xs
xsm
sm
md
lg

“นุ้ย สุจิรา” เปิดใจทั้งน้ำตา เบื้องหน้ามอบความสุขแต่ในใจทุกข์หนักสุดในชีวิต สูญเสียคุณพ่อด้วยมะเร็งเคสหายาก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“นุ้ย สุจิรา” เปิดใจทั้งน้ำตา สูญเสียคุณพ่อด้วยมะเร็งเส้นเลือดเคสหายาก แม้เบื้องหน้าต้องมอบความสุข แต่ในใจทุกข์หนักสุดในชีวิต เสียดายเวลาในอนาคตที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันเผยทำดีที่สุดแล้ว และจะไม่ยอมเสียเวลาที่จะมีความสุขกับคนที่รักอีกต่อไป

เพิ่งสูญเสียคุณพ่อไปอย่างไม่มีวันกลับเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา สำหรับสาวอารมณ์ดี “นุ้ย สุจิรา อรุณพิพัฒน์”ซึ่งเจ้าตัวได้มาเผยถึงเรื่องนี้ทั้งน้ำตา รับสาเหตุเกิดจากคุณพ่อเป็นมะเร็งเส้นเลือด ซึ่งเป็นเคสที่หายาก และไม่ใช่มาจากพันธุกรรม

“คือจริงๆ แล้วนุ้ยแอบสังเกตเห็นว่าคุณพ่อมีเงาบริเวณนี้ (ชี้บริเวณหน้าผาก) มาสักพักแล้ว จริงๆ แล้วด้วยความที่เราเป็นพิธีกร แล้วเราก็เจอข้อมูลค่อนข้างเยอะ นุ้ยก็รู้สึกว่าขอบมันไม่ค่อยสวยนะ ปะป๊าไปตรวจดีกว่า มันอาจจะไม่ใช่แค่การเปลี่ยนสีผิวของตามวัยก็ได้ ก็ไปตรวจ แล้วก็มีความเห็นกับคุณหมอด้วย ทั้งๆ ที่ชิ้นเนื้อออกมาก็บอกว่าเป็นปาน แต่ว่าด้วยความที่คุณหมอก็มากประสบการณ์นะคะ ท่านก็บอกว่าจริงๆ แล้วก็คิดว่าไม่น่าใช่ แต่ว่าด้วยความที่ทำไมถึงหายาก เพราะว่าเขาเป็นมะเร็งที่เส้นเลือดค่ะ ไม่ใช่มะเร็งผิวหนัง ไม่ได้ตรงอวัยวะใดอวัยวะหนึ่ง แต่เป็นที่เส้นเลือด เพราะฉะนั้นถ้าเราเก็บตัวอย่างไม่ได้ตรงนั้น ก็ไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่าเป็นมะเร็งก็จากที่เป็นมะเร็งเส้นเลือดตรงบริเวณหนังศีรษะ ก็ต้องผ่าทั้งหมดออกมา แล้วถึงรู้ว่าเป็นแองจิโอซาร์โคมา

ไม่ได้เป็นโอกาสที่จะเจอกันง่ายๆ เลยค่ะ แล้วก็ไม่ได้เป็นพันธุกรรมด้วย ตัวนี้ค่อนข้างดื้อต่อการรักษาด้วย แต่เราก็ทำเต็มที่นะคะ ตอนแรกก็ผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว ยังดีใจอยู่เลยว่าคุณพ่อไม่ต้องทำคีโม เพราะว่าแค่ฉายแสงก็สามารถควบคุมเขาได้แล้ว แต่คุณหมอก็เตือนไว้แล้วค่ะว่าเราต้องเฝ้าดูทุก 3 เดือน สุดท้ายก็กลับมาหลังจากที่พาคุณพ่อไปเที่ยวแล้ว 6 เดือน ก็พบว่าน้ำท่วมปอด แล้วก็เข้าโรงพยาบาลเลย ระยะเวลาไม่ถึงเดือนเท่าไหร่ดีค่ะ เพราะว่าเขาค่อนข้างที่จะรักษายาก และคุณพ่ออายุเยอะแล้วค่ะ มะเร็งค่อนข้างไปเร็วมากค่ะ แล้วแนวทางการรักษาก็ไม่ค่อยมีแนวทางการที่เป็นผลดีมากนัก”

บอกถึงมีเวลามากแค่ไหนก็ไม่เคยพอ แต่ก็ทำทุกอย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว
“แต่เราก็พยายามเข้มแข็ง ฮึบค่ะ เพราะนุ้ยก็รู้ว่าป่ะป๊าก็ไม่อยากให้เราเศร้า เสียใจ ด้วยหน้าที่การงานของเรา เราก็บอกใครไม่ได้ หน้าที่ของเราก็คือเสนอเรื่องราว ให้ความสุข ในใจนุ้ยก็มีความหวัง แล้วก็รู้สึกว่าเราดูแลคุณพ่อแบบเต็มที่ในทุกๆ ด้าน แม้เราจะรู้ว่าอีกใจหนึ่งเวลาอาจจะสั้นลง แต่ว่าช่วงระยะเวลาทั้งหมดเราทำเต็มที่มากๆ เราดูแลเต็มที่ พาไปเที่ยว พ่ออยากไปไหนไป อยากกินอะไรได้กิน ครบหมดทุกอย่าง แต่เราก็รู้สึกว่าเวลาก็ยังน้อยไปอยู่ดี

