xs
xsm
sm
md
lg

“มีน พีรวิชญ์” เปิดใจสุขภาพ กระดูกสันหลังคดแต่เด็ก แถมคอลเลสเตอรอลพุ่งกว่า 300 แต่ไม่ยอมกินยา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“มีน พีรวิชญ์” เปิดใจเรื่องสุขภาพ เคยเจอเรื่องช็อกแม่ป่วยมะเร็งตับ โชคดีรักษาหายขาด ส่วนตัวเองน่าห่วงไม่แพ้กัน พบกระดูกสันหลังคดแต่เด็ก แถมคอลเลสเตอรอลพุ่งสูงกว่า 300 เชื่อเป็นเพราะกรรมพันธุ์ แต่ยังไม่ยอมกินยา

เพิ่งพาครอบครัวไปตรวจสุขภาพประจำปีกันมา สำหรับนักแสดงหนุ่ม “มีน พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร” ที่พาครอบครัวของ “ดรีม อภิชญา พานิชตระกูล” แฟนสาวไปตรวจพร้อมกัน ซึ่งหนุ่มมีนได้ลงภาพเอ็กซเรย์กระดูกสันหลังของตัวเองที่มีการคดอย่างเห็นได้ชัด โดยเจ้าตัวเผยว่าเป็นมาตั้งแต่เด็ก แต่ก็ยังใช้ชีวิตปกติได้

“ปกติก็ตรวจสุขภาพกันทุกๆ ปีอยู่แล้ว เพราะว่ามันมีปีที่ไม่ได้ตรวจ แล้วคุณแม่ไปเจอโรคเมื่อหลายปีที่ผ่านมา แต่ตอนนี้หายแล้ว ก็เป็นแพลนของครอบครัวเราครับว่าอยากตรวจสุขภาพร่วมกันทุกๆ ปี ปีที่ผ่านมาก็แค่ไปตรวจสุขภาพ แล้วก็ลงรูปเล่นๆ แต่ก็มีหลายคนคอมเมนต์ไปแบบเป็นห่วงว่าเป็นอะไรหรือเปล่า หรือว่าเข้าโรงพยาบาลทำไม ที่จริงไม่มีอะไรนะครับ ไปตรวจสุขภาพประจำปีเฉยๆ แล้วก็อยากเชิญชวนทุกคนไปตรวจสุขภาพกันทุกๆ ปีนะครับ

รูปแรกที่โพสต์เป็นรูปเอ็กซเรย์กระดูกสันหลังกับปอด แต่ผมมีปัญหาเป็นกระดูกสันหลังคดตั้งแต่เด็ก แล้วหมอก็ให้เลือกว่าจะต้องดามเหล็ก หรือว่าจะใช้ชีวิตไป ผมถามว่าแล้วใช้ชีวิตได้ไหม หมอเขาก็บอกว่าได้ เราก็เลยได้ใช้ชีวิตต่อสิ (หัวเราะ) แต่ว่าเขาก็บอกว่าปัจจุบันยังไม่มีผลครับ แต่ก็ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง ก็ต้อง follow up อาการไปเรื่อยๆ แต่ว่าเป็นองศาที่รักษาได้ ไม่รักษาก็ได้”

เผยนักกายภาพให้ออกกำลังกายแบบซัปพอร์ตหลัง
“ตอนที่ตรวจเจอเป็นช่วง ม.ปลายเลยครับ เหมือนช่วงแข่งกีฬาแล้วปวดหลัง ก็เลยไปตรวจแล้วก็รู้ตัวตั้งแต่ตอนนั้น แล้วก็ follow up มาตลอดครับ ถามว่ากลัวกดทับเส้นประสาทไหมพูดกันตรงๆ ไม่รู้เลยครับ เพราะเราไม่สามารถคาดคะเนได้เลยว่าเขาจะคดเพิ่ม คดน้อยขนาดไหน แต่เราก็ต้องดูแลสุขภาพ ออกกำลังกายหลังให้แข็งแรง ไม่นอนหรือว่าบิดตัวผิดท่า

ก็มีช่วงนึงที่หยุดออกกำลังกายหนักๆ แต่พอหยุดเล่นแล้วเหมือนมันจะหนักขึ้น นักกายภาพแนะนำให้ซัปพอร์ตหลังให้แข็งแรงไว้ดีกว่า อย่างปั่นจักรยาน ผมก็เป็นคนที่หลังไม่แข็งแรงเท่าคนอื่น อย่างท่าปั่นอาจจะมีปัญหาบ้าง แต่เราก็ต้องพยายามพัฒนาตัวเองให้แข็งแรงครับ ก็ถ้าท่ายากๆ เขาก็ไม่ค่อยแนะนำครับก้มมาก หมอบมาก ก็ให้เป็นท่าง่ายๆ”

