xs
xsm
sm
md
lg

“ต่าย สายธาร” ฟาดจุก ถ้าไม่มีสามัญสำนึกอย่ามากู้ภัย! วอนผู้ใหญ่รื้อระบบจัดระเบียบองค์กร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ถ้าไม่มีสามัญสำนึกอย่ามากู้ภัย! “ต่าย สายธาร” ฟาดคนหาผลประโยชน์ มิจฉาชีพในคราบจิตอาสา วอนผู้ใหญ่รื้อระบบจัดระเบียบองค์กร ฟาดจุกถ้าไม่ถูกต้อง จะเรียกตัวเองว่าจิตอาสาได้ยังไง วอนคนไทยอย่าตกเป็นเหยื่อ ใช้สติก่อนบริจาค

“ต่าย สายธาร นิยมการณ์”อดีตนางเอกดังและนักแสดงจิตอาสา ร่วมงานบวงสรวงเปิดกล้องซีรีส์ “โจงแดง JONG DANG - The Urban Khon” พร้อมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอย่างตรงไปตรงมาถึงบทเรียนเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นซ้ำซาก รวมถึงประเด็นร้อนในวงการกู้ภัยและมิจฉาชีพที่แอบอ้างชื่อมูลนิธิรับบริจาค
 
มันเป็นการถอดบทเรียนซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายครั้ง ซึ่งเรามักจะพูดว่าขอให้เป็นครั้งสุดท้าย แต่มันก็ไม่มีอะไรที่เป็นครั้งสุดท้ายจริงๆ เพราะฉะนั้นมันก็อยู่ที่ตัวเรา ไม่ว่าจะไปที่ไหน จะต้องมีสติ ไปสถานที่ไหนก็แล้วแต่ไม่เฉพาะแหล่งสถานที่เที่ยวกลางคืน ตอนกลางวันก็ให้ดูทาง Exit ดูทางออกประตูความปลอดภัยไว้ก่อน แม้กระทั่งเราไปตามพักโรงแรมต่างๆ ก็ต้องหมั่นสังเกต ก่อนที่เราจะไปเตือนคนอื่นตัวเราเองจะต้องปลอดภัยก่อน

อย่างบางคนบอกว่าทำไมไม่ทำตามขั้นตอนหมอบคลาน อยากอธิบายให้ฟังก่อนว่าในสถานการณ์หน้างานจริงๆ มันไม่เหมือนกับทฤษฎีที่เราเรียน เพราะฉะนั้นทฤษฎีก็เป็นสิ่งสำคัญที่เราควรจะเรียนรู้แล้วก็เอามาฝึกฝนหรือจำไว้ เพราะอย่างน้อยมันก็มีโอกาสได้ช่วยบ้าง ได้รู้ว่าถ้าไฟไหม้ เราจะต้องหมอบคลาน หรือการใช้ผ้าเช็ดตัว แต่สิ่งสำคัญก็คือสติ ชีวิตคนเรามันอยู่ใกล้ความตายตลอดเวลา จะได้ไม่ประมาทกับการใช้ชีวิต”

จี้ผู้ใหญ่ทำให้ถูกต้อง ดรามากู้ภัย ทำให้เสียชื่อเสียงองค์กร
“เอาจริงๆ ก็ไม่ได้เข้าไปอ่านอะไรมากมาย ก็ตาม ๆ อยู่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราในฐานะรุ่นพี่ในยุคของเรา ตัวต่ายเองเราไม่เคยไปทำสิ่งตรงนั้น ทำไมจะต้องทำให้เสียชื่อเสียงขององค์กร แล้วมันไม่ใช่แค่องค์กรและหน่วยงาน มันคือระดับประเทศ มันควรจะจบไปได้แล้วเรื่องอะไรแบบนี้ ก็อยากจะให้ผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องทำให้มันถูกต้องสักที มันจะได้ไม่ต้องมีปัญหาเรื้อรัง จนเราเลขห้าแล้วเนี่ย ปัญหายังมีอยู่เหมือนเดิม

