xs
xsm
sm
md
lg

ยื้อ 3-4 รอบ! “ชาล็อต” โบกมือลามิสแกรนด์ฯ ไม่ต่อสัญญา แต่ไม่ปิดตำนาน “อิงล็อต”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ชาล็อต” เปิดใจก้าวผ่าน “แพนิก” ชนะใจตัวเอง หยุดยามาได้ปีกว่า ยอมรับเตรียมบินเดี่ยว! ไม่ต่อสัญญามิสแกรนด์ฯ แต่ยังรักและเคารพ “บอสณวัฒน์” จบด้วยดี ไม่ปิดตำนาน “อิงล็อต” แย้มเตรียมเปิดค่ายดูแลตัวเอง

“ชาล็อต ออสติน” ดาราสาวดีกรีนางงาม เปิดใจในงาน “A fair อร่อยเกรดเอ by A Supachai” ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว ถึงเรื่องสุขภาพจิตและการต่อสู้กับโรคแพนิก ถึงขั้น “เป็กกี้ ศรีธัญญา” ยังต้องขอคำปรึกษา รวมถึงอัปเดตชีวิตและทิศทางงานในอนาคต หลังตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับมิสแกรนด์ฯ แล้ว 
 
“เคยไปออกรายการแล้วเจอกัน ก็มีการพูดคุยกัน น้องชาตอนที่เป็นแพนิกทำยังไง ก็บอกพี่เขาว่าเราไปรักษากับคุณหมอ หลังๆ ก็มาคิดได้ว่าตัวเราไม่อยากจะพึ่งยาไปตลอดเลยไปหาทางอื่น เช่น เข้าวัด สวดมนต์ ทำบุญ หรืออะไรที่มันอยู่กับตัวเองเยอะๆ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่อยู่ในกระบวนการทานยา พี่เขาก็ถามว่าแล้วมันจะช้าไหมลูก พอดีแม่ต้องทำงานที่ใช้เอเนอร์จี้เยอะๆ ก็เลยบอกพี่เขาไปว่าก็ไม่นะแม่ ไม่ช้านะ ก็ใช้ชีวิตปกติ เขาเลยบอกว่างั้นไม่กินยาดีกว่า เขากลัวเขาทานยาแล้วมันจะช้า สมองมันจะช้าลงหน่อยเหมือนมันค่อยๆ ประมวลผล เราก็ต้องไม่ไปรีบ ไม่ต้องไปคิดเยอะ ร่างกายเลยอาจจะเหมือนทำอะไรช้าๆ ลงหน่อย แต่งานตรงนี้มันก็ไม่สามารถที่จะทำช้าๆได้ มันก็ยังมีทางรักษาแบบที่ไม่ต้องกินยาอีกหลายทาง แต่ถ้ามันไม่ไหวแล้วจริงๆ ต้องการจะพึ่งจริงๆ ก็ยังมีแพทย์อยู่

มีพี่ๆ ในวงการ เพื่อนๆ น้องๆ แฟนคลับก็มีเข้ามาปรึกษา ก็จะมาถามว่าเราทำยังไงที่ไม่ต้องพึ่งยาแล้ว ถึงแม้ว่าตอนนี่เราจะไม่รู้ว่าเราหายไป 100% ไหมแต่เราควบคุมตัวเองได้ ตอนนี้ชาก็ไม่ได้เครียดหรือวิตกกังวล เราไม่ได้อยู่กับความระแวงตลอดเวลาแล้ว ไม่ตื่นตระหนกกับความเร็วที่เคยกระตุ้นเราแล้ว กว่าจะมาถึงวันนี้ได้มันก็ยากอยู่เหมือนกัน เราก็ค่อยๆ ทำไปเรื่อยๆ เรารู้ว่าเรากำลังจะเป็น ตอนนี้เราเป็นอยู่นะ งั้นทำยังไงดี เหมือนหลอกสมองตัวเองไปเรื่อยๆ ว่ามันไม่เป็นอะไรนะ มันจะโอเคนะ

