติ เราไปเรียนรู้กับครูเขา ด้วยกันทั้งครอบครัวเลย มาที่บ้าน

เหมือนมาจากความไม่รู้ เริ่มจากที่ภรรยาแหละครับ คุณแฟนเขาเป็นคนที่ถ้ามีอะไรอยู่ในหัว หรือมีอะไรอยู่ในใจ คือเขาไม่สามารถเอามันออก คือถ้าเขามีคำถาม เขาก็จะแบบหาที่สุดที่สุด เหมือนจะหาครูที่สอนเรื่องพัฒนาการของเด็กก็ต้องไปสุดแบบสุดโต่ง ไม่ใช่นัดไปคุยเม้าธ์กันชั่วโมงสองชั่วโมง คือต้องมีที่มาที่ไป 3 วัน วันละ 8 ชั่วโมง มานั่งจดหนังสือ”

ตอนแรกมีคิด ต้องขนาดนี้เลยเหรอ แต่ไม่อยากขัดใจ
“ตอนแรกก็มีความแบบ มันขนาดนี้เลยหรอวะ แต่ก็ไม่อยากขัดใจ แต่พอทำไปเราชอบมาก เพราะตอนแรกเรากลัวว่าครูจะตึง แบบนี้ไม่ได้ นั่นไม่ได้ นี่ ตึงๆ แบบห้าม ห้ามจนเครียดไปหมด แต่กลายเป็นว่าแกเปิดแล้วธรรมชาติมาก

คือในยุคนี้ที่ผมบอกว่าข้อมูลมันเยอะ ของมันเยอะ ของที่ไว้เลี้ยงลูก โอ้โห เต็มไปหมดเลย บางทีเราไม่รู้ว่าสิ่งจำเป็นมันคืออะไร แล้วในสมัยนี้ก็มีโซเชียลมีเดียอีก เราก็เห็นคนอื่นเลี้ยงลูกของเขา แล้วก็แบบ เฮ้ย หรือเราต้องทำเหมือนเขาเปล่าวะ แล้วก็พอในฟีดนะ เมื่อไหร่ผมเริ่มดูนะ ฟีดก็มาแล้ว คราวนี้มันก็จะแนะนำ IG กูมีแต่แบบเรื่องเลี้ยงลูก มีอยู่แค่นี้แหละ”

อนาคตให้ลูกรับงานหาเงิน ภูมิใจผลผลิต ลูกหน้าเหมือนตน
ก็อาจมีบ้าง (หัวเราะ) เราก็ประนีประนอมกับลูกว่าบ้านมันแพงนะลูก แล้วชุดในอนาคตมันก็เป็นของลูกนะช่วยๆ ช่วยพ่อทำมาหากินหน่อยไหม ถ้ามันต้องมีกองถ่ายที่เป็น expert ผมเชื่อว่ามันต้องมี เอาเบบี๋ไปเขาก็คงต้องมีคนที่อยากจะ expert ที่มาดูแล เราเคยถ่ายรูปเบบี๋พวกรูปอาร์ต เขาก็มีมาเป็นทีม แล้วเขาก็มีลมร้อนเพื่อให้ชิล ลมเย็น มีการอุ้ม มีนวด มีอะไรไม่รู้ จัดผ้านั่นนี่ คือผมเชื่อว่าถ้าถ่ายโชว์มันคงไม่ได้เหมือนอย่างที่เขาถ่ายเรา อาจจะเยอะกว่านั้น ส่วนคุณภรรยาเข้มงวดสุด ๆ อยู่แล้ว เข้มงวด มี wing touch ที่บ้าน บางทีผมเปิดสว่างไปก็โดนด่า

ส่วนกี่ขวบ พร้อมรับงาน (หัวเราะ) เดี๋ยวดูให้ ตอนนี้น้องเริ่มหน้าเหมือนพ่อนิดหนึ่ง คือจะบอกว่าน้องเริ่มหล่อแล้วครับ ตอนแรกคนชอบมาทัก เฮ้ย เขาหยิบลูกมาผิดเปล่าวะ เหมือนพ่อตรงไหน แต่ทุกวันนี้เขาเริ่มเหมือนเขาเริ่มลงตัวหรือเข้ารูปร่างชัดเจน โครงหน้าเขาชัดเจน แล้วตอนนี้ก็เห็นว่าเหมือนแม่ยังไง เหมือนพ่อยังไง คือตอนเด็กกว่านี้มันคือแค่ก้อนกลมๆ อ้วน ๆ ตอนนี้คือเขาก็มีคาแรกเตอร์ของเรา ตอนคนทักว่าลูกน่ารัก พ่อก็ภูมิใจ เพราะว่ามันก็ผลผลิตของผม มันก็ต้องเหมือนเราสิ ความน่ารักตรงนั้นมันก็ต้องมาจากเราบ้าง แล้วมันมาจากใคร อย่างน้อยก็ต้องมีผมแบบสัก 50% สิ”