“ทนายตุ๋ย” ย้ำที่ “ปู มัณฑนา” โพสต์พาดพิงภรรยาตนเป็นลูกน้อง “หนุ่ม กรรชัย” เป็นการบิดเบือนที่พิสูจน์ได้ เผยศาลให้ธรรมะ คำสอนของพระพุทธเจ้า เราหยุดแล้ว ท่านหยุดหรือยัง ซึ่งถ้าอีกฝ่ายไม่หยุดตนพร้อมลุยเต็มที่ ที่ผ่านมาภรรยาตนห้ามไว้ ลั่นรีบๆ หยุด ถ้าเกิดช้ากว่านี้ จะมาโหยหวนหาอิสรภาพไม่ทันนะ
มหากาพย์ข้อพิพาทที่ยังไม่มีวี่แววว่าจะจบลงง่ายๆ สำหรับคดีที่พิธีกรชื่อดัง “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย”เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนักแสดงรุ่นใหญ่ “ปู มัณฑนา หิมะทองคำ” เป็นจำเลย ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งรวมทั้งหมดตอนนี้มี 6 คดี 78 กรรม เรียกว่าขึ้นศาลจนอ่วมกันเลยทีเดียว
ล่าสุด เวลา 09.00 น. วันนี้ (10 สิงหาคม 2569) ศาลอาญากรุงเทพใต้ นัดไต่สวนมูลฟ้อง คดีที่หนุ่ม กรรชัย ฟ้องหมิ่นประมาทฯ ปู มัณฑนา กรณีกล่าวหาว่า ส่งลูกน้องไปป่วนที่ห้องพิจารณาคดีที่ศาลแขวงพระนครใต้ ซึ่งเจ้าตัวมองว่าเป็นการใส่ร้าย บิดเบือนข้อเท็จจริง ทำให้คนเข้าใจตนผิด จึงอยากเรียกร้องความเป็นธรรม พร้อมประกาศไม่รับคำขอโทษ ไม่ฟ้องเรียกเงิน เพราะราคาที่ต้องจ่ายคืออิสรภาพของอีกฝ่าย คดีนี้เป็น 1 ใน 6 คดีที่ต้องติดตามกันยาวๆ ว่าจุดจบจะเป็นอย่างไร
โดยวันนี้ หนุ่ม กรรชัย ไม่ได้เดินทางมาที่ศาลด้วยตนเอง แต่ได้มอบหมายให้ “ทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์”ทนายความส่วนตัวมาเบิกความแทน ภายหลังจากไต่สวนมูลฟ้องเสร็จสิ้น ทนายตุ๋ยได้เปิดใจให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า วันที่ 31 สิงหาคมนี้ จะรู้ผลว่าศาลจะประทับรับฟ้อง หรือ ยกฟ้อง พร้อมทิ้งระเบิดให้ระทึกว่าวันที่ 13 สิงหาคม นี้ จะมีเหตุการณ์บางอย่างที่จะเปลี่ยนชีวิตของ ปู มัณฑนา ซึ่งเป็นข่าวดีของ หนุ่ม กรรชัย แต่เป็นข่าวร้ายของ ปู
“วันนี้ผมไต่สวนมูลฟ้องเป็น ผมเป็นผู้รับมอบอำนาจของพี่หนุ่มนะครับ ก็ไต่สวนมูลฟ้องไป 1 ปากในส่วนผม แล้วก็ส่งเอกสารไป 31 ฉบับ แล้วก็เป็นเอกสารพยานวัตถุ เป็นคลิปต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดี เข้าไปในคดีครับ
