“อู๋จุน” อัดคลิปแจงยิบ แต่ปิดคอมเมนต์ ขอโทษวุฒิภาวะทางอารมณ์ไม่ดี แต่ยืนกรานไม่ได้ล่วงละเมิด “เอ๋ย” ไม่เคยไซร้คอหรือพิศวาส ลั่นหัวร้อนคนละบริบทกับลวนลาม พร้อมให้เป็นไปตามกฎหมาย
กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ หลังจากที่ “อู๋จุน” ครีเอเตอร์ชื่อดัง ได้ออกมาอัดคลิปวิดีโอชี้แจงผ่านทางแอปพลิเคชัน TikTok แต่ปิดการแสดงความคิดเห็น เพื่อตอบโต้ข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศและพฤติกรรมลวนลามอดีตเด็กในสังกัดอย่าง “เอ๋ย” หลังเอ๋ยและผู้เสียหายร้องเรียนผ่านรายการโหนกระแส ขณะที่ประเด็นอื่นที่ถูกแฉ อู๋จุนไม่แก้ข่าวใดๆ
โดยเจ้าตัวยืนยันความบริสุทธิ์ใจ ไม่เคยมีความคิดหรือพยายามล่วงละเมิด พร้อมกราบขอโทษสังคมเรื่องการควบคุมอารมณ์และวุฒิภาวะที่ไม่เหมาะสม ซึ่งในการชี้แจง อู๋จุนได้สรุป timelines และเหตุการณ์ตลอดช่วงเวลา 10 เดือนที่ได้ร่วมงานกับเอ๋ย
นอกจากนี้ อู๋จุน ได้กล่าวขอโทษในพาร์ตที่สองของคลิป โดยยอมรับว่าตนเองมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่ไม่ดี จัดการอารมณ์ได้ไม่เหมาะสม และถือเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่เด็กและเยาวชน พร้อมแจงประเด็นเรื่อง “กฎห้ามมีแฟน” ว่าเป็นเพียงระเบียบวินัยชั่วคราวเพื่อให้ตั้งใจทำงาน ส่วนเรื่องที่บอกให้ “รักกัน” หมายถึงการเคารพและรักในโอกาส ไม่ใช่เรื่องเชิงชู้สาว
-ยืนยันว่าไม่เคยมองเรื่องการล่วงละเมิดเป็นเรื่องปกติ ยืนยันไม่เคยล่วงละเมิด ไม่ได้ไซร้คือ ไม่มีความพยายามลวนลามน้องเลย
-เดือนศูนย์ น้องทักมาในไอจี บอกที่นี่อบอุ่น อยู่เป็นครอบครัว ขอเป็นเด็กปั้น แสดงความรักเป็นปกติของที่นี่มากๆ น้องรู้ดี น้องเห็นที่นี่อบอุ่น ถึงมาที่นี่
-เดือน 1 น้องบอกผมลวนลามน้อง เจตนาของกอดคือการให้กำลังใจ บางทีน้องยังมาขอกอดผมเลย แต่บริบทที่ไปหอมแก้ม แม้เจตนาเป็นพี่น้อง แต่ต่อจากนี้ใครยินยอมไม่ยินยอม การแสดงออกจุดนี้ของผม มันผิดจริงๆ อันนี้ยอมรับ
-แต่จะบอกว่าไม่มีการไปล้วงไปจูบ ไม่มีอะไรเกินเลย อยากล่วงละเมิดทางเพศแบบที่พูดมาเลย
-ถ้าการกอดกันแล้วหน้าอยู่ใกล้ในช่วงคอ ทำให้น้องคิดว่าผมไปไซร้คอ ผมพูดยากมากในบริบทนั้น
-น้องออกมาร้องไห้เดือนที่ 10 เอาเรื่องนี้มาพูดเป็นประเด็นใหญ่ ในเดือนสุดท้ายที่อยู่ด้วยกัน เดือนที่ 2-9 มันเกิดอะไรขึ้น
-เดือนที่ 2 ผมจะไม่ปั้นน้องต่อ จะให้น้องกลับบ้านเพราะมีการทำผิดกฎในสตูฯ คือเป็นเรื่องราวการวางตัวกับผู้ชายคนนึงในสตูฯ น้องอาจบอกว่าไม่ได้ชอบเขา แต่สุดท้ายผมมีหลักฐานที่ผู้ชายบอกว่าชอบน้องเขาในช่วงแรก ผมบอกถ้าเข้าไปคุยกันให้บอกก่อนนะ ถ้าเรื่องงานโอเค แต่สุดท้ายผมรู้ทีหลังจากกล้องวงจรปิดว่าพฤติกรรมมันสวนทางกับสิ่งที่น้องพูด บวกกับมีจังหวะนึง น้องให้ผู้ชายคนนั้นตอบแชตผมแทนตัวน้อง
