“หนิง ปณิตา” แจงดรามา “ณิริน” ไม่อยากหน้าเหมือนพ่อ แค่แซวเล่นกันปกติ รับห่วงลูกเรื่องรับมือกับโซเชียล รู้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เชื่อจะผ่านไปได้แน่นอน ขอบคุณทุกกำลังใจ ไม่คิดว่าลูกจะได้รับความรักมากขนาดนี้
จาก “น้องณิริน” ลูกสาว “หนิง ปณิตา พัฒนาหิรัญ” พูดถึงคุณพ่อ “จิน จรินทร์ ธรรมวัฒนะ” ในไลฟ์ บอกว่าไม่อยากหน้าเหมือนพ่อเพราะพ่อหน้าเหมือนปลาบู่ ก่อนที่จินจะออกมาไลฟ์ในลักษณะคล้ายน้อยใจ ยิ่งทำให้หลายคนจับตาความสัมพันธ์พ่อลูก ต่อมาหนิงออกมาไลฟ์ชี้แจงถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ระหว่างไลฟ์น้องณิรินกลับห้ามแม่ไม่ให้พูดถึงพ่อ พร้อมบอกว่า “เดี๋ยวเขาโทร.มาด่าหนู” ล่าสุดวันนี้ (9 ส.ค. 69) ได้เจอหนิงในงานประกาศรางวัล “นาคราช อวอร์ด ครั้งที่ 8” เจ้าตัวก็ได้เปิดใจถึงประเด็นดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าเรื่องที่ลูกพูดเป็นการแซวเล่นกันตามปกติของพ่อลูก และเชื่อว่าณิรินจะผ่านกระแสที่เกิดขึ้นไปได้
“จริงๆ เรื่องนี้ต้องขอโทษพี่ๆ นักข่าวทุกๆ คนที่ ที่โทร.หาหนิง แล้วหนิงก็ไม่ได้รับโทรศัพท์ และอย่างวันก่อนที่มีงานอีเวนต์ก็ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ อันนี้ต้องแอบขอโทษจากใจจริงๆ เพราะส่วนหนึ่งตัวหนิงเอง หนิงมองว่า ณ เวลานี้สถานการณ์บ้านเมืองเรา ในสังคมมันมีเรื่องที่ใหญ่กว่าเรื่องของครอบครัวเรา แล้วหนิงก็รู้สึกว่า เราไปโฟกัสอยู่กับเรื่องนั้น แล้วเรื่องของหนิงมันเป็นเรื่องเล็กๆ ในครอบครัว ก็เลยไม่ได้รับโทรศัพท์พี่ๆ หลายๆ คนที่พยายามโทร.หา แล้วงานอีเวนต์ล่าสุด พี่ๆ ก็มารอแล้วหนิงก็ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ด้วย อันนี้ต้องขอโทษก่อน แล้วก็ต้องขอบคุณทุกๆ คน ขอบคุณทุกๆ กำลังใจที่แบบ โอ้โห รู้เลยว่ามีคนรักลูกเรามากแค่ไหน แล้วหนิงก็จะให้น้องอ่านข้อความ แล้วก็จะเอากำลังใจจากพวกพี่ๆ ทุกคนไปบอกน้องว่าคนรักหนูเยอะมากนะ หนูต้องเป็นเด็กดีนะ หนูต้องไม่ทำให้พี่ๆ ผิดหวังนะ”
เชื่อลูกสาวแข็งแรงและจะผ่านไปได้ แม้จะไม่ใช่เรื่องง่ายก็ตาม
“มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องง่ายสำหรับน้องหรอกนะคะ แต่หนิงเชื่อว่าทุกๆ ประสบการณ์ ทุกๆ เรื่องที่มันเกิดขึ้น มันจะสร้างความแข็งแกร่งให้เขาผ่านพ้นมันไปได้ แล้วในทุกๆ เรื่องราว หรือในทุกๆ บริบท ไม่ว่าน้องจะทำงานอะไร จะมีเรื่องราวอะไร จะมีบริบทที่มีคนชื่นชมมากๆ หนิงเองก็จะคอยบอกในอีกมุมหนึ่ง สอนในอีกมุมหนึ่งกับน้องเสมอ ซึ่งหนิงมั่นใจว่าณิรินจะเป็นเด็กที่แข็งแรงแล้วก็ผ่านไปได้ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่เรื่องง่าย จริงๆ เขาไม่มีปัญหาอะไรกันเลยค่ะ ถ้าทุกคนได้ดูแบบไลฟ์ตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่ 1 2 แล้วก็ 3 มันไม่มีอะไรเลยค่ะ”
ที่บอกไม่อยากหน้าเหมือนพ่อ เป็นเรื่องที่แซวเล่นกันปกติ