ซึ่งหลักฐานที่เรานำมายื่นวันนี้ เรียกว่าสามารถจะยืนยันว่าสิ่งที่คู่กรณีเราทำ มีความผิด หลักๆ เลยคือมาจากข้อความในเฟซบุ๊กของเจ้าตัวเขาเอง แล้วก็ก่อนหน้านี้จะเป็นเรื่องคดีต่างๆ ที่มีการฟ้องร้องกัน รวมทั้งข้อความที่เคยมีคอมเมนต์ซึ่งผมจะทำให้เห็นถึงความเชื่อมโยงว่าสิ่งข้อความที่เขาพูดถึง หมายถึงใคร ส่วนข้อความที่ระบุชี้นี่ชัดเจนอยู่แล้วครับ
ข้อความอะไรที่ระบุชื่อ เชื่อมโยงได้ชัดเจน ผมเชื่อว่าเป็นการยืนยันถึงตัวพี่หนุ่มได้อยู่แล้ว ส่วนข้อความที่เขาจะสู้ว่าเขาไม่ได้เอ่ยถึงใคร ศาลท่านจะวินิจฉัยว่าข้อความนั้นๆ อ่านแล้วเชื่อมถึงเชื่อได้ว่าใคร ท่านก็จะวินิจฉัยไปตามข้อกฎหมายครับ”
“หนุ่ม กรรชัย” ฟ้องหมิ่นประมาท และผิดพ.ร.บ.คอมบ์ฯ
“หมิ่นประมาทกับ พ.ร.บ.คอมบ์ฯ (ถ้าเกิดพิสูจน์แล้ว ความผิดจะมีโทษยังไงบ้าง?) ถ้าหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา จำคุกไม่เกิน 2 ปีอยู่แล้วครับ ส่วน พ.ร.บ.คอมบ์ฯ ถ้าผมจำไม่ผิด ผมไม่แน่ใจว่า 2 ปี หรือ 3 ปีครับ เป็นมาตรา 14 วรรคสอง ที่ผมยื่นฟ้องไว้ อื้อครับ หลักฐานผมใส่ไว้เต็มที่อยู่แล้วครับ หมดแม็กทั้งหมดในการพิสูจน์ นอกนั้นเป็นเรื่องข้อเท็จจริงที่นำเรียนให้ศาลท่านวินิจฉัยครับ วันนี้ศาลนัดฟังคำพิพากษา หรือคำสั่ง 31 สิงหาคมนี้ เดือนนี้ศาลนัดเวลา 09.00 น. ซึ่งวันนั้นเราจะรู้ผลว่าศาลจะประทับรับฟ้อง หรือจะยกฟ้องคดีนี้
ผมมีหน้าที่พิสูจน์ข้อเท็จจริงกับนำพยานหลักฐานมาให้ศาลท่านวินิจฉัย สิ่งที่ผมนำเสนอเข้าไปในสำนวนคดี ส่วนตัวผมวิเคราะห์แล้ว ผมเชื่อแล้ว ผมหยิบพยานหลักฐานมา มั่นใจในส่วนหนึ่งของเราแล้วว่าไปถึง เชื่อมถึง เอ่ยถึง แล้วก็เป็นความผิด ฉะนั้นหลังจากนี้ก็ต้องเป็นเรื่องของที่ศาลท่านจะวินิจฉัย จากคำแถลงการณ์ผม แล้วก็จากพยานหลักฐาน ว่าท่านจะวินิจฉัยแล้วท่านจะพิจารณายังไงครับ แต่ส่วนตัวผมเองผมมองว่า มั่นใจในการทำงานของเราเองครับ"
โพสต์ที่ “ปู มัณฑนา” เอ่ยชื่อ “หนุ่ม กรรชัย” เป็นการมัดตัวอยู่แล้ว และมีพยานบุคคลชัดเจน
“ชัดเจนเลยอยู่แล้วครับ ไม่ต้องปฏิเสธเลยว่าไม่ได้พูดถึงใคร ส่วนข้อเท็จจริงที่เขาโพสต์ไป ถ้ามันไม่ใช่เรื่องจริงแล้วพี่หนุ่มเสียหาย กฎหมายมันแค่พูดคำว่าอาจจะ ให้ได้รับความเสียหาย แค่อาจจะก็ผิดแล้วครับ นี่กฎหมายเขียนแบบนี้นะ ผมไม่ได้บอกว่าเขาผิดนะครับ ต้องเป็นหน้าที่ที่ศาลท่านจะวินิจฉัย แต่ผมพูดถึงข้อกฎหมายที่เขียนเอาไว้ครับ