มันเป็นเรื่องที่มีมานานแล้ว แต่ว่าในยุคนั้นก็อาจจะไม่ได้ถึงขนาดยุคนี้ โซเชียลไม่มี ตอนนี้เวลาเราจะทำอะไร มันเหมือนมีกล้องอยู่รอบตัวไง ทุกคนอย่าคิดว่าไม่มีใครเห็น ถึงแม้จะไม่มีใครเห็น แต่ตัวเราเองย่อมรู้ดีที่สุด ย่อมรู้อยู่แก่ใจ ทำอะไรลงไปแล้วบอกว่าตัวเองเป็นคนดี ถามจริงๆ เถอะคนดีที่ไหนเขาทำกันแบบนี้

ถามว่าเคยเจอกับตัวไหม หลายปีมาแล้วต่ายเคยเจอคนถือสมุดแฟ้มมาแล้วบอกว่ามาจากมูลนิธิร่วมกตัญญู ถามว่าบริจาคไหม เราก็เหวอเลย ที่ไหนนะ เขาก็บอกว่าจากมูลนิธิเรานะ ให้บริจาคโลง ซึ่งจริงๆ ของเรามันไม่มีแบบนี้อยู่แล้ว โลงเราก็ให้ฟรีอยู่แล้ว ถ้าอยากไปบริจาคก็ไปบริจาคที่หัวลำโพง หรือว่าสำนักงานใหญ่

เขาก็โป๊ะสิ อันนี้เจอกับตัวเลย ก็อยากจะบอกว่าอย่าหาทำเลย แต่ทีนี้มองอีกมุมนึง โลกทุกวันนี้ต้องมองสองมุมแล้วแหละ บางคนก็ถามว่าแล้วอย่างนี้เขาจะเอาค่าน้ำมัน ค่าที่ไหนมากิน คือมันทำได้ ทุกวันนี้มันทำได้แต่คุณก็ควรจะทำให้มันอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ทำให้ถูกต้องถ้าคุณคิดว่าสิ่งที่คุณทำมันถูกต้องทั้งๆ ที่มันไม่ถูกต้อง แล้วคุณจะเป็นต้นแบบให้สังคมแล้วคุณจะเรียกตัวเองว่าจิตอาสาได้ยังไง”

ฝากถึงคนบริจาค อย่ายื่นมีดให้โจร
ก็เข้าใจนะคนที่บริจาคเขาจะมีมุมมองสองมุมว่า หนึ่งบริจาคไปแล้วไม่เป็นไร อันนี้มุมมองของเขานะ แต่ถ้าเรารู้ว่าเขามีประวัติ แล้วเรายังไปบริจาค มันไม่ต่างกับการยื่นมีดให้โจร อันนี้มุมมองของต่ายนะ แต่เขาก็มองว่าเงินเขา แต่ต้องลองคิดดูอีกที กับคนที่เห็นว่าบริจาคไปแล้วอ้าว เขากลายเป็นแบบนี้เหรอ อันนี้ก็ให้เอามาเป็นอุทาหรณ์เป็นประสบการณ์ อย่างข่าวของหมอบีที่เราเห็นกันมา คนที่เราเห็นว่าเป็นคนดีที่สุด ณ ปัจจุบันในความจริงอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราเห็นก็ได้ เมื่อก่อนเราจะเชื่อคนจากการกระทำไม่ใช่คำพูด แต่ทุกวันนี้เราก็เห็นคนทำดีแต่สุดท้ายเป็นยังไงล่ะ ไม่ได้หมายความว่าให้หยุดการทำดีนะ เอาง่ายๆ อย่างทุกวันนี้ AI เราก็ต้องใช้ให้ถูกต้อง ไม่ใช่ใช้ในทางที่เป็นมิจฉาชีพ เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญก็คือตัวเราเอง ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็แล้วแต่ การจะบริจาคหรือการจะเชื่อใจใคร ไม่โลภ ไม่หลง ไม่ตกเป็นเหยื่อ”

