xs
xsm
sm
md
lg

“โตโน่ ภาคิน” ฝันเป็นจริง! ถือหุ้น 50% ขึ้นแท่นประธานสโมสร “ร้อยเอ็ด พีบี ยูไนเต็ด” ยันไม่ทิ้งงานแสดง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“โตโน่ ภาคิน” เปิดใจบทบาทใหม่ ถือหุ้น 50% เป็นเจ้าของร่วม นั่งแท่นประธานสโมสรร้อยเอ็ด พีบี ยูไนเต็ด สานฝันวัยเด็กสู่ความจริง มุ่งยกระดับนักเตะอีสาน พร้อมยืนยันชัดเจนยังไม่ทิ้งงานในวงการบันเทิง

“โตโน่ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์” ศิลปินและนักแสดงชื่อดัง เปิดใจหลังขยับบทบาทครั้งใหญ่เข้าถือหุ้น 50% ร่วมเป็นเจ้าของและนั่งเก้าอี้ประธานสโมสรฟุตบอล ร้อยเอ็ด พีบี ยูไนเต็ด อย่างเต็มตัว มุ่งยกระดับเยาวชนและนักเตะอีสานสู่เวทีฟุตบอลอาชีพ พร้อมยืนยันชัดเจนว่ายังคงรักและไม่ทิ้งงานในวงการบันเทิงอย่างแน่นอน

ภายในงานแถลงข่าว Bangkok International Film Festival 2026 ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน โตโน่ได้เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของการเข้ามาบริหารสโมสรว่า จากความฝันในวัยเด็กที่เคยทำได้เพียงเล่นเกมฟุตบอล วันนี้ได้กลายเป็นความจริงในการเป็นเจ้าของทีมร่วมกับ “คุณบุ๊ก” ซึ่งแตกต่างจากสองสโมสรก่อนหน้าที่เคยเข้าไปช่วยเพียงงานบริหาร โดยเจ้าตัวยอมรับว่าต้องรับผิดชอบดูแลบุคลากรและนักเตะในสโมสรรวมเกือบ 100 ชีวิต

“วันนี้ได้มาพารากอน ตื่นตาตื่นใจ ที่ผ่านมาอยู่แต่กับนักบอล ไม่ได้มาพารากอนนานแล้ว คิดถึงครับ รถติดเหมือนเดิม ตอนนี้หนังไปไกลเติบโตกว่าแต่ก่อน ก็เปิดกว้างมากขึ้น มีแพลตฟอร์ม มีแอปพลิเคชั่นมากขึ้น แต่คิดว่าเรื่องคุณภาพ ความตั้งใจ ความใส่ใจต่างๆ เราก็พัฒนาขึ้นในหลายๆ ด้าน แต่ก็ยังไปได้อีกครับ

สำหรับต่างชาติที่ชมภาพยนตร์ไทย ผมดีใจนะ อย่างปีที่ผ่านมา ผมได้ไปงานฟิล์มเฟสติวัลนี่แหละ แต่เป็นที่เนเธอร์แลนด์ กระแสตอบรับหนังแอ็กชั่นไทยดีมากๆ เลยนะครับ คนเต็มทุกโรงเลยที่ผมไป ก็รู้สึกชื่นใจ เป็นกำลังใจให้ทีมงาน ทีมทำหนัง หนังแต่ละเรื่องก็เหนื่อย กว่าจะสำเร็จได้ ก็ชื่นใจและอยากให้ทำต่อไป ตัวเราเองเป็นนักแสดงก็มีหน้าที่พัฒนาให้สมบทบาท จะเป็นแอ็กชั่น ดรามา คอมเมดี้ก็เป็นหน้าที่ของเรา”

เผยมีหนังติดต่อเข้ามา แต่โฟกัสอยู่ที่ฟุตบอลทั้งหมด
“มีนะครับ มีภาพยนตร์ติดต่อเข้ามา แต่ว่าผมยังไม่มั่นใจว่าจะเริ่มเปิดกล้องได้ตอนไหนนะครับ ตอนนี้ก็คงจะยังพูดอะไรมากไม่ได้ครับ ทั้งเรื่องที่คุยไปแล้วด้วย แล้วก็เรื่องใหม่ด้วยครับ แต่ว่าตอนนี้โฟกัสอยู่ที่ฟุตบอลหมดเลย (หัวเราะ) ใกล้เปิดฤดูกาลแล้วครับ”

