“ร็อคกี้” โดน "ไดอาน่า" ฟ้องหมิ่นประมาทตกเป็นจำเลยที่ 1 คุณแม่เป็นจำเลยที่ 2 งงมาก บอกจริงๆ ต้องเป็นเรา (ฟ้อง) ไม่ใช่เหรอ? ลั่นไม่มีอะไรต้องเจรจา
ยังคงมีเรื่องราวให้ต้องติดตามต่อเนื่อง สำหรับปมครอบครัวของ “สุรชัย สมบัติเจริญ” หลังล่าสุด “ร็อคกี้ สุรบดินทร์ สมบัติเจริญ” ลูกชายของสุรชัย ออกมาโพสต์ภาพหมายศาลปึกใหญ่ พร้อมข้อความ “ขอรับบทเหยื่อเท่านั้น” และทิ้งท้ายว่า “ไม่จบไม่สิ้นก็ดิ้นต่อไป“ ล่าสุดวานนี้ (9 ส.ค.) ได้เจอ “ร็อคกี้” พร้อม “คุณแม่เจี๊ยบ” และน้องสาว “ดิ๊งค์ กมลชนก” ในงานประกาศรางวัล “นาคราช อวอร์ด ครั้งที่ 8” ทั้ง 3 คนก็ได้เปิดใจกับสื่อถึงเรื่องนี้ โดยเผยว่าเพิ่งได้รับหมายศาล โดน "ไดอาน่า" ภรรยาคนใหม่ของสุรชัยฟ้องหมิ่นประมาท แต่ยังไม่ได้อ่านรายละเอียดทั้งหมด แต่ยอมรับตรงๆ ว่างงมาก เพราะคิดว่าเรื่องราวทุกอย่างจบไปแล้ว
ร็อคกี้ : “ก็เป็นหมายศาลจากคนที่คุณก็รู้ว่าเป็นใคร (หัวเราะ) แต่ถามว่าพอได้หมายมาแล้วต้องยังไงต่อ อันนี้พูดตรงๆ เลยเหมือนกัน ว่าหมายศาลเพิ่งมาถึงไม่นานนี้เลย ผมก็เพิ่งเจอแล้วเราก็เพิ่งเห็นเหมือนกัน แล้วมาตอนช่วง 8.8 เป็นช่วงทำงาน ก็เลยยังไม่ได้เห็น และยังไม่แน่ใจว่าจะต้องเป็นอะไรยังไงต่อ รู้แค่ว่าในรายละเอียดฟ้องมา ผมเป็นจำเลยที่หนึ่ง คุณแม่เป็นจำเลยที่สอง และเป็นในเรื่องของหมิ่นประมาท ก็อย่างที่บอกยังไม่ได้เห็นรายละเอียดอะไรมาก แต่แค่งงๆ นิดหนึ่งเหมือนกัน ว่าเอ๊ะ…มันต้องเป็นเราไม่ใช่เหรอที่…ในความรู้สึกนะครับ (หัวเราะ) ก็งงว่าทำไมมันเป็นแบบนี้ ก็อย่างที่บอกยังไม่เห็นในรายละเอียดอะไรมากของหมายศาล”
เผยความรู้สึกหลังเห็นหมายศาล คืองงมาก
“จริงๆ ตอนแรกเลยคืองงมาก เพราะเอาตรงๆ เลยพวกผมเนี่ย ตั้งแต่มีเรื่องราวเรื่องนี้ขึ้นมา ก็ออกมาพูดแค่ครั้งเดียว ไม่เคยออกมาพูดอะไรเยอะแยะ แล้วก็จบไปเรียบร้อยแล้วด้วย เราก็เลยแปลกใจว่าเรื่องนี้มันยังไม่จบอีกเหรอ ในความรู้สึกของเรา ก็เลยไม่รู้ว่าในรายละเอียดมันเป็นอะไรยังไงกันบ้าง”
ในหมายเขียนว่า “ไดอาน่า” เป็นโจทก์ ส่วนจำเลยคือตนและคุณแม่ แต่ฟ้องข้อหาอะไรบ้าง ยังไม่ได้อ่านรายละเอียด
“ผมเป็นจำเลยที่หนึ่ง คุณแม่เป็นจำเลยที่สอง หลักๆ เลยก็จะเป็นเรื่องของหมิ่นประมาท แต่อย่างที่บอกอีกว่า ถ้าในรายละเอียดของหมาย ก็ยังไม่ได้ดูจริงๆ พอดีเราต้องทำงานหาตังค์ เพราะหมายศาลก็มาเป็นปึกใหญ่อยู่ ก็ยังไม่ได้อ่านครับ (คาดว่าน่าจะเป็นการพาดพิงถึงเขา?) น่าจะอะไรอย่างนั้น เอาตรงๆ ตั้งแต่เกิดเรื่องมา ผมพยายามไม่พูดถึงบุคคลที่สาม เพราะมันเป็นเรื่องของครอบครัวเรา เพราะผมก็พูดในมุมความเป็นครอบครัวซะมากกว่า ผมก็เลยงงเหมือนกันว่า เอ๊ะ ขนาดเราไม่ได้พูดถึงใคร และพยายามหลีกเลี่ยงบุคคลที่สามแล้ว แล้วทำไมยังมีเรื่องอะไรแบบนี้อีก เราก็เลยคิดว่าหรือเขาอาจจะนิยมชมชอบอะไรเราหรือเปล่า ถึงยังตามเรามาอีก (หัวเราะ)”