“หนิงได้ไลฟ์บอกไปทีนึงแล้วว่า มันเป็นเรื่องที่เขาแซวเล่นกัน เป็นเรื่องปกติของพ่อลูกเขาอยู่แล้ว เขาเล่นกันอย่างงี้เป็นปกติอยู่แล้ว หนิงมองว่ามันเป็นเรื่องปกติของเขาทั้งสองคนนะคะ”
คนมอง “จิน” ออกมาไลฟ์เหมือนน้อยใจ เลยทำให้เรื่องมันใหญ่ขึ้น
“ถ้าในมุมของคนอื่น หนิงไม่สามารถจะไปตอบแทนได้ หรือในมุมของน้องณิรินเองบางมุม หนิงก็ตอบแทนน้องไม่ได้เหมือนกัน เพราะว่ามันเป็นเรื่องในมุมมองของเขาค่ะ”
ในไลฟ์ล่าสุด “ณิริน” ไม่อยากให้พูดถึงพ่อแล้ว บอกว่าเดี๋ยวเขาโทร.มาด่าหนู
“ก็อย่างที่บอกว่า ทุกๆ เรื่องอ่ะค่ะ มันไม่ได้ง่ายหรอก ในบริบทหลายๆ เรื่อง ซึ่งเราก็ไม่มีความจำเป็นต้องลงไปในดีเทลเนอะ มันมีเรื่องในสังคม ณ วันนี้ที่มันไปใส่ใจได้มากกว่านี้อีก แต่สุดท้ายแล้วหนิงเชื่อเหลือเกินว่า กำลังใจจากทุกๆ คน จากพี่ๆ ทุกคน จากแฟนคลับ หรือว่าจากคนรอบข้างณิรินเองที่คอยโอบกอด คอยแบบให้คำแนะนำ คอยสอน มันจะทำให้น้องเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่แข็งแรงและมีคุณภาพ แล้วน้องก็จะผ่านสิ่งเหล่านี้ไปได้"
"สำหรับหนิงพยายามจะมองว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะถ้าเรามองเป็นเรื่องใหญ่ แล้วเป็นเรื่องที่มันซีเรียส มันจะกลายเป็นเรื่องดรามาไป หนิงพยายามทำทุกเรื่องให้มันเป็นเรื่องเบาๆ แล้วเขาก็จะผ่านมันไปได้ด้วย ด้วยความรัก ความโอบกอด และกำลังใจจากทุกคน แล้วก็เรียนรู้เติบโต เป็นเด็กที่รู้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร แล้วก็อย่าทำให้คนผิดหวัง”
ห่วงลูกเรื่องการรับมือกับโซเชียล
“การรับมือในเรื่องของโซเชียล ซึ่งเชื่อว่าน้องจะผ่านไปได้ หนิงก็บอกน้องแล้วว่า วันนี้ณิรินไม่ใช่เด็กที่ คือน้องณิรินแล้ว ณิรินก้าวเข้ามาอยู่ในวงการบันเทิงครึ่งตัวแล้ว แต่ว่าน้องยังอายุ 13 เองค่ะ ให้เวลาน้องในการที่จะเรียนรู้หน่อยหนึ่ง หนิงเชื่อว่ากำลังใจจากทุกคน จะทำให้น้องแบบน้องผ่านไปได้ แล้วก็จะทำให้น้องเติบโตได้ แล้วก็รู้ว่าถ้าแบบนี้ อย่าแบบนี้ ให้เวลากันหน่อย”
กำลังใจล้น ไม่คิดว่าจะมีคนรักลูกเราขนาดนี้
“โห หนิงจะบอกว่าที่สุดของที่สุด คืออย่างพี่ๆ นักข่าวที่สนิทกัน โทร.แล้วที่หนิงไม่รับ ก็จะมีข้อความว่ากำลังใจ คือข้อความช่วงนี้มีแต่กำลังใจทั้งหมดเลย ทั้งใน DM ทั้งอะไร หนิงอ่านหรือแม้กระทั่งหนิงมางานวันนี้ ตั้งแต่หนิงลงรถ ขึ้นรถมา ทุกคนก็จะแบบพี่หนิง ฝากส่งกำลังใจให้ณิรินนะ สู้ๆ นะ ซึ่งมันเราไม่คิดว่าจะมีคนรักลูกเราขนาดนี้ ขอบคุณในความเมตตานี้จริงๆ ขอบคุณจริงๆ เขาต้องทำได้”
ยันสอนลูกตลอด แถมเป็นคนดุด้วยซ้ำ หลังบางคนต่อว่า ทำไมไม่สั่งสอนลูก
