คุณแม่ “เต้ ดราก้อนไฟว์” เชื่อลูกชายถูกทำร้ายแย่งจักรยาน รอผลชันสูตร 67 วัน เผยแม้ลูกจะเผชิญกับมรสุมการทำมาหากินแต่ลูกสามารถเลี้ยงดูตัวเองได้ บอกเต้ทำงานเต็มที่ ไม่มีคำว่าขี้เกียจ ไม่มีคำว่าท้อ ทำงานตลอด 7 วัน ต่อไปนี้ได้พักผ่อนแล้ว
เมื่อเวลา 15.40 น. ครอบครัวได้เคลื่อนร่างอันไร้วิญญาณของ “เต้ ดราก้อนไฟว์” หรือ “นายธามัน เต้พันธ์” อดีตนักร้องชื่อดัง จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม มายังศาลา 5 วัดบัวขวัญพระอารามหลวง เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา ท่ามกลางบรรยากาศเต็มไปด้วยความอาลัยของครอบครัวและผู้ร่วมงานที่ไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้
กระทั่งเวลา 16.20 น. หลังจากเจ้าหน้าที่นำร่างบรรจุเข้าโลงเย็น “คุณแม่ดารา เต้พันธ์” ได้ทำพิธีรดน้ำศพผ่านการโยงสายสิญจน์จากโลงบรรจุร่างลงสู่ภาชนะรองรับน้ำ โดยมี “น้ำแข็ง น.ส.วลัยพรรณ ศรีนะภาพรรณ” แฟนสาว ร่วมรดน้ำศพด้วยความโศกเศร้าตามลำดับ
คุณแม่ดาราเปิดใจกับสื่อมวลชนว่า เต้เป็นลูกชายคนเดียวที่เป็นคนน่ารัก อ่อนโยน พูดจาเพราะ และไม่เคยขึ้นเสียงกับแม่เลย เขาเป็นคนขยัน ทำงานหนักมาโดยตลอด ล่าสุดได้เปิดร้านตัดผมและยังอุทิศตนเป็นจิตอาสาตัดผมฟรี การจากไปครั้งนี้จึงถือว่าลูกจะได้พักผ่อนเสียที ส่วนเรื่องที่คาดว่าลูกชายอาจยังกังวลคือเรื่องการบวช เพราะได้ไปนำบทสวดมนต์จากวัดสังฆทานมาเตรียมไว้แล้ว ทั้งนี้ ก่อนปิดฝาโลง คุณแม่ได้สัมผัสร่างลูกชายเป็นครั้งสุดท้ายและรู้สึกเพียงว่าเขากำลังนอนหลับไปเท่านั้น ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดยังต้องรอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์อีกราว 60 วัน
สำหรับกำหนดการบำเพ็ญกุศล สวดพระอภิธรรมจะมีขึ้นเป็นเวลา 3 คืน และจะมีพิธีฌาปนกิจในวันที่ 11 สิงหาคม เวลา 15.00 น.
“ลูกแม่เป็นคนอ่อนโยน ไม่เคยเถียง ไม่เคยขึ้นเสียง ไม่เคยอะไรกับแม่เลย มีแต่คุณแม่ครับ คุณแม่ครับ เขาทำงานมาอย่างหนัก เขาบอกว่าคุณแม่อาทิตย์นึงเต้ทำงาน 7 วันนะคุณแม่ เต้ต่อสู้มาทุกอย่าง งานแรกที่เขาทำคือสร้างโรงเรียนสอนเด็กเต้นและการแสดง เตรียมทุกอย่างพร้อมหมดแล้วก็มาเกิดโควิด ทำให้ไม่สามารถเปิดโรงเรียนได้ หลังจากนั้นเขาก็มาบอกว่าคุณแม่เต้จะเปิดร้ายขายเสื้อผ้านะ แม่ก็ตามใจลูกอยากจะทำอะไรก็ทำเลย เขาเปิดร้านได้ไม่กี่วันก็มาเจอน้ำท่วมใหญ่ ธุรกิจเสื้อผ้าก็หยุดไป ไม่นานเขาก็มาบอกว่าคุณแม่เต้จะเปิดร้านขายอาหารเหนือ เพราะคุณแม่เป็นคนเหนือ ภรรยาเขาก็เป็นคนเหนือ แม่ก็บอกเอาเลยลูก แม่สนับสนุนได้ทุกอย่าง เต้อยากจะทำอะไรเต้ทำเลยลูก
