xs
xsm
sm
md
lg

ไม่คิดว่าจะรอด! พี่ชาย “พิ้งกี้” ตื้นตัน พ้นคุกแล้ว ยกเป็นบทเรียนชีวิต 4 ปี ยันครอบครัวไม่เคยโกงใคร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“แมค สรายุทธ” พี่ชาย “พิ้งกี้ สาวิกา” ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หลังศาลอาญาพิพากษายกฟ้องคดี Forex-3D เจ้าตัวเปิดใจตื้นตัน ขอบคุณศาลให้ความยุติธรรม ยืนยันบริสุทธิ์ใจ ไม่เคยฉ้อโกงใคร มองช่วงเวลา 4 ปีที่เสียไปคือประสบการณ์ชีวิต

นับเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความตื้นตันใจให้กับครอบครัว “ไชยเดช” เป็นอย่างมาก เมื่อศาลอาญาได้มีคำพิพากษายกฟ้องในคดีฉ้อโกงแชร์ Forex-3D โดย “คุณแม่สรินยา ไชยเดช”ได้รับการปล่อยตัวจากทัณฑสถานหญิงกลางเมื่อเวลา 21.03 น. ของวันที่ 13 ส.ค. ที่ผ่านมา

ต่อมาในเวลา 23.16 น. ทางเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้ทำการปล่อยตัว “นายกิตติเชษฐ์”หรือ “แมค สรายุทธ ไชยเดช” พี่ชายของ “พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช” ทำให้สมาชิกในครอบครัวได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง

แมค สรายุทธ ได้เปิดใจถึงความรู้สึกหลังได้รับอิสรภาพว่า รู้สึกโล่งและตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก เนื่องจากเป็นสิ่งที่ตั้งตารอคอยมานาน โดยตนมั่นใจมาโดยตลอดว่าไม่ได้มีเจตนาฉ้อโกงใคร และได้ต่อสู้ตามกระบวนการในฐานะ “ผู้ลงทุน” เท่านั้น

“โล่ง จริงๆ แล้วก็ดีใจครับ เพราะว่าก็อยู่มานานครับ ตอนที่ได้ยินคำพิพากษายกฟ้อง ก็รู้สึกตื้นตันครับ เพราะว่ามันเป็นการที่เรารอคอยมาตั้งนานแล้วครับ ความหวังตอนนั้นถ้าถามในความเป็นจริงแล้ว ผมก็มั่นใจว่าตัวผมไม่ได้ไปฉ้อโกงใครครับเราก็ต่อสู้ในแนวทางที่ว่าเราเป็นแค่นักลงทุนครับ (ถ้าทางอัยการคดีพิเศษมีการยื่นอุทธรณ์ เราพร้อมสู้ไหม?) พร้อมสู้ ก็ปกติครับ ตามของที่ว่าเขามีระบบของเขา ก็ถ้าเป็นการดำเนินงานปกติเราก็ต้องสู้ต่อไปตามของศาลเขาครับ

แพลนหลังจากนี้ก็คงน่าจะใช้เวลาอยู่กับครอบครัวให้มากกว่าเดิมครับ ถามว่ามันหนักหนาขนาดไหน จริงๆ มันก็เป็นครั้งแรกในชีวิตของเรา ที่เราไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ครับ ถ้าคนจะมองอิสรภาพที่หายไป 4 ปี บางคนมองว่าติดคุกฟรี คือถ้ามองแต่ละคนไม่เหมือนกัน ผมคิดว่ามันก็เป็นประสบการณ์ ถ้าคิดไปมันก็เป็นประสบการณ์ชีวิตหนึ่งของเรา”

บอกทุกการลงทุนมีความเสี่ยงอยู่แล้ว
“ถามว่าหลังจากนี้ต้องรอบคอบเรื่องการลงทุนมากขึ้นไหม ผมมองว่าการลงทุนมันก็มีความเสี่ยงอยู่แล้วแหละ ต่อให้เราจะดียังไง ถ้าเราไปเจอ มันก็ต้องเจอ แต่วันนี้ผมก็ต้องขอบคุณศาล ผู้พิพากษาที่ให้ความยุติธรรมกับครอบครัวผมและคนอื่นด้วยครับ ยังไม่คิดฟ้องกลับ เพราะว่าตอนนี้คือปล่อยให้ไปตามสบายก่อนดีกว่าเรื่องจะฟ้องไม่ฟ้องนั่นเป็นเรื่องอนาคตมากกว่า

ถ้าถามว่าการลงทุนทำธุรกิจมันจะกลายภาพหลอนของเราไหม ผมว่ามันเป็นประสบการณ์มากกว่า มันมีทั้งคำถามและคำตอบครับ คือก็น่าจะเอามาเป็นบทเรียนของตัวเราเองมากกว่า”

ยอมรับตอนแรกไม่มั่นใจว่าจะรอด
คือตอนแรกก็เหมือนอารมณ์ประมาณว่ามันจะรอดกันไหม หรืออะไรแบบนั้น แต่เราเชื่อว่าครอบครัวผมไม่เคยไปโกงใคร หรือว่าไปเอาเงินใครมาครับ ที่คิดแบบนั้นผมว่ามันน่าจะเป็นที่ระบบนั่นแหละครับ คือมันหลายองค์ประกอบ มันก็เลยทำให้เราไม่มั่นใจ

ถ้าจะให้ฝากถึงคนที่ยังเข้าใจเราผิด ผมมองว่าก่อนที่คุณจะคิด หรือคุณทำอะไร คุณต้องพิสูจน์ให้ 100% ก่อนครับ น่าจะดีกว่า ส่วนพวกคอมเมนต์ต่างๆ มันเกิดมาแล้ว มันแก้ไขอะไรไม่ได้”

เชื่อถ้า “พิ้งกี้” ผ่านตรงนี้ไปได้ ก็สามารถใช้ชีวิตต่อได้
มันอาจจะเป็นประสบการณ์ของแต่ละคนที่จะเจอแบบไหน แต่ถ้าเขาเจอแล้ว แล้วเขาแก้ปัญหาได้ อยู่กันได้ผมว่าน่าจะอยู่ ก็คือ Continue ได้ต่อครับ”