หลักฐานจริงๆ จะเป็นเรื่องคลิปภาพและเสียง กับพยานบุคคลในวันเกิดเหตุ ผมเรียนอย่างนี้เลยครับว่า พอดีกับทนายกุ้ง (อำนวยพร มณีวรรณ์) ก็ได้มีการคุยกันแล้วขอให้ทนายกุ้งในฐานะเป็นคู่ความในคดีวันนั้นขอคลิปภาพจากศาล แต่พอดีท่านไม่ได้อนุญาต ท่านมองว่าเป็นเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล ก็เลยไม่ได้คลิปภาพมา แต่ส่วนหนึ่งในวันนั้นจะมีพยานบุคคล ซึ่งเราต้องเอาพยานบุคคลมาเบิกความน่าจะตั้ง 3 ปาก หรือ 4 ปาก สำหรับพยานบุคคล ก็อาจจะเป็นคุณลูกหมี (รัศมี ทองสิริไพรศรี) หรือพี่ทนายกุ้ง มีตัวผม มีพี่หนุ่ม แล้วก็จะมีนักนิติศาสตรศาสตร์ครับ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของภาษา และข้อความ”
มอง “ปู มัณฑนา” คิดไปเองทั้งหมด
“ส่วนตัวผมมองว่าเขาคิดไปเอง ใจเขาปักหลัก เจาะจง กับพี่หนุ่มอยู่ตลอดเวลา ซึ่งถ้าเอาจริงๆ ผมไม่เห็นเขาทะเลาะกับใคร นอกจากพี่หนุ่มนะ เรื่องราวคดีทั้งหมด 6 คดีก็มาจากเรื่องพี่หนุ่มนะครับ ผมว่าเขาเจาะจง เขาเชื่อแบบนั้น ตอนนี้สิ่งที่เขาทำเขาคงไม่ได้ไม่ได้ฉุกคิด ไม่ได้ระมัดระวัง เอาตามใจฉัน อย่างที่ผมบอกว่ากฎหมายมันคุ้มครองทุกคน ฉะนั้นทำอะไรก็ต้องรับผิดชอบ
ผมมั่นใจมาก เพราะว่าลูกน้องพี่หนุ่ม วันนั้นแกพูดอยู่แล้ว หลังจากที่แกโพสต์นะ พี่หนุ่มแกยืนยันเลยว่าลูกน้องแกอยู่ที่อาคารมาลีนนท์ทั้งหมดนะครับ แล้วผมเชื่อว่าไม่มีใครไป วันนั้นภรรยาผมไป ครับ
คำว่าลูกน้อง คุณต้องไปดูครับ ตีความคำว่าลูกน้องคืออะไร คือพนักงาน ใช่ไหมครับ ผู้ใต้บังคับบัญชานะ รับเงินเดือน ภรรยาผมไม่ใช่นี่ครับ อย่างตัวผมเอง ผมก็เป็นทนายความที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่หนุ่ม ให้มาดำเนินคดี ผมก็ไม่ใช่ลูกน้องพี่หนุ่ม”
ข้อเท็จจริงคือภรรยาตนไม่ได้เข้าไปในห้องพิจารณา
“ภรรยาผมจริงๆ วันนั้นเขาก็ไม่ได้เข้าไปในห้องพิจารณาด้วย ข้อเท็จจริงคือไม่ได้เข้าไปในห้อง ฉะนั้นข้อความที่เขาพูด ในบัลลังก์ 403 คือเขาไปยืนยันข้อเท็จจริงเองทั้งหมดครับ ผมมองว่าเขาจะทำเพราะความสะใจเขาเอง หรือเขาอยากจะอะไรก็ตามแต่ นั่นคือเขาต้องรับผิดชอบผลที่เกิดขึ้นนะครับ เขาต้องยอมรับส่วนเขาจะต่อสู้ยังไงก็เป็นหน้าที่ของทนายความของเขา ที่จะทำหน้าที่ในการยืนยันว่าข้อเท็จจริง ข้อความนั้นไม่ใช่เรื่องจริง ส่วนเรื่องหมิ่นประมาท เขาสู้ได้ตามมาตรา 329 ที่กฎหมายบัญญัติไว้แค่นั้น ที่เป็นข้อยกเว้น ต้องทำได้แค่นั้นครับ ถึงจะมีผลบวกในคดีของเขาเองครับ”
