xs
xsm
sm
md
lg

“น้ำแข็ง” แฟน “เต้ ดราก้อนไฟว์” ฮึบ! จะไม่ร้องไห้แล้ว กลัววิญญาณคนรักเสียใจ ไม่อยากเชื่อจบชีวิตแบบนี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“น้ำแข็ง” แฟน “เต้ ดราก้อนไฟว์” ฮึบสู้ จากนี้จะไม่ร้องไห้แล้ว กลัววิญญาณเต้เสียใจ รับยังติดใจการเสียชีวิต ไม่อยากจะเชื่อว่าแฟนจะจบชีวิตแบบนี้ เพราะมีกีฬา มีธรรมะเป็นที่พึ่งทางใจจึงมีวิธีคิดมีมายด์เซ็ตที่ไม่ใช่ซึมเศร้า เล่าโมเมนต์สุดท้ายเต้มองตนด้วยแววตาเศร้า แต่ในตอนนั้นคิดว่าสงสารที่ตนป่วย

ร้องไห้ตลอด 3 วันหลังการจากไปของ “เต้ ดราก้อนไฟว์” ธามัน เต้พันธ์ เพราะ “น้ำแข็ง” หรือ “น.ส.วลัยพรรณ ศรีนะภาพรรณ” แฟนสาวของเต้ยังทำใจไม่ได้ ไม่พร้อมจะเชื่อว่าได้สูญเสียคนรักไปแล้ว

แต่น้ำแข็ง ก็ฮึบเปิดใจคุยกับผู้สื่อข่าวถึงเรื่องราวความรักของตนกับเต้ที่ผูกพันกันมาเกินครึ่งชีวิต โดยยังติดใจการเสียชีวิตของแฟนหนุ่มอยู่ ไม่อยากจะเชื่อเลยเต้จะทำแบบนี้ได้

“รู้สึกขอบคุณที่มีแต่คนรักพี่เต้ ไม่ลืมกัน ให้กำลังใจเยอะมาก พี่เต้เป็นคนที่โชคดีที่มีแต่คนรักเขา เขาเป็นคนดี เขารักคน รักสัตว์ รักทุกอย่างในชีวิต เขาไม่เคยติอะไรและยิ่งเป็นสิ่งที่เขารักหรือคนในครอบครัว เราจะรู้สึกว่าเขาจะต้องปกป้องคุ้มครองครอบครัว ไม่เคยทำให้เสียใจ น้ำแข็งรู้จักเขามาเกินครึ่งชีวิต เป็นแฟนกันเขาตั้งแต่สมัยไฮสคูล ก็รักๆ เลิกๆ กันมาตลอด จนมาเรียนมหาวิทยาลัยก็ตัดสินใจคบกันจริงจัง ตั้งแต่นั้นมาเราไม่เคยห่างกันเลย ตอนนี้ 42 แล้ว เขาเป็นคนที่ซื่อสัตย์ ไม่เคยต้องให้ห่วงเรื่องอะไรของเขาเลย

เขาปกป้องเราด้วยทุกอย่าง ในวันที่เขามีชื่อเสียง เขาไม่อยากให้มาเปิดชื่อเราว่าเป็นแฟนดาราในวันที่เขาดัง เขาปกป้องเราจากตรงนี้ตลอด ตอนนั้นเขาดัง เราให้เกียรติเขาด้วย เราเป็นแค่แฟนก็ไม่อยากที่จะไปแสดงตัว เผื่อวันนึงเขาอาจจะมีคนที่ดีกว่า แต่เขาอยู่กับเรามาตลอด เขาให้ความมั่นใจกับเรา เขาไม่เคยเปลี่ยน รักเดียวใจเดียวมาตลอด เราโตมากับเขาอยู่กับเขามาหลายช่วงอายุ เขาเป็นคนที่ใจเย็น อดทน เขามีมายด์เซ็ตที่ดีมากๆ

บางทีเราก็จะง้องแง้งงอแง พี่เขาไม่เคยถือสาเลย แม้เขาจะดัง เขาจะปล่อยให้เราเป็นตัวเรา เขาจะอยู่ด้วยแบบนิ่งๆ รับฟัง พอเราเย็นลงเขาจะค่อยๆ มาสอน เราเป็นคนปิดตัวเอง มีกำแพงกับทุกอย่าง เขาก็คอยสอนให้เราอย่างใจเย็นมากๆ ค่อยๆ เปิดใจนะ เลยตกใจมากๆ ไม่คิดว่าคนดีๆ แบบนี้จะมาทำแบบนี้”

ตนป่วยเป็นไทรอยด์ “เต้ ดราก้อนไฟว์” คอยให้กำลังใจไม่ห่าง และเต้ไม่เคยมาเล่าปัญหาอะไรให้ฟังเพราะไม่อยากให้ตนเครียด
“ไม่มีเลย ปกติมากๆ ในความคิดของน้ำแข็งตั้งแต่เราป่วย เราเครียดกับโรคไทรอยด์ น้ำหนักมันพุ่งไปมาก ผู้หญิงก็คิดมาก เครียด ยิ่งเครียดก็ยิ่งอ้วน ทุกอย่างในชีวิตเปลี่ยนแปลงไปหมด พี่เขาก็จะคอยช่วยตลอด และเขาจะพยายามทำให้เราไม่สบายใจ เวลาถามมีปัญหาอะไรไหม เขาจะบอกไม่เป็นไร ไม่ต้องคิดโฟกัสที่สุขภาพพอ เขาอยากให้เราหาย ลดน้ำหนักแล้วไปผ่าตัด ไม่ต้องห่วงอะไรเลย ก็กลายเป็นเราไม่รู้อะไรเลย ซึ่งมันคือนิสัยเขาจริงๆ ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงเขาจะไม่เอ่ยปากเลยจริงๆ เวลาเขารักใครเขาอยากให้คนที่เขารักมีความสุข ไม่ต้องกังวลอะไร”

