หลังจากออกมาไลฟ์สดทั้งน้ำตา จากความกดดันในการเป็นซิสเตอร์ให้รายการดังอย่าง The Take Homones Thailand จนทำให้ประสาทเสีย ต้องพบจิตแพทย์ เหตุแยกไม่ออกอันไหนเรื่องจริง อันไหนคอนเทนต์ ตัดพ้อน้อยใจตัวเองไม่เหมาะกับรายการแบบนี้ กระทั่งต่อมา มีข่าวหลุดออกมาว่า “จั๊กจั่น อคัมย์สิริ สุวรรณศุข” โดนไล่ออกจากรายการแล้ว หลังออกมาตัดพ้อร่ำไห้
ล่าสุด “จั๊กจั่น” ได้เปิดใจผ่านรายการแฉ ลั่นยังพูดไม่ได้ ให้เกียรติรายการ เพราะเขายังไม่ออก แต่ยืนยันที่ผ่านมารับผิดชอบต่องานตลอด ไม่เคยงอแง รวมทั้งเผยว่าตนอยากเป็นแค่คนหยาบ ไม่ใช่คนถ่อย
“ต้องให้เกียรติเขานิดนึง เพราะรายการยังไม่ออก เราพูดอะไรไม่ได้ แต่พูดให้ผู้ชมทางบ้านฟังเลยนะคะว่าเป็นคนรับผิดชอบต่องานมาก เข้าวงการมาตั้งแต่ 20 จนวันนี้ 40 แล้ว ไม่เคยรับผิดชอบอะไรแล้วทิ้งกลางคัน ไม่สบายอะไรก็ไป ไม่เคยเบี้ยวกอง รับผิดชอบต่องานมากๆ ฉะนั้นถ้าเกิดอะไรขึ้น ไม่ได้เกิดจากตัวเรา พูดแค่นี้
ไม่ใช่อยู่ดีๆ เราจะงอแงไม่ไปถ่าย หรือแรงเกิน เราพร้อมทำทุกอย่าง และรู้สึกตัวเองทำมากๆ แล้วด้วย ทำเต็มที่ ทำเกินตัวเองไปแล้ว
ในนั้นบอกว่าต้องแรงกว่านี้ ต้องบอกก่อนว่ารายการนี้เราจะรู้อยู่แล้ว ถ้าเราแพ้ เราต้องไม่ยอม เราต้องไฝ้ว์ ถ้าเราชนะก็ต้องไม่ยอม ต้องสับเขาอีก หนูรู้สึกว่าพอมาทำรายการนี้ หนูวางคาแรกเตอร์หนูกับมะเดี่ยว (อภิเชษฐ์ เอติรัตนะ) ไว้ว่า จะเป็นตัวป่วน สนุกสนาน ดูได้จากการแต่งตัวแต่ละอีพี หนูจะใส่ชุดคู่ ทำการบ้าน เรารู้อยู่แล้วว่าเรามารายการนี้เราจะไม่เรียบร้อย เพราะซีซั่นที่แล้วมีคอมเมนต์จากลูกๆ ว่าเฮ้ย แม่ หลับเปล่าวะ เราก็พยายามเสิร์ฟเยอะขึ้น อยากให้ทำอะไร อยากให้พูดอะไร หลังกล้องเราทำให้หมด แต่มีคนดูบางคนบอกว่ามันไม่พอ
แต่เราอยากเป็นแค่คนหยาบคายเท่านั้นในรายการนี้ เราไม่ได้อยากเป็นคนถ่อย อุ้ย ขอโทษค่ะ เราไม่อยากทำเกินตัวตนเรา เรามีขอบเขตของเรา
ฉันรู้สึกว่าฉันทำเต็มที่มาก พลีชีพมากแล้วจริงๆ ถ้าเรานิ่งมาก ก็ไม่สนุก พยายามทุกอย่าง ทำเต็มที่เท่าที่จะทำได้ เพื่อกลมกลืนไปกับเด็ก และมีความสุขที่ได้ทำกับมะเดี่ยว มะเดี่ยวเป็นเด็กที่มิราเคิล นางจะเผยสิ่งที่เราคิดไม่ถึงว่านางทำได้ หนูชอบการทำงานกับนางตรงนี้ ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ กับนาง คิดไม่ถึงในแต่ละอันให้เราได้เรียนรู้ และเรารู้ตัวตนนาง นางไม่ใช่คนหยาบคาย แพ้แล้วไม่ยอม มันเป็นบทบาทที่เขาวางเอาไว้ให้ อย่างที่เห็นเขาน่ารัก มีสัมมาคารวะ ก็คือบทบาทเราสองคน”
ลั่นไม่ใช่เรียลลิตี้จริง!