เขาเปิดร้านอาหารเหนือชื่อเปิงขนาด เปิดได้ไม่นานถนนหน้าบ้านคือถนนสามัคคี ขุดทั้งปี ทำถนนตลอด ทำท่อตลอด ในปีนึงจะมีทำถนนตลอด ร้านของเขาก็เลยแย่ ไม่นานเต้ก็มาบอกแม่ครับแต่จะเปิดโรงเรียนตัดผมชายนะ แม่ก็บอกเอาเลยลูก ทุกวันนี้โรงเรียนก็ยังเปิดอยู่ เต้เป็นคนใจดี เขาก็พานักเรียนและครูที่สอนไปเป็นจิตอาสา ทุกวันเสาร์เขาจะไปที่โลตัสแครายไปตัดผมฟรี ปีใหม่เขาก็จะไปตัดผมให้กับพวกคนไร้บ้าน
นี่คือนิสัยของเขา เขาเป็นคนอ่อนโยนมากๆ เขาเกิดมาเขาไม่เคยเถียงแม่ ไม่เคยขึ้นเสียง เสียงของเขาก็จะมีแต่คุณแม่ครับ แม่เรียกปุ๊บเขามาปั๊บ คุณแม่จะไปไหน แม่จะไปตรงนั้นตรงนี้เขาจะมาทันที แม่มีเพื่อนเยอะ แม่ชอบเที่ยว พอบอกเต้ว่าแม่จะไปเที่ยวนะ เขาดีใจมากๆ เขาจะเตรียมเงิน เตรียมเสื้อผ้า กระเป๋าให้แม่ เขาจะดีใจที่แม่ออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆ”
เผยแม้จะเจออุปสรรคในการทำมาหากินแต่ลูกสามารถเลี้ยงตัวเองได้
“เขาเลี้ยงตัวเองได้ สิ่งสุดท้ายที่เขาทำคือโรงเรียนสอนตัดผมชาย เขาอยากจะไปเป็นจิตอาสาคือสิ่งที่เขาทำมาตลอด แม่ให้กำลังใจเขา สนับสนุนเขามาตลอดอยู่แล้วเพราะแม่มีลูกคนเดียว”
เคาะโลงบอกลูกพักผ่อนให้เต็มที่ ลูกเป็นคนดี เชื่อว่าจะได้ไปอยู่ยังที่ดีๆ
“แม่บอกกับเขาว่าลูกทำงานมาอย่างเต็มที่แล้ว ไม่มีคำว่าขี้เกียจ ไม่มีคำว่าท้อ 7 วันของลูกลูกทำงานทุกวัน ต่อไปนี้ลูกก็จะได้พักผ่อนแล้ว ลูกจะได้ไม่เจ็บ ไม่หนาว ไม่หิว ไม่ป่วยไข้ ลูกเป็นคนดีลูกก็ย่อมได้ไปในที่ๆ ดี
สิ่งที่เขายังทำไม่เสร็จก็คือเขาไปเอาใบขอบวชที่วัดสังฆทานมา เขาไปขอมาแล้วก็เอามาให้แม่ดู เขาบอกว่าเขาอยากจะบวช แม่ก็ดีใจมากเลยกับเขาลูกชายคนเดียวจะบวช มันเป็นธรรมชาติของพ่อแม่ เขาไม่ค่อยได้พูดอะไร มาบอกแค่เต้อยากบวช แม่ก็อนุโมทนาบุญกับเขาไป”
ผลการชันสูตรจะออกในอีก 67วัน เชื่อลูกถูกทำร้ายแย่งจักรยาน
“อีก 67 วัน ถึงจะส่งมา จักรยานที่เขาเอาไปด้วยตอนนี้ยังไม่เจอ อันนี้เป็นเรื่องของตำรวจที่เขาจะตรวจสอบ แม่ก็ยังคาใจคิดว่าเต้จะโดนทำร้ายแย่งจักรยานหรือเปล่า แม่คิดแบบนี้นะ แต่ก็แล้วแต่ตำรวจเขาจะทำให้ได้แค่ไหน ซึ่งตำรวจเขาก็คงจะทำเต็มที่ แต่จะได้แค่ไหนเท่านั้นเอง แต่เมื่อได้ผลมาแล้ว ถือว่าเต้เขามาได้แค่นี้เขาสมควรที่จะพักผ่อนได้แล้ว ตอนที่เขาจะปิดฝาแม่ก็จับตัวเขาดู เนื้อเขาเย็น แม่มีความรู้สึกวาร์ปขึ้นในใจอันนี้คือลูกพักผ่อน ลูกนอนหลับ หลับให้สบายนะลูก พักผ่อนให้เต็มที่ลูกเหนื่อยมามากแล้ว”


