กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ เมื่อ “วิกรม ปัญจมาพิรมย์” หรือ “ราชานมดิบ” อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังออกมาเปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดียว่า ตนเองถูกครอบครัวขับออกจากบ้านด้วยถ้อยคำรุนแรง พร้อมยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงไม่ได้สร้างกระแส
วิกรมระบุว่าที่ผ่านมาบ้านไม่เคยเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเขา จึงตัดสินใจออกมาใช้ชีวิตด้วยตัวเองพร้อมกระเป๋าเดินทางเพียงใบเดียวและคอมพิวเตอร์สำหรับทำงาน แม้จะเผชิญความยากลำบากในการหางานและหารายได้ตลอดช่วงสิบกว่าวันที่ผ่านมา แต่ก็รู้สึกมีความสุขขึ้นที่ได้ก้าวออกมา
สำหรับกรณีที่หลายคนตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดจึงไม่มีท่าทีเศร้าโศก เจ้าตัวแจงว่าผ่านจุดที่เสียใจมามากแล้วนับตั้งแต่เด็ก และปฏิเสธที่จะกลับไปหารายได้หรืออยู่ร่วมกับครอบครัวอีก โดยวางแผนเดินหน้าผลิตคอนเทนต์พัฒนาตนเองต่อไป
ต่อมาครอบครัวได้ออกมาตอบโต้ โดยคุณพ่อนำหลักฐานข้อความแชตมาชี้แจงว่า ประโยคตัดพ้อรุนแรงที่ส่งไปว่า “ไปตาย คุณไม่ใช่ลูก” เกิดจากความสงสัยว่าผู้ที่พิมพ์โต้ตอบไม่ใช่ลูกชายของตน เนื่องจากปกติวิกรมจะสรรพนามเรียกพ่อว่า “แด๊ดดี้” จึงเชื่อว่ามีบุคคลอื่นอยู่เบื้องหลังการสื่อสารดังกล่าว ขณะที่ผู้เป็นแม่ได้เข้าไปคอมเมนต์เตือนสติเรื่องการพูดความจริง ยืนยันว่าพร้อมอภัยให้ลูกเสมอ โดยคุณแม่ยังเผยอีกว่ามีคนทำให้ลูกเปลี่ยนไป วอนชาวเน็ตช่วยครอบครัวด้วย
ทั้งนี้ ครอบครัวได้โพสต์ประกาศติดตามตัววิกรมเนื่องจากขาดการติดต่อไปตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 โดยสงสัยว่าอาจมีผู้ไม่หวังดีคอยชักจูงอยู่เบื้องหลัง
ท่ามกลางการตามหาของฝั่งครอบครัว วิกรมกลับปรากฏตัวในคลิปวิดีโอทำกิจกรรมเวิร์กช็อปศิลปะแนวสตรีทอาร์ตกับ “เบียร์ เดอะวอยซ์” ภัสรนันท์ อัษฎมงคล ณบ้านเพื่อนคาเฟ่ โดยมีโมเมนต์ช่วยกันเทสีลงบนชิ้นงานรูปปั้นกระต่ายอย่างมุ้งมิ้ง มีคนเข้าไปคอมเมนต์เป็นจำนวนมาก
รวมทั้งมีชาวเน็ตเข้าไปคอมเมนต์บอกเบียร์ว่าครอบครัวกำลังตามหาตัวหนุ่มวิกรม ซึ่งทางด้านเบียร์ได้ตอบว่าไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวและปล่อยให้เป็นเรื่องภายในครอบครัวไปเคลียร์กันเอง