มองพยานหลักฐานที่ “ปู มัณฑนา” เอามายื่นศาลในวันนี้ไม่ค่อยตรงประเด็นเท่าไหร่
“วันนี้เขาใช้พยานเอกสาร หลักฐานที่เขาเตรียมมาในการถามค้านเท่านั้นครับ เพื่อทำลายน้ำหนักคำเบิกความของผม ความน่าเชื่อถือพยานหลักฐานของผมนำเรียนต่อศาลท่าน เพื่อประกอบดุลยพินิจการพิจารณาครับ ผมเป็นคนพยานเบิกความเอง ผมเห็นทั้งหมดครับ
ส่วนตัวผมเองผมมองว่าพยานหลักฐานที่จะมาทำลายน้ำหนัก ถามว่าทำลายน้ำหนักคดีวันนี้ที่ผมเบิกความได้ไหม ส่วนตัวผมคิดว่ายังไม่ค่อยตรงประเด็นเท่าไหร่ ทนายเราอาจจะมองต่างกัน ทนายในฝั่งจำเลยก็จะมองในมุมว่าหลักฐานนี้น่าจะเพียงพอในการที่จะมาทำลายน้ำหนัก ส่วนตัวผมๆ มองว่าไม่ ไม่น่าเพียงพอ มันก็เป็นเรื่องของการต่อสู้กันด้วยพยานหลักฐานครับ ก็เป็นมุมมอง บางทีทนายคดีเดียวกันยังมองต่างกันก็มี ซึ่งเป็นไปได้อยู่แล้วครับนักกฎหมาย ถึงแม้เราจะเรียนกฎหมายเล่มเดียวกัน แต่เราทำหน้าที่ต่างสถานะกัน แม้กระทั่งศาลท่านเองก็ด้วยครับ ก็ทำหน้าที่ในการที่ท่านจะรับฟังแล้ววินิจฉัยครับ
วันนี้เขาแค่ยื่นพยานหลักฐานในการถามค้านผม แล้วเขาก็ยื่นคำร้องตามกฎหมายนะครับ มาตรา 161 มาตรา 165 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพื่อให้ศาลท่านประกอบวินิจฉัยที่จะไม่รับคดีไว้พิจารณา ซึ่งก็เป็นเรื่องข้อกฎหมาย แล้วเราก็เอาข้อเท็จจริงเข้าไป ซึ่งตรงนี้ศาลท่านคงพิจารณา แล้วเดี๋ยวเราจะทราบกัน 31 ส.ค.นี้ครับว่าผลจะเป็นยังไง”
“หนุ่ม กรรชัย” ไม่ได้ฝากอะไรถึง “ปู มัณฑนา” เลย เรียกว่าไม่เคยพูดถึง
“พี่หนุ่มไม่เคยฝากอะไรเลย เกี่ยวกับเรื่องคดีคุณปู เพราะแกไม่เคยพูดถึง แกแค่ให้ผมทำหน้าที่ แกโดนกระทบก็ใช้สิทธิตามกฎหมาย แกไม่ได้พูดถึงอะไร ผมก็มาทำหน้าที่ตามกฎหมายที่มีครับ
ก่อนหน้านี้ผมมองว่าเขาเรียกร้องมากกว่า ข้อเสนอคือการยอมรับเงื่อนไข แต่ผมมองว่าเขาเรียกร้อง ฉะนั้นกรณีที่เขาเรียกร้องในสถานะที่เขาเป็นจำเลย ถ้าผมเป็นผู้เสียหาย ผมคงไม่รับเหมือนกันนะครับ แต่อย่างที่เรียนครับว่าส่วนตัวผมตัดสินแทนพี่หนุ่มไม่ได้ เพราะผมไม่ได้คนโดนกระทบตรงครับ ต้องเป็นพี่หนุ่ม เงื่อนไขที่เขาเสนอพี่หนุ่มไม่ได้สนใจเลยครับ แล้วอีกอย่างหนึ่งก็ถ้าเขาร้องเรียนก็ต้องเก็บข้อเรียกร้องไปเข้ากระเป๋าตัวเองไปก่อนครับ”
