xs
xsm
sm
md
lg

“ว่านไฉ-อาย” ยังหาคำตอบเรื่องมีลูกไม่ได้ เผยดูแลแค่เรื่องใจครอบครัว “ฮลุน” เรื่องอื่นให้ญาติดำเนินการต่อ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“อาย-ว่านไฉ” เผยยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าจะมีลูกดีหรือไม่ ตอนนี้ขอปล่อยไปตามหัวใจ หากมีจริงๆ ก็จะดีใจมาก ส่วนเรื่อง “ฮลุน โซโล่” ตอนนี้ช่วยดูแลใจครอบครัว ส่วนเรื่องอื่นให้ทางญาติและสถาบันที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อ เล็งเคลียร์คิวไปร่วมงานศพ

เรียกว่าเคยเป็นปัญหาใหญ่ของครอบครัวของ “อาย กมลเนตร เรืองศรี” และ “ว่านไฉ อคิร วงษ์เซ็ง” เลยก็ว่าได้ ที่หลังจากแต่งงานทั้งคู่ตัดสินใจไม่มีลูก ขอใช้ชีวิตอยู่กันลำพังสองคน แต่แล้วอายก็เกิดเปลี่ยนใจอยากจะมีลูกขึ้นมา ทำให้ว่านไฉและอายเกิดความกังวลใจกับการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะว่านไฉ ที่ถึงขั้นนำเรื่องนี้ไปพูดคุยกับนักบำบัด เพราะหากเปลี่ยนแผนมีลูกจริงๆ จะทำให้ชีวิตและการทำงานเป็นนักท่องเที่ยวของตนเปลี่ยนแปลงไปเลย เมื่อถามเรื่องนี้กับทั้งคู่ อาย-ว่านไฉ ก็เผยว่ายังไม่ได้ข้อสรุปว่าตกลงจะมีหรือไม่มี เลยปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปก่อน

ว่านไฉ : “ผมยังคุยกับอายตลอดเดี๋ยวจะมีเดี๋ยวจะไม่มี ทุกวันนี้ก็ยังหาคำตอบไม่ได้ ก็เลยงั้นปล่อยไปตามหัวใจ”

อาย : “แต่ก็ฝากไข่ไว้แล้วเมื่อตอนอายุ31”

ว่านไฉ : “ถ้ามีลูกจริงๆ ตัวผมเองก็ต้องเปลี่ยนชีวิตไปเยอะ ผมคงเดินทางเยอะๆ แบบนี้ได้น้อยลง เราก็แคร์ครอบครัวมากกว่า ถ้าเกิดลูกมาจริงๆ ก็จะโฟกัสกับตรงนั้นให้เต็มที่ แต่ตอนนี้ยังไม่มีแพลนเลย แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้น ถ้ามาก็จะดีใจมากๆ ก็รอลุ้นไปครับ”

อาย : “เราจะให้ลูกเลี้ยงเราค่ะ”

ว่านไฉ : “คลอดปุ๊บเราจะให้เขาขึ้นแท็กซี่กลับบ้านเอง (หัวเราะ)”

แพลนพาครอบครัวไปเที่ยวทริปใหญ่ที่ญี่ปุ่น
ว่านไฉ : “เดี๋ยวพาครอบครัวไปเที่ยวครับ เดี๋ยวไปเรือสำราญที่ญี่ปุ่นพาบ้านคุณอายไปและครอบครัวผมด้วยเป็นทริปใหญ่ประจำปี”

อาย : “ปีละ 1-2 ครั้งที่อาจจะไม่ต้องถ่ายรายการมาก ดีใจมากเลย แต่ก็อดไม่ได้หรอกที่จะไม่ถ่ายมันเหมือนเป็นสิ่งที่ถูกสาปไปแล้ว พอเห็นสิ่งตรงหน้ามันก็จะมีความอยากเล่านิดนึง มันก็จะหยิบกล้องมาถ่าย”

ว่านไฉ : “ด้วยคิวของผมและอายด้วย ต่างคนต่างทำรายการ ไหนจะคิวแม่ที่ธุรกิจรัดตัว กว่าจะรวมตัวกันได้ก็จะใช้เวลา”

อาย : “พอมีเวลว่างตรงกันต้องรีบล็อกก่อนเลย ไม่งั้นจะถูกแย่งคิว”

ว่านไฉ : “ตอนนี้เราก็เที่ยวกันอย่างสบายใจมากเพราะเรามีทัวร์อาสาพาไปหลง บริษัทของเราเอง การพาครอบครัวไปเที่ยวมันก็ง่ายขึ้น