บอกต้องช่วยกันสอดส่องมิจฉาชีพในคราบจิตอาสา
“ถามว่ามันมีเยอะไหม ตัวต่ายเองก็ไม่ได้ไปเจอกับตัวเขาหรอก แต่บางทีก็มีน้องๆ มาเล่าให้ฟัง เราก็มีความรู้สึกว่ามันไม่โอเคเลย เพราะว่ามันไม่สมควรที่จะเรียกตัวเองว่าจิตอาสา ต้องเรียกว่ามิจฉาชีพมากกว่า เอาอย่างนี้ดีกว่ามันไม่ได้เฉพาะวงการกู้ภัยหรอก ต่ายว่ามันมีทุกวงการ ไม่ว่าจะวงการไหนก็แล้วแต่บนโลกใบนี้ มันก็จะต้องมีคนแบบนี้ ซึ่งมันเป็นเรื่องธรรมชาติในสังคม แต่สิ่งสำคัญคือสังคมมันไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง เพราะฉะนั้นเราก็ต้องช่วยกันสอดส่องดูแลอย่างทุกวันนี้เราก็จะเห็นว่าคนไทยพอมีเรื่องอะไรอย่างนี้ เมื่อก่อนเราจะเห็นคำว่าไทยมุง แต่ทุกวันนี้น้ำใจของคนไทยมันพัฒนาไปเยอะ เทคโนโลยีพัฒนาไปแล้ว จิตใจเราก็ต้องพัฒนาด้วย เราไม่อยากเห็นข่าวอะไรที่มันหดหู่ ไม่อยากเห็นข่าวคนไทยโดนหลอก จริงๆ แล้วมันไม่มีใครหลอกเราได้นอกจากเราหลอกตัวเอง จริงๆ แล้วมันมีการคัดกรองเยอะเลยค่ะ แต่ทีนี้ถามว่ากี่ร้อยกี่พันคน ในองค์กรมันดูแลไม่ทั่วถึงหรอก”

คนดียังเปลี่ยนไป ลั่นถ้ายังไม่มีสามัญสำนึกที่ดีพอ ก็อย่าก้าวเข้ามาในวงการกู้ภัยเลยดีกว่า
“ถูกต้อง อย่างข่าวที่เราเห็นบางทีเราก็ได้แต่ โอ๊ะ ห๊ะ จริงเหรอ คนที่ดีจริงๆ สุดท้ายแล้วเป็นยังไง เงินที่บริจาคไปบางคนมีเงินอยู่ 100 แต่บริจาคทำบุญไป 50หรืออาจจะเป็นน้ำพักน้ำแรงที่เป็นเงินก้อนสุดท้ายของเขาก็ได้แต่เขาอยากทำบุญ เพราะฉะนั้นมันก็ต้องใช้สติให้เยอะๆ

ทุกวันนี้มันไม่ถึงขนาดใครก็ก้าวเข้าไปเป็นกู้ภัยได้ เพราะทุกวันนี้มันต้องมีการอบรม อย่างถ้าเป็นกู้ชีพก็ต้องมีการเรียน EMT-B ต้องไปสอบ คือไม่ใช่ว่าใครจับฉลากก็มาเป็นได้

ถามว่าจะมีมาตรการการตรวจสอบความโปร่งใสยังไง อันนี้เขาก็จะมีกรรมการ อย่างมูลนิธิแต่ละที่ก็จะมีกรรมการและผู้ใหญ่ที่ช่วยดูแล ทั้งนี้ทั้งนั้นทั่วประเทศไทยมันดูแลกันไม่ทั่วถึงจริงๆ เพราะฉะนั้นทุกคนก็ต้องมีจิตใต้สำนึก อันดับแรกถ้าคิดว่าตัวเองยังไม่มีสามัญสำนึกที่ดีพอ ก็อย่าก้าวเข้ามาในวงการกู้ภัยเลยดีกว่าหรือบางคนก็ดีอยู่แล้วนะ แต่พอเข้ามามันมีความโลภ อันนี้อาจจะเป็นทุกวงการ ไม่เกี่ยวกับกู้ภัยหรอก กู้ภัยบางทีมันเป็นแค่เฉพาะบุคคล พอทะเลาะกันมันก็เสียทั้งวงการ ทำอะไรก็อยากจะขอให้ใช้สติแล้วคิดให้ดี”