บทบาทที่เราอยากรับก็มีนะครับ มีที่ติดต่อมาแล้วผมรู้สึกว่ามันน่าสนใจมาก แต่ว่าก็อย่างที่บอกครับ เราก็ต้องรอให้ทั้งกอง ทั้งผู้กำกับ นักแสดงทุก ๆ คน คิวลงตัวก่อน ตอนนี้ก็โฟกัสที่ร้อยเอ็ดไปก่อนครับ เดือนหน้าก็แข่งจริงแล้วครับ”
ยืดอกภูมิใจ จากเด็กเล่นเกม สู่การเป็นเจ้าของสโมสร ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป
ผมว่าผมก็ชื่นใจนะครับ ตอนเด็กๆ ผมทำได้แค่เล่นเกม การที่เราจะคิดว่าวันหนึ่งเราจะเป็นเจ้าของสโมสร ผมว่าตอนเด็กๆ ก็คงเป็นเรื่องแบบเพ้อฝันนะครับ แต่พอวันหนึ่งเราได้มีโอกาสที่จะทำ ก็ทั้งเหนื่อย ทั้งภูมิใจแต่ในทุก ๆ วันก็ต้องแก้ปัญหาทุกวัน เพราะว่าคนเยอะ ถ้าเราจะทำให้ทีมเราดีขึ้น มันก็ต้องใส่ใจในหลายๆ ด้าน แต่ว่าผมโชคดีที่ร้อยเอ็ดเป็นทีม มีทีมเดียว เป็นทีมเดียวของจังหวัด

แล้วแฟนบอลก็ค่อนข้างจะให้การตอบรับที่อบอุ่นมากๆ อันนี้ชื่นใจมากครับ เสื้อของที่ระลึกค่อนข้างที่จะขายดี ผมทำรุ่นไหนออกมาก็ขายหมดเลยครับ ก็รู้สึกดีใจกับนักเตะทุกๆ คนครับ นี่ทีมเราเพิ่งมีหมอ กำลังมีหมอประจำทีม แล้วก็เด็กๆ ทั้งทีมฟุตบอล แล้วก็อะคาเดมีก็มีอาหารเสริม มีโปรตีน มีอะไรพวกนี้เข้ามาช่วยพวกเขา ผมก็รู้สึกว่าดี เพราะว่าบางคนไม่ได้มีเงินเดือนที่สูง การที่เราให้ความสำคัญในเรื่องของโภชนาการอาหาร ผมคิดว่าเยาวชนนักเตะจะได้แข็งแรงครับ จะได้สู้กับต่างชาติเขาได้”

ปัญหาเยอะ แต่จะทำให้ดีที่สุด
“โอ้ย เยอะหน่อย ผมว่าเรื่องของความรู้สึกไม่ง่ายเหมือนกันนะครับ ที่จะทำให้ทุกๆ คนมีความสุข ทุกๆ คนแฮปปี้อยู่ได้ดี เพราะว่าทุกๆ คนในแต่ละวันก็จะเจอปัญหาแตกต่างกันออกไป ทั้งปัญหาครอบครัว ปัญหาชีวิต เรื่องส่วนตัวของตัวเอง แต่ว่าเราจะทำยังไงให้ทุกๆ คนมีเป้าหมาย แล้วก็มีโฟกัสในสิ่งเดียวกัน ในฐานะของสโมสรก็คงจะพยายามช่วยให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ครับ”

ซึ้งร้อยเอ็ดเติมเต็มความรู้สึก
จริงๆ แล้วผมว่าเหมือนเติมเต็มให้กันและกันมากกว่าครับ เพราะว่าร้อยเอ็ดก็ช่วยผมไว้เยอะเหมือนกันนะครับ ในเรื่องของความรู้สึก ผมรู้สึกว่าไปที่นั่นแล้วผมได้รับความรัก แล้วก็แฟนบอลก็น่ารักครับ ส่วนตัวเราเอง เจ้าของตัวจริงคือคนร้อยเอ็ดครับผมแค่เป็นคนที่.. โอเคตามกฎหมาย แต่เจ้าของจริงๆ ทีมจะอยู่รอดได้ หรืออยู่รอดไม่ได้ ไม่ใช่อยู่ที่ผม อยู่ที่ว่าคนร้อยเอ็ดเข้ามาเชียร์ไหม เราทำให้เขารักทีมได้ไหม แล้วเขารักทีมจริงๆ ไหม

ซึ่งผมว่าตั้งแต่มิถุนายนที่เข้าไปถือหุ้น แล้วก็ได้เริ่มบริหารมาจนถึงวันนี้ ค่อนข้างจะชื่นใจครับ ผมเห็นนักฟุตบอลเรามีอนาคตที่ดีขึ้น ได้รับเงินเดือนที่ตรงมีวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาช่วย มีฟิตเนสเข้ามาช่วย มีโปรตีนเข้ามาช่วย มีโค้ช มีสต๊าฟที่คอยใส่ใจ ผมก็ดีใจครับ เพราะว่าในทุกวันนี้งานก็หายากใช่ไหมครับ แล้วก็ยิ่งกฎใหม่คือต่างชาติก็ลงได้มากขึ้น คนไทยก็น้อยลง คนไทย นักฟุตบอลไทยก็จะเริ่มไม่มีงานทำ เริ่มตกงาน การที่เรากล้าที่จะให้เยาวชน โดยเฉพาะเด็กๆ อีสานได้มีโอกาสได้พัฒนาตัวเอง ได้ลงเล่น ได้เงินเดือน ผมเห็นผมก็ชื่นใจไปด้วย