-ผมเลยรู้สึกว่าน้องไม่สนใจในสิ่งที่ตกลงกันก่อนหน้านี้ มันไม่ซื่อตรง ก็เลยจะเลิกปั้นน้องแต่น้องก็ยังทักมาขอโทษผม ขอโอกาสผมอีกครั้ง
-ที่เป็นประเด็นน้องมาพูดในเดือนที่ 10 ว่าเดือนที่ 1 ผมลวนลามน้อง แค่งงว่าถ้าเกิดคิดแบบนั้น ในเดือนที่สองที่บอกให้น้องเลิกทำ ทำไมน้องไม่ออก เหมือนคลิปเสียงที่น้องคุยกับพี่ปุ๊ในช่วงเดือน 10 ว่าน้องอยู่ต่อ เพราะน้องติดเงินผมทั้งที่ความจริงน้องติดในเดือน 2 แค่หลักพันเท่านั้นเอง
-พอเดือน 3 4 5 การใช้ชีวิตกันต่อ ปกติดีสุดมาก ผมก็ช่วยเหลือน้องทั้งหน้าบ้านและหลังบ้าน วางแผนเปิดตัวเด็กปั้นเท่านั้น พอเข้าเดือนที่หก วันที่ 22 น้องเกิดความไม่สบายใจ ผมโทรหาน้องช่วงตีสอง คุยกันเป็นเวลา 1 ชม. 3 นาที ที่น้องบอกว่าผมไปลวนลามน้องในเดือนที่หนึ่ง ในสายนั้นผมก็พูดกับน้องด้วยเหตุและผล บอกเจตนาในช่วงแรก ซึ่งมันก็ชัดเจนมากตอนโทรคุยกันว่าผมไม่มีเจตนา ผมเลยไม่ได้ขอโทษน้องเลย
-และไม่รู้ว่าน้องมีคลิปเสียงช่วงนั้นด้วยมั้ย ถ้ามีมันชัดมาก ผมไม่ได้บอกว่าผมลวนลามน้องเลย วันที่ 22 วันเดียวกัน น้องพิมพ์มาบอกว่าน้องจะไม่กลับมาที่นี่อีก เพราะผมไม่ขอโทษน้อง ช่วงบ่ายสามเลยขอโทรหาหน่อยครั้งนึงเพื่ออยากดึงสติน้อง ผมไม่รู้ว่าน้องอัดเสียงผมใน 36 นาทีนั้นด้วย ผมพูดเจตนาไปเยอะมาก แต่น้องตัดมาแค่ผมพูดขอโทษ เพราะผมต้องการให้น้องกลับมาปรับความเข้าใจที่น้องอาจมองว่าผมไปลวนลาม จากมุมมองที่ผมอาจกอดน้อง หอมแก้มน้อง ในช่วงเดือนแรก
-(เปิดคลิปพูดว่าไม่ได้มุ่งร้ายกับเอ๋ย เอ็นดูแบบน้องมีสูงมาก ไม่ได้คิดพิศวาสเอ๋ย) ถ้าเดือนแรกทำให้น้องคิดว่าลวนลาม ทำไมอยู่ต่อไม่เข้าใจ
-พอเข้าเดือนที่ 7 น้องขอกลับบ้านไปพักใจอีกครั้งนึง มีปัญหาหลายอย่าง เครียดเรื่องงาน ดูแลแม่ที่ป่วย ผมก็ติดต่อน้องไม่ได้ พยายามติดต่ออยู่หลายวัน น้องก็ไม่ตอบ ก็บอกว่าเอ๋ยเลือกได้ไม่ผิดนะ แต่อย่าเอาทุกเรื่องมารวมกันนะ เดือน 7 ถ้าไม่อยากมาก็บอกนะ ไม่เป็นไร เราจะได้เดินหน้ากันต่อ องค์กรจะได้ไม่ต้องรอ หลายคนที่ถามว่าเอ๋ยหายไปไหน จะได้รู้ว่าเอ๋ยไม่กลับมาแล้ว
-พอเดือนที่ 8 น้องก็ทบทวนแล้วจะกลับมาสู้อีก แล้วน้องก็กลับมา (เปิดคลิปเสียงเอ๋ยบอกว่าโตไม่มากพอจะรู้อะไรมาก ให้เตือนหนู ต่อไปนี้จะทำให้ดีขึ้น จะไม่สร้างปัญหาให้ทุกคนแล้ว)
-เดือน 9 ก็ให้น้องทำงานปกติ เพราะน้องอยู่ในภาวะเครียด ไม่ต้องสนใจกฎ เพื่อให้น้องไม่เครียด ความที่กฎไม่ศักดิ์สิทธิ์แล้ว มันดูหละหลวม ผมควบคุมเด็กที่ผมปั้นไม่ได้เลย ผมเลยตัดสินใจถ่ายคลิปนึงถามทุกคนว่าใครไม่อยากต่อสัญญาก็ไม่ต้องต่อเลยนะ ยกเลิกให้ ใครอยากอยู่ต่อเซ็นสัญญา ณ จากนี้ ตามที่ผมทำในคลิป แต่สุดท้ายเดือนที่ 9 น้องก็ยังตัดสินใจเซ็นสัญญากับผมต่อ