เวลามากเท่าไหร่ก็ไม่พอ คือเป็นคนไม่เคยรออะไรเลยค่ะ คือถ้าพ่อหรือคุณแม่อยากทำอะไร ก็พาไปเลยทันที คุณพ่ออยากไปอเมริกา เราก็จัดสรรเวลาไปเลย คุณพ่ออยากไปเที่ยวไหน อยากเห็นอะไร อยากทำอะไร เรียกได้ว่าเราสปอยพ่อกับแม่เต็มที่มากๆ ก็เลยรู้สึกว่าเราเห็นคุณค่าของเวลา แล้วเราใช้ตรงนั้นเต็มที่ แต่อย่างที่บอกว่ามีเท่าไหร่ก็ไม่พอ เราก็อยากจะต่อเวลาอีก แต่ก็ทำไม่ได้”

ไม่ขอเสียเวลาที่จะมีความสุขกับครอบครัวอีกแล้ว
จริงๆ เป็นคนเสียดายเวลาอยู่แล้ว เห็นคุณค่าของเวลาอยู่แล้ว แต่ว่าเรายังต้องเห็นคุณค่ากับความสุขของเราที่เรามีอยู่ เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่หนักมาก หนักที่สุดในชีวิตก็เลยรู้สึกว่าความทุกข์ที่เราเคยผ่านมา ที่เราเรียกว่าความทุกข์มันไม่ได้ครึ่งของเรื่องนี้เลย เพราะฉะนั้นไม่ว่าเราจะเกิดอะไรขึ้น นับตั้งแต่นี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปในใจเรา เราจะมีความสุขง่ายขึ้น เราจะช่างมันกับเรื่องที่ทำให้เราเสียเวลามีความสุขกับครอบครัว กับคนที่เรารักได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เพราะเราไม่รู้ว่าเราจะมีช่วงเวลานี้อีกนานแค่ไหน เราไม่อยากเสียเวลาที่เราจะมีความสุขอยู่กับครอบครัว หรือคนที่เรารัก หรือคนที่เขาให้ความสำคัญกับเราค่ะ

ถามว่าเวลาคิดถึงคุณพ่อจะคิดถึงเรื่องอะไร จริงๆ ป่ะป๊าเป็นคนที่จะชอบขับรถไปรับไปส่ง ตั้งแต่นุ้ยจนหลานก็ไปรับไปส่งตลอด ก็จะคิดถึงทุกครั้ง เพราะป่ะป๊าเป็นคนชอบไปกินของอร่อย เวลากินของอร่อยก็จะรู้สึกว่าอยากให้ป่ะป๊าได้กินเนอะ เราก็ชวนเขากินแหละ แต่ว่าถ้าเขาอยู่กับเราตรงนี้ แล้วเราได้จับมือเขาก็คงจะดี แต่ไม่มีก็ไม่เป็นไร เพราะเราทำดีที่สุดแล้ว (ร้องไห้) เราทำเต็มที่จริงๆ เราไม่เสียดายกับแบบว่ารู้อย่างนี้นะ ไม่มีคำนั้นเลย”

เผยได้ร่วมสู้กับคุณพ่อจนวินาทีสุดท้าย
“ไม่เคยเสียดายเวลาที่เราได้เป็นลูกป่ะป๊าเลย เพราะนุ้ยดูแลป่ะป๊าทุกอย่าง แต่ว่าแค่เสียดายเวลาในอนาคตที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้วเราต้องคุยกันผ่านรูปภาพ คุยกันผ่านอากาศเท่านั้นเอง มันคือความคิดถึงที่มันก็ทรมานนะคะ เพราะว่าไม่มีเขาอยู่ตรงนี้แล้วจริงๆ

นุ้ยก็บอกว่าป่ะป๊าเก่งมาก ป่ะป๊าเป็นฮีโร่ของนุ้ยเสมอ ของลูกๆ หลานๆ เสมอ แล้วก็ทุกคนรักป่ะป๊า แต่ว่าถ้าร่างกายมันไม่ไหวแล้ว ป่ะป๊าต้องปล่อยร่างกายนี้ไป แล้วก็อยากให้ป่ะป๊ามีความสุข แล้วก็ทิ้งโรคร้ายต่างๆ ไว้ในชาตินี้ ต่อไปในอนาคตไม่ว่าจะชาติภพไหนก็ขอให้ป่ะป๊าแข็งแรง เพราะป่ะป๊าเป็นคนน่ารักเสมอ ใจเย็น เป็นคนที่ทุกคนรัก และทุกคนก็รักป่ะป๊าตลอดไป แล้วก็บอกป่ะป๊าว่าไม่ว่าป่ะป๊าจะสู้ทางไหน นุ้ยก็จะสู้เคียงคู่กับป่ะป๊า แล้วก็บีบมือ เขาก็บีบมือตอบกลับ ว่าป๊าไม่ได้อยู่คนเดียว ป๊าก็พกใจของนุ้ยไปด้วย”