“แรกๆ ที่รับรายการนี้คิดว่าเป็นรายการสนุกสนาน แต่พอมาแล้วกลายเป็นจริงจัง เครียด ถ้าเป็นเรียลลิตี้ที่สมเหตุสมผลหน้างาน ทำงานจริง ตัดสินจากหน้างาน แต่นี่มันมีการกลั่นแกล้ง มีการเซ็ตเอาไว้ ไม่ใช่เรียลลิตี้จริง จากความสนุกเลยกลายเป็นความเครียด ความกดดัน อีพี 7 ยังอยู่ แต่ 8 9 10 ต้องรอดูค่ะ แต่อยากโปรเทคตัวเองว่าเป็นคนไม่เคยทิ้งงาน ถาเกิดอะไรขึ้นก็เป็นเรื่องเหนือการควบคุมของเรา”
ร่ำไห้ระบายเพราะอัดอั้นตันใจ
“วันนั้นที่ออกมาไลฟ์เพราะคนคอมเมนต์เยอะมาก หนูยอมรับว่าหนูไม่ค่อยโดนคอมเมนต์ด่า ชีวิตอาจไม่ได้หวือหวา ไม่ได้ทำอะไรให้คนด่า หนูไมชินกับคนที่แบบ ด่าอลังการขนาดนั้น หนูยังปรับตัวกับตรงนี้ไม่ค่อยได้ เมื่อก่อนคิดว่าโลกสวยด้วยมือเรา เราบล็อกในช่องทางเรา แต่มันเริ่มเยอะ ก็คิดว่าเราคงตอบโจทย์กับทุกคนไม่ได้ เป็นความอัดอั้นตันใจ หนูเล่าตั้งแต่เริ่มแรกว่าทำไมทำรายการแล้วอัดอั้นตันใจ เราตั้งใจมากๆ พอเราโดนแกล้ง เราเฟล เราน้อยใจนารา (อนิวัติ ประทุมถิ่น) ด้วย หนูทำกับนาราตั้งแต่ซีซั่นที่ไม่มีดารามาทำ ก็คิดว่ามันน่าจะรักเราบ้าง น่าจะแกล้งเราน้อยลงหน่อย ก็น่าจะใจดีกับเราบ้าง พอเราพูดไปปุ๊บความน้อยเนื้อต่ำใจที่เราโดนมา เราก็ร้องไห้”
หาจิตแพทย์เพราะความเครียด
“ถึงขั้นหาจิตแพทย์ ในรายการทำงานง่าย ให้ทำอะไรก็ทำหมด แทบไม่เป็นตัวเอง แต่แฮปปี้ไปแล้วได้เจอเด็กลูกทีมหนุ เจอมะเดียว นั่นคือความสุขที่อยากทำ และอยากทำให้จบเพราะอยากส่งลูกทีมหนู ซึ่งอาจไม่ได้ส่งก็ได้ หรือได้ส่งก็ได้ อนาคตตอบไม่ได้
หาจิตแพทย์เพราะความเครียด พอหนูเจอปัญหาเยอะๆ ก็รู้สึกว่ามันเริ่มรุนแรงแล้ว จากหลายๆ เรื่อง หนูเริ่มรู้สึกอันไหนจริง อันไหนเล่นวะ ถ้าบอกว่าด่าได้ ทำไมด่าแล้วโกรธขึ้นมา รู้อยู่แล้วว่าแรง แต่พอเจอหลายๆ อย่าง มีการแข่งขัน มีความกดดัน หลังฉากก็คุยกัน ยังไม่รักกันเหมือนเดิม ต่างคนต่างกลับบ้าน ส่วนวันที่มดดำ (คชาภา ตันเจริญป ไป นาราก็บอกว่าให้ทำเป็นไม่พอใจแล้วลุกออกไปเลยนะ กูก็ต้องลุก ไม่งั้นอีพีต่อไปแกล้งกูอีก ก็เลยกลายเป็นอะไรวะ กรรมการยังตัดสินไม่จบก็ลุกออกไป ไม่มีมารยาท ทำงานมาตั้งนาน มันคือความอัดอั้นตันใจ”