ถึงเครียดแต่สนุก เพราะรักไปแล้ว
“ผมว่าก็เครียดนะครับ คืออย่างที่บอก ทุกๆ วันมันจะมีปัญหาเข้ามาหมดครับ มีทุกอย่างครับ คนมันเยอะครับ แต่ว่าเราดันรักครับ แล้วเราก็รู้สึกสนุกครับ มันเหมือนกับเราได้เล่นเกมตอนเด็กๆ แต่อันนี้มันเป็นชีวิตจริง แล้วเราเห็นคนจริงๆ แล้วที่สำคัญคือไม่ใช่ใครที่ไหน เด็กไทย เด็กอีสานบ้านผม แล้วผมก็เลยรู้สึกชื่นใจ ภูมิใจกับตัวเขาแต่ว่าโอเค ผลการแข่งขันเราจะเริ่มแข่งกันจริงๆ คือเดือนหน้า แต่ว่าตั้งแต่วันแรกจนมาถึงวันนี้ ผมเห็นว่าเขาแข็งแรงขึ้น เขาฟิตขึ้น เขาเก่งขึ้น แล้วเขารักกัน อันเนี้ยผมก็ชื่นใจครับ แต่ว่าเมื่อไหร่ที่แข่งแล้วแพ้นั่นแหละครับ เราจะยังรักกันอยู่ไหม แฟนบอลจะยังให้การสนับสนุนอยู่ไหม อันนี้ต้องต้องดูกันยาวๆ”

เผยถือหุ้น รับตำแหน่งประธานบริหารด้วย
“ครับ ไปถือหุ้นครับ เป็นเจ้าของร่วมกับทางคุณบุ๊กครับ ไม่เหมือนสองสโมสรที่ผ่านมา อันนั้นก็คือไปช่วยบริหารใช่ไหมครับ แต่วันนี้เราเป็นเจ้าของเต็มตัวครับ แต่ว่าเรารับตำแหน่งประธานบริหารด้วย เราจะอยู่กับทีมนี้จนกว่าเราจะทำไม่ไหวครับ ถ้าเกิดว่าทีมมันไม่ดีขึ้นก็อาจจะค่อยว่ากันนะครับ แต่ว่าตอนนี้เราผมอยากทำให้มันดีที่สุด (เม็ดเงินลงไปเยอะ?) ไม่ต้องทราบดีกว่า”

ไม่ทิ้งงานแสดง แต่อยากใส่ใจฟุตบอล อยากเห็นเด็กไทยติดทีมชาติมากขึ้น
“ไม่นะ ผมก็รักงานแสดงอยู่แล้วครับ แต่หมายความว่างานทางฟุตบอล ถ้าเราไม่ใส่ใจมันไม่ง่ายครับ หนังก็เหมือนกันครับ ถ้าเราไม่ทุ่มเท ไม่โฟกัสกับอะไรสักอย่างหนึ่ง มันไม่ใช่จะสำเร็จง่ายๆ ครับ ดังนั้นเวลาเราทำอะไรสักอย่างหนึ่ง เราก็คงจะโฟกัสกับหน้าที่ของเราตรงนั้นให้ดีที่สุด

พอดีในพาร์ตตอนนี้ผมเป็นประธานสโมสร ผมเป็นเจ้าของร่วม ผมมีนักฟุตบอล 30 กว่าคน มีสต๊าฟอีก 10 กว่าคน ไหนจะทีมหลังบ้านอีกนะครับ รวมๆ กันแล้วก็เกือบ 100 ผมว่าผมอยากดูแลเขาให้ดีที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ ผมอยากเห็นเด็กไทยเราติดทีมชาติมากขึ้น อยากเห็นน้องๆ ได้มีโอกาสไปต่างประเทศ ไปทีมใหญ่ๆ มีเงินเดือนที่ดี ดูแลครอบครัวเขาได้ครับ (เหมือนดาราต่างประเทศที่ซื้อสโมสร?) จริงๆ เขาก็เป็นแรงบันดาลใจนะ ผมดูอย่าง ไรอัน เรย์โนลด์ส ที่ซื้อเร็กซ์แฮม ผมก็เอาวิธีการทำงานของเขาเอามาดูว่าเราปรับเปลี่ยน หรือว่าอะแด๊ป ยังไงให้มันเข้ากันกับสถานการณ์ของสโมสรเราได้ไหม ซึ่งก็ช่วยได้เหมือนกัน ก็ไม่ทิ้งงานบันเทิงครับ”