ไม่ได้ติดต่อกับคุณพ่อตั้งแต่มีเรื่อง
“ก็ไม่ได้ติดต่อเลย ตั้งแต่นั่นแหละครับ จนถึงตอนนี้เลยเหมือนกัน ทุกคนเห็นยังไงผมเห็นแบบนั้น แค่นั้น แต่ก็อย่างที่บอกว่าบางทีผมก็ไม่เห็นด้วยซ้ำไป เพราะผมจบไปแล้ว บางคนมาถามผมหลังจากเหตุการณ์ที่พวกเราออกมาพูดกันทีเดียวแล้ว ผมก็ยังไม่เคยตอบอะไรกลับ เพราะเหตุผลว่าผมยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ามันมีข้อความอะไรกลับมา เพราะผมตัดแล้วจบแล้ว”
แม่ : “แม่ก็รู้สึกว่า ตั้งแต่ที่วันนั้นแม่พูด คือก็จบแล้ว แต่ถ้ายังไม่จบ ก็ไม่รู้เหมือนกัน”
ตอบไม่ได้คุณพ่อทราบหรือเห็นด้วยกับการฟ้องครั้งนี้หรือเปล่า
“ตอบไม่ได้เหมือนกัน เดาไม่ได้จริงๆ ครับ ทางโน้นพูดตรงๆ ก็เคยเป็นพ่อเราด้วยเหมือนกัน ผมก็เลยไม่รู้ว่าอะไรยังไง แล้วก็ไม่รู้ด้วยเหมือนกันว่า ในรายละเอียดของหมายศาล ดีเทลมันคือช่วงไหน รู้แค่ว่ามันหนามาก แล้วมาในช่วง 8.8 ก็ทำงานก่อนแล้วกันพวกเรา เสร็จแล้วเดี๋ยวค่อยว่ากันอีกทีหนึ่ง (หัวเราะ) เรารู้แค่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันจะประมาณช่วงเดือนหน้า ก็เลยโอเคยังทำงานทัน ก็สังเกตว่าจะเสียงแหบนิดนึง (หัวเราะ) ไลฟ์สดทั้งวัน ถามว่ามีแผนสำรองกับเรื่องนี้ยังไงบ้าง มันยังไม่มีแม้กระทั่งแผนที่หนึ่งเลยครับ (หัวเราะ)”
ตอนนี้ยังไม่กังวล เพราะยังไม่รู้ว่าโดนคดีอะไรบ้าง
“ถ้าถามผม ผมก็ไม่ได้กังวลอะไร มันยังไม่เห็นว่ามันเกิดอะไรขึ้น พูดตรงๆ (ถ้าเขาฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายด้วย จะกลายเป็น 2 คดี เรากลัวไหม?) ไม่รู้เลยครับ ไม่ทราบเลยด้วยเหมือนกัน เพราะว่าเราไม่รู้ว่ามีคดีอะไรที่อยู่ในนั้นบ้าง ดีเทลมันเป็นยังไงบ้าง ตัวเราเองยังงงเลย ว่าจริงๆ มันต้องเป็นเราไม่ใช่เหรอ ทำไมมันถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้”
ไม่มีอะไรต้องคุยเพราะทุกคนจบไปแล้ว
ร็อคกี้ : “ผมไม่มีอะไรที่ต้องเจรจา และไม่มีอะไรที่จะต้องคุยแล้ว มันจบไปแล้ว พวกเราทุกคนจบไปแล้ว พวกเราเดินหน้าแล้วก็ใช้ชีวิตกันต่อไปแล้ว”
ดิ๊งค์ : “ต้องบอกว่า จริงๆ ไม่มีไรจะพูดค่ะ ก็อย่างที่พี่กี้พูดมันช่วงเวลา 8.8 ทั้งพี่ทั้งน้อง ก็หลังจากนี้ค่อยว่ากันอีกทีหนึ่ง”
แม่ : “ตั้งแต่หย่ากันเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ก็ทำงานกัน ช่วยลูกๆ ทำงาน ไม่ได้มีอะไร”
ร็อคกี้ : “ผมมองว่าเรื่องนี้มันไม่ได้เรื่องใหญ่ มากกว่าการที่เราต้องดูแลคนข้างๆ เราวันนี้มากกว่า”