ด้านมดดำบอก รายการตอบโจทย์กับคนออนไลน์ยุคนี้ แฟนคลับเขาชอบ เขาไม่สนใจว่าเป็นใครไป ทนไม่ได้ก็กลับไป ถามว่าไปทำไม ก็ต้องไปหาฐานคนใหม่ๆ ไปถึงปุ๊บก็เปิดโลกดีนะ เราอยู่แต่ในกะลา อยู่ในโลกเรามานาน แต่ถามว่าทำได้ไหม กูอยู่โลกของกูดีกว่า แม้เป็นโลกที่ไปต่อไม่นาน แต่เราสบายใจแบบนี้
จั๊กจั่นเผยต่อ “หนูรู้สึกว่าหรือกูไม่เหมาะ แล้วกูกระโดดลงไป แล้วยังปรับตัวไม่ได้ แต่หนูก็น้อยใจ มึงทำกับกูได้แบบนี้เลยเหรอ เราก็ไม่ได้โทษคนอื่นนะ แต่ซิสเตอร์คนอื่นก็เป็นนะ พี่ดาราคนอื่นไม่รู้ แต่ซิสเตอร์คนอื่นเป็น แต่ละวันใช้พลังงานเยอะมาก อยู่ๆ หนูจะไปแจกกล้วยเหรอ นึกออกเปล่า แล้วถ้ามะเดียวแรง เราดร็อปก็ว่ากูนั่งหลับอีก เราก็พยายามทำทุกอย่างเหมือนกัน
ส่วนที่มะเดี่ยวบอกจั่นไม่รู้อะไรจริงไม่จริง อีพีถัดไปนี่แหละ เขาทะเลาะกันจริง แล้วหนูแยกไม่ออกว่านี่จริงหรือไม่จริงวะ วันนั้นกลับบ้านตีสาม มันทะเลาะกันจริงๆ แต่คิดว่าคงเล่นแหละ จนเขาบอกว่าแม่ นี่เรื่องจริง บางทีก็ต้องคิดว่าต้องเข้าตรงไหน ถ้าไม่เข้าเดี๋ยวกูหาย มันจม ถึงพูดว่าหรือหนูไม่เหมาะกับรายการนี้ หนูก็คิดมาก ไปหาจิตแพทย์แล้วกัน ก็เป็นหมอคนเดิมที่เคยไปหาตอนเจอโลกสองใบปลอมๆ บ้าบนั่นแหละ ก็กินยาคลายเครียด เหมือนคนเราไม่สบายไปหาหมอ แต่นี่เป็นทางใจ พอได้คุยก็ดีขึ้น แกบอกทุกอย่างอยู่ที่จั่น ถ้าถือไว้ก็หนัก
บางทีจั่นก็ไม่ได้เดือดร้อนขนาดนั้น แต่หนูอยากอยู่กับมะเดี่ยวไง อยากอยู่ด้วยกัน อยากทำงานกับเขา จริงๆ เขาไม่ใช่คนแรง มันเป็นบทบาทในรายการ เป็นคนตลก มีสัมมาคารวะ ที่ไปหาหมอไม่ได้เป็นโรคซึมเศร้านะ เพราะวิตกกังวล มีความเครียด ตอนนี้ปล่อยวางแล้ว อย่างน้อยทำให้ได้เจอเด็กเก่งๆ ได้เจออะไรที่ไม่เคยเจอ”
พร้อมฝากถึงนารา ไฟนอลวอล์กยังให้แม่ไปอยู่ไหมลูก อยากไป ตอนนี้ไม่โกรธนาราแล้ว เลยจุดโกรธไปแล้ว