ลั่นทั่วโลกมีทั้งที่ที่ปลอดภัยและไม่ปลอดภัยหลังคนผวาการเที่ยวต่างประเทศแล้วจากเรื่องของ “ฮลุน โซโล่”
ว่านไฉ : “ทุกที่ทั่วโลกมีทั้งที่ปลอดภัยและไม่ปลอดภัยครับ เอาแค่ในกรุงเทพฯ บ้านเรามันก็มีโซนที่เจอผู้คนน่ารัก แต่มันก็อาจจะมีเรื่องราวเกิดขึ้นได้ในทุกที่ทั่วโลก”

อาย : “เวลาเราไปไหนยิ่งเราพาครอบครัวไปเรายิ่งต้องเซฟที่สุด เลือกอยู่ในโลเกชั่นที่โอเค คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ไหวไปเสี่ยงแล้วด้วย ก็ต้องพาเขาไปสบายๆ หน่อย มีคุณสามีไปก็อุ่นใจด้วย เพราะเขาทำทัวร์”

เผยตอนนี้ช่วยดูแลใจครอบครัว “ฮลุน โซโล่” ส่วนเรื่องอื่นให้ทางญาติและสถาบันที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อ
ว่านไฉ : “ผมติดตามข่าวโดยตลอด ก็ยังคงสื่อสารกับครอบครัวตลอด คุยกันเกือบทุกวันเลย วันนี้ก็รู้สึกโล่งใจไปเปราะนึงที่ร่างน้องกลับมาแล้ว สถาบันนิติเวชก็ชันสูตรเรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้ก็จะส่งร่างน้องกลับไปที่กาฬสินธ์ ส่วนเรื่องรายละเอียดต่างๆ คดีความรวมถึงผลชันสูตรจากจอร์เจีย ต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการครับ ทั้งจากทางครอบครัวและทางสถาบันต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ในส่วนของผม เราทำหน้าที่ในฐานะเพื่อนนักเดินทางที่เราพึงจะทำได้ อย่างตอนแรกคือช่วยหา ผมก็ไม่ได้คิดว่าจะมาเจอว่าน้องเสียชีวิตแล้ว เราได้ทำในส่วนที่เราพึงจะทำได้แล้ว ในส่วนต่อไปที่ผมพอจะทำได้คือการคุยกับครอบครัว ดูแลใจกัน

ส่วนเรื่องต่างๆ ตอนนี้ไปสู่มือของผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว อะไรหลายๆ อย่างพอเราไม่รู้ทำให้เราเดาไปเอง ในรายละเอียดต่างๆ ก็ไปรอดูเอาดีกว่าครับ มันไม่ได้มีเรื่องอะไรผิดปกติมากมาย ทุกอย่างมันฉุกละหุก ผมคุยกับมอส (ลูกพี่ลูกน้องฮลุน) ทุกวันเลยนะ วันนี้พี่ช่วยอะไรได้บ้าง วันนี้มีอะไรให้พี่ช่วยบ้างไหม เราดูแลแค่เรื่องใจ ใจน้องเป็นยังไง คุณย่าเป็นยังไง ส่วนเรื่องอื่นๆ อยู่ในมือเจ้าหน้าที่หมดแล้ว ถ้ามีอะไรที่ต้องการความช่วยเหลือผมก็พร้อมจะดูแลในส่วนต่างๆ ที่เราพอจะทำได้

สิ่งที่ผมช่วยมอสได้มากๆ คือผมวางสเต็ปให้น้อง คำถามที่มอสมักจะถามคือผมจะทำยังไงต่อดีพี่ เพราะมันมีเรื่องเยอะมาก ซึ่งมันอาจจะเกิดกับใครก็ได้ มันมีหลายเรื่องที่เข้ามาพร้อมๆ ผมก็ช่วยเรียงลำดับความสำคัญในเรื่องต่างๆ ให้มอส บางอย่างผมก็เพียงแค่ช่วยประสานให้แต่ตัวผมเองก็ไม่มีความรู้เรื่องนี้เหมือนกัน ก็ช่วยน้องได้ประมาณนี้ เดี๋ยวมันก็คงจะค่อยๆ เสร็จตามกระบวนการไป”

ไม่โกรธหลายเพจเอาตนไปดรามา หากเคลียร์คิวลงตัวก็จะไปร่วมงานศพฮลุน
ว่านไฉ : “เรื่องนี้มันไม่มีอะไรเลย ผมไม่ได้รู้สึกติดใจ รู้สึกโกรธหรือบั่นทอนอะไรเลยด้วยซ้ำ เพราะผมเข้าใจ คนจะว่าก็เป็นตามปกติที่คนอื่นจะเข้าใจไปแบบนั้นได้ สิ่งที่ผมรู้สึกก็คือผมขอบคุณทุกคนแทนครอบครัวที่ช่วยกันหาน้องจนเจอ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากๆ เราก็ทำในเรื่องของเราได้อย่างดีที่สุด (จะไปร่วมงานศพน้อง?) ถ้าผมสามารถเคลียร์คิวได้ผมก็จะไปครับ เบื้องต้นก็ได้ช่วยเหลือบางส่วนไปในเรื่องของงานศพ”