“คืออันนี้จะให้หนิงไปพูด แล้วก็ไปนั่งอธิบาย คนเขาจะไม่เข้าใจ เขาก็ไม่เข้าใจ แต่ถ้าคนที่ติดตามหนิงมาตลอด หรือหนิงเชื่อว่าพี่ๆ นักข่าวที่หนิงเห็นหน้าตรงนี้ทุกคน แทบจะมาพูดกับหนิงบอกว่า พี่หนิงดุมาก เราไปอธิบายให้คนที่ไม่เข้าใจเรา เข้าใจเรา หนิงก็ไม่รู้จะทำยังไงอ่ะค่ะ เวลาที่คนชมน้องเยอะๆ แล้วเป็นเรื่องบวก หนิงยังสอนเลยนะว่า อีกมุมหนึ่งอะ ถ้ามันเกิดอีกแบบจะเป็นเรื่องยังไง คือสุดท้ายแล้วเราสอนไป ก็อยู่ที่เขา ว่าเขาจะเอาสิ่งที่เราสอน แล้วก็สิ่งที่ทุกๆ คนให้กำลังใจ ให้คำแนะนำเขาไปปรับใช้ยังไง เราก็เลี้ยงลูกได้แค่ตัว ให้วัคซีนกับลูกให้เต็มที่ ที่เหลือเขาจะต้องใช้ชีวิต แล้วก็ผ่านประสบการณ์ของเขา แต่ลึกๆ เลยหนิงบอกเลยว่า เราก็ต้องมั่นใจในตัวลูกเราอ่ะค่ะ”
เสียใจกับเหตุการณ์กราดยิง ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ไม่สามารถคอมเมนต์อะไรได้ เพราะเรื่องของแต่ละคนมันเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน
“มันเป็นอะไรที่ไม่รู้ว่าจะพูดในมุมไหนเลย แต่เสียใจ แล้วก็รู้สึกแบบเป็นห่วงในหลายๆ บริบท แต่เรื่องราวเหล่านี้ มันเป็นเรื่องที่มันซับซ้อนมาก แล้วถ้าเรายังไม่ได้เข้าใจในทุกบริบทจริงๆ หนิงพูดเลยว่า หนิงไม่กล้าพูด สิ่งที่หนิงทำได้ก็คือแสดงความห่วงใยให้กับทุกๆ จุดที่เกิดขึ้น ซึ่งหนิงเองหนิงก็ทำคลิปโพสต์ส่งแสดงความเสียใจ แสดงความห่วงใย ในฐานะที่เราทำได้ แต่ถ้าจะให้มานั่งคอมเมนต์ว่ามันเพราะอะไร จริงๆ มันคือเรื่องจิตวิทยามนุษย์ แล้วเราไม่มีวันเข้าใจหรอก เรื่องเล็กสำหรับบางคน อาจจะเป็นเรื่องใหญ่สำหรับอีกคนหนึ่ง เรื่องแต่ละคนมันใหญ่เล็กไม่เท่ากันค่ะ”
“ในมุมมองของหนิง หนิงไม่สามารถที่จะไปคอมเมนต์ถึงเรื่องของเด็กคนอื่นได้ แต่พอเกิดเรื่องราวเหล่านี้ ในมุมของหนิง หนิงพูดเลยว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือ หนิงจะพยายามเป็นเพื่อน ที่คอยโอบกอดอยู่ข้างๆ ลูก และเป็นกำลังใจให้ลูกเสมอ ซึ่งสิ่งนี้หนิงทำอยู่ทุกวันอยู่แล้ว คือหนิงจะคุยกับลูกเหมือนเป็นเพื่อนกัน หนิงจะไม่ได้มีว่านี่แม่ นี่ลูก แม่ถูก ลูกผิด คือเราต้องรับฟังลูกเยอะๆ แล้วตัวเราเอง เราต้องยอมรับว่าเรากับเขามันคือ Generation ช่องว่างระหว่างวัย เขาก็ต้องปรับมาเจอเรา เราก็ต้องปรับไปเจอเขา ดังนั้นต้องฟังเขาให้เยอะๆ เด็กสมัยนี้ต้องฟังเขาให้เยอะๆ ซึ่งยิ่งเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นนะ ยิ่งทำให้หนิงรู้สึกเลยว่า หนิงว่าหนิงฟังลูกหนิงเยอะแล้วนะ หนิงตั้งใจจะฟังลูกหนิงให้เยอะกว่านี้ แล้วเราก็จะต้องแบบใจเย็นๆ แล้วค่อยๆ ทำเรื่องที่เรื่องเครียด ให้กลายเป็นเรื่องเบาๆ แล้วเขาก็จะผ่อนคลาย”
บอกลูกถ้าเจอเหตุการณ์รุนแรง ให้รีบเอาตัวออกมา อย่าเข้าไปมุง
“เรื่องนี้ที่ได้คุยกับน้อง ก็จะบอกน้องว่าเวลาที่เกิดเหตุการณ์อะไรที่มันรุนแรง ไม่ว่าอยู่จุดไหนก็แล้วแต่ ขอให้เอาตัวออกมาจากเหตุการณ์นั้นก่อน อย่าไปมุง อย่าเข้าไปดู อย่าเข้าไปถ่าย เอาตัวเราออกมาก่อน แล้วค่อยมาว่ากันว่าอย่างไร แล้วเวลาไปไหนมาไหนเนี่ย ขอให้อย่าคิดว่าตัวเองโตแล้วนะ หรือเป็นผู้ใหญ่แล้วน่ะ หนูเอาตัวรอดได้ ต้องมีความปลอดภัย แล้วก็อย่าประมาทกับชีวิตค่ะ”