บอกคอลเลสเตอรอลพุ่งสูง คาดน่าจะเป็นจากกรรมพันธุ์
แต่จริงๆ หลังไม่ได้ห่วงเท่าไหร่ ห่วงคอลเลสเตอรอล 300 กว่า ผมคิดว่าเป็นกรรมพันธุ์ คุณหมอบอกให้กินยาได้แล้ว แต่บอกคุณหมอว่าขอลองธรรมชาติอีกสักปีนึง ก็ออกกำลังกายไป ที่คิดว่าเป็นกรรมพันธุ์ เพราะว่าผมกินมัน กินหวานไม่เยอะ ไม่ทำอะไรที่เสี่ยงต่อคอลเลสเตอรอลเท่าไหร่ อาจจะมีอาหารทะเลบ้าง แต่ก็ไม่ได้เยอะมากขนาดที่จะขึ้นไประดับนั้นนะครับ แต่คุณพ่อคุณแม่ก็สูง แต่ไม่สูงเท่าผม

ปีก่อนหน้านี้ปรึกษาพี่เจมส์จิ (จิรายุ ตั้งศรีสุข) เพราะว่าเขาก็มีปัญหานี้คล้ายๆ กัน เขาก็แนะนำว่าจริงๆ มันกินได้ ก็คุมอาหาร แล้วก็อาจจะต้องออกกำลังกายอีกรูปแบบหนึ่ง เพื่อลดคอลเลสเตอรอล หรือว่ากินวิตามินเสริม ก็ลองดูก่อนครับตอนนี้ คือกลัวลืมกินยา (หัวเราะ) ถ้ากินยามันต้องกินทุกวัน มัน จะกลายเป็นโรคประจำตัว กลัวไม่สม่ำเสมอ ก็เลยยังไม่กินยาแล้วกัน แต่จริงๆ 300 ก็ค่อนข้างสูงเลยครับถ้าวัยอย่างพวกเรา เกิน 200 ไปก็น่าเป็นห่วง แต่อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องทานยา ถือว่าเป็นโรคประจำตัวแล้ว แต่ก็ขอลองดูก่อน เผื่อปีหน้ามันจะลง

คุณพ่อคุณแม่อยู่ที่ 100 ปลายๆ ครับ 2 คนรวมกันได้ผมพอดี (หัวเราะ) ตอนนี้ก็ลองหลายๆ วิธีครับ มีทานพวกวิตามินเสริมบ้าง พยายามหัดกินผัก เป็นคนไม่กินผัก ตอนนี้ลองพวกไขมันดี ก็ลองดูหลายๆ รูปแบบ ทุกวันนี้มียาจีนด้วย คือไปหาหมอที่เขาจับแมะ (หมอจีนจับชีพจร) แล้วเขาจัดยาสูตรพิเศษให้ผม ก็เหมือนจะดี ลองกินรักษาอย่างอื่นด้วย ดูแลผิวพรรณยาเขาคัสตอมไมซ์มาเฉพาะสูตรเราเลย ตอนนี้เข้าคอร์สมาประมาณเดือนครึ่ง ฝังเข็มด้วย มันดีมากเลยนะ รู้สึกระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยครับ”

บอก “ดรีม” ไปฝากไข่ไว้เรียบร้อยแล้ว
“บ้านดรีมไปตรวจเหมือนกัน ว่าง นัดวันเข้าไปพร้อมกันพอดีครับ ก็เลยได้ไปด้วยกัน แต่ถ้าเรื่องฝากไข่ ดรีมฝากไปแล้วเมื่อเกือบๆ 2 ปีที่แล้วครับ แต่ผมไม่ได้ฝากอะไรครับ (หัวเราะ) เรื่องลูกจริงๆ ก็อาจจะยังไม่ใช่ตอนนี้ แต่ดรีมกลัวเข็มมาก ความตลกคือดรีมต้องไปเจาะเลือดเพื่อตรวจ แล้วดรีมกลัวเข็ม พี่บุรุษพยาบาลใจดี เปลี่ยนเป็นเข็มหัวเล็กให้ ก็เลยนานกว่าเดิมเท่าตัว (หัวเราะ)ช้ากว่าเดิมอีก จากที่จะได้จบเร็วๆ กลายเป็นว่าอีกโต๊ะนึงหมดไปแล้ว 3 คน ดรีมเพิ่งเสร็จ ก็เลยไม่รู้ว่าเป็นความหวังดี หรือว่าเป็นประสงค์ร้ายของพี่บุรุษพยาบาล (หัวเราะ)

แต่สรุปแล้วไม่ได้มีใครเจออะไรหนักๆ เป็นพิเศษ ก็เป็นโรคทั่วไปครับ อย่างที่บอกว่าเราก็แนะนำตลอด เวลาเราเจอใคร เราก็อยากให้ทุกคนตรวจสุขภาพทุกๆ ปีนะ เพราะว่าทุกๆ ปีมันมีโอกาสเปลี่ยนแปลง หนักสุดที่เจอคือคุณแม่เจอเนื้อมะเร็งที่ตับเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ตอนนี้ตัดเรียบร้อย หายแล้ว ตรวจเจอระยะเริ่มที่เร็วมากๆ โชคดี ก็เลยรักษาได้หาย ตอนนี้เรียกว่า สนิทก็ได้ครับ follow up ทุกๆ ปี ปีละครั้ง”