3 ข้อที่ “ปู มัณฑนา” ยื่นมาครั้งที่แล้ว ไม่ได้มีประโยชน์ ไม่มีผล
“ไม่ได้มีผล ไม่ได้มีอะไร อย่างที่ผมเรียนผมแค่กำลังจะบอกว่า ตัวเขาถ้าเขารู้สึกผิด ถ้าจะใช้คำว่าสํานึกก็ได้ สิ่งที่เขาแสดงออก เขาต้องทำจากใจจริงๆ นะครับ กับคนที่ถูกกระทำ แต่บุคลิก ท่าทาง หรือคำพูดเขาเอง เขายังรู้สึกว่าเขาไม่ผิดเลย แล้วเขายังคิดว่าเขาเป็นผู้ถูกกระทำผมว่านั่นแหละครับ นั่นคือความผิดเขา ฉะนั้นสิ่งที่มันเกิดขึ้น มันก็เกิดจากตัวเขาเองทั้งหมด คงโทษใครไม่ได้ ฉะนั้นเขาจะมาให้สัมภาษณ์ พูด โพสต์ จะด่าว่าผม ด่าว่าพี่หนุ่ม ด่าว่าภรรยาผม ก็นั่นแหละครับ ตัวเขาทำเอง เขาต้องยอมรับครับ ตอนนี้พี่หนุ่มฟ้องทั้งหมด 6 คดี 78 กรรม เดี๋ยว 13 สิงหาคมนี้ เขาต้องไป ถูกส่งตัวไปฟ้องที่ศาลอาญาธนบุรี ที่พี่หนุ่มแจ้งความไว้ที่ สภ.ธนบุรี เดี๋ยววันนั้นผมมีเซอร์ไพรส์ให้ครับ”
13 สิงหาคม รอดูเซอร์ไพรส์ ทำนอง ข่าวร้ายของ “ปู มัณฑนา” ข่าวดีของ “หนุ่ม กรรชัย”
“ผมก็ทำหน้าที่ตามกฎหมาย คือเดี๋ยววันนั้นผมไปเองด้วย ผมบอกแบบนี้แล้วกันครับ (เซอร์ไพรส์นี้ คือจะเปลี่ยนชีวิตพี่ปูไปเลย หรือว่า เป็นลักษณะเซอร์ไพรส์แบบไหน?) ไปลุ้นกันครับ ว่าจะเปลี่ยนชีวิตเขาได้หรือเปล่า
คงจะเป็นทํานองนั้นครับ ก็อย่างที่ผมบอกว่าในฐานะที่เป็นทนายความ แล้วก็ทำหน้าที่ อะไรที่ผมทำได้ตามกฎหมายผมก็จะพยายามทำเพื่อให้ศาลท่านวินิจฉัย การที่ผมทำอะไรตามกฎหมายผมไม่ได้โกรธแค้น โกรธเคือง อะไรในเรื่องส่วนตัวนะครับ แต่เป็นจากสิ่งที่เขากระทำนั่นแหละที่มันเป็นผลกลับมาหา หาทั้งพี่หนุ่ม หาทั้งผม ว่าผมควรจะต้องทำอะไรในเรื่องนั้นๆ
อย่างที่ผมบอกครับว่าถ้ารู้สึกผิด สํานึกผิดในสิ่งที่เขาแสดงออกมาต้องดีกว่านี้ ไม่ใช่แบบนี้ ผมพูดไปแล้วหลายๆ ครั้ง นะครับ แล้วก็ต้องเรียนอย่างนี้ ส่งกระซิบสักนิด เมื่อสักครู่ ศาลท่านก็เตือนศาลท่านก็ได้พูด ศาลท่านก็ได้พูดว่า ท่านสอนธรรมะด้วยซ้ำ ว่าอย่างที่พระพุทธเจ้าท่านบอกว่า เราหยุดแล้ว ท่านหยุดหรือยังครับ