ด้วยความที่ “เต้ ดราก้อนไฟว์” เป็นคนมายด์เซ็ฺตดี จิตใจมีธรรมะจึงไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะเลือกทำแบบนี้ ยังติดใจการเสียชีวิต

เขาเป็นคนที่มายด์เซ็ตดี เวลาถามพี่เป็นอะไรไหมดูเครียดๆ หน้าเศร้าๆ เขาจะบอกไม่เป็นอะไร ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวพี่ออกไปปั่นจักรยานกับเพื่อน ฉันจะไปออกกำลังกาย เวลาฉันออกกำลังกายแล้วฉันรู้สึกดีทุกอย่าง เวลาเขาไปปั่นจักรยานที่ไหนเขาก็จะส่งรูปมาให้ดูตลอด

ไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะทำ ตั้งแต่รู้จักเขามาเขาเป็นคนธรรมะธรรมโม เขามีพระอาจารย์ที่เขานับถือ เวลาเขามีปัญหาเขาก็จะไปหาท่าน คือเขามีวิธีคิดมีมายด์เซ็ตที่มันไม่ใช่ซึมเศร้า ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาทำ นี่คือความคิดส่วนตัวว่าไม่อยากจะเชื่อ แข็งก็บอกตำรวจไปนะว่ายังติดใจ

ไม่รับรู้ปัญหาธุรกิจของแฟนเลย
“เราไม่รู้ เขาเป็นคนที่ทำธุรกิจคนเดียว เขาไม่มีชวนเพื่อนฝูง ชวนใครมาหุ้นส่วน นอกจากเป็นพาร์ตเนอร์แบบแบ่งเปอร์เซ็นต์กัน ไม่มีให้เพื่อนมาลงทุน เขาไม่เคย เขาโฮลทุกอย่างไว้คนเดียว คิดเอง ทำเอง อาจจะเพราะว่าเขาเป็นลูกคนเดียว เขาเลยชอบทำอะไรคนเดียว ยิ่งพอคุณพ่อเสียเขาเลยยิ่งรู้สึกว่าเขาต้องรับผิดชอบทุกอย่าง ดูแลแม่ดูแลครอบครัว”

โมเมนต์สุดท้ายที่ “เต้ ดราก้อนไฟว์” ยังมีชีวิตอยู่ คือมองมาที่ตนด้วยแววตาเศร้า แต่ในตอนนั้นคิดว่าสงสารที่ตนป่วย
“เป็นวันที่ปกติมากๆ ตอนเย็นหลังจากที่แข็งกลับมาจากทำงานเขาชวนกินข้าว ดูหนังกันนะ ก็บอกเขาว่างั้นสั่งข้าวผัดอเมริกันมากินกัน แข็งกินยาแล้วรู้สึกง่วงมากแล้วข้าวก็มาพอดี เลยบอกให้เขากินไปก่อนเลยแข็งจะขอนอนก่อน ลืมตาไม่ขึ้นแล้วเดี๋ยวตื่นมากินเอง ก่อนเขาจะปิดประตูเขาก็ยิ้มให้เรา แต่เขายิ้มแบบรู้สึกเศร้า แต่ก็สัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนของเขา

เราก็คิดว่ามันก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว เขายิ้มด้วยความสงสารเรา เอ็นดูเรา เขามักพูดว่าเขาน่าจะช่วยอะไรเราได้มากกว่านี้ในวันที่เราป่วย เขาจะบอกว่าเขาจะเข้มแข็งเพื่อเรา เราก็คิดว่าการยิ้มของเขาแบบนั้นเพราะเขาเป็นห่วงเรา บางทีเขาก็ยิ้มแบบนี้ เราเลยไม่รู้สึกว่ามันจะผิดปกติ

น้ำแข็งตื่นมาเกือบตี 4 ไม่เจอเขาที่เตียง ก็จะเดินไปที่ห้องทำงานเขา ก็ไม่เจอ ตะโกนเรียกเขาก็ไม่ตอบ ลงมาเจอประตูบ้านเปิดอยู่ ก็คิดว่าเขาคงจะไปปั่นจักรยานในหมู่บ้าน บางทีเขาก็ลืมพกมือถือ เขาก็จะปั่นจักรยานประมาณ 1 ชั่วโมง ก็นั่งรอเขา โทร.ก็ไม่รับก็แปลกใจ ตั้งแต่ตี 4 ถึง 6 โมงเช้า มันก็แปลก ทำไมเขายังไม่กลับ เลยไปดูกล้องวิดีโอ ก็ยังไม่คิดอะไร”

จากนี้พยายามจะไม่ร้องไห้ กลัววิญญาณ “เต้ ดราก้อนไฟว์” เสียใจ
จากนี้ก็พยายามจะไม่ร้องไห้เพราะร้องมาเยอะแล้ว เพราะกลัววิญญาณเขาเสียใจ อยากจะบอกพี่เต้ว่าไม่ต้องห่วง หลับให้สบาย หนูจะดูแลทุกคนแทนพี่เอง”