ย้อนไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว "เจสัน อาร์เดย์" (Jason Arday) ในวัย 37 กลายเป็นชายผิวสีที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับการแต่งตั้งจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ให้เป็นศาสตราจารย์
เรื่องดังกล่าวว่าชวนทึ่งแล้วแต่ที่น่าทึ่งกว่าก็คือเส้นทางชีวิตของเขา
"เจสัน อาร์เดย์" ระบุว่าเขาเป็นเด็กออทิสติก กว่าจะพูดได้ก็ปาเข้าไปตอน 11 ขวบ อ่าน-เขียนหนังสือได้ตอน 18 ปี แต่ก็มุ่งมั่นจนเรียนจบปริญญาตรีศิลปศาสตร์ตอนอายุ 22 ปี
เขาคว้าปริญญาโทถึงสองใบคือศิลปศาสตร์และการศึกษาในวัย 26 ปี ก่อนจะจบปริญาเอกตอนอายุ 30 ปี แม้ในช่วงที่ทำวิทยานิพนธ์จะถูกตรวจพบว่ามีเนื้องอกในสมอง
ไม่ใช่แค่การศึกษา แต่ยังรวมถึงกิจกรรมอื่นๆ เขาเคยวิ่งมาราธอน 30 ครั้งใน 35 วัน โดย 9 วันสุดท้ายเขาวิ่งทั้งๆ ที่ขาหัก เขาทำสถิติวิ่ง 300 ไมล์ภายใน 3 วัน และวิ่งบนลู่วิ่ง 600 ไมล์ภายใน 6 วัน จนสามารถระดมทุนได้เงินกว่า 250 ล้านบาทให้กับองค์กรช่วยคนไร้บ้าน
ปี 2022 เจสันเปิดเผยระหว่างที่บรรยายทางวิชาการว่า ตอนเด็กๆ เขาเคยเป็นส่วนหนึ่งของสารคดีโทรทัศน์ชื่อดังของอังกฤษชื่อ Seven Up ที่ติดตามถ่ายทอดชีวิตกลุ่มตัวอย่างทุกๆ 7 ปี
ที่ผ่านมาเจสันมักจะเล่าถึงครอบครัวที่ยากจน การโดนดูถูกเหยียดหยาม ข่มขู่ เหตุการณ์ร้ายแรงที่สุดคือมีคนส่งหัวหมูมาคุกคาม แต่ทุกอย่างกลับกลายเป็นความมุ่งมั่นให้เขาสู้กับชีวิตจนประสบความสำเร็จ
ชีวิตอันน่าทึ่งของเขาทำให้มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์เล็งเห็นคุณค่า แต่งตั้งให้เป็นศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยาการศึกษาในปี 2023 เรื่องราวดูเหมือนจะสวยงาม ถ้าเป็นหนังดรามาก็จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง แต่ใครจะรู้ว่าทั้งหมดเป็นเพียงหนังตัวอย่างเท่านั้น
ข้อเท็จจริงก็คือ ไม่มีหลักฐานยืนยันได้ว่าเขาเป็นออทิสติกหรือพูดได้ตอน 11 ขวบ อ่านเขียนได้ตอน 18 รวมถึงเรื่องที่ว่าป่วยเป็นเนื้องอกในสมอง
ผู้จัดการวิ่งมาราธอนไม่ยืนยันว่าเขาร่วมวิ่งจริงส่วนผู้เชี่ยวชาญการวิ่งชี้ว่าเรื่องที่เขาอ้างแทบเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ และเมื่อถูกถามหาหลักฐาน เจสันแจงว่ามันเป็นการระดมทุนร่วมกันในนาม "กลุ่มคณะ" (Syndicate) ตลอดระยะเวลา 20 ปี, คำว่า 60 วัน หมายถึง 60 วันในเวลา 20 ปี และไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อผู้ร่วมทีมได้เนื่องจากติดสัญญาไม่เปิดเผยข้อมูล (NDA)
ด้านผู้ผลิตสารคดี Seven Up ก็ปฏิเสธไม่เคยมีรายชื่อเขา จนโฆษกส่วนตัวเขาต้องแจงว่า Seven Up ไม่ได้หมายถึงตัวรายการ แต่เป็นคำที่คนในชุมชนผิวสีใช้เรียกโครงการช่วยเหลือเด็กพิเศษ
ไม่เคยมีบันทึกหรือหลักฐานที่เขาเผยว่าถูกส่งหัวหมูข่มขู่คุกคาม ส่วนสำนักงานตำรวจนครบาลลอนดอนยืนยันไม่พบบันทึกแจ้งความ รวมถึงเคยส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจร้านขายเนื้อของครอบครัว
ยังมีองค์กรการกุศล Water Aid ของอังกฤษที่ออกมายืนยันเรื่องที่เจสันระบุไว้ในประวัติว่าเขาเคยเข้ามาช่วยงานองค์กรในการหาแหล่งน้ำสะอาดให้เด็กๆ ที่แอฟริกาใต้ว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องจริง เพราะองค์กรไม่เคยออกไปทำกิจกรรมอะไรนอกประเทศ
ไม่กี่วันก่อนชื่อเจสันตกเป็นข่าวอื้อฉาว หลังมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเขาในหลายประเด็น ทั้งการลอกผลงานของคนอื่นมาใส่ในวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก ใบสมัครและประวัติที่เป็นเท็จ และโกหกว่าเคยเขียนหนังสือวิชาการที่ไม่มีอยู่จริง
ขณะที่ล่าสุดทางเจสันได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยาการศึกษา และตำแหน่งสมาชิกวิทยาลัยเจซัสแล้วพร้อมเผยว่าทั้งหมดไม่ใช่ความผิดของตน แต่เป็นเรื่องของการเหยียดผิวเหยียดเชื้อชาติ อาการจากออทิสติก และการที่ไม่มีใครมาอบรมตัวเขา