เคล็ดลับเวลาแพนิกมาเยือน ก็จะฟังธรรมะ พยายามเข้าวัด พาตัวเองไปในที่ๆ สงบ ไม่ไปในที่ที่มันเร้าเราเกินไป เช่น ห้าง หรือที่ที่มีคนเยอะๆ จะเลือกที่สงบๆ ให้ตัวเองรู้สึกผ่อนคลายจะได้ไม่เกิดความรู้สึกกลัว ระแวงคน ตอนนั้นก็มีผลกับเรา เพราะเราต้องทำงานเจอคน บวกกับที่เราเจอเรื่องเมื่อ 2 ปีก่อนที่โดนมิจฉาชีพอีก มันยิ่งทำให้เรากลัวการเจอผู้คนไปเลย พอเวลาผ่านไปก็ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนมายด์เซ็ต สำคัญคือการเปลี่ยนมายด์เซ็ตตัวเอง มันจะดีขึ้นนะ มันไม่มีอะไร ใช้ชีวิตไปเถอะ สุดท้ายแล้วเราก็เกิดมาแค่ชีวิตเดียวจริงๆ ชาก็ไม่ได้ใช้ยามาประมาณปีกว่าแล้ว รู้สึกดีขึ้นในทุกๆ วัน เรามีโฟกัสมากขึ้น มีสติมากขึ้น ใจเย็นขึ้น สามารถเจอผู้คนได้ปกติ อยากจะมีรีแอ็กชั่นกับผู้คน ไม่ได้อยากจะอยู่แค่ที่บ้านหรือเก็บตัวเงียบๆ คนเดียว เรารู้สึกว่าตัวเองสดใสขึ้นด้วย”

กดดันตัวเองเพราะคอมเมนต์
ส่วนมากจะเป็นคอมเมนต์ต่างๆ ที่เราไปเห็นทำให้เรารู้สึกมากดดันตัวเอง มาฟอสตัวเองว่าฉันต้องดีขึ้น พอได้อ่านเยอะ ได้เห็นบ่อยๆ ก็รู้สึกไม่เป็นอะไร เรารู้ตัวเองดีว่าเราเป็นยังไง เราโอเคนะ เราเก่งแล้ว ใครจะว่ายังไงก็ช่างมันเถอะ ไม่ต้องไปสนใจ สุดท้ายแล้วมันก็จะมีคนที่ทั้งชอบและไม่ชอบเราอยู่ดี ฉะนั้นก็รักตัวเองเยอะๆมันคือสิ่งสำคัญ เราเคยนอนดูรูปตัวเอง ดูคลิปที่แฟนคลับตัด ขอยกเครดิตให้แฟนคลับเลยแล้วกัน เวลาเขาตัดคลิปเราไปงาน ให้ดูสวยๆ เท่ๆ มันทำให้เรารู้สึกว่าสักวันนึงไอ้คนที่อยู่ในโทรศัพท์มันจะไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว มันก็จะต้องไปแล้ว ฉะนั้นเก็บรอยยิ้ม ดูรอยยิ้มนี้ไว้เยอะๆ เพราะมันมีได้แค่คนเดียวจริงๆ หลังจากนั้นมันทำให้เรารู้สึกอยากจะออกมาเจอคน อยากเห็นตัวเองเยอะๆ”

อาการหนักจนไม่อยากทำงาน กลัวมีคนตามล่า
“ไม่อยากทำงาน ไม่อยากออกไปไหนเลย อยากจะอยู่แต่บ้าน เก็บตัว บวกกับที่เจอเรื่องนั้นด้วยเราก็กลัวว่าจะมีคนมาตามล่าเรา เรื่องมันใหญ่มากๆ เกี่ยวกับประเทศเรายิ่งกลัวเข้าไปใหญ่ แต่เวลาผ่านไปเราก็มาคิดว่าเราก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนะ เราโอเค

ตอนนั้นทำงานก็ร้องไห้ ขับรถก็ร้องไห้ ก่อนมาทำงานก็ร้องไห้ หลังทำงานเสร็จก็ร้องไห้ กลัว เหมือนเราโกรธตัวเองว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ ทำไมถึงไม่ดีขึ้น มันเป็นอะไรหนักหนา จากที่เราเคยสดใสมากๆ เราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวเองผ่านคลิปต่างๆ ก็มาคิดเราเคยเป็นคนสดใส อะไรมาทำให้เราเป็นแบบนี้ เราจะเอาคนที่สดใสกลับมา ก็พยายามเอาตัวเองกลับมา”

สุดท้ายทุกอย่างอยู่ที่ใจ ต้องสู้เพื่อตัวเอง
“ใช่ค่ะ อยู่ที่ใจ อยู่ที่ความคิด และคนรอบข้างด้วย ใครก็ช่วยเราไม่ได้ถ้าเราไม่คิดจะช่วยตัวเราเอง ตอนนั้นให้เพื่อนมาหาเยอะๆ มาอยู่เป็นเพื่อนเราได้ไหม แต่พอเพื่อนกลับไป เราก็เป็นแบบเดิม นอนไม่หลับ เครียด คือมันไม่มีใครจะอยู่กับเราได้ตลอกนอกจากตัวเราเองจริงๆ ฉะนั้นเราต้องสู้เพื่อตัวเอง”