ท่านให้แง่คิดทั้งสองฝ่ายในการที่จะแสดงออกอะไรก็ตามแต่ หรือว่าการจะปกป้องตัวเอง จังหวะ เวลาที่ควร อย่างที่ท่านให้เรื่องข้อคิดจากเรื่องธรรมะ เราหยุดแล้ว ท่านหยุดหรือยัง โอโห คำนี้ดีมาก ผมไม่ได้ยินมานานมากแล้ว”
หาก “ปู มัณฑนา” ยังไม่หยุด ฝั่งตนก็พร้อมไปต่อ หากตนลุยจริงปูเสร็จแน่ นี่ภรรยาตนห้ามไว้อยู่
“สาเหตุที่ศาลท่านรู้ เพราะว่ามันมีคดีวนอยู่ในศาล ท่านก็ต้องรู้อยู่แล้วใช่ไหม ว่ามีคดีเยอะ ในส่วนของคู่ความเข้ามาอยู่ในศาล ศาลท่านก็ต้องเห็นอยู่แล้วครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ท่านก็จะพิจารณาจากพยานหลักฐาน ในสำนวนที่ท่านเป็นผู้ดูแลอยู่ แต่อย่างที่ผมบอกครับว่าไม่ได้ยินคำนี้นานแล้ว
แล้วถ้าเกิดเขายังไม่หยุด พี่หนุ่มกับผมมีไปต่ออยู่แล้วครับ เขายังด่าผมอยู่เลย ต่อให้ไม่ได้เอ่ยชื่อผมเชื่อว่าหลายๆ คน และผมจับข่าวมาต่อกัน ผมบอกเลยนะว่าเสร็จนะ บอกก่อน แต่ภรรยาผมบอกว่าอย่าไปฟ้องเขาเลย แค่นี้เขาก็แย่อยู่แล้ว เกิดใจดีขึ้นมาอีกนะครับ(ถ้าในกรณีที่เขาสงบแล้ว หยุดแล้ว จะมีกรณีที่ไกลเกลี่ย หรือประนีประนอมอะไรกันบ้างไหม?) ต้องดูที่เขาทำแล้วหรือยังนะครับ เขาทำแล้วหรือยัง จะทำให้รีบๆ ทำ ถ้าเกิดว่าช้ากว่านี้ จะมาโหยหวนหาอิสรภาพ ผมว่ามันไม่ทันนะ”
ย้ำที่ “ปู มัณฑนา” โพสต์พาดพิงภรรยาตนเป็นลูกน้อง “หนุ่ม กรรชัย” เป็นการบิดเบือนที่พิสูจน์ได้
“คำนี้มันฟ้องไม่ได้หรอกครับ มันเป็นข้อเท็จจริงที่เขาโพสต์ไปบิดเบือน ซึ่งมันเป็นความเท็จ ผมยืนยันนะครับ ผมท้าก็ได้ให้ไปพิสูจน์เลยว่าคำว่าลูกน้องคืออะไร แล้วก็ไปตรวจสอบในสารบบเลย ว่าภรรยาผมเป็นลูกน้องพี่หนุ่ม กรรชัย รับเงินเดือนพี่หนุ่ม กรรชัย เป็นผู้ประกันตนตามพระราชบัญญัติประกันสังคม กับบริษัทพี่หนุ่มไหม ไปหาครับ
เพราะว่าสุดท้ายแล้วถ้าเกิดต้องขึ้นศาล ศาลเองก็ต้องเช็กในตรงนี้ประกอบไปด้วยเหตุผลอะไรบ้าง ก็เป็นเรื่องข้อเท็จจริงที่เราต้องนำเรียนให้ศาลท่านวินิจฉัย เป็นหน้าที่เราในฐานะผู้ฟ้อง ประกอบเข้าไปในส่วนให้ท่านวินิจฉัย ท่านคงไม่ได้คิดเอง มันจะต้องเป็นข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่ท่านทราบอยู่แล้ว ที่ศาลท่านจะวินิจฉัยเองได้ แต่อะไรที่มัน เป็นข้อเท็จจริงที่เราต้องนำ นำเสนอ หรือนำ นำส่งเข้าสู่สำนวนก็เป็นหน้าที่ของคู่ความครับ”