-เดือนสุดท้าย ครอบครัวไม่สบายใจ ให้น้องกลับไปอยู่บ้านก่อนเพื่อความสบายใจ ผมก็โอเค แล้วแต่ ก่อนกลับก็ถามว่าไปรอบนี้แล้วจะกลับมาเปล่า น้องเลยบอกว่าใจก็อยู่ที่นี่อยู่แล้ว (เปิดคลิปเสียง) จากนั้นน้องทักมาว่าจะไม่ทำต่อแล้ว ผมก็ให้น้องกลับมาจัดการสัญญา ลาสัตว์เลี้ยง ลาเพื่อน ลาคนดูที่เคยสนับสนุน ตกลงกันเรื่องเงินที่น้องติดผม น้องอ่านนะแต่ไม่ตอบ แล้วก็หายไป ไม่ยอมเข้ามา ผมรอไปเกือบ 15 วัน ก่อนไลฟ์พูดชี้แจงเกี่ยวกับน้อง ซึ่งตอนนั้นผมเซ็ง ซึ่งมันไม่ควร ทั้งหมดนี้คือ 10 เดือนที่อยู่ด้วยกัน ที่ผมสรุปให้เข้าใจง่ายๆ
-พาร์ต 2 อยากขอโทษเรื่องวุฒิภาวะของผม ตัวผมคิดผิดมาเสมอว่าเราต้องไม่น่ารักกับคนไม่น่ารักกับเรา ซึ่งความเป็นจริงแล้ว เขาไม่น่ารัก ไม่ดีกับเรา เราควรน่ารักและดีกับเขา ทำให้เห็นว่าในดรามาครั้งนี้ ผมเห็นตัวเองชัดมาก ว่าเรื่องอารมณ์ของเรามันเป็นยังไง และเราจัดการวุฒิภาวะทางอารมณ์ได้ไม่ดี และเราควรจัดการมันได้ดีกว่านี้ ไม่ว่าในสถานการณ์ไหน ทุกอย่างที่เกิดขึ้น หากผมผิดจริง ผมก็ยอมรับสิ่งนั้นครับ
-นอกจากนี้สิ่งที่เป็นข้อกล่าวหารวมไปถึงเขากล่าวอ้างว่าผมลวนลาม ผมยืนยันแบบบริสุทธิ์ใจอีกครั้งว่าผมไม่เคยทำแบบนั้น และไม่มีเจตนาแบบนั้นจริงๆ ซึ่งผมพร้อมพิสูจน์ข้อเท็จจริงไปตามกระบวนการกฎหมาย ด้วยหลักฐานและพยานทั้งหมด สุดท้ายผมเข้าใจว่าคนที่เห็นผมในมุมหัวร้อนจะตัดสินผมว่ามันไม่ดี ซึ่งผมยอมรับจริงๆ ว่ามันไม่ดี แต่คนละบริบทกับการที่เขาบอกว่าผมไปลวนลามเลย มันคนละบริบทโดยสิ้นเชิงและผมไม่ได้มีเจตนาแบบนั้นจริงๆ เพราะงั้นเพจต่างๆ ที่ไปตีข่าว ไม่ว่าเรื่องไหนทำให้คนเข้าใจผิด
- ยกตัวอย่าง ทำไมต้องห้ามน้องมีแฟน ทำไมต้องให้น้องรักเรา ในความเป็นจริงแล้วห้ามมีแฟน น้องรู้อยู่แล้ว ว่าน้องขอมาเป็นครีเอเตอร์ ต้องมีระเบียบ วินัย สม่ำเสมอให้เห็นก่อน ว่าเขาทำได้ เขาพร้อมมีแฟนก็ไปมี มันเป็นแค่ระยะเวลาสั้นๆ ส่วนเรื่องรัก การมาที่นี่ ถ้าไม่รักผม ไม่รักในโอกาสที่เรามีร่วมกัน ไม่รักในคำสอน ในสิ่งที่เราควรปฏิบัติร่วมกัน ตามสเต็ปต่อเนื่อง มันไม่ใช่ชู้สาว มันคนละเหตุผลเลย ตัวน้องก็รู้ดี
-ผมว่าการให้ข่าวที่หมิ่นเหม่แบบนี้กับบางเพจที่มันเป็นอวตาร ไม่ได้เปิดเผยตัว หรือเป็นข่าวที่ไม่ได้ถูกคัดกรองมา จริงๆ ผมมองว่าในกรณีนี้ ผมอยากให้เป็นกรณีศึกษา การออกข่าวมาโดยยังไม่ได้พิสูจน์ข้อเท็จจริง แล้วคนที่เป็นคนต่อๆ ไป ที่โดนข่าวเล่นแบบนี้ เขารับแรงกดดันไม่ได้เหมือนผม ถ้าเขาเครียดมาก เขาคิดสั้น สังคมจะตัดสินหรืออะไรยังไงต่อ
-ผมบอกได้แค่ว่าสุดท้าย ผมขอโทษกับทุกสิ่งที่ผมเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีกับเด็กและเยาวชน ซึ่งผมตระหนักและผมจะปรับปรุงในส่วนนี้แน่นอนครับ ต่อจากนี้ทุกอย่างผมจะให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย ก็ขอบคุณทุกคนที่รับฟังจนจบครับ


