“โรสแมรี่ คาฮันดิง” ขอความช่วยเหลือ ลูกชายสลบ น้ำลายฟูมปาก-ตัวกระตุก เผยชีวิตเจอมรสุมหนัก วอนอย่าซ้ำเติม
ชีวิตยังคงเผชิญมรสุมอย่างต่อเนื่อง สำหรับอดีตนักร้องสาวยุค 90 “โรสแมรี่ คาฮันดิง” ที่ก่อนหน้านี้มักออกมาโพสต์ถึงปัญหาด้านการเงินและชีวิตความเป็นอยู่ รวมถึงเคยขอความช่วยเหลือเรื่องการดูแลลูกชาย เนื่องจากอยากให้ลูกมีชีวิตที่ดีขึ้น
แต่ล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 13 ส.ค. ที่ผ่านมา ดูเหมือนสถานการณ์จะหนักขึ้นอีกครั้ง หลังเจ้าตัวได้ออกมาโพสต์ขอความช่วยเหลือ โดยเผยภาพลูกชายนอนสลบอยู่กับพื้น พร้อมระบุว่า “น้องสลบน้ำลายฟูมปาก ต้องการความช่วยเหลือค่ะ อาจไม่มีใบส่งตัว สามารถโอนเข้าช่วยเหลือ กสิกร 2178815760 โรสเมรี่ เร่งด่วนค่ะ ไปรามาไม่มีใบส่งตัว”
จากนั้นไม่นาน เจ้าตัวก็ได้โพสต์ภาพและข้อความอัปเดตเพิ่มเติม โดยเผยว่าลูกชายได้ถึงมือแพทย์แล้ว “ถึงมือหมอ ตรวจเลือด x-ray เตรียมน้ำเกลือแล้ว อาจต้องแอดมิท ไม่มีใบส่งตัว หมอขอให้ไม่ถ่ายรูปโรงพยาบาลเพราะมีโลโก้ติด ถ้าไม่มีใบส่งตัวต้องจ่ายเองทั้งหมด ต้องดูแลน้องจะไปทำอะไรก็ไม่ได้ จึงขอความช่วยเหลือมาอีกครั้ง ณ ที่นี้ น้องเป็นลม ไม่รู้สึกตัว น้ำลายฟูมปาก มีตัวกระตุก แต่ไม่รู้สึกตัว ขอบพระคุณในน้ำใจ อาจเพราะแพ้ยาต้านเชื้อเอชไพโลไลอย่างรุนแรง ภาพอาจดูเลอะเทอะเพราะน้องไปเล่นในห้องนก ไม่ใช่ห้องนอน กสิกร 2178815760 โรสเมรี่ คาฮันดิง”
พร้อมกันนี้ เจ้าตัวยังโพสต์ชี้แจงถึงกรณีที่มีคนเข้ามาตำหนิเรื่องการถ่ายภาพลูกชายขณะเกิดเหตุ โดยอธิบายว่าไม่ได้ถ่ายภาพเพื่อทำคอนเทนต์หรือเซลฟี่ แต่เป็นการถ่ายเพื่อส่งให้แพทย์ดู พร้อมระบุว่า “ไอ้ตัวที่เมนต์นะว่ามัวแต่ถ่ายรูป ไม่สร้างสรรค์ ไม่เคยระวังคำพูด นี่มีสติถ่ายก็บุญแล้ว นี่หมอขอรูปแถมขอวิดีโอด้วยซ้ำ เวรเอ้ย พูดไปเรื่อย นี่ไม่ได้เซลฟี่นะเว้ย โง่แล้วยังปากมาก”
ก่อนต่อมาจะโพสต์ระบายความรู้สึกแบบยาวเหยียด ถึงชีวิตที่กำลังเผชิญกับปัญหารุมเร้า ทั้งเรื่องสุขภาพของตัวเอง การเงิน และอาการป่วยของลูกชาย โดยเผยว่ารู้สึกเครียดและเสียใจอย่างมาก หลังเจอความคิดเห็นที่เข้ามาซ้ำเติมในช่วงเวลาที่กำลังวิกฤต พร้อมเล่าว่าปัจจุบันพยายามหารายได้เพื่อดูแลครอบครัว แม้ข้อจำกัดด้านสุขภาพจะทำให้ไม่สามารถทำงานบางอย่างได้ตามปกติ
“นั่งร้องไห้ใจแทบขาด ไม่ได้นอนไม่ได้กิน ป่วย แถมเจอคนใจหยาบมาเมนต์ ถ้ามีเงินจ่ายเองแล้ว หมาป่วยสัตว์ป่วยคนอื่นป่วยเรายังช่วยทั้งที่ไม่มี เจอมาเมนต์เรื่องขอความช่วยเหลือ แพนิกขึ้น อยากหายตัวไปเลย โคตรดิ่ง ทำไมต้องไปให้ค่าคนพวกนี้นะเรา ทำไมเป็นแม่ที่ไม่เอาไหน แล้วทำไมลูกต้องป่วย เราอย่าอยู่กันเลยดีไหม ในเมื่อคนมองพวกเราซึ่งไม่มีที่พึ่งแบบนี้ลูกเอ้ย
คนหนอคน ทำไมใจถึงหยาบ ไม่ใช่แค่วาจาแต่คิดไม่ดี ใครอยากเห็นลูกป่วย ใครอยากไม่มีเงินจ่าย มีทางเลือกอื่นไหมที่ไม่เป็นภาระชาวบ้าน เมนต์ฆ่าคนตายได้มีอยู่จริง ทุกวันนี้ถ้าไม่มีผู้มีพระคุณต่อน้องก็นอนข้างถนนแล้ว ทำไมถึงเกิดมาเป็นแบบนี้ได้ โตมาแบบไหน ทุกวันนี้น้องฝึกทำโปรแกรมเองทำทุกอย่างเพื่อที่อีกไม่กี่เดือนก็จะหาเงินช่วยแม่
น้องเป็นเด็กดี คิดดี ทำดี ขี้เกรงใจ เขารู้จักบุญคุณคนและขอบคุณคนเสมอเวลาเจ็บไข้ได้ป่วย เขาดีใจจนร้องไห้เพราะสงสารแม่ แม่ก็อายุเยอะ วุฒิไม่มี งานขับรถหมอก็ห้ามเพราะกินยาซึมเศร้าและแพนิกไบโพล่าร์ ยาเยอะมาก เบลแอร์ตลอด เป็นลมกลางตลาดก็หลายที โดนแดดก็แย่แล้ว ก้มเงยหน้าก็ตาลายแล้ว ยิ่งกินยาก็เหมือนคน 70 อ่อนแอมาก ไปร้องเพลงวูบตกเวทีเพราะยาเกินขนาดต้องเข้า รพ. ก็เคยแล้ว ไม่ใช่ไม่ทำอะไร คือทุกอย่างมันมีสาเหตุ
ตอนนี้ทำได้คือพยายามเก็บเงินทำลูกนกขาย แต่นกยังโตไม่พอ ต้นทุนชีวิตคนเราไม่เท่ากัน น้อยใจในตัวเองที่ต้องตกต่ำขนาดนี้ โดนซ้ำเติมอีก ชีวิตไม่มีค่าแล้ว นอกจากเป็นที่พึ่งให้ลูก น้องเข้าใจทุกอย่างและพยายามหาเงินช่วยแม่บ้าง ไม่อยากพรรณนาพร่ำเพรื่อ แต่พลาดเองที่ไปเจอเมนต์ไปอ่าน เลยกระตุ้นอาการป่วย ขอโทษทุกคน ขอโทษจริงๆ”