เตรียมบินเดี่ยว ไม่ต่อสัญญามิสแกรนด์ฯ ยันจบด้วยดี รัก “บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล” เหมือนเดิม
ก็อวยพรวันเกิดในไอจี ในไลน์ ก็ได้คำตอบกลับมาว่าขอบคุณครับ ก็โอเค เขาคุยกับเราแล้ว มีรีแอ็กชั่นกับเรา เราก็ดีใจ ก็อยากให้บอสรู้ว่าเราก็รักและเคารพบอสเสมอ แต่เรายังไม่ได้เจอกันเลยตั้งแต่วันคอนเสิร์ตพี่ฟ้า (อิงฟ้า วราหะ) ไม่ได้เข้าออฟฟิศ ไม่ได้ไปงานที่ทางค่ายจัด เลยไม่ได้มีโอกาสเจอบอสตัวเป็นๆ”

สัญญาเหลือประมาณ 8-9 เดือนประมาณสิ้นเดือนเมษายน มันก็ต้องพร้อม เหมือนเราก็ได้บทเรียน ได้ประสบการณ์ต่างๆ มา ก็ต้องมาดูว่าเราจะรับมือกับมันยังไงที่เราได้มาดูแลตัวเอง 100% มันก็คงจะมีความยาก มีอุปสรรคแหละแต่ยังไงก็ฝากทุกคนเป็นกำลังใจให้ด้วย

ก็ตัดสินใจแล้วเรียบร้อย มีการพูดคุยกับทางผู้ช่วยของทางบริษัท เขาก็บอกงั้นเรามาทำงานด้วยกัน จัดแฟนมีตฯ กันเยอะๆ ให้แฟนคลับได้เห็นเรา ส่งความรักไปให้พวกเขาเยอะๆกันเถอะ

ถามว่ามีการยื้อไหม คุยไปแล้วประมาณ 3-4 รอบจนเราตัดสินใจแล้ว จริงๆ ก็เป็นการตัดสินใจที่ยากนะ เราไม่รู้ว่ามันจะเป็นยังไงนะ ถามครอบครัวเราด้วย ก็เครียดไป 4-5 เดือนอยู่เหมือนกัน ว่าจะเอายังไงดี นี่ก็เป็นบ้านเราเหมือนกัน แต่มันเป็นการเติบโตที่เราไม่ได้จะทิ้งบ้านหลังนี้ไป เราสามารถกลับมาได้เสมอ เรายังคงมาร่วมงาน มาเจอ มาพูดคุย เรารักและเคารพบอสมากๆ ในฐานะที่เขาเป็นผู้ใหญ่ ถึงจะไม่ได้อยู่แล้วก็อยากจะมาเจอ อยากจะมาร่วมงาน มาอวยพรในโอกาสต่างๆ ก็อยากให้บอสเห็นเรายังเป็นลูกคนนึงอยู่”

ยันไม่ปิดตำนาน "อิงล็อต" แย้มเตรียมเปิดค่ายดูแลตัวเอง
“ก็คงขึ้นอยู่กับที่ค่าย พอไม่ได้อยู่ค่ายก็คงจะต้องมีข้อต่างๆ อาจจะไม่ลงล็อกกัน แต่ส่วนตัวเรายินดีค่ะ อยากร่วมงานกันต่อเพราะอิงล็อตเป็นความสัมพันธ์แบบพี่น้องร่วมกันมา 5 ปี มันอาจะไปต่อได้เรื่อยๆ ไม่ว่าจะอีเวนต์ ซีรีส์ แฟนมีตติ้ง หรืองานอะไรก็แล้วแต่ ยังอยากให้มีค่ะ ก็หนักใจอยู่พอสมควรเพราะเราตัวคนเดียว มันจะยังไงนะ เราจะไหวไหมนะ มันก็ต้องไหว ไม่ช้าไม่เร็วก็ต้องมีวันนี้

การไม่ต่อสัญญาไม่ใช่การปิดด้อมจิ้นค่ะ อยากให้มันไปต่อเรื่อยๆ ต่อให้เราไม่ได้เจอกันที่งานก็ยังอยากเจอกันอยู่ ไปกินข้าว เจอกันหลังบ้านได้ ฝากทุกคนด้วยนะคะ ส่วนเรื่องเปิดค่ายดูแลตัวเอง รอติดตาม คัมมิ